ในเมืองร้างที่มีเพียงเด็กจรจัด คนยากไร้ และซากตึกที่ถูกทอดทิ้ง มีรถหนึ่งคันขับผ่านมา มีสายตาของฝูงคนมองมาที่รถด้วยแววตาที่ชวนให้ขนลุก ก่อนที่รถคันนั้นจะมุ่งเข้าไปในตรอกซอยแห่งหนึ่ง และเมื่อพ้นออกไปก็พบกับโรงงานที่มีการคุ้มกันจากชาวเมืองที่เป็ยามสองคนยืนเฝ้าอยู่
"หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน" ยามหนึ่งคนยกมือขึ้นพูด ก่อนที่อีกคนจะเดินไปข้างรถ
"ลดกระจกลงและบอกเหตุผลที่มาที่นี่ด้วย"
กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงเผยให้เห็น Synthetic กระดูกเหล็กผู้เป็คนขับ "ผมมาตามที่ผู้นำของคุณนัดเอาไว้ครับ" S-12 กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"Arcus เหรอ... พวกคุณมาจริงๆ ด้วย ลูกผมชอบคุณมากนะครับ หมายเลข 12" ยามคนนั้นเดินถอยออกมาและส่งสัญญาณมือให้คนเฝ้าประตูเปิดทางให้พวกเขาเข้าไป
S-12 เคลื่อนรถเข้าไปด้านในโรงงานก่อนจะจอดลง เมื่อประตูรถเปิดออก S-12, เพวเน่, ฮิมารุ และ เมล์ เอมิลี่ เลขานุการของจอมพล ก็พากันลงมาจากรถ พวกเขาเดินเข้าไปในโรงงานโดยมีผู้คนต้อนรับอย่างดี ภายในโรงงานมีเสียงกระซิบมากมายพูดถึงผู้ที่ทุ่มเทเพื่อ Unbash โดยไม่หวังผลตอบแทน หรือบางคนก็นินทาไปเรื่อย เมล์ได้ยินทุกคำพูดแต่ไม่ใส่ใจอะไร ก่อนที่พวกเขาจะต้องหยุดลงที่กลางโถงหลักของโรงงาน
"เดินมาได้แค่นั้นแหละ พวกคุณยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปมากกว่านี้" มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนเธอจะเดินออกมาจากมุมมืด้าและมองลงไปหาพวกเขา
"เด็กเหรอ? เธอเป็คนคุมที่นี่เหรอ?" เพวเน่ถามเสียงห้าว
"ใช่แล้ว! ฉันเอง! พวกเธอมาตามที่หัวหน้าบอกสินะ ถ้างั้นกองกำลังของพวกเราก็พร้อมแล้ว" เด็กสาวพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ พยายามเก๊กท่าทางให้ดูจริงจัง
"ไม่รู้พวกต่อต้านทำงานกันยังไง แต่เอาเด็กมาเป็คนคุมกำลังรบแบบนี้มันก็..." S-12 พึมพำเบาๆ อย่างเป็ห่วงตามประสาคนทั่วไป
เมล์ขัดขึ้นมา "ก็นี่คือผลที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมไงคะ" เมล์เดินเปิ่นๆ ขึ้นมายืนด้านหน้าของกลุ่ม "นี่สาวน้อย ฉันถูกส่งมาเพื่อพบหน้ากับหัวหน้าของเธอ เขาอยู่ที่นี่ไหมคะ?"
เด็กสาวทำหน้าอ้ำๆ อึ้งๆ แล้วตอบกลับไป "ไม่หรอก เขาไม่อยู่! หรืออยู่ฉันก็บอกว่าไม่อยู่!"
"แสดงว่ารอเราอยู่แล้วสินะ" เพวเน่พูด กลุ่มต่อต้านทุกคนกุมขมับกับความไร้เดียงสาของเด็ก
มีชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาหาเด็กคนนั้น "ยู พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าเขาถามอะไรเกี่ยวกับแม่ให้บอกว่าไม่อยู่เฉยๆ ..." คนที่อ้างตัวว่าเป็พ่อลูบหัวเด็กคนนั้นก่อนจะพูดแทนเธอ
"ใช่ หัวหน้าของเราอยู่ แต่เธอ้าคุยกับแค่เขาตรงนั้น" ชายคนนั้นชี้ไปที่ฮิมารุ
"ผมจะยอมไป ถ้าคุณอนุญาตให้พวกเขาตามผมมาด้วยครับ" ฮิมารุสวนกลับทันทีด้วยท่าทางใจเย็นและมีเหตุผล
ชายคนนั้นก็ทำท่าอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนลูกสาวไม่มีผิด "ไม่เห็นเท่แบบที่ฉันคิดเลยแฮะ..." ชายคนนั้นกระซิบกับตัวเอง ก่อนจะกระแอมเสียง "งะ...งั้นก็ได้ พวกนายขึ้นมาได้เลย..."
"S-12 อยู่ด้านล่างนี้ ฉัน้าให้คุณสำรวจโรงงานนี้ ดูว่ากำลังรบใหม่ของเราเป็ยังไงบ้าง" เมล์พูดสั่ง S-12 จากนั้นทุกคนก็พากันเดินขึ้นไป้า
จากนั้นก็มีคนวิ่งเข้ามาหา S-12 และพาเขาไปทัวร์ในโรงงาน ส่วนคนอื่นๆ ก็เข้าไปในห้องของหัวหน้าที่มีกระจกสามารถมองเห็นการทำงานเบื้องล่างได้ หัวหน้าของกลุ่มต่อต้านกำลังยืนมองด้านล่างอยู่ก่อนที่จะมีเสียงประตูเปิดขึ้น
"ฉันกำลังรอเธออยู่เลย..." หัวหน้าพูดก่อนจะมีเสียงขัด
"ไม่ใช่ที่รัก ผมเอง พวกเขากำลังเดินตามมาต่างหาก" ชายคนนั้นพูด หัวหน้าหันมาทำหน้าเขินทันที "ก็คุณหันหน้าทำท่าเท่แบบนั้น จะไปรู้ได้ไงว่าใครมาเล่า" เขาพูดก่อนจะโดนเก้าอี้ปาใส่เต็มหน้า
เพวเน่ที่เดินตามมาเห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตา "ดูทรงครอบครัวนี้จะมึนกันทั้งบ้านเลยแฮะ...แฮะๆ" เพวเน่ขำแห้ง
เมื่อทุกคนเดินเข้าไปในห้องแล้ว หัวหน้าก็พูดขึ้น "ฉันกำลังรอนายอยู่เลย คานาตะ ฮิมารุ" เธอหันหน้ามามองไปที่ฮิมารุ
"อะ...อ้าว แล้วฉันล่ะคะ?" เมล์ถามแล้วชี้ตัวเอง "ฉันเป็ถึงคนของจอมพลเลยนะ! อย่าเมินกันสิ!"
หัวหน้ากลุ่มต่อต้านเดินผ่านทุกคนไป ตรงไปหน้าฮิมารุแล้วจับไปที่ใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน ปล่อยให้เพวเน่คอยห้ามเมล์ที่กำลังโวยวายอยู่ด้านหลัง
"เรารู้จักกันเหรอครับ?" ฮิมารุถาม
"คือแบบ...เื่นั้น" ชายที่ยืนข้างๆ พูด "เอาจริงดิ นายจำหน้า—" ก่อนที่เขาจะพูดต่อก็ถูกหัวหน้าเอามือปิดปากเอาไว้
"ใช่ เราเคยเจอกัน นานแล้วด้วย...ฮ่าๆ" หัวหน้าพูดขึ้น และพยายามเอามืออุดปากสามีตัวเองอยู่
"คานาตะ เซริ พี่สาวนายไงไอ้เบือก" เพวเน่พูดแทรกขึ้นมาห้าวๆ ทุกคนในห้องจับจ้องมองไปที่เธอทันที
"เธอรู้ได้ไงน่ะ?" เมล์ถาม
"ใช่ๆ รู้ได้ไงอ่ะ" เซริถามตาม
"ก็ตอนที่เธบอกว่าไม่ให้เจาะระบบตามตัว ฉันทำเสร็จั้แ่วินาทีแรกที่มือจับคีย์บอร์ดแล้วนี่" เพวเน่ตอบหน้าตาย ปล่อยให้ฮิมารุที่ช็อกที่สุดยืนค้างอยู่
เซริหันหน้ากลับมาหาฮิมารุแล้วทำท่าทางเดินออกห่างเล็กน้อย "ฟังนะมิรุ... พี่...ขอโทษกับเื่—" เธอยังพูดไม่จบ ฮิมารุก็เข้าสวมกอดเธอทันที
S-12 เดินตามทุกคนมาทีหลัง ก่อนที่เขาจะเดินมาเจอภาพตรงหน้า เขาแสดงความใส่ใจแบบมนุษย์ด้วยการหลบมุมไปยืนรอหน้าประตูแทนเพื่อให้อิสระกับพวกเขา
"เธอ...ไม่โกรธพี่เหรอ?" เซริถาม
"ผมไม่เคยโกรธเลยครับ ไม่ว่าพี่กับเคนจิจะแกล้งมากแค่ไหน หรือที่พี่เฮนรี่ชอบว่าเื่ผมเป็ต้นเหตุที่ทำให้แม่ต้องตาย... ผมคิดเสมอว่าแม่คงไม่อยากให้พวกเราต้องทะเลาะกัน" ฮิมารุพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมระคนอบอุ่นพลางกลั้นน้ำตาและกอดพี่สาวของเขาไว้แน่น
"มิ...มิรุ พี่...หายใจ...ไม่ออก" เซริหน้าเขียวแล้ว
"ผะ...ผมขอโทษครับ!" ฮิมารุปล่อยมือทันที
ทุกคนถูกชวนไปที่โรงอาหาร ก่อนจะพบผู้คนมากมายตามทาง ส่วนใหญ่แล้วมีแต่คนข้างถนนและเหล่าคนที่เลือกสู้เพื่อความเป็อยู่ของตน พวกเขาคือด้านมืดที่ The Unbash ไม่อยากให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ เมื่อถึงโรงอาหารและนั่งลง เซริก็แนะนำตัวอย่างเป็ทางการ
"ยินดีที่ได้พบพวกคุณนะคะ S-12 ผู้นำของ Arcus และคุณเพวเน่ อดีตคนของ Libertiria ฉัน คานาตะ เซริ ลูกลำดับที่ 2 ของตระกูล อดีตของฉันเคยเป็เ้าของห้างดังในเมืองโซน C มาก่อนค่ะ"
"แล้...แล้วฉันล่ะ ไม่สำคัญหรือไงคะ?" เมล์ถามแล้วชี้มาที่ตัวเอง แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
เซริผายมือไปที่ชายคนที่ยืนข้างเธอ "คนนี้คือ เรลีน แมนเดรส ค่ะ เป็สามีฉันเอง"
"แมนเดรส!?" S-12, เมล์ และเพวเน่ ใร้องดังลั่นโรงอาหารทันที
"ทุกคนใจเย็นๆ ก่อนครับ ผมรู้ว่าพี่ชายของผมเป็คนยังไง แต่ได้โปรดอย่าเอาการกระทำของพี่มานับรวมกับผมเลยนะครับ..." เรลีนยกมือไหว้และยิ้มกลบเกลื่อนให้ทุกคน พยายามทำท่าจริงจังแต่ในใจเขากำลังกลัวจะโดนกระทืบอยู่
ฮิมารุลุกขึ้นไปคว้าคอเสื้อเขาทันทีและมองด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "เดี๋ยวก่อนมิรุ! ใจเย็นๆ ก่อน!" เซริรีบเข้าไปห้าม และทหารยามก็รีบวิ่งเข้ามาเอาปืนจ่อฮิมารุจากทุกทิศทันที
"ทุกคนใจเย็นก่อน!" เซริะโออกมา ทหารยามจึงลดปืนลง
"ได้ยินที่เซริพูดแล้วนี่ครับ ฮิมารุ... วางผมลงเถอะนะ ผมไม่ใช่พวกชอบการต่อสู้หรอก..." เรลีนพูด ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยลง
"ฉันไม่รู้ว่าพี่ชายนาย้าอะไร ถ้านายไม่ได้เป็แบบเขาจริง ก็รีบๆ พูดมาซะ" ฮิมารุพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเดินกลับไปนั่งลง
"ก่อนที่จะเล่าเื่... ผมอยากจะรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกสาวของพวกคุณเหรอ?" S-12 เอ่ยถาม
"ถูกต้องครับ เธอคือ ยูเซนะ พวกเรายังเถียงกันอยู่เลยว่าควรจะใช้นามสกุลใครดี" เรลีนตอบก่อนเขาจะทำหน้าจริงจังขึ้น "ผมจะไม่ขอเสียเวลาแล้วกัน น้องเขยของผมดูจะไม่พอใจในตัวผมอยู่" เรลีนเหลือบตาไปมองฮิมารุก่อนจะพูดต่อ "แหล่งข่าวของผมทราบมาว่า พี่สาวของเซริและฮิมารุ... คานาตะ มารินะ ถูกพี่ชายของผมจับตัวไป เซริจึงติดต่อไปหาพวกคุณเพราะคาดว่าฮิมารุจะไม่อยู่เฉยแน่ และมันก็เข้าทางพวกเราที่กำลังหาทางทำลายการปกครองของเมืองโซน A พอดี ผมในฐานะรองผู้นำของกลุ่มต่อต้าน จึงจะขอสนับสนุนหน่วย Arcus อย่างสุดความสามารถครับ" เรลีนพูดจบก็หันไปหาเซริทันที "เมื่อกี้ผมเท่ไหม?"
เซริรีบเตะขาเขาผ่านใต้โต๊ะทันที เพื่อบอกให้จริงจังหน่อย "ตามที่เรลีนพูดเลยค่ะ แต่ก็มีข้อแม้อย่างที่ทราบ พวกเราจะโจมตีทันทีที่พร้อมโดยไม่รอคำสั่งของพวกคุณ เพราะฉะนั้นการอพยพผู้คนจะต้องเป็หน้าที่ของคุณค่ะ" เซริพูดต่อ
"แล้วค่าตอบแทนหากพวกเราได้รับชัยชนะจะเป็อะไรคะ?" เมล์พูดขึ้นตามหน้าที่เลขานุการ
เซริหันหน้าไปหาเธอ "อ้าว เลขาท่านจอมพลมาด้วยเหรอคะ?"
"นี่ไม่สนใจกันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!" เมล์ลุกขึ้นยืนพยายามจะไปเอาเื่แบบโก๊ะๆ แต่เพวเน่ห้ามเอาไว้
"ค่ะ ค่าตอบแทนฉันไม่ได้คิดไว้เลย... แต่ถ้าเป็...การที่เราสามารถเข้าใช้งาน DEP ของกองทัพและปรับแต่งได้ล่ะคะ?" เซริใช้นิ้วจิ้มคางของเธอแล้วมองเมล์ด้วยตาใสซื่อแบบมึนๆ
เมล์นั่งลง "ระ...เื่นั้น...มันใหญ่เกินกว่าฉันจะตัดสินใจได้ค่ะ..." เมล์พูดก่อนจะหยิบเครื่องสื่อสารออกม
"หยุดดดด!! ค่ะ!!" เซริรีบเบรกเมล์ทันที "ห้ามใช้เครื่องสื่อสารในนี้นะคะ!" เธอกล่าวห้าม
"คุณหนูกลัวจะโดนระบุตำแหน่งงั้นเหรอคะ~?" เมล์พูดแซวเปิ่นๆ
"เปล่านะคะ คนที่นี่เขาไม่เคยเห็นของแบบนั้นมาก่อน ถ้าโชว์ออกมามั่วๆ พวกเขาจะมาขอฉันใช้บ้างน่ะสิ..." เซริทำหน้าเขินอาย เอานิ้วชนกันด้วยความงก
"พี่ก็ยังงกเหมือนเมื่อก่อนเป๊ะเลยนะ..." ฮิมารุพูดเอือมๆ
"เื่นั้นก็ไม่เป็ปัญหาหรอก น่าสนใจดี เดี๋ยวฉันสร้างใหม่ให้ทุกคนเลยก็ได้" เพวเน่พูดอย่างแมนๆ
"พูดจริงเหรอ!" อยู่ๆ ก็มีฝูงคนวิ่งเข้ามารุมเพวเน่ทันที "เธอพูดจริงเหรอ!" พวกไทยมุงรีบยกเพวเน่พาออกไปจากวงพูดคุยทันที
"เฮ้ย! เดี๋ยว! ปล่อยฉันลง!" เพวเน่โวยวาย "ฉันยอมทำให้ แต่พวกนายต้องจ่ายตังค์ด้วยนะโว้ย!" ทันทีที่เพวเน่พูดออกมา ทุกคนก็โยนเธอทิ้งลงพื้นทันทีแล้วแยกย้ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ขี้งก!" มีเสียงคนดังขึ้นมา ก่อนเพวเน่จะเดินบ่นอุบกลับไปนั่งที่เดิม
"เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวให้ท่านจอมพลออกงบให้ก็แล้วกัน" เมล์พูดพร้อมวางเครื่องสื่อสารลงกลางโต๊ะ
"ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวฉันจ่ายเอง" เซริพูด
เครื่องสื่อสารเปิดขึ้นก่อนจะขึ้นภาพท่านจอมพลขึ้นมา จากนั้นเซริก็ได้อธิบายเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนการให้กำลังพลกับท่านจอมพลไป
"เข้าใจแล้วครับ... มีพวกคุณหลายคนเหมือนกันที่ผมนับถือ พวกคุณกลุ่มต่อต้านก็นับเป็เหมือนคนดีจากใจจริงเฉกเช่นผม ผมอนุมัติให้กลุ่มต่อต้านเข้าถึงเครื่องมือ อาวุธ และ DEP ทั้งหมดของเราได้ครับ" จอมพลตอบรับด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและใจดี "อนาคตของ Zainan ขึ้นอยู่กับพวกเรา ผมยินดีที่ได้ช่วยพวกคุณปั้นอนาคตที่ดีให้เป็จริง" ท่านจอมพลกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะตัดการสื่อสารไป
"ถ้าเสร็จแล้ว พวกเราก็ควรไปกันเถอะ" S-12 พูดขึ้น
"เดี๋ยวก่อนครับ ผมมีอีกอย่างที่อยากให้พวกคุณได้เห็น" เรลีนพูด
ทีม Arcus ต่างมองหน้ากัน ก่อนพวกเขาจะเดินตามไป ด้านในโรงงานนั้นมีชั้นใต้ดินอยู่อีกชั้น เซริเดินไปเปิดสวิตช์ไฟขึ้นก่อนจะโชว์อาวุธลับให้ทุกคนได้เห็น
"นี่มันอะไรกันเนี่ย?!" เพวเน่พูดแล้ววิ่งเข้าไปหาราวกับเด็กเจอของเล่นทันที
"ไม่น่าเชื่อ... พวกคุณทำได้ยังไงกันครับเนี่ย" S-12 พูดพรางแสดงความทึ่งกับสิ่งที่เห็น
เบื้องหน้าของพวกเขานั้นก็คือ หุ่นรบ DEP แต่ขนาดเล็กลง มีหลายตัวที่ยังอยู่ในสภาพกำลังสร้างและมีเพียงโครง อยู่ในโรงเก็บในสภาพที่ใช้งานไม่ได้
"DEP Scout Class ครับ ตัวเล็กลง เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพเท่าเดิม และยังมีความสามารถเปลี่ยนร่างเป็ยานรบได้ ขนาดโดยเฉลี่ยคือ 18 เมตร" เรลีนอธิบายพร้อมพาทุกคนเดินชม
"พวกเราทำได้แค่โครงนอกค่ะ เื่พลังงานเรายังคิดไม่ออกว่าจะทำให้ M.T.I หดขนาดลงแล้วนำไปใส่ในหุ่นพวกนี้ได้ยังไง" เซริเสริม "แต่พอเห็นคุณเพวเน่แล้ว ฉันเลยคิดว่าเธอน่าจะช่วยทำอะไรได้บ้าง"
"ก็คือพี่จะขอตัวเธอให้มาทำงานที่นี่เหรอครับ?" ฮิมารุถามอย่างเข้าใจเหตุผล
"เปล่าจ้ะ พี่จะให้พิมพ์เขียวกับช่างของพี่ไป ที่นี่มันกว้างไม่พอหรอก" เซริพูด
"ถ้างั้นพี่จะมากับพวกผมไหมครับ?" ฮิมารุถามต่อ
"แน่นอนอยู่แล้ว แต่พี่ยังต้องดูแลกลุ่มต่อต้านอีกหลายที่ พี่คงตามไปตอนนี้ไม่ได้หรอก" เซริรับพิมพ์เขียวมาจากเรลีน แล้วจับมือฮิมารุขึ้นมาก่อนจะวางพิมพ์เขียวให้ "ไปช่วยมารินให้ได้นะมิรุ" เซริเอ่ยขอร้องด้วยใบหน้าที่มีความหวังเต็มเปี่ยม
"ครับ" ฮิมารุรับปากก่อนทีม Arcus จะพากันกลับไป และสมทบมาด้วยขบวนของกลุ่มต่อต้าน
เมื่อกลับมาถึงฐาน S-12 ก็ได้พาเหล่าทหารจากกลุ่มต่อต้านมาแนะนำส่วนต่างๆ ด้วยความเป็กันเอง ทำให้กลุ่มต่อต้านรู้สึกดีใจมากๆ พวกเขาไม่เคยเข้าถึงเทคโนโลยีเยอะขนาดนี้มาก่อน พวกเขาหลายคนถึงจะยังเด็กแต่ก็มีความสามารถเฉพาะตัวสูงมากๆ และหลายคนยังใช้ปืนของกองทัพได้โดยไม่ต้องสอนอะไรเยอะอีกด้วย
เคเดินออกมาจากฐานแล้วตรงไปหาฮิมารุทันที "คานาตะ...แผลเป็ยังไงบ้าง?" เคถามด้วยความเป็ห่วง
ฮิมารุหันไปมองหน้าเธอก่อนจะนึกถึงเื่ที่เพิ่งผ่านมาที่เขาเพิ่งได้เจอพี่สาวที่หายไป ฮิมารุเดินเข้าไปหาเคก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ฉัน.... ฉันขอโทษนะที่ไม่ยอมฟังเธอ... ฉันให้อภัยเธอแล้วล่ะ"
เคที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจจนไม่คิดอะไรแล้วเข้ากอดเขาทันที "โอ๊ย! เค แผลฉันยังไม่หายนะ!" ฮิมารุร้องด้วยความเจ็บแสบ เคจึงรีบปล่อยมือ "ขะ...ขอโทษนะ นายคงจะคอแห้งสินะ เดี๋ยวฉันชงชาสูตรของ A-5 ให้" เคเดินลากฮิมารุเข้าฐานไป "เดี๋ยว...ฉันเพิ่งจะกินมา—" แต่ฮิมารุก็โดนลากไปซะแล้ว
เรย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กับ A-5 ในห้องปฏิบัติการก็พูดขึ้น "หมอนี่ใช้เวลาตั้ง 3 เดือนกว่าจะยอมคุยกับเค แล้วฉันล่ะ"
"ชาติหน้าไง~" A-5 พูดกวนประสาทกลับหน้านิ่งตามสไตล์
ในบริเวณนั้นยังมีเพวเน่และ S-12 ที่เห็นเหตุการณ์ พวกเขายิ้มยินดีที่ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง จากนั้นเพวเน่จึงรีบมองไปอีกทางทันทีเพราะเธอมั่นใจ และสิ่งที่เธอคาดไว้ก็เป็จริง Nuro ในแววตาสีทองของมันได้สว่างขึ้นเป็สีฟ้าก่อนจะดับวูบลง
"รอบนี้ยัยนั้นต้องยอมคุยกับฉันแน่" เพวเน่พูดอย่างมั่นใจ
