การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่หลงฮัวกำลังคุ้มกันพ่อค้าอยู่นั้นก็ถูกดาบฟันเข้ากลางหลัง แม้ไม่ได้โดนเต็ม ๆ จนดาบฝังกลางหลัง แต่เืนั้นก็ค่อย ๆ อาบเต็มหลังของหลงฮัว
หลงฮัวยามนี้เสียหลักล้มลงกำลังจะถูกชายชุดดำลงดาบครั้งที่สอง มู่ไห่เฉินที่เห็นก็พุ่งตรงไปด้วยวิชาตัวเบาก่อนจะใช้กระบี่ปัดดาบนั้นไว้ หลังจากนั้นก็ฟันกระบี่บริเวณคอชายชุดดำอย่างแม่นยำ จนชายผู้นั้นต้องกุมคอเือาบก่อนร่างจะล้มลง
แต่ก็ไม่หมดเท่านั้นยังมีชายชุดดำหลายคนพุ่งเข้ามา ยามนี้ในสายตามู่ไห่เฉินเหลือเพียงสองสิ่ง นั่นคือเอาชีวิตรอด และปกป้องคนของสำนัก
ยามนี้ไม่ว่าชายชุดดำกี่คนที่เข้ามาก็ล้วนดับสิ้น คนเ่าั้ไม่อาจจะแตะต้องพ่อค้าหรือศิษย์สำนักบริเวณนี้ได้ มู่ไห่เฉินพอได้ขยับร่างตวัดกระบี่ จะใครหน้าใครก็ล้วนมิอาจต้าน
มู่ไห่เฉินหยิบกระบี่ที่ตกพื้นขึ้นมา พร้อมกับใช้เพลงกระบี่คู่ของสำนักอย่างคล่องแคล่ว การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความวุ่วาย คนแล้วคนแล้วค่อย ๆ ล้มตายมากไปกว่าครึ่ง และไม่นานก็เหลือเพียงไม่ถึงสิบคน คนที่ยังรอดต่างหวาดกลัวและหนีหายจากไป
เฮยอิงยามนี้พึงสังเกตเห็นหลงฮัวเือาบ แต่ยังคงสติไว้ได้ เขารีบพุ่งเข้ามาดูอาการศิษย์น้องด้วยความเป็ห่วง
ส่วนทางมู่ไห่เฉินยืนนิ่งเือาบเต็มตัว สองมือของเขาสั่นระริกไม่ยอมหยุด ราวกับยังจมอยู่กับกลางสนามรบ ตอนนี้คาดว่าเขาคงสังหารคนไปนับสิบ จิตใจของเขาตอนนี้กำลังสับสน
เฮยอิงมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าผู้ติดตามพ่อค้าตายหมดแล้ว ส่วนศิษย์สำนักตายไปสอง าเ็อีกหนึ่ง
เฮยอิงมุ่งตรงไปยังหีบสินค้า เขาเปิดหีบทุกใบอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งหีบใบหนึ่งมีทองอยู่เต็มใบ ใบหน้าของเขาโกรธแค้นอย่างมาก เขาชักกระบี่พุ่งตรงไปยังพ่อค้า กระบี่นั้นจ่ออยู่บนคอสั่นระริก แต่แล้วศิษย์ขั้นทะลวงชีพจรก็มาห้ามไว้
“ไหนเ้าบอกเป็การคุ้มกันสินค้นทั่วไปไง แล้วทองนี่มันอะไร นี่เ้ากล้าหลอกทางสำนักเพียงแค่ประหยัดค่าจ้างงั้งหรือ เห็นชีวิตพวกข้าไร้ค่าเช่นนั้นหรือ”
เฮยอิงกล่าวอย่างเดือดดาล แต่ก็เป็จริงดั่งที่ว่า หากทางพ่อค้าแจ้งว่าต้องคุ้มกันสินค้าที่มีมูลค่ามากมายเช่นนี้ ศิษย์ที่ร่วมเดินทางวันนี้ก็จะเป็อีกลำดับขั้น เพราะการขนส่งมีความเสี่ยงที่มากขึ้น
พ่อค้าตอนนี้สั่นเทารีบกล่าวขอโทษ ทั้งหมดนี่เขายอมรับผิดแต่โดยดี เขายินดีมอบทองครึ่งหีบให้หากส่งเขาไปถึงยังเมืองถัดไปได้
เฮยอิงที่ได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งหัวเสียแต่ก็ถูกห้ามปรามเอาไว้ เื่นี้พวกเขาไม่อาจจะตัดสินใจเองได้ ยิ่งการลงมือฆ่าผู้ว่าจ้างยิ่งเป็ไปไม่ได้ ผิดถูกเดียวทางสำนักจะลงมาจัดการเอง ที่สำคัญตอนนี้ต้องรีบนำคนเจ็บไปรักษา
ศิษย์ขั้นทะลวงชีพจรสำนักกล่าว ให้เฮยอิงและคนจำนวนหนึ่งแยกไปหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อรักษาตัว คนที่เหลือก็นำพ่อค้าและสินค้าเข้าเมืองตามกำหนด รุ่งเช้าพวกเขาจะกลับมาสมทบและพาคนเจ็บและคนตายกลับสำนัก
เฮยอิงแม้โกรธแค้นแต่ก็รับฟัง ดังนั้นตอนนี้คนคุ้มกันสินค้าจะเหลือเพียงศิษย์ขั้นทะลวงชีพจรผู้หนึ่งเป็ผู้นำทาง และศิษย์ขั้นฝึกปราณอีกสองคนโดยมีมู่ไห่เฉินด้วย
จริง ๆ แล้วจะยกเลิกภารกิจเลยก็ได้เพราะผู้ว่าจ้างทำผิดสัญญา แต่นี่ก็เดินทางมาไกลเกินครึ่งแล้วเลยจำใจต้องทำต่อให้สำเร็จ ส่วนพวกชายชุดดำก็คงอาจจะวกกลับมาได้หากรู้ว่ามีการคุ้มกันที่อ่อนแอลง แม้จะมีความเสี่ยงแต่หากแลกด้วยทองครึ่งหีบใหญ่นี่ก็อาจจะคุ้มค่าหรือไม่ ต้องรอทางสำนักตัดสินใจ
ก่อนค่ำพวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองอู๋หนานชุน ศิษย์ขั้นทะลวงชีพจรไม่รอช้ารีบส่งนกพิราบส่งสารกลับไปแจ้งข่าวสำนักทันที
พอรุ่งเช้าก็ได้จดหมายตอบกลับจากสำนัก คำสั่งมีเพียงแค่ให้พาทุกคนกลับสำนักโดยเร็ว เื่อื่นทางสำนักจะจัดการที่เหลือให้
ตลอดทั้งคืนมู่ไห่เฉินนอนแทบไม่ลง ภาพฉากการต่อสู้ยังฉายวนซ้ำไปซ้ำมา แม้กระทั้งเช้ามามือเขายังสั่นเทาไม่หาย แน่นอนว่าคนที่ทำงานออฟฟิตมานาน อยู่ ๆ จะเอากระบี่ฟาดฟันผู้คนเืสาดกระเซ็นก็คงจะทำใจได้ลำบาก
ศิษย์สำนักทั้งสามมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อไปสมทบการพวกเฮยอิง
เมื่อไปถึงพวกเขาก็ยืนยันแล้วว่าเราเสียศิษย์สำนักขั้นฝึกปราณไปสองคน และหลงฮัวอาการตอนนี้ก็ยังน่าเป็ห่วง ต้องรีบเดินทางกลับสำนักเพื่อให้ผู้าุโลู่ที่มีความชำนาญในการรักษาค่อยดูแลต่อไป
เหล่าศิษย์สำนักเดินทางกลับด้วยบรรยากาศโศกเศร้า แม้กระทั่งแววตาของเฮยอิงที่แน่นิ่งก็ยังสังเกตได้ถึงความขุ่นเคืองภายในจิตใจ
พวกเขาเดินทางถึงหมู่บ้านตีนเขา่เย็นก็มีผู้าุโลู่และศิษย์สำนักบางคนมารอรับอยู่ก่อนแล้ว
หลงฮัวนั้นต้องรักษาอาการที่นี่ทันที ส่วนศพศิษย์สำนักก็ต้องเดินทางไปยังบ้านของพวกเขา
ทางมู่ไห่เฉินและศิษย์บางคนก็เลือกที่จะกลับสำนักเพื่อพักผ่อน
การเดินทางตลอดทั้งวันทำให้มู่ไห่เฉินอ่อนล้า เมื่อเขามาถึงที่พักก็แทบจะล้มตัวนอน แต่เมื่อนึกถึงภาพวันก่อนใจก็ยังเต้นผวาไม่หยุด
มู่ไห่เฉินตอนนี้ลองมานึกย้อนกลับมามองตัวเองอีกครั้ง ความตั้งใจของเขานั้นเพียงแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกกลั่นแกล้ง ไม่ต้องไปอยู่ใต้อาณัติของใครอย่างเมื่อก่อน อยากมีชีวิตที่อิสระเป็ของตนเอง
แต่ทว่าหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นี้มา อาจจะต้องมาทบทวนอีกครั้ง ยุทธภพใบนี้อาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดหวังไว้ ต้องเตรียมใจรับมือกับสิ่งที่ยากจะคาดเดาในภายภาคหน้าให้ดี
รุ่งขึ้นมู่ไห่เฉินแม้จะตื่นสายแต่ก็ไปรายงานตัวปกติ ศิษย์ที่คอยตรวจเอกสารก็พบว่ามู่ไห่เฉินได้รับคำสั่งให้หยุดพักงานและไม่ต้องมารายงานตัวห้าวัน
มู่ไห่เฉินเมื่อได้ยินก็พอเข้าใจได้ ทางสำนักเองก็ควรมีเวลาพักให้บ้าง ยิ่งเป็ภารกิจแรก ๆ แล้วพบเจอเื่เช่นนี้ก็คงทำใจรับได้ลำบาก
ก่อนมู่ไห่เฉินจะจากมาก็ได้รับค่าตอบแทนจากภารกิจก่อนหน้า แม้นี่จะเป็เงินก้อนของเขา แต่อย่างไรเสียก็ไม่น่ายินดีเลยเสียนิด
ไหน ๆ ก็ว่างห้าวันแล้วจะทำสิ่งใดดี ให้ไปพบอาจารย์ยามนี้ก็ไม่มีใจจะฝึกยุทธ์ แต่หากเป็ที่สงบ ๆ สำหรับพักใจก็พอมีที่หนึ่ง
มู่ไห่เฉินขึ้นไปเหนือน้ำตกอีกครั้ง วิวทิวทัศน์ที่นี่ยังคงงดงามเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง ที่นี่ทั้งร่มรื่นและสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเสียจริง
มู่ไห่เฉินนอนลงจ้องมองท้องฟ้าเบื้องบนอันไกลโพ้น กลุ่มเมฆขาวยังคงเคลื่อนไปอย่างสงบ ราวกับโลกไม่เคยมีการเข่นฆ่าเกิดขึ้นมาก่อน
“ว่าไปแล้วป่านนี้ศิษย์พี่จะเป็เช่นไรบ้าง”
บรรยากาศเช่นนี้อยากให้ศิษย์พี่มานั่งคุยเล่นด้วยก็คงจะดี เสียงของท่านคงช่วยบรรเทาจิตใจได้หลายส่วน
มู่ไห่เฉินหลับตาลงปล่อยให้สายลมเย็นค่อย ๆ กล่อมเขาหลับไหลไปอย่างช้า ๆ
ตะวันสาดแสงผ่านช่องร่มไม้ไปมากระทบกับดวงตามู่ไห่เฉิน ดังเช่นแสงไฟปลุกให้มู่ไห่เฉินตื่นขึ้น
ภาพและเสียงธรรมชาติค่อย ๆ ดังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากมู่ไห่เฉินได้สติจากการหลับไหล นี่ถือว่าเป็การพักผ่อนที่ดี เื่ราวที่ผ่านมาเหมือนจะถูกชะล้างไปแล้วบ้างหลังจากได้มาพักผ่อนที่นี่
มู่ไห่เฉินลงจากน้ำตกตั้งใจจะไปหาลุงหลี่เพื่อพูดคุยเสียหน่อย
ระหว่างทางก็ได้พบเข้ากับไป๋ซูหลิง นางเองก็กำลังหามู่ไห่เฉินอยู่พอดี นางเข้ามาพูดคุยกับมู่ไห่เฉินด้วยท่าทีที่เป็ห่วง เหมือนว่าเื่ภารกิจนั้นนางคงจะรู้มาแล้ว
มู่ไห่เฉินรู้ดีว่านางคง้าปลอบ แต่ตอนนี้ตัวเขาก็รู้สึกดีขึ้นมามากแล้ว
ถึงแม้ไป๋ซูหลิงจะได้ยินเช่นนั้น แต่นางก็มีท่าทีเป็เดือดเป็ร้อนที่พ่อค้าหน้าเืคนนั้นกล้าหลอกทางสำนัก หากนางพบพ่อค้าผู้นั้น คงจะได้เอากระบี่จ่อคอให้เขาสำนึกผิดนับพัน ๆ ครั้ง
มู่ไห่เฉินรู้ดีว่านางไม่ทำเช่นนั้นจริง ๆ หรอก แต่หากการปลอบใจของนางนั้นก็เป็เช่นนี้
มู่ไห่เฉินสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์ที่เสียชีวิตบ้าง ไป๋ซูหลิงน้ำเสียงเบาลง นางกล่าวว่าคนที่มีครอบครัวทางสำนักจะส่งทรัพย์สินของเขาให้กับทางครอบครัว รวมทั้งจะมีเงินจำนวนหนึ่งให้ทางครอบครัว
“เ้าจะต้องรอดกลับมาเสมอนะ”
อยู่ ๆ ไป๋ซูหลิงก็กล่าวเช่นนี้ออกมา ทำให้มู่ไห่เฉินอ้ำอึ้ง ก่อนจะตอบรับคำอย่างเชื่อฟัง
นางยิ้มแต่แววตานั้นมีความเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
ไป๋ซูหลิงกล่าวนางมีภารกิจต้องออกไปทำนอกสำนักหลายวัน แต่มู่ไห่เฉินไม่ต้องเป็ห่วง เพราะนางเพียงจะออกไปคำนับและมอบของขวัญเ้าสำนักคุ้มภัยหมื่นลี้กับบิดาของนางเนื่องในวันครบรอบหกสิบปีเพียงเท่านั้น
มู่ไห่เฉินเพียงกล่าวให้นางดูแลตัวเองให้ดี หากกลับมาแล้วก็อย่าลืมแวะกลับมาทักทายเขาหน่อย
ไป๋ซูหลิงตอบตกลงก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างร่าเริงในแบบที่นางเป็เสมอมา ภาพเช่นนี้มู่ไห่เฉินอยากให้นางเป็เช่นนี้ตลอดไป หวังว่าโชคชะตาจะคุ้มครองสหายผู้นี้ให้รอดพ้นปลอดภัย