ชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง

    บทที่ 33 จวนเหยียนหลงอ๋อง

            บทที่ 33

            จวนเหยียนหลงอ๋อง

            ยามสายของนครหลวงเหยียนจิงในวันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ราตรีที่เต็มไปด้วยความเย็นชื้นได้จางหายไปแล้วเหลือเพียงแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดลงมาจากฟากฟ้าสีคราม พาดผ่านยอดหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวเข้มของเรือนแถวและตำหนักใหญ่ที่เรียงรายในระเบียบศิลป์แห่งเมืองหลวง

            ถนนหลวงปูด้วยศิลาขาวสะอาดทอดยาวตัดผ่านจัตุรัสใหญ่ท่ามกลางผู้คนที่คึกคักในยามเช้า เสียงล้อรถม้าลากดังกรอบแกรบบนพื้นศิลาแต่กลับเรียบสนิทไร้ฝุ่นละออง 

            ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดของทหารรักษานครหลวงทุกย่างก้าวล้วนเป็นระเบียบเหล่าพ่อค้าแม่ขายพากันก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยเสียงดังเมื่อขบวนรถม้าของกองทัพมังกรเพลิงแล่นผ่าน

            เมื่อเดินทางเข้าสู่เขตตะวันตกของนครหลวงความคึกคักค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศเงียบสงบ ถนนเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆสองข้างทางเรียงรายด้วยเรือนตระกูลขุนนางระดับสูงเสาหินและประตูศิลาประดับด้วยป้ายชื่อจวนของตระกูลที่มากด้วยอำนาจแต่ถึงกระนั้น...ทุกสายตาก็ยังจับจ้องไปยังจุดหมายสุดปลายถนน

            ขบวนรถม้าแล่นเข้าสู่เขตพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของจวนเหยียนหลงอ๋อง สถานที่ที่ผู้คนในนครหลวงกล่าวขานว่าเป็น "ป้อมปราการทัพในเมือง"

            ตัวจวนตั้งอยู่บนเนินสูงของเขตตะวันตกบริเวณเหนือกว่าจวนขุนนางตระกูลอื่นทอดตัวครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึงหนึ่งในห้าของเขตขุนนางทั้งหมดสวนไผ่ดำและแนวกำแพงสูงสลับชั้นตั้งตระหง่าน ซ้อนกันถึงสี่ชั้นคล้ายกำแพงพระราชวังหลวงล้อมรอบตำหนักหลักเอาไว้จนแน่นหนา แม้แต่สายลมยังยากจะลอดผ่านโดยไม่ถูกสังเกต

            ขบวนรถม้าชะลอความเร็วลงเมื่อถึงลานหินหน้าประตูใหญ่รถม้าหรูหราทำจากไม้หอมแกะสลักเคลือบเงาค่อย ๆ จอดนิ่งสนิท เสียงฝีเท้าทหารองครักษ์กองมังกรเพลิงเรียบเรียงดังก้องเป็นจังหวะเดียวกันอย่างสงบนิ่งสายลมที่พัดผ่านพาเอากลิ่นพลังปราณอันเงียบขรึมและกดดันมาแทรกซึมในอากาศ

            ประตูใหญ่เบื้องหน้าคือ ประตูหลงเอี้ยนเหมินประตูมังกรเพลิงสูงตระหง่านกว่าสิบจ้าง สร้างจากไม้สนพันปี ลงรักสีดำเคลือบทองลวดลายมังกรคู่พันเกี่ยวเหนือเปลวเพลิงแดงฉานฉลุไว้ละเอียดทุกเส้นสายดูราวกับมีชีวิตกำลังแผ่พลังอำนาจออกมา

            แผ่นป้ายไม้จำหลักตัวอักษร "จวนเหยียนหลงอ๋อง"ประทับอยู่เหนือประตู ประณีตและทรงพลังตัวอักษรมีอาคมแฝงอยู่ในทุกจังหวะสลัก แว่วราวมีเสียงคำรามของมังกรลอดออกมาจากลายไม้ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน

            ทหารองครักษ์ในชุดเกราะดำมันปลาบประทับตรามังกรเพลิงสีเลือดสดยืนเรียงรายสองข้างประตูอย่างเงียบงัน แต่ละคนถือทวนยาวและมีดาบสั้นประจำตัวผ้าคาดหน้าผากสีแดงผูกไว้แน่นหนา ใบหน้าขึงขัง เย็นชา ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มท่วงท่ายืนนิ่งดุจรูปสลักเหล็กกล้า

            เสียงกีบม้าหยุดลงพร้อมกับล้อรถม้าที่ค่อยๆ แนบสนิทพื้นศิลา

            เหยียนไป๋เฉินก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรกอาภรณ์ยาวสีขาวบริสุทธิ์ขลิบด้วยเส้นไหมสีเงินพริ้วไหวตามแรงลมแต่งกายเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอำนาจสงบนิ่งร่างสูงสง่าทอดยืนตรงกลางท่ามกลางแสงแดดยามสายดวงตาคู่คมกริบเยือกเย็นราวผิวน้ำแข็ง ขณะที่มือข้างหนึ่งจับเถาเถาลูกสาวตัวน้อยที่ยืนเคียงข้างเขา

            เถาเถาในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนขลิบลูกไม้สีเงินดูน่ารักสดใส ผูกผมเปียสองข้างประดับปิ่นไม้แกะสลักรูปผีเสื้อเล็กๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น มือเล็ก ๆจับชายเสื้อของบิดาแน่นแต่ไม่วายหันมองซ้ายขวาอย่างสนุกสนาน

            จากนั้นไป๋ซือเหนียงก็ค่อย ๆก้าวลงจากรถม้า อาภรณ์ยาวสีขาวบริสุทธิ์ไร้ลวดลาย ดูเรียบง่าย แต่กลับงดงามสง่า  ทุกย่างก้าวของนางมั่นคงและมีจังหวะที่นุ่มนวลนางประหนึ่งเงาของเหยียนไป๋เฉิน สายตาคู่งามทอดมองไปยังประตูหลงเอี้ยนเหมินตรงหน้าดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบ ทว่าลึกลงไปกลับแฝงความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบาย

            "จวนของเหยียนหลงอ๋อง..." นางพึมพำในใจ

            ประตูขนาดย่อมของอาณาจักรนักรบที่ขยายกว้างครอบคลุมพื้นที่มหาศาลนี้ทำให้แม้แต่สตรีผู้เคยยืนเหนือยุทธภพมาก่อนยังต้องยอมรับในความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามท่ามกลางบรรยากาศกดดันของกองทหารนับร้อย ที่ยืนตรึงแน่นทั้งทางเข้าและบนกำแพง

            สถานที่เบื้องหน้าคือ จวนเหยียนหลงอ๋อง

            จวนแห่งนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น วังหลวงที่สองของนครหลวงเหยียนจิง ทั้งด้วยขนาดพื้นที่ การรักษาความปลอดภัย และอำนาจที่แผ่คลุมหากแต่นามนี้...ผู้คนในนครหลวงมักพูดกันเพียงในวงสนทนาส่วนตัวไม่เคยกล้าเอ่ยต่อหน้าผู้อื่นโดยเฉพาะในที่สาธารณะ ด้วยหวาดเกรงว่าคำกล่าวนี้จะนำภัยมาถึงตัว

            แม้จะเป็นเพียงคำพูดลับ ๆแต่ก็ยากจะปฏิเสธได้ว่าจวนแห่งนี้คือหนึ่งในศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์เหยียนและไม่มีผู้ใดไม่ยำเกรง

            ณ ยามนี้...เถาเถาเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างบิดา เงยหน้ามองประตูจวนที่สูงตระหง่านเบื้องหน้าดวงตากลมโตเปล่งประกายพราวใส ริมฝีปากเล็ก ๆอ้ากว้างด้วยความตกตะลึงในความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของประตูหลงเอี้ยนเหมิน  นางยกมือเล็ก ๆขึ้นแตะที่ขอบหน้าต่างรถม้าอย่างลืมตัว ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาอย่างตื่นเต้น

            ภาพเถาเถาในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนที่พองตัวเล็กน้อยตามแรงลมกระโปรงปลิวไสวรับกับปิ่นผีเสื้อที่แกว่งเบา ๆ ตามการเคลื่อนไหวเผยให้เห็นภาพเด็กหญิงที่ทั้งน่ารักน่าเอ็นดูไม่ต่างจากตุ๊กตาแกะสลักงดงาม

            เมื่อนางเหยียบลงพื้นดวงตาคู่สวยทอดมองประตูทางเข้าของจวนเหยียนหลงอ๋องเบื้องหน้าแววตาเยือกเย็นและเงียบสงบ ปราศจากความหวั่นไหว หากแต่ภายในเต็มไปด้วยการพิจารณา

            ทหารองครักษ์จำนวนมากในชุดเกราะดำสนิทยืนเรียงรายสองฝั่งประตู ดาบยาวประจำกายสะท้อนประกายเหล็กกล้าแววตาของพวกเขาแม้ไร้คำพูดแต่ท่วงท่ายืนตรงและท่าประสานมือแสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นเหยียนไป๋เฉินเดินเข้ามาก็บ่งบอกถึงระเบียบวินัยอันเข้มงวด

            ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับรู้ก่อนจะพาสองแม่ลูกเดินตรงไปยังประตูทางเข้าหลักโดยไม่หยุดฝีเท้าเสียงเกราะกระทบทวนโลหะเบา ๆ เป็นจังหวะเมื่อทหารเลื่อนตัวแหวกทางให้ราวกับกระแสแม่น้ำถูกเปิดทางให้ผู้ครองบัลลังก์แห่งสนามรบ

            สิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับจวนแห่งนี้หาใช่การรักษาการณ์ที่เคร่งครัดจนดูน่าเกรงขามเพียงเท่านั้นแต่เป็นข้อปฏิบัติที่แตกต่างจากวังหลวงโดยสิ้นเชิง

            ทหารและองครักษ์แม้จะประสานมือคารวะด้วยความเคารพสูงสุดแต่หาได้จำต้องคุกเข่าหรือโขกศีรษะลงกับพื้นเหมือนราชสำนักไม่เหยียนหลงอ๋องกำชับมาเสมอว่า... "ข้าคือแม่ทัพ ไม่ใช่ฮ่องเต้เจ้าทั้งหลายคือพี่น้องร่วมรบ หาใช่ข้าทาสบริวาร"

            และนั่นคือเกียรติที่ทหารทุกนายภายในจวนแห่งนี้ได้รับมาอย่างภาคภูมิ

            ภายในจวน แม้จะถูกขนานนามว่าเป็น วังหลวงแห่งที่สองแต่กฎระเบียบต่าง ๆ กลับไม่ได้เคร่งครัดดั่งในวังหลวง หากแต่วางอยู่บนพื้นฐานของเกียรติและความเชื่อใจอย่างไรก็ตาม...ในสายตาของคนภายนอกจวนแห่งนี้ยังคงเป็นป้อมปราการเหล็กที่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจมองข้ามได้แม้แต่น้อย

            เมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูเข้าสู่เขตในของจวนทางเดินหินกว้างใหญ่ทอดยาวออกไปเบื้องหน้า พื้นศิลาอ่อนแกะลายเปลวเพลิงซ้อนสลับราวกับเปลวอัคคีที่กำลังลุกไหม้แม้แต่เศษฝุ่นละอองก็หาไม่พบทางเดินสองข้างประดับด้วยเสาอาคมและตะเกียงเหล็กหล่อรูปมังกรเปลวเพลิงเปล่งแสงอ่อนๆ ยามกลางวันให้บรรยากาศสงบขรึมและทรงอำนาจ

            เถาเถากระโดดโลดเต้นไปข้างหน้าราวกับผีเสื้อกลางลานหินเด็กหญิงแก้มแดงอมชมพูส่งเสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงิน มือเล็กเหวี่ยงไปมาขณะวิ่งวนไปรอบ ๆ เสาแกะสลักที่เรียงรายสองฝั่งทางนางชะโงกหน้าไปมองรูปสลักมังกรเพลิงบ้าง เอื้อมมือแตะยันต์อาคมที่ฝังในผนังบ้างดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับไปด้วยความสนใจและความตื่นเต้น

            ด้านหลังเงาของเหยียนไป๋เฉินและไป๋ซือเหนียงทอดยาวขนานกัน ทั้งสองเดินตามเถาเถาไปอย่างช้าๆ ดวงตาของพวกเขายังคงจับจ้องร่างเล็กที่โลดเต้นไปมาตลอดทางแววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างยากจะพบเห็นจากทั้งคู่ในยามปกติ

            ไป๋ซือเหนียงเอ่ยขึ้นเบา ๆพลางปรายตามองทางเดินที่ว่างเปล่า

            “ไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับเช่นนี้...หรือว่าจวนเหยียนหลงอ๋องเป็นเช่นนี้ทุกครั้งหรือ?”

            น้ำเสียงของนางสงบนิ่งแต่ไม่อาจซ่อนความสงสัยบางเบาที่แฝงอยู่ได้

            เหยียนไป๋เฉินเหลือบตามองไปข้างหน้า สีหน้าคงความราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลง

            “ไม่ใช่...” เขาตอบเสียงทุ้มนุ่มก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงขบขันเล็กน้อย “ดูเหมือนครั้งนี้จะเป็นคำสั่งของบิดาของข้า”

            เขาหันไปมองเถาเถาที่ยังวิ่งเล่นไม่หยุดพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

            “และอีกอย่าง...ข้าก็อยากให้เถาเถาได้ชมความงดงามของจวนแห่งนี้ด้วยตาตนเองในขณะที่เดินเข้ามา...ดีกว่านั่งรถม้าแล้วถึงตำหนักด้านในในพริบตาเดียว”

            ไป๋ซือเหนียงฟังแล้วหันมามองเขารอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนเรียวปาก ดวงตาทอดมองเถาเถาที่ยังโลดเต้นราวกับกลีบบุปผาเล็กๆ ที่ร่วงหล่นบนลานหิน

            นางไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อนอกจากเดินเคียงข้างเขาไปอย่างเงียบ ๆ

    คล้ายกับเรื่องชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247