แสงเงินแสงทองอันอบอุ่นของรุ่งอรุณฤดูหนาวค่อยๆ ทอแสงขับไล่ความมืดมิดออกจากหุบเขาแม่น้ำลัวร์ หิมะสีขาวโพลนที่ตกโปรยปรายเมื่อคืนเริ่มจับตัวเป็เกล็ดน้ำค้างแข็งสะท้อนประกายวิบวับอยู่บนกิ่งก้านของต้นเมเปิลโบราณรอบปราสาท Château de la Croix ลมหนาวภายนอกยังคงพัดพากระแสความะเืผ่านแนวกำแพงหินแกรนิต ทว่าภายในห้องนอนใหญ่ชั้นบนสุด บรรยากาศกลับยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะและละอองความรักที่เพิ่งมอดดับลงไปไม่กี่ชั่วโมง
มะปรางขยับกายเรียวสวยใต้ผ้าห่มขนนกหนานุ่ม ผิวกายเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งยังคงหลงเหลือรอยรักสีกุหลาบจางๆ ที่สามีฝากฝังไว้เมื่อคืน เธอค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นอย่างที่สุด ช่องทางรักที่ยังคงชุ่มชื้นและอุ่นซ่านทำให้เธอลอบอมยิ้มบางๆ แก้มเนียนซับสีระเรื่อเมื่อนึกถึงบทรักอันกระชั้นรัวและเสียงร้องครางอย่างยอมจำนนที่เธอป้อนให้เขาบนเตียงหลังนี้
"ตื่นแล้วหรือครับเด็กดี..."
เสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งที่สอดเข้ามาโอบกอดสะโพกมนของเธอจากด้านหลัง ชานนท์ซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนมะปรางครางแ่ในลำคอด้วยความซ่านสยิว
"พี่นนท์... ตื่นนานแล้วหรือคะ?" มะปรางพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนรัก มือบางลูบไล้ไปตามแนวสันกรามคมเข้มที่เริ่มมีไรหนวดบางๆ ขึ้นครึ้ม
ชานนท์ไม่ตอบทว่ากดริมฝีปากลงจูบหน้าผากมนหนักๆ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง แววตาคมกริบของเขาแม้จะเปี่ยมด้วยความเสน่หา ทว่าลึกๆ กลับแฝงความตึงเครียดและจริงจังจนมะปรางััได้
"มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะพี่นนท์? สีหน้าพี่ดูไม่ดีเลยั้แ่เมื่อคืน..." มะปรางถามด้วยความห่วงใย ดวงตากลมโตสบตาเขาอย่างค้นคว้า
ชานนท์ถอนหายใจยาวพลางลูบไล้แผ่นหลังเนียนลื่นของภรรยาเบาๆ "เมื่อคืนนี้... ระบบเซิร์ฟเวอร์ควบคุมความปลอดภัยของสปาเราในปารีสโดนเจาะระบบอย่างหนักครับ เวย์เพิ่งกู้คืนระบบและบล็อกการโจมตีได้หวุดหวิด และที่สำคัญ..." ชานนท์หยุดชะงัก แววตาเย็นะเืลง "พี่เห็นเงาคนเดินอยู่แถวชายป่าหลังปราสาทเมื่อคืนนี้ มันประจวบเหมาะกับที่หน้ากากทองคำของสโมสรปิดมาโผล่อยู่ในห้องเราเกินไป"
คำบอกเล่าของสามีทำให้มะปรางหนาวสะท้านขึ้นมาทันที มือบางกุมมือหนาของเขาไว้แน่น "พวกมันตามเรามาถึงฝรั่งเศสเลยหรือคะ..."
"ไม่ต้องกลัวนะครับเมียรัก พี่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องปรางเด็ดขาด" ชานนท์เอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาดพลางเอื้อมมือไปหยิบแหวนเงินเกลี้ยงวงเล็กและชิปสีดำกลมๆ ขนาดเท่ากระดุมเสื้อจากโต๊ะข้างเตียงส่งให้เธอ "นี่คือแหวนส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ลิงก์ตรงกับโทรศัพท์ของพี่และเวย์ แค่กดปุ่มเล็กๆ ด้านข้าง ระบบจะส่งพิกัดช่วยเหลือกู้ภัยทันที ส่วนชิปตัวนี้ให้ใส่ไว้ในกระเป๋าเครื่องมือนวดหรือซ่อนไว้ในเสื้อผ้านะครับ มันคือเครื่องติดตามจีพีเอสระบบดาวเทียม"
มะปรางพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะสวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอทันที ความจริงจังและการปกป้องของสามีทำให้ความกลัวในใจแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นและเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหมดหัวใจ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ชานนท์และมะปรางก็เดินลงมายังห้องโถงด้านล่างตามคำเชิญของท่านทูตฌอง (Jean) บรรยากาศภายในห้องโถงหินอ่อนปูพรมถักมือสีแดงเข้มสไตล์ฝรั่งเศสโบราณดูโอ่อ่าแต่เงียบสงบ เตาผิงขนาดใหญ่ส่งเสียงปะทุของฟืนไม้สนเบาๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวลต้อนรับรุ่งเช้า
"สวัสดีครับ คุณชานนท์ คุณมะปราง หวังว่าเมื่อคืนจะหลับสบายดีนะ"
ท่านทูตฌองเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ ใบหน้าของชายวัยกลางคนสวมสูทลินินสีเทาเรียบหรูดูอ่อนโยนทว่าฉายแววผู้มีบารมี ข้างกายของเขาคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัด คิ้วเข้มหนา และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกสไตล์ชาวยุโรป ผู้นั้นคือ "หลุยส์" (Louis) ลูกชายวัย 28 ปีของท่านทูต
หลุยส์ยืนนิ่ง ท่าทางของเขาเคร่งขรึมและค่อนข้างเกร็งเกดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม แผ่นหลังหนาดูค่อมลงเล็กน้อยคล้ายคนกำลังแบกรับภาระที่หนักอึ้งเอาไว้
"นี่หลุยส์ ลูกชายของผมเอง ่นี้เขาต้องรับหน้าที่ประสานงานและเจรจากลุ่มธุรกิจการเงินกับทางผู้บริหารสโมสรปิด 'The Golden Mask Club' ในค่ำคืนนี้เลยทำให้เครียดสะสมหนักมาก" ท่านทูตฌองหันไปสบตากับมะปรางด้วยแววตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ "กล้ามเนื้อบ่าและหลังของเขาเกร็งตึงจนแทบหันคอไม่ได้เลยครับ ยิ่ง่สะบักนี่แข็งเหมือนแผ่นหิน ผมเลยอยากจะขอความกรุณาจากคุณมะปราง... ช่วยใช้ศาสตร์การนวดระดับโลกของคุณช่วยบำบัดรักษาคลายจุดให้เขาหน่อยได้ไหมครับ?"
คำขอของท่านทูตทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันขึ้นมาทันที
ชานนท์ขยับก้าวเข้ามายืนบังหน้าร่างของมะปรางไว้ครึ่งตัว มือหนาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้าแนบข้างกาย แผ่รังสีคุกคามและหวงก้างสะกดสายตาทุกคู่ในห้อง แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหลุยส์ราวกับกำลังประเมินและเตือนอาณาเขตอย่างชัดเจน แม้กระทั่งหลุยส์เองยังลอบกลืนน้ำลายรู้สึกเกรงกลัวในท่าทีเด็ดขาดและดุดันของชายหนุ่มตรงหน้า
ชานนท์ก้มลงกดริมฝีปากจูบขมับของมะปรางเบาๆ ต่อหน้าท่านทูตและหลุยส์ ก่อนจะปัดเศษเส้นผมออกจากบ่าเนียนของเธอราวกับกำลังประกาศสิทธิ์อย่างโจ่งแจ้ง
"มะปรางเป็ภรรยาของผม... และฝีมือการนวดของเธอมีไว้สำหรับผู้รับบริการวีไอพีระดับสูงสุดเท่านั้น" ชานนท์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดทว่าสุภาพ "เพื่อความปลอดภัยและความเป็ส่วนตัวของภรรยาผม ผมยินดีให้มะปรางรักษาลูกชายของท่านทูตในเช้าวันนี้... แต่ผมจะขอเข้าไปอยู่และเฝ้าสังเกตการณ์ในห้องนวดด้วยตัวเองตลอดเวลา หวังว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรนะครับ?"
หลุยส์เงยหน้ามองชานนท์พลางฝืนยิ้มบางๆ พยักหน้าตกลง "ไม่มีปัญหาแน่นอนครับคุณชานนท์ ผมต้องขอขอบคุณภรรยาของคุณล่วงหน้าด้วยซ้ำที่สละเวลามาช่วยรักษาอาการแย่ๆ นี้ให้ผม"
มะปรางลอบยิ้มหวานด้วยความขบขันระคนแสนรักในความขี้หึงฟัดเหวี่ยงของสามี เธอรู้ดีว่าชานนท์ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เนื้อตัวเธอโดยไม่มีเขาอยู่ข้างๆ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เข้าใจดีว่านี่เป็จังหวะที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความไว้วางใจและล้วงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบสโมสรปิดสวมหน้ากากทองคำจากหลุยส์
เซสชันนวดบำบัดถูกจัดขึ้นภายในศาลาเรือนกระจกข้างปราสาท (Glasshouse) ซึ่งทำหน้าที่เป็ห้องกรีนรูมสำหรับพักผ่อน บรรยากาศภายในศาลาเรือนกระจกอบอุ่นด้วยฮีตเตอร์และเตาผิงไฟฟ้า รายล้อมไปด้วยไม้ใบสีเขียวชอุ่มและดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกประดับไว้ มองออกไปเห็นทิวทัศน์หิมะขาวโพลนรอบคฤหาสน์และแนวดงป่าทึบหลังปราสาทที่ทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
หลุยส์ถอดเสื้อคลุมทิ้งไว้ เหลือเพียงกางเกงสีกากีขายาว ร่างหนาสูงใหญ่สไตล์สปอร์ตแมนยุโรปนอนคว่ำหน้าลงกับเตียงนวดไม้โบราณที่ปูลาดผ้าขนหนูสีขาวหนานุ่มชื้นแฉะไปด้วยไออุ่น ชานนท์นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้หวายโบราณมุมห้อง สายตาคมกริบจ้องมองร่างของหลุยส์และภรรยาเขม็งไม่วางตาประหนึ่งผู้คุมนักโทษ
มะปรางหยิบขวดน้ำมันสมุนไพรอุ่นๆ ที่มีส่วนผสมของมะกรูดไทยและสารสกัดพริกไทยดำที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและะเิความร้อนชื้นชโลมลงบนฝ่ามือบางนุ่มนิ่ม เธอถูมือเข้าหากันจนเกิดเสียงเบาๆ ก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังกว้างของหลุยส์
"อึ่ก..." หลุยส์ครางสะดุ้งเมื่อัักับความร้อนของน้ำมันและแรงกดแรกของมะปราง
"กล้ามเนื้อบ่าและสะบักแข็งมากจริงๆ ค่ะคุณหลุยส์ เกร็งจนแทบไม่มีความยืดหยุ่นเลยนะคะ" มะปรางเอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างเป็มืออาชีพพลางเริ่มรีดเส้นจากส่วนบั้นเอวขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง
"่นี้ผมแทบไม่ได้นอนเลยครับ... โดนกดดันเื่การประสานงานระบบรักษาความปลอดภัยและการฟอกเงินของสโมสรปิด แถมยังมีผู้ช่วยคนใหม่ของสโมสรที่พยายามจะเข้ามาคุมอำนาจแทรกแซงงานของผมตลอดเวลา" หลุยส์เล่าระบายอารมณ์คลายเครียดขณะที่มือของมะปรางเริ่มบดคลึงลงบนลาดไหล่หนา
มะปรางสบตากับชานนท์ที่นั่งอยู่มุมห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะใช้ศาสตร์นวดขั้นสูงนิ้วหัวแม่มือกดเน้นรีดน้ำหนักลงไปตรงร่องกล้ามเนื้อบ่าและแนวกระดูกสะบักที่เรียกว่า "สะบักจม" มะปรางทิ้งน้ำหนักตัวกดลึก รีดเอาเศษลมที่อุดตันและพังผืดที่เกาะกล้ามเนื้อออกทีละน้อย
"โอ๊ยย! อ๊า... เจ็บ... เจ็บมากครับคุณมะปราง" หลุยส์สะดุ้งตัวโยน ขยำมือจิกผ้าปูเตียงเกร็งหน้าเหยเกด้วยความเ็ปรวดร้าวที่จุดสะบักจมโดนกดบี้ตรงจุดพอดี
"ทนหน่อยนะคะ ลมมันอั้นอยู่ตรงพังผืดสะบักจมค่ะ ถ้าไม่สะเดาะออก คอจะหันไม่ได้และจะตึงลามไปถึงหัวจนปวดไมเกรนนะคะ" มะปรางบอกพลางใช้ข้อศอกเนียนนิ่มกดจิกช้อนลึกเข้าใต้รอยหยักของสะบัก ค่อยๆ รีดเน้นช้าๆ อย่างช่ำชอง สะโพกมนขยับโยกเยกไปมาเบาๆ ตามจังหวะถ่ายเทน้ำหนักตัวลงสู่ศอก
ัักดจิกอันทรมานสลับเสียวซ่านจากศอกอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของมะกรูดปนน้ำมันร้อน ทำให้หลุยส์พรั่งพรูเสียงครางต่ำระคนพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก "อืมมม... โอยย... สบายขึ้นแล้วครับ เหมือนลมมันแล่นผ่านตัวโล่งไปหมด ฝีมือสุดยอดสมชื่อราชินีหมอนวดจริงๆ ครับ..."
ในขณะที่หลุยส์กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสััและชานนท์กำลังใช้สายตาจับจ้องอยู่นั้น จู่ๆ มะปรางก็ชะงักมือไปชั่วขณะ...
หัวใจดวงน้อยพลันกระตุกวูบ ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายลุกชันขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มะปรางััได้ถึงกระแสจิติญญาแห่งความเกลียดชังและมุ่งร้ายที่แสนรุนแรงจับจ้องมองมายังตัวเธอ!
เธอรีบปรายสายตามองลอดช่องกระจกฝ้าด้านข้างศาลาเรือนกระจกที่อยู่ห่างไปไม่กี่เมตร ท่ามกลางหมอกหนาวที่เกาะผิวกระจกบานใหญ่ มีรอยกระจกฝ้าที่สะอาดอยู่เพียงจุดเล็กๆ และผ่านรอยแยกกระจกนั้น มะปรางมองเห็นดวงตาเรียวรีคมกริบคู่หนึ่งกำลังจ้องเขม็งจิกมองมาทางเธอด้วยแววตาอาฆาตแค้นแสนสาหัส!
มะปรางสะดุ้งสุดตัว มือสั่นเทาเล็กน้อยแต่เธอก็ดัดฟันสะกดจิตใจข่มความกลัวเอาไว้และนวดบำบัดรักษาให้หลุยส์จนเสร็จสิ้นกระบวนการ
"นวดเสร็จแล้วค่ะคุณหลุยส์ อาการสะบักจมคลายลงแล้วนะคะ ลองขยับคอดูก่อนค่ะ" มะปรางเก็บขวดน้ำมันและกล่าวเสียงหวาน
หลุยส์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางลองบิดหัวหันซ้ายหันขวา ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความทึ่งสุดขีด "มหัศจรรย์มากเลยครับ! คอผมหันได้สะดวกไม่เกร็งตึงเลย ขอบคุณมากจริงๆ ครับคุณมะปราง"
"ยินดีค่ะ" มะปรางตอบยิ้มแย้มทว่าสายตายังคงหวาดระแวงและคอยมองหาเงาลึกลับตรงจุดกระจกฝ้าบานนั้น
ในขณะเดียวกัน ชานนท์ลุกขึ้นยืนพลางพูดเสียงเรียบ "ปรางครับ... พี่ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์กับเวย์เื่รายละเอียดงานคืนนี้สักครู่นะครับ ปรางรอพี่อยู่ในศาลานี้กับคุณหลุยส์ก่อน อย่าเพิ่งเดินไปไหน"
"ค่ะพี่นนท์"
ชานนท์ก้าวเดินเร็วออกจากศาลาเรือนกระจก ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็เ็าราวน้ำแข็งทันทีที่พ้นสายตาของท่านทูตและลูกชาย โทรศัพท์มือถือในมือส่งสัญญาณสั่นเตือนรัวยิบ เขากดปุ่มเปิดโปรแกรมเข้ารหัสรับสายจากเวย์
"บอสครับ! ผมถอดรหัสเอกสารผู้ติดต่อของ 'ฌาคส์' ผู้บริหารสโมสรปิดเสร็จแล้วครับ" เสียงของเวย์ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและตื่นตระหนก "ฌาคส์ส่งเลขานุการส่วนตัวและที่ปรึกษาระบบสปาลับคนใหม่ล่วงหน้าเข้ามาประสานงานกับคุณหลุยส์ที่ปราสาทั้แ่เมื่อวานนี้ ในเอกสารลงทะเบียนชื่อว่า 'นานามิ' สัญชาติญี่ปุ่น แต่พิกัดข้อมูลไอดีและไฟล์ประวัติภาพถ่ายมันไม่ใช่!"
ชานนท์ขมวดคิ้วแน่น "ส่งรูปถ่ายประวัตินั้นเข้าเครื่องฉันเดี๋ยวนี้!"
*ติ๊ง!*
หน้าจอโทรศัพท์ของชานนท์กะพริบรับภาพข้อมูลความละเอียดสูง ชายหนุ่มเพ่งมองภาพถ่ายใบหน้าของหญิงสาวสัญชาติญี่ปุ่นในรูปพลันดวงตาของเขาเบิกกว้าง หัวใจเดือดพล่านด้วยความโกรธแค้น!
ใบหน้าสวยเฉี่ยว แววตาคมกริบแต่เ็าไร้ความรู้สึก และมุมปากที่โค้งเหยียดยิ้มร้าย... มันคือ **"ซายากะ"** (Sayaka) อดีตเลขาฯ ยากูซ่าสาวของเคนจิที่หักหลังป้อนข้อมูลและหลบหนีไปได้ในคืนนองเืชิงตัวประกันที่ประเทศญี่ปุ่น! ตอนนี้หล่อนแฝงตัวใช้ชื่อปลอมเป็ผู้ช่วยของฌาคส์และซ่อนตัวอยู่ในปราสาทหลังนี้เพื่อเป้าหมายบางอย่าง!
ชานนท์รีบก้าวเดินกวาดสายตามองขึ้นไปตามระเบียงและทางเดินชั้นสองของปราสาทอย่างระแวดระวัง แสงสว่างรำไรของหน้าต่างสะท้อนให้เห็นเงาไม้ทอดทับทางเดิน ชานนท์จับสังเกตกลิ่นอายน้ำมันสปาอุ่นๆ และกลิ่นน้ำหอมฉุนยั่วยวนที่โชยมาตามลมพัดแ่เบา... มันเป็กลิ่นน้ำหอมหรูที่ซายากะใช้ประจำ!
เขาเดินตามกลิ่นขึ้นมายังปีกขวาของปราสาท ชั้นบนใกล้กับห้องพักของหลุยส์และพื้นที่ประสานงานสโมสรปิด ท่ามกลางความเงียบงัน ชานนท์สะดุดตากับจุดสีเหลืองทองที่ทอประกายสะท้อนกับแสงแดดอ่อนบนตู้โชว์โบราณตรงทางเดิน
มือหนาเอื้อมไปหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมาพิเคราะห์ดู... มันคือเข็มกลัดโลหะสีทองรูปหน้ากากครึ่งซีกสัญลักษณ์ของสโมสร 'The Golden Mask Club' ทว่าสิ่งที่ทำให้น้ำขมในคอของชานนท์ปะทุขึ้นคือ บนเข็มกลัดมีรอยเปื้อนคราบน้ำมันนวดลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส (ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งนำโชคและความทรงจำร่วมสวาทของเขากับมะปรางเมื่อคืน) ทิ้งรอยนิ้วมือสีส้มเอาไว้บางๆ ประหนึ่งข้อความประกาศาราคะและความแค้น!
"ซายากะ..." ชานนท์สบถเสียงต่ำลอดไรฟัน กำเข็มกลัดหน้ากากทองคำแน่นจนคมโลหะแทบจมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ แววตาดุดันแผ่ไอสังหารเหี้ยมเกรียม
เขารีบวิ่งย้อนกลับลงมายังศาลาเรือนกระจกทันที เมื่อก้าวพ้นประตูศาลาเข้ามา เขาตรงเข้าไปคว้าตัวมะปรางเข้ามากอดรัดไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา มะปรางลนลานเล็กน้อยก่อนจะกอดตอบสามีด้วยความงุนงง
"พี่นนท์คะ... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?" มะปรางกระซิบถามเสียงสั่นเทา
ชานนท์คลายอ้อมกอดแววตาตึงเครียดจัดจนสั่นระริก เขายื่นเข็มกลัดหน้ากากทองคำเปื้อนน้ำมันให้ภรรยาดู "ซายากะอยู่ที่นี่ครับปราง... หล่อนแฝงตัวอยู่รอบๆ ปราสาทนี้ในฐานะผู้ช่วยของสโมสรปิดหน้ากากทองคำ"
มะปรางมองเข็มกลัดพลันใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันที เธอรีบเงยหน้าสบตาชานนท์ "พี่นนท์คะ... ตอนที่ปรางนวดให้คุณหลุยส์เมื่อครู่นี้... ปรางเห็นดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองผ่านบานกระจกฝ้าผุๆ ด้านข้างศาลานี้ แววตาของหล่อนเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและเกลียดชังปรางเหลือเกินค่ะ!"
ชานนท์กวาดสายตามองไปยังจุดกระจกฝ้าที่มะปรางชี้ ทว่าจุดนั้นกลับว่างเปล่าเหลือเพียงละอองไอเย็นที่จับตัวแข็ง ชายหนุ่มดึงภรรยาเข้ามาประคองชิดบ่าแกร่ง ยืนยันสัญชาตญาณความปลอดภัยและไอรักอันอบอุ่นเพื่อปกป้องจากศัตรูที่มองไม่เห็น
"พายุกำลังจะพัดเข้าใส่ปราสาทหลังนี้แล้วครับเด็กดี... แต่ตราบใดที่พี่มีลมหายใจอยู่ พี่จะสยบมันและจับพวกมันมาลงทัณฑ์ให้สาสม!" ชานนท์กระซิบคำมั่นสัญญา แววตาดุดันปลาบระยิบด้วยประกายโทสะาราคะชิงไหวชิงพริบในทวีปยุโรปกำลังเปิดฉากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
*(ความจริงเื้ัการลอบมองของซายากะและการเดินทางมาของ 'รัญชิดา' ศัตรูคู่อาฆาตของมะปรางคืออะไร? ติดตามต่อได้ใน ตอนที่ 19: ฉากรัก 3P ขยี้ตัณหาหนุ่มปารีเซียง และกลลวงของคู่ปรับเก่า...)*