“วันนี้ท่านหญิงตื่นเช้าเป็พิเศษนะเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นที่เข้าไปเก็บพับที่นอนหมอนมุ้ง ให้เป็ระเบียบเรียบร้อย ถามท่านหญิงด้วยความแปลกใจอยู่ประมาณหนึ่ง
“หญิงตื่นเช้าปกติแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วจ๊ะพี่ปิ่น”
ท่านหญิงพูดกับพี่ปิ่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วจึงหันยิ้มให้หนึ่งที ค่อยเดินไปอาบน้ำที่พี่ดำเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“วันนี้ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว หญิงจะเข้าครัวทำของว่างให้เ้าพ่อนะพี่ดำ เตรียมของให้ข้าด้วย”
ท่านหญิงกำลังอาบน้ำอยู่ โดยมีพี่ดำคอยอยู่ช่วยจึงได้สั่งให้พี่ดำช่วยเตรียมของไว้ให้ที่ครัว
“ได้เ้าค่ะ ท่านหญิงจะทรงทำของว่างอะไรหรอเ้าค่ะ ข้าเ้าจะได้เตรียมของไว้ให้เ้าค่ะ”
พี่ดำตอบรับท่านหญิงอย่างรวดเร็จ แต่ยังไม่ทราบว่าท่านหญิงจะทำอะไรให้เ้าอินทร์เสวยจึงถามกลับ
ท่านหญิงยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบชื่อขนมไป แล้วจึงรีบอาบน้ำให้เสร็จเพื่อไปทานอาหารเช้าที่โต๊ะอาหาร
เช้าวันนี้ท่านหญิงแต่งตัวใส่เครื่องประดับไม่หรูหรามากเพราะอยู่เพียงในคุ้มใส่ผ้าซิ้นตีนจกไหมเงิน พันอกด้วยผ้าไหมสีชมพู มีผ้าสีขาวบางยาวพริ้วตามแรงลมเพื่อเอาคล้องไว้ที่คอหรือบางทีท่านหญิงก็เอาไว้คุมไหล่ ทรงผมได้เกล้าผมไว้ด้านหลังศีรษะมีปิ่นปักไว้ แซมด้วยดอกไม้หอมอยู่เป็ประจำ โดยวันนี้ได้ทัดดอกด้วยเก็ตถะวาสีขาวสะอาดตากลิ่นหอมแม้แต่ผู้ที่นั้งอีกฝั่งของโต๊ะอาหารยังได้กลิ่นหอมชัดเจน
“เ้าพ่อ เสวยเยอะๆ นะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงตักอาหารใส่ในจานของเ้าพ่อ ส่วนเ้าพ่อที่กำลังสูบบุหรี่ขี้โยอยู่นั้น ก็วางบุหรี่ลงทันที
“ได้เลย วันนี้พ่อจะกินให้หมดทุกอย่างเลย ฮ่าๆ”
เ้าพ่อตรัสกับท่านหญิงทีเล่นทีจริง แล้วก็ทรงหัวเราะออกมา ทุกคนในโต๊ะเสวยที่มีเ้าแม่เกสรนั้งอยู่ทางด้านขาว ส่วนท่านหญิงนั้งอยู่ทางด้านซ้ายของโต๊ะเสวยก็ยิ้มหัวเราะขึ้นมา
“เ้าอินทร์ทรงอย่าพึ่งเสวยจนหมดนะ เหลือไว้ให้กระหม่อมได้ชิมรสอาหารเช้าของคุ้มนี้สักหน่อยได้ไหมขอครับ”
เสียงของชายหนุ่มที่กำลังขึ้นเรือนมา แล้วเดินตรงมาที่โต๊ะเสวย
“ถวายบังคมเ้าอินทร์! เ้าเกสร พ่ะย่ะค่ะ เช้านี้กระหม่อมขอฝากท้องไว้ที่คุ้มเ้าอินทร์ได้ไหมขอครับ”
เ้าชายเสด็จมาที่โต๊ะเสวย แล้วทรงตรัสกับเ้าอินทร์ แต่สายตาทรงแอบเหลือบไปมองที่ท่านหญิงอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้สิๆ ท่านชายทรงเสด็จมาแต่เช้าเลย มาเสวยอาหารเช้าด้วยกันก่อน มาๆ มาประทับข้างๆ หญิงนวลจันทร์”
เ้าอินทร์ทรงตกพระทัยที่เ้าชายเสด็จมาแต่เช้าจึงเชิญให้นั้งเสวยด้วยกัน
“อาหารน่ารับประทานมากขอครับ ขอบพระทัยเ้าอินทร์ที่ให้กระหม่อมเสวยร่วมโต๊ะกับครอบครัวได้”
เ้าชายลงประทับที่นั้งข้างๆ ของท่านหญิง บ่าวนำอุปกรณ์รับประทานมาจัดวางเรียบร้อยแล้ว
“ข้าต่างหากที่ต้องเกรงพระทัยเ้าวรเมธ แห่งกรุงนคร ที่ต้องมาเสวยร่วมโต๊ะกับครอบครัวของข้า”
เ้าอินทร์ตรัสด้วยน้ำเสียที่เกรงพระทัยที่เ้าชายจากกรุงนครมาเสวยกับครอบครัวตนในคุ้ม
“ข้าเต็มใจพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าชายตรัสออกมาอย่างจริงใจและหนักแน่น นอกจากจะตรัสอย่างจริงใจแล้ว ยังส่งยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะเสวยและท่านหญิงด้วย แต่ด้วยสายตาที่ท่านหญิงจ้องมองั้แ่เ้าชายเสด็จขึ้นมาแล้วตรงมาที่โต๊ะเสวยจนถึงลงประทับที่นั้งข้างๆ ท่านหญิงมองด้วยความแปลกใจแต่ด้วยร้อยยิ้มของเ้าชายที่ทรงส่งยิ้มมาให้ตอนนี้ ทำให้ท่านหญิงก็แอบเขินอยู่จนหน้าแดง
“ลูกอย่าเสียมารยาทกับเ้าชายวรเมธสิ!”
เ้าแม่เกสรทักท่านหญิง เหตุเพราะท่านหญิงยังไม่ได้ถวายบังคมเ้าชาย
“ถวายบังคมเ้าค่ะ เ้าชายวรเมธ อาหารเช้าที่คุ้มเรือนรับรองไม่ได้จัดเตรียมไว้ให้หรือเ้าค่ะถึงได้มา..”
ท่านหญิงถวายบังคมเ้าชายเสร็จ แต่กลับทักทายด้วยน้ำที่ค่อยไม่พอใจเท่าไหร่แต่ไม่ทันได้พูดจบ เ้าชายจึงตรัสขึ้นมา
“คุ้มรับรองข้า ได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เรียบร้อยดี แต่ข้าอยากมาคุ้มเ้าอินทร์เร็วหน่อย เลยมาขอฝากท้องกับอาหารเช้าที่คุ้มนี้เลย”
เ้าชายไม่รอให้ท่านหญิงพูดจบ จึงรีบตอบกลับทันทีแต่ตรัสแบบอมยิ้มอยู่ตลอด
“อ่า อ่า อ่า เสวยกันเถอะองค์ชายอาหารที่คุ้มข้าอร่อยทุกอย่าง ต้องถูกปากท่านอย่างแน่นอน”
เ้าอินทร์รีบตัดบทให้เสวยกันเกรงว่าจะทะเลาะกัน ส่วนท่านหญิงทานอาหารเช้าด้วยอาการเกรงๆ ยังไงๆ ชอบกล จึงทานได้น้อย แต่ด้วยเ้าพ่อยังเสวยไม่เสร็จจึงไม่สามารถลุกออกจากโต๊ะเสวยก่อนได้ แต่เมื่อเสด็จพ่อเสวยอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้พาเ้าชายไปคุยราชการต่อกันที่ห้องทรงงาน
“ท่านหญิงเช้านี้อาหารไม่ถูกปากหรือเ้าค่ะ เห็นทานไปน้อยกว่าปกติ”
พี่ปิ่นถาม เพราะเห็นว่าท่านหญิงทานน้อย
“อาหารถูกปากแต่หญิงเองที่ทานไม่สะดวก เกร็งๆ ยังไงๆ ชอบกล”
ท่านหญิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“เ้าแม่เ้าค่ะ ของว่างวันนี้ หญิงทำเองเ้าค่ะ เ้าแม่ทรงพักผ่อนเถอะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงบอกเ้าแม่เกสรเื่ทำขนมของว่างวันนี้แทน เพราะเมื่อคืนบ่าวมาแจ้งว่าเ้าแม่มีไข้ เวียนหัว เลยเป็ห่วงอยากให้พักผ่อน
“ได้ลูก แม่เองก็ยังเวียนๆ หัวอยู่นิดหน่อย พักสักนิดน่าจะดีขึ้น ลูกทำเผื่อให้องค์ชายกลับไปเสวยที่คุ้มรับรองด้วยนะ แม่ฝากด้วยนะลูก!”
เ้าแม่เกสรตรัสกับท่านหญิงเสร็จ แล้วจึงลุกเข้าไปพักผ่อนที่ห้อง ท่านหญิงยิ้มรับคำที่เ้าแม่ตรัส แต่ท่านหญิงกลัวคิดอยู่ในใจว่า