ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสาม การฝึกฝนของเจิด
การที่ผมผลิตเรือเหาะผีสิงขึ้นมานั้น
เพราะการเดินทางตอนกลางคืนนั้นมีความเสี่ยงที่จะโดนเสือจากชุมโจรต่างๆคอยดักปล้นหรือผีป่าตามรายทางจ้องจะสะกดเราไปเป็นเหยื่อ
แต่นอกจากนั้นแล้วปัญหาเรื่องเส้นทางเป็นหลุมเป็นบ่อ หากเราขี่ม้าด้วยความรวดเร็วนั้นอาจจะตกหลุมบ่อได้
หรือหากเดินทางทางเรือตอนกลางคืนนอกจากจะเจอผีพรายน้ำแล้วเรายังต้องระวังเรื่องหัวโค้งตามคลองต่างๆที่บางที่จะยากแก่การหักเลี้ยว
แม้แต่พันท้ายนรสิงห์ก็มิอาจจะต้านกระแสน้ำเชี่ยวได้แม้จะเป็นคนที่มีวิชาอาคมคนหนึ่งก็ตาม
ไม่ต้องพูดถึงหากเราเจอลูกหลานของพญาชาละวันที่มีวิทยาอาคมล่ะก็ตายอนาถแน่นอนแค่จระเข้ธรรมดาก็แย่แล้วอย่าว่าแต่จระเข้ที่มีวิทยาอาคมเลย
การมีเรือเหาะมีไว้เพื่อแก้ไขการคมนาคมที่ล้าหลังและความปลอดภัยที่ตกต่ำของยุคนี้
ผมสารภาพตามตรงว่าผมไม่ค่อยกลัวพวกเสือต่างๆที่เป็นมนุษย์เท่าไร
เพราะนอกจากมีน้อยคนที่จะมาหาเรื่องกำนันแจ่มผู้ยิ่งใหญ่ในเขตท้องที่นี่แล้ว
หมู่บ้านของเรายังมีไอ้ขามที่สามารถกำจัดคนทั้งซุ้มโจรได้ด้วยปืนพกกระบอกเดียว
ผมเลยลองทำลานบินไว้ตามสถานที่ต่างๆ
ที่จะทำลานโล่งๆไม่มีอะไรมาเกะกะพร้อมกับทำเสาแขวนไฟไว้เป็นสัญลักษณ์เพื่อให้สามารถบินไปไหนมาไหนได้อย่างปลอดภัย
ตามตำราแล้วกว่าแต่ละคนจะบินเป้ฯนักบินได้ต้องบินมาไม่ต่ำกว่ากี่ร้อยชั่วโมงก็ว่ากันไป
ผมคิดว่าผมจะฝึกบินจนกว่าจะเชี่ยวชาญ
บินจากจุด A คือบ้านผม ไปจุด B คือบ้านอาจารย์คงให้ได้เชี่ยวชาญก่อน
ถึงจะลองเอาไปบินในป่าที่มีผีป่านางไม้อยู่หลังจากฝึกบินภาคปรกติครบคอร์สแล้ว
“ดาร์ลิงก์เก่งจังเจยจ๊ะ “
นางตะเคียนกล่าวเอ่ยชมผมเมือ่พวกเราลงจอดได้อย่างปลอดภัย
ความเคยชินนี่มันน่ากลัวจริงๆที่จากไอ้ห้อยไอ้โหนหวาดกลัวนางตะเคียนทองในตอนแรก
แต่พออยู่ด้วยกันสักพัก
ไอ้พวกนี้ปรับตัวได้เร็วมาก
“หิ้ว หิ้ว ลูกพี่สดุยอด”
พวกนี้มันทำตัวเป็นลูกน้องที่ดีมาก
น่าจะเป็นสาเหตุที่ตจามเรื่องต้นฉบับพอไอ้เจิดไปเป็นเสือในเมืองกรุง
ไอ้ห้อยไอ้โหนก็ไปติดสอยห้อยตามจนถึงที่สุดจนโดนยิงตายจนหมดทั้งกลุ่มแต่ไมได้ทิ้งไอ้เจิดไปไหน
หวีดหวิ้ววว
เสียงหวีดแหลมตามลมก็ลอยมา
ไอ้ฉ่อยก็ได้ติดตามผมมาถึงบ้านเช่นกันเพรามันมีข้อได้เปรียบที่ขายาวเท่าต้นตาลและผมบินมาไม่เร็วนัก
ไอ้ฉ่อยก็เริ่มทำหน้าที่ลูกน้องตามแบบไอ้ห้อยไอ้โหนเช่นกัน
ทำไมผมชักรู้สึกตจัวว่าตนเองชักมีผีติดตามมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้ว?