ตอนที่ 3 (2)
เจี่ยนอินแบมือของตน แล้วค่อยๆ งอนิ้วเข้ามา
เนื่องจากว่ามันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ดังนั้นเขาเลยมีเื่หนึ่งที่ต้องยืนยันสักหน่อย ซึ่งนี่ก็เป็เื่สำคัญที่สุดสำหรับเขาที่สูญเสียความทรงจำไปแล้วตอนนี้
“เอ่อคือ…” เจี่ยนอินถามอย่างเป็กังวลว่า “ผมขอแตะตัวคุณได้ไหมครับ”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วที่กำลังกินพายสับปะรดอยู่เงยหน้าขึ้นมองเจี่ยนอิน
เจี่ยนอินรีบพูดอย่างร้อนรนว่า “เพราะว่าเมื่อกี้คุณแตะตัวผม กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ผมคิดว่า ผมเหมือนจะสามารถแตะตัวคุณได้...ผมมีเหตุผลนะ ผมไม่ใช่คนโรคจิต...”
พูดยังไม่ทันจบ มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็ยื่นมือของตนไปตรงหน้าของเจี่ยนอิน
เมื่อััถึงความมีน้ำใจที่อีกฝ่ายแสดงออกมา เจี่ยนอินก็น้ำตาคลอหน่วยจนอยากจะร้องไห้ เขาสูดจมูก ขยี้ตาแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ...”
ครั้นแล้วเจี่ยนอินก็ค่อยๆ วางปลายนิ้วลงไปบนฝ่ามือของมนุษย์ด้ายดำจิ๋วก่อน จากนั้นก็แตะอย่างระมัดระวัง และเมื่อพบว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ดวงตาก็เปล่งประกาย จากนั้นก็ทาบทับฝ่ามือของตนเองลงไปบนฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น…
ไม่มีความอบอุ่นใดแผ่ซ่านออกมา แต่กลับรู้สึกนุ่มนิ่มแปลกๆ “มันไม่ะเิ ไม่ะเิ!” เจี่ยนอินดีใจจนแทบจะะโ เขาปกติดี!
หงเซี่ยนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ในเวลานี้ก็เงยหน้าขึ้นมามองที่ด้านหลังของเจี่ยนอินแวบหนึ่ง จากนั้นก็เคลื่อนสายตากลับมาที่หนังสือโบราณเล่มเก่าที่หน้าหลุดลุ่ยอีกครั้ง
เวลานี้ เหล่าตำรวจในกรมย่อยพิเศษต่างกำลังถกกันอย่างดุเดือด
“ทำไมร่างถึงหายไปอย่างไม่มีสาเหตุได้ล่ะ โรงพยาบาลเหอผิงมีประตูนิรภัยเหมือนกับกรมย่อยพิเศษของพวกเราใช่มะ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วหากไม่ได้สแกนหน้าก็จะเข้าไปไม่ได้!”
“ก็ชั้นเก้าะเิไม่ใช่เหรอ กลไกรักษาความปลอดภัยทั้งหมดต่างเริ่มทำงานจากชั้นเก้าเหมือนกับห้องมืดของพวกเรา! วงแหวนป้องกันบนชั้นเก้าะเิไปแล้ว อยากจะเข้าออกทางมุมไหนของโรงพยาบาลเหอผิง นั่นยังไม่ง่ายอีกเหรอ”
เมื่อพูดถึงคำว่า ‘ะเิ’ สายตาของตำรวจทุกคนก็ชิ้งๆๆ จับจ้องไปที่เจี่ยนอินเ้าหนูปริศนาที่กำลังพูดคุยกับมนุษย์ด้ายดำจิ๋วอยู่
“แน่ใจนะว่าหายวันนี้ อย่าปรักปรำเ้าหนูเขาล่ะ! เ้าหนูนี่จะแตะต้องกายเซียนไปทำไม เขาไม่ใช่ภูตผีปีศาจที่กินกายเซียนแล้วจะวิวัฒนาการกลายเป็เซียนได้สักหน่อย…”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ก็เกิดเดดแอร์ในฉับพลัน เหล่าตำรวจแม้แต่การหายใจก็หยุดไปแล้ว
“...แม่งเอ๊ยเสี่ยวจิ่ว!” หนูตะเภาะโใส่ตำรวจจราจรที่หน้าตาร่าเริงแจ่มใสนั่น “นายพูดข้อเท็จจริงออกมาแล้ว!”
เหล่าตำรวจดวงดาวตกตะลึง “ท่านผบ.ตร.มุกตลกนี้ไม่ตลกเลยนะครับ!”
“เอ่อคือ ผมขอกอดคุณได้ไหม” แม้ว่าจะเป็คำขอที่มากเกินไป แต่เจี่ยนอินก็มองไปที่มนุษย์ด้ายดำจิ๋วด้วยความรู้สึกที่มั่นคง
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วนิ่งเงียบ ไม่เคลื่อนไหวใดๆ
“ไม่ได้อย่างที่คิดจริงด้วย…” เ้าหนูน้อยเจี่ยนอินถอนหายใจ “ดูเหมือนผมจะขอมากเกินไปใช่ไหม…”
“เฮ้ยนั่นน่ะ!” ฟาไฉะโใส่เจี่ยนอิน “คนที่ะเิชั้นเก้านั่นน่ะ! นายมานี่หน่อยสิ! นายชื่ออะไร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนล่ะ แล้วเกิดวันเดือนปีไหน!”
เจี่ยนอินสะดุ้งตัวโยน เสียงของหนูตะเภาเจาะทะลุผ่านแก้วหูและสมองของเขาโดยตรง เสียงนี้มันจะแหลมเกินไปแล้ว ทำให้เขาปวดหัว
“ท่านผบ.ตร.เขาความจำเสื่อม!” จางกงที่รับผิดชอบคดีของเจี่ยนอินรีบกล่าว “เลยยังสืบหาตัวตนไม่พบครับ!”
“ความจำเสื่อมงั้นเหรอ นี่มันเวลาไหนแล้วยังจะสร้างเื่ความจำเสื่อมอีก นายคิดว่านายกำลังแสดงละครซีรีส์อยู่รึไง ตอนนี้คนที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือเขา!” ฟาไฉกล่าว “ไม่ใช่ว่าเมื่อวานนี้มีกลิ่นอายปีศาจรุนแรงที่สวนต้ากวงิหรอกเหรอ แถมเทพอัสนียังฟาดสายฟ้าใส่เขาด้วย อัสนีบาตสั่นะเืพิภพจะไล่ตามแค่ปีศาจระดับสูงเท่านั้น! ถูกอัสนีบาตสั่นะเืพิภพฟาดใส่ขนาดนี้แล้ว บอกว่าเขาไม่ใช่ปีศาจ ฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะ หรือเขายังจะเป็สายล่อฟ้าได้ด้วย”
ทันทีที่มือเล็กๆ สั้นๆ ของฟาไฉยื่นออกมา ฉับพลันเจี่ยนอินก็มีความรู้สึกเหมือนถูกแขวนอยู่ในอากาศ เขาเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าคอเสื้อของตนถูกหิ้วขึ้นมา เท้าเปล่าห่างจากพื้นสิบเิเ และทั้งตัวก็ถูกหิ้วไปทางวงตำรวจ
เจี่ยนอินกอดพายสับปะรดไว้ในอ้อมแขนแน่นราวกับกล่องที่บรรจุพายสับปะรดนี้สามารถช่วยชีวิตเขาได้ ตอนนี้เขาก็เหมือนกับแหนที่ไม่มีราก ไม่มีที่พึ่ง ลอยอยู่ในน้ำอย่างไร้จุดหมายและขึ้นฝั่งไม่ได้
คนที่นี่น่ากลัวมาก และเขาก็ยิ่งรู้ดีว่าใครหน้าไหนมาบีบคอเขา ก็สามารถบีบคอเขาตายคาที่ได้
“ไม่...อย่า...” เจี่ยนอินหันกลับไปวิงวอนมนุษย์ด้ายดำจิ๋วว่า “ช่วยด้วย...ช่วยผมด้วย”
ทว่าการวิงวอนไม่ได้ผล เจี่ยนอินถูกโยนลงไปกลางโต๊ะทำงานตัวนั้น เขาใกลัวจนหน้าซีดเผือด
ความรู้สึกปลอดภัยหายได้ไปแล้ว เจี่ยนอินรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ด้ายดำจิ๋วอย่างเลือนรางเมื่อครู่นี้ได้ถูกตัดขาดไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
“พูดมา ทำไมนายถึงะเิชั้นเก้า” ฟาไฉส่งเสียงที่ไม่สามารถเข้าใจได้ออกมา หลังจากที่หนูตะเภาร้อง ‘โอยโอย’ แล้ว ก็ถามอย่างดุร้าย
เดิมคิดว่าคนที่น่ากลัวที่สุดในกรมตำรวจก็คือผู้อำนวยการคนนี้ แต่ตอนที่เจี่ยนอินถอยหลังหนีไปอย่างสั่นเทา หมายจะหนีจากฟาไฉยิ่งไกลยิ่งดี กระถดก้นถอยไปโดยใช้ฝ่ามือยันด้านหลังไว้ จังหวะที่ใบหน้าเล็กๆ ขาวซีดสั่นอยากจะร้องไห้ออกมานั้นเอง ปลายนิ้วของเขาก็แตะโดนที่บรรจุ ‘เส้นขน’ ของหัวหน้าจิ่งตานที่เหลืออยู่เพียงอันเดียวเข้า ฉับพลันแสงสีทองก็เปล่งออกมาปะทะกับแสงสีขาวนวลที่หลุดออกมาจากเส้นขนของจิ่งตาน ทันใดนั้นก็เกิดปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงและมีเสียงดังปังเหมือนกับะเิซีโฟร์[1] ที่ะเิไปได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร ห้องของกรมย่อยพิเศษะเิในทันที!
กำแพงที่มองไม่เห็นโผล่ขึ้นตรงหน้าของหงเซี่ยนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ ทันที แสงสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นรำไรในดวงตาของหงเซี่ยน แล้วจากนั้นก็หายไป
ส่วนอีกอันปรากฏขึ้นในห้องขัง และรีบห่อตัวพ่อที่ดื่มเหล้าจนล้มไปกองกับพื้นและหลับไม่รู้เื่ไปแล้วนั่นอย่างรวดเร็ว
เวลานี้หงเซี่ยนกับมนุษย์ด้ายดำจิ๋วบนม้านั่งตัวยาวทำท่าแปลกๆ พร้อมเพรียงกัน สีหน้าไร้อารมณ์เหมือนกัน พวกเขาเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองมนุษย์ที่ทำให้เกิดการะเิอีกครั้ง หัวใจตรงหน้าอกเต้นเร็วระรัว
…
เชิงอรรถ
^ ระเบิดซีโฟร์ เป็นระเบิดพลาสติกที่ใช้ในทางทหาร