"เราควรนั่งคุยเป็กิจจะลักษณะมั้ยตอนนี้เวลาของเธออยู่ที่ปีที่เท่าไหร่"แทน
“ปีสากลคือ 2022 นับตามศาสนาใหญ่ที่คนส่วนใหญ่นับถือ แต่จะถามว่าโลกนี้มีมากี่ล้านปีก็บอกไม่ได้ ไม่ได้ใส่ใจหาความรู้…..แล้วโลกของนายล่ะ” ริน
“ปี 2322…ห่างกัน300ปีพอดี แล้วจำนวนเดือนมี 12 เดือนเหมือนกันมั้ย” รินพยักหน้า
“เหมือน แล้วมีชื่อเดือนมั้ย” รินถาม
แทนพยักหน้า
"เรียกตามสุริยคติเรียงตามจำนวนคือเดือน 1 เดือน2 เดือน 3 ไล่ไปจนครบ 12 เดือน” แทน
ก็เหมือนกันที่นี่มีเดือนมกรา กุมภา มีนา เมษา…” รินแล้วเธอก็ร้องเพลงแปลงเสียงเพี้ยนๆ อย่างสนุกสนาน
“นั่นเรียกว่าอะไร ร้องเพลงเหรอ?” ดูช่างถาม
“ไม่ใช่ นี่เขาเรียกท่องโศลก” รินตอบหน้าตาจริงจัง
“จริงเหรอ ที่โลกฉันก็มีอะไรอย่างนี้แต่ไม่ได้ร้องอย่างนี้" แทนขมวดคิ้ว
“ไม่จริงหรอก เพลงแปลงร้องแบบกวนประสาทไปเรื่อยตามภาษาสก๊อยน่ะ” ริน
“โลกของเธอมีกี่ภาษา” แทน
"เป็พัน เออแต่ทำไมนายเข้าใจภาษาของฉันล่ะ โลกนายมีกี่ภาษา” รินถามกลับเบี่ยงประเด็นเื่ภาษาสก๊อย
“ไม่รู้หรอกแต่เราสื่อสารการด้วยตัวแปลงภาษา เรารวบรวมภาษาไว้ในแกตแล้วส่งมันเข้าไปที่แกนสมอง ภาษาที่หาเจอในโลกหรือในจักรวาล” แทนตอบ
แกตที่ว่าน่าจะทำงานเหมือนชิป
“ส่งไปในสมองั้แ่แรกเกิดเลยเหรอ โหดไปป่าว เด็กตัวเล็กแค่นั้น”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“แต่มันไม่ได้โหดร้ายนี่นา แค่เอาให้เด็กสูดดมแกตก็จะลอยเข้าไปที่สมองเอง”
โหแม่เ้าจะล้ำไปไหน
“งั้นแสดงว่าที่คุณพูดภาษาของฉันได้เพราะแกตอะไรนี่น่ะเหรอ” ริน
ชายหนุ่มพยักหน้า แต่เขาแปลกใจกับเธอมากกว่า
“ที่โลกของเธอก็มีแกตเหรอ”แทน
“ไม่นะ ไม่มีหรอก วิวัฒนาการที่นี่ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น” ริน
“แล้วทำไมเธอถึงเข้าใจภาษาของฉันล่ะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
ทำไมเธอถึงเข้าใจเขาได้เช่นกัน ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขาใช้ภาษาบนโลกของเขาตอนที่เจอกันครั้งแรกแถมเธอยังเข้าใจคำที่เขาด่าเธอมาอีก
“ไม่รู้สิ แต่ฉันมีพร์เื่ภาษานะ เข้าใจได้เร็ว ไม่ต้องเรียนอะไรมากมายก็เข้าใจหลักไวยากรณ์และการผันไวยากรณ์ มันแค่อยู่ในหัวแค่นั้นแหละ” รินเองก็ไม่เข้าใจ
เธอนั่งทบทวนว่าที่จริงแล้วเธอนั้นมีความสามารถนี้มาได้อย่างไร เพราะเธอเองไม่เคยนึกถึงมันเลย เธอมีความสามารถนี้ติดตัวมาั้แ่เกิดนี่นา
เมื่อเธอเหม่อลอยไปและพยายามใคร่ครวญว่าเธอได้พร์นี้มาจากไหน พลันก็มีความคิดแวบขึ้นมา
“อย่าบอกนะว่า” เธอคิดดังอีกแล้ว
“ไม่ใช่หรอกมั้ง” คิ้วขมวดสลับกับหน้าเหวอๆ ของเธอทำให้อีกคนกลายเป็อากาศธาตุไป
ยัยนี่ไม่มีใครสอนเื่มารยาทรึไงนะ คนยืนหัวโด่อยู่แท้ๆ มีบางอย่างที่เขาเองอยากจะพิสูจน์แต่หาข้อมูลจากโลกที่มีวิวัฒนาการล้าหลังอย่างนี้คงไม่ได้
“ไปนะ” แทน
“อือ ไปเหอะ ถ้าไปได้นะ” ริน
อีกเสี้ยวตอบกลับมาทั้งที่ยังขมวดคิ้วอยู่ ดูเหมือนจะนึกขึ้นได้
“นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” เธอถาม เขาหันมาตอบ
“ไม่รู้ แต่เป็เธอที่เปิดประตูห้องฉัน แล้วพอเธอปิดประตูก็กลายเป็ว่าฉันไม่ได้อยู่ในห้องตัวเองอีกแล้ว”
ถ้าอย่างนั้นแล้วเขาจะกลับยังไงล่ะ
เธอพาร่างบางเดินนำหน้าเข้าแล้วพับบานเฟี้ยมออก ห้องนั้นมันก็ยังเป็ห้องทำงานของเธอ
“ตายล่ะหว่า แล้วคุณจะกลับยังไง ไม่น่าเดินออกมาเลย” ริน
ชายหนุ่มมองเธอนิ่งๆ ตอบน้ำเสียงเย็นขาไปว่า
“ตอนที่เธอปิดประตูฉันก็ไม่ได้อยู่ในโลกของตัวเอง เธอนั่นแหละที่เป็คนเปิดประตู” แทน
อ่าวโทษกันซะงั้น อย่างกับว่าฉันอยากจะเปิดประตูให้นายเข้ามา อยากจะด่าแต่แก้ปัญหา ณ ตอนนี้ก่อน
“แล้วนายจะเอายังไงอ่ะ” รินถามเ้าตัวก่อน
ชายหนุ่มมองไปรอบๆ บ้านของเหญิงสาว น่าแปลกที่การจัดวางแปลนบ้านนี้แทบจะเหมือนแปลนที่บ้านของเขา ผิดแค่ตรงตำแหน่งของทะเลสาบเป็แม่น้ำ
ถึงแม้ว่าประโยชน์ใช้สอยจะแตกต่างกันบ้างแต่โครงผังแทบจะตรงกันเป๊ะๆ เลยทีเดียว สวนผักด้านข้างและด้านหลังก็พ้องกับเรือนกระจกและโถงห้องรับรองแขกของเขา
“ลองดูอีกครั้ง คราวนี้เธอเป็คนเปิด” ชายหนุ่มเสนอความคิดขึ้นมา
“เอางั้นก็ได้” ริน
ว่าแล้วเธอก็เดินน้ำหน้าแล้วผลักประตูห้องทำงานเธอออก ภาพที่ปรากฏข้างหน้าคือโต๊ะทำงานหุ้มหนังอย่างหรู ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ห้องของเธอ
เธอเบี่ยงตัวเพื่อให้ชายหนุ่มเดินเข้าห้องไป เขาหันกลับมามองหน้าเธอพร้อมกับโน้มตัวลงแล้วจุมพิตเธอเบาที่ริมฝีปากสีกุหลาบนั้น
มันรวดเร็วเหมือนสายลมเธอยังไม่ทันตั้งสติดี แล้วคนข้างหน้าก็เลือนหายไปเหมือนไม่เคยมีใครหรืออะไรอยู่ในห้อง
ความว่างเปล่า ภาพเงาของคนที่อยู่ตรงหน้าเหมือนภาพฝัน เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว และที่เธอออกไปคืออากาศ
“ไอ้คนเลว ฉวยโอกาส!!!!” ริน
เธอไม่รู้จะโกรธหรืออายก่อน แต่ยังคงยืนอึ้งอยู่อย่างนั้นไม่รู้ว่านานแค่ไหน
ในขณะที่อีกฝั่งโดยขโมยจูบจนสติหลุดไป ฝั่งที่คิดแกล้งคนอื่นกลับมีความรู้สึกแปลกออกไป มันเป็ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เขาควรจะอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคน ใช่เขารู้สึกเบ่งบานมากแต่ไม่ใช่แค่เพราะเขาสะใจ แต่เขารู้สึกว่าโลกเน่าๆนี่มันน่าอยู่ขึ้น เขาเดินเหมือนคนละเมอออกมายืนอยู่ที่ริมทะเลสาบได้ยังเขาเองก็ไม่รู้ตัว
ทะเลสาบดูสงบและสวยงาม ท้องฟ้าสดใสเหมือนไม่เคยเป็มาก่อน ในท้องของเขาเหมือนมีผีเสื้อฝูงใหญ่โบยบิน
ทำให้เขารู้สึกเหมือนจะลอยได้จากการบินของเหล่าผีเสื้อ ที่สำคัญในที่สุดเขาก็รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของหัวใจตัวเอง มันกำลังเต้นอย่างร่าเริง
ดูเหมือนมันกำลังฟูฟ่องไปตามเหล่าผีเสื้อน้อยๆ เขารู้สึกได้ถึงเืที่สูบฉีดอยู่บนใบหน้า และเขากำลัง “ยิ้ม” ใช่ เขายิ้ม และยิ้มอย่างมีความสุข
นึกถึงหน้าคนที่โดยขโมยจูบที่เหวอและเท้าที่เหวี่ยงออกมาก่อนที่มิติจะหลุดออกจากกัน ยัยผู้หญิงหยาบคายคนนั้น
“หึ หึ ฮ่าฮ่าฮ่า” แทน
หน้าตายอย่างนั้น เวลาเหวอมันก็น่าเอ็นดูเหมือนกัน
อีกคนจะรู้สึกยังไงนะ โกรธก็คงจะโกรธแค่หวังอย่างเดียวว่าเธอจะไม่รังเกียจเขา คิดแค่นั้นมันก็เหมือนโลกทั้งใบจะถล่มลงมาหน้าของเขาก็ซีดขาว
เธอคนนั้นยามที่ซุกอยู่ในอกเขาเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ ที่อิงแอบความอบอุ่น กลิ่นหอมจางๆ ของเธอ
กลื่นหอมบางๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นรัวจนหน้าของเขากลับมีสีแดงเรื่อออกมา
เดี๋ยวนะแค่จุมพิตแ่ๆ มันทำให้เขามีอารมณ์มากกว่าที่เขาจะมีมาทั้งชีวิต
ผู้หญิงคนนี้ “ตัวอันตรายชัดๆ” เขายกยิ้มแล้วทอดถอนใจและดื่มด่ำกับทะเลสาบเบื้องหน้าสายตาที่มองทะเลสาบนั้นแต่ภาพในหัวคือหน้าของผู้หญิงหยาบคายคนนั้น
เหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ ต่างก็รู้สึกเหวอๆ อยู่เล็กน้อยเพราะั้แ่ที่เข้ามาทำงาน เ้านายของพวกเขาไม่เคยยิ้มเลย ไม่เคยแสดงอารมณ์
หากจะยิ้มก็เป็รอยยิ้มที่มีไว้เหยียดหยาม แล้วเสียงหัวเราะและท่าทางที่อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั่น มันมากกว่ากว่าอารมณ์ที่พวกเขาเคยเห็นเ้านายแสดงมาตลอดสิบปี เ้านายของพวกเขาไปเจออะไรมากันแน่นะ
ณ มิติอีกฝั่งนึง รินที่ยืนอึ้งๆ อยู่ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงแตรรถ สติของเธอจึงกลับเข้ามาอยู่กับตัว
“พี่ริน” เสียงของนรีนี่นา
อ่าวนี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย โดว์ครัวซองค์ที่เตรียมไว้เมื่อคืนยังไม่ได้เอาออกมาจากตู้เย็นเลย เวรกรรมกว่าจะพรูฟกว่าจะอบ
รินลงบันไดลงมารับพ่อกับน้องสาว
“พ่อหวัดดี” เธอยกมือไหว้พ่อแล้วเดินไปรับของจากน้องสาวที่กระโปรงรถ
“มาถึงไวจัง พวกอีเจ้ยังมาไม่ถึงเลย” รินคุยกับน้องสาว
ถึงเหล่าหมู่มวลที่นัดกันว่าจะมาค้างคืนที่บ้าน ปล่อยให้พ่อเธอยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ นรีหันไปมองพ่อ
“พ่อขึ้นไปรอบนบ้านก่อนนะคะ” ริน
การัณพยักหน้ารับแล้วก้าวขึ้นบันไดไป
“พ่อ เอาถาดครัวซองในตู้เย็นออกมาวางบนโต๊ะในห้องครัวให้ด้วยนะ” รินะโไล่หลังในขณะที่กำลังรวบถุงต่างๆ ที่อยู่ท้ายรถ
ถึงแม้จะเป็คำสั่งห้วนๆ ของลูกสาวแต่มันก็เหมือนหยาดน้ำทิพย์ชโลมใจผู้เป็พ่ออย่างเขามากๆ ลูกคงใจอ่อนให้อภัยเขาบ้างแล้ว
______________________
อ้าวอีพี่แทนขโมยจูบกันซะงั้น
GAT มาจาก Genome Auto Translation อันนี้ไรท์คิดเองค่ะไม่รู้ว่าชีวิตจริงมีมั้ยนะ