“เ้าเชื้อนี่บางคนที่ติดเชื้อไปก็ไม่ได้กลายพันธุ์” เฮ่อจื่อชงยังคงอธิบายต่อ
“กลายพันธุ์ ?” คนยุคนี้มีศัพท์แสงที่เธอไม่ค่อยคุ้นเคยอยู่เลย
“ก็แบบธรรมดาเป็ดจะโตเป็เป็ด กินข้าวแต่พอเชื้อนี่เข้าไป บางทีมันก็เป็ผีเป็ด ที่ไม่กินข้าว แต่จะกินเนื้อกินคนบางตัวอาจจะเดินเหมือนคน หรือมีพลังจากปีกของมัน หรือไข่ออกมาเป็ไข่ั์”
“พิการหรือ” คนในหมู่บ้านซือ มีคนที่เติบโตผิดปกติอยู่บ้าง
ซือหย่าพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เฮ่อจื่อชงอธิบาย
มันอยากอยู่สักหน่อย สำหรับคนที่อยู่ ๆ ตื่นมาแล้วมีความทรงจำไม่ปะติดปะต่อของคนอื่นยัดมาในหัวบางอย่างเข้าใจ บางอย่างไม่เข้าใจ บางอย่างเกินจะเข้าใจ ต้องใช้เวลาย่อยความทรงจำทุกอย่างและแปลความหมาย
ที่ต้องใช้คำว่าแปล เพราะบางอย่างเธอไม่เคยเจอไม่เคยเห็นมาก่อน
ถ้าไม่ฉุกเฉินซือหย่าก็ไม่รีบร้อนจะแตะต้องความทรงจำในส่วนนั้นมากนัก
“...” เฮ่อจื่อชง และปู่
ปู่เฮ่อคิดว่าแม่สาวซือนี่อาจจะเสียสติเพราะวันสิ้นโลกแล้ว
“คล้าย ๆ แบบนั้น แต่พวกมันจะมีพลังต่อสู้และกินเนื้อ กินคน แล้วเชื้อนี่บางคนไม่กลายพันธุ์ แต่จะมีพลังพิเศษขึ้นมาแทนเหมือนเจ๊ที่มีพลังพิเศษธาตุไม้”
ธาตุไม้ ?
นี่ฉันก็พิการด้วย!!
แปลว่าต้นไม้ที่เธอซื้อมาจากแม่เฒ่าคนนั้นเป็ต้นไม้ที่ติดเชื้อไวรัส แล้วกลายพันธุ์เหมือนข่าวลือที่เธอได้ยินในตลาด และข่าวที่เฮ่อจื่อชงทราบมา
แต่ต้นไม้ต้นนั้นนอกจากปล่อยพิษใส่เธอครั้งแรกก็ไม่ได้ทำอันตรายอะไร
ซือหย่าลองส่งจิตเข้าไปด้านนอกก็ยังพบว่านอกจากพื้นที่ว่างเปล่าขยายขนาดขึ้น ต้นไม้กลายพันธุ์ต้นนั้นก็ยังเป็ต้นกล้าอ่อนเท่าเดิม
เฮ่อจื่อชงกางฝ่ามือออกไม่นานบนมือของเขาก็มีกลุ่มน้ำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น “เมื่อคืนผมไม่สบายตื่นมาก็มีน้ำแบบนี้บนฝ่ามือแล้ว พอลองเข้าไปตรวจดูในโซเชียลก็มีหลายคนที่ติดเชื้อแล้วกลายเป็ผู้มีพลังพิเศษแบบนี้เช่นกัน”
เฮ่อจื่อชงเอาโทรศัพท์มาค้น แล้วส่งให้ซือหย่าดู
แม้ซือหย่าจะจบเพียงประถม แต่เธอก็ใฝ่เรียนรู้เลยยังอ่านหนังสือพวกนี้ออก
“ซือหย่า สถานการณ์แบบนี้เรารู้ว่าทุกคนก็เริ่มกักตุนอาหาร เราปู่หลานจะไม่รบกวนมากหรอกเราจะอาสาออกไปหาเสบียงข้างนอก” ปู่เฮ่อรู้ว่าตนเป็ภาระของเด็ก
“ปู่เดินไม่ได้ จะออกไปอย่างไรล่ะอีกอย่างเจ๊... พี่ซือหย่าเขาสะสมอาหาร เพราะรู้ล่วงหน้าเราอยู่ที่นี่ดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ”
“แต่ในนี้ เขาบอกว่าอาจจะยืดเยื้อไปอีกสักพักสักพักนี่คือเท่าไหร่กัน” ซือหย่าเข้าไปอ่านกระทู้เอาตัวรอดในวันสิ้นโลกของบัณฑิตจบใหม่
เธอเคยเจอ่เปลี่ยนผ่านนโยบายเพื่อให้ทุกคนมีอาหารเพียงพอนโยบายออกใหม่ทุกวัน ประชาชนก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามเธอเรียกได้ว่าเป็ชนชั้นรากหญ้า ไม่มีความสามารถอะไร เลือกมากไม่ได้ถูกจัดอยู่หน่วยไหนก็ทำอันนั้น
ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้ แม้ใแต่ก็ไม่ได้เสียสติเสียทีเดียว
“ในนี้บอกว่าให้สะสมเสบียงไว้ให้มากที่สุด”
“พี่ซือหย่าผมกับปู่ไม่รบกวนเสบียงของพี่มากหรอก ผมจะออกไปหาเสบียงเองแน่นอน”
เด็กตัวเท่าเฮ่อจื่อชงในชนบทบางคน ก็เริ่มทำงานแรงงานคิดคะแนนกับฝ่ายผลิตแล้วซือหย่าเลยไม่คิดจะห้าม เดิมทีเสบียงที่เธอสะสมไว้ก็เพราะกลัวอดตายใน่หน้าหนาวแต่ในกรณีที่เกิดเื่วุ่นวายที่เธออาจจะออกไปทำงานหาเงินไม่ได้เช่นตอนนี้ถ้ามีคนมาแบ่งเสบียงออกไปอีกคงไม่ดี
แต่เพราะเธอ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนักมีเพื่อนเอาไว้ก็คงดีกว่า
อีกทั้งในความทรงจำของซือหย่า ทั้งสองคนนี้ใส่ใจเธอไม่น้อยคงพอคบหาได้ไม่ยาก
ตุ้บ !
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นมีซอมบี้ตนหนึ่งเดิมคงถูกปิดขังไว้ในห้องของตึกข้าง ๆพอได้กลิ่นมนุษย์ก็ทนความหิวโหยไม่ไว พังหน้าต่างร่วงลงมา
ซอมบี้ตัวนั้นตกลงมาข้างบ้านของซือหย่า ร่วงลงมาสูงขนาดนั้นแต่มันกลับลุกขึ้นด้วยสภาพบิดงอ แยกเขี้ยว กางเล็บแหลมคมออก ลากตัวเองมา
กรร กรร
ซือหย่าพึ่งเห็นซอมบี้ชัดเต็ม ๆ ตาสภาพมันค่อนข้างแตกต่างจากผีดิบที่เธอเคยอ่านมาจากคลังหนังสือของตำบลแถมพอกระดูกหัก มันยังสามารถลุกขึ้นมาได้อีก
ผีดิบวิวัฒนาการไปไกลมากจริง ๆ
เฮ่อจื่อชงคว้าไม้ด้วยมืออันสั่นเทาเขากางฝ่ามือออก น้ำที่อยู่ใจกลางมือก็ก่อตัวขึ้นเป็ก้อนกลุ่ม ก่อนเขาจะปาน้ำออกไปกระแสนำเล็ก ๆ พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อขัดขวางการเคลื่อนที่ของซอมบี้ซึ่งก็แค่ทำให้ซอมบี้เปียกเท่านั้นเอง
แต่ซอมบี้ถูกกำจัดเพราะเฮ่อจื่อชงพุ่งเข้าไปฟาดเข้าที่หัวของมันจนเกิดเสียงดังโพละ! ซอมบี้ที่ตกจากที่สูง แขนขาหัก กระดูกยับ ก็หยุดการเคลื่อนไหวลงทันที
“ผมไม่อยากทำแบบนี้นะครับ ถ้าผมไม่จัดการคุณคุณก็ต้องจัดการผม” เฮ่อจื่อชงเอ่ยเสียงสั่นแม้ตลอดทางที่มาบ้านซือหย่า เขาจัดการซอมบี้ไปหลายตัว แต่พูดถึงเื่ความกลัว เขาก็ยังกลัวอยู่ดี
ซือหย่าเห็นถึงความเป็ผู้ชายที่พึ่งพาได้ของเด็กชายได้ดีขนาดมือสั่น เขาก็ยังเคลื่อนไหวก่อนทุกคนที่นี่
พอซอมบี้ตนนั้นแน่นิ่ง ใต้พื้นดินที่ซอมบี้นอนอยู่ก็มีเถาวัลย์เส้นใหญ่ผุดออกมา มองเผิน ๆ เหมือนหนอนั์เถาวัลย์นั้นชอนไชเจาะเข้าที่สมองของซอมบี้ เอาเม็ดแวววาวด้านในออกมาแล้วเก็บเข้าไป
“ว้าว พลังพิเศษของพี่ซือหย่าไร้ที่ติจริง ๆ”
ซือหย่ารู้ว่าเถาวัลย์นั้นมาจากต้นอ่อนในพื้นที่วิเศษด้านในเธอไม่ได้ควบคุมมัน มันเคลื่อนที่ของมันเอง พอเอาของแวววาวเข้าไปมันก็ดูดกลืนหมอกเหลืองออกมา แล้วทิ้งคริสตัลนั้นเอาไว้ในพื้นที่วิเศษ
“พี่ซือหย่าเราต้องทำซุ้มป้องกันซอมบี้ร่วงลงมาจากท้องฟ้าพี่ลองดูว่าเถาวัลย์พวกนี้ทำซุ้มบนท้องฟ้าได้ไหม”เฮ่อจื่อชงเห็นตึกที่ขนาบตลอดด้านข้างบ้านของซือหย่า ล้วนเป็ตึกสูง อาจมีซอมบี้ถูกกักขังในตัวอาคารแล้วร่วงลงมาเหมือนเ้าตัวเมื่อครู่อีกก็ได้
“พี่จะลองดู”
ซือหย่าเข้าใจแล้วว่าผีดิบที่เธอเห็นพวกนั้น มันพิการเอ่อ....มีวิวัฒนาการมาก ตอนนี้เลยถูกเรียกว่า ซอมบี้ และมันกินคน ถ้าติดเชื้อจากพวกนี้จะกลายเป็ผีดิบ และเชื้อนี้บางคนก็มีภูมิต้านทานเปลี่ยนเชื้อมาเป็พลังพิเศษอย่างเฮ่อจื่อชง
แต่ในกรณีของเธอ เชื้อนั่นอาจจะติดมาที่ต้นไม้แล้วต้นไม้อาจจะเปลี่ยนเชื้อมาเป็พลัง แล้วมาอาศัยในตัวเธอสักแห่ง
เธอลองส่งจิตเข้าไปด้านในเ้าต้นอ่อน สร้างหลังคา้า แบบไม่ให้มีอะไรร่วงลงมาได้ไหม
เ้าต้นอ่อนด้านในยืนต้นนิ่งเงียบ
เธอบ้าเอง ที่ไปพูดคุยกับต้นไม้
ถ้าเธอไม่มีพลังพิเศษเหมือนที่เฮ่อจื่อชงว่าการอาศัยอยู่ที่นี่จะลำบากมากซือหย่าลองนั่งลงแตะที่ต้นหญ้าแล้วส่งความคิดเข้าไปในพื้นที่วิเศษอีกครั้ง
เ้าต้นอ่อนด้านในเอียงใบของมันไปมาท่าทีเหมือนครุ่นคิด
“ได้ไหมเจ๊ ลองสิ ตอนแรกผมก็ควบคุมพลังไม่ได้อาศัยจินตนาการเยอะ ๆ” เฮ่อจื่อชงเอาโทรศัพท์ ที่มีภาพหลังคาเถาวัลย์แบบที่มีเถาวัลย์พันเกี่ยวพาดไปพาดมาจนกลายเป็ซุ้มที่้าปกปิดไปด้วยเถาวัลย์ ยื่นให้ซือหย่าดู “ลองคิดให้เป็แบบนี้ดู เผื่อว่า... ”
พูดยังไม่ทันจบด้วยซ้ำ ต้นไม้ต้นหญ้าในบ้านก็ไต่ขึ้นไปด้านข้างของบริเวณตัวบ้านพันเกี่ยวสูงขึ้น ๆ ก่อนจะเริ่มพาดทับทบกันไปมาจากอีกฟากมาอีกฟากพันกันไปมาจนกลายเป็หลังคาเถาวัลย์ครอบบ้านเอาไว้
เ้าต้นอ่อนในจิตของซือหย่าเชิดใบขึ้นเหมือนว่ามันภูมิใจ
“เจ๊ควบคุมพลังธาตุไม้ระดับนี้เชียวหรือ” เฮ่อจื่อชงตื่นเต้นอย่างลิงโลด เจ๊คือคนที่ผมคู่ควรจะเกาะที่สุด
เื่การควบคุมพลังพิเศษอะไรนั่น ซือหย่าไม่รู้เื่นักเธอเพียงพูดคุยกับต้นอ่อนในมิติวิเศษเท่านั้นนอกนั้นก็แล้วแต่ว่าเ้าต้นอ่อนจะจัดการ แต่ไม่รู้ทำไมพอทำซุ้มหลังคาเถาวัลย์เสร็จกลับรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังออกไปจากร่าง ร่างกายอ่อนแรงจนทรงตัวไม่อยู่ ยืนโงนเงนไปมาหัวปวดแปลบ ทุกอย่างพล่าเบลอ
“เจ๊...”
เสียงตื่นตระหนกของเฮ่อจื่อชงดังมา พร้อมพุ่งเข้ามาหาก่อนรอบข้างของเธอจะดำมืดไป
ตื่นมาอีกทีซือหย่าพบว่าเธอเข้ามาอยู่ด้านในบ้านแล้ว มีเฮ่อจื่อชงดูแลส่วนปู่เฮ่อนั่งอยู่ที่เก้าอี้ นวดหน้าขาของตนไปพลาง
“พี่ซือหย่าฟื้นสักทีรู้ไหมว่าผมแบกพี่เข้ามาหนักจนหลังจะหักอยู่แล้ว พี่นี่ตัวเล็กแต่ตัวหนักมากเลย”เฮ่อจื่อชงโอดครวญ ก่อนจะอาศัยความน่าสงสารเข้าสู่ความอิ่มเอม “ใช้แรงไปมาก ตอนนี้ท้องก็ร้อง เอาแบบนี้วันนี้พี่พักก่อนเถอะผมจะดูแลพี่เอง เรามาหาอะไรกินกันก่อนเถอะ”
เฮ่อจื่อชงอาศัยความสับสนไม่ทันตั้งตัวของเ้าของบ้านตรงเข้าครัว
แม้จะดูเหมือนพูดขออนุญาตเข้าครัวคนอื่น ถึงอย่างนั้นก่อนหน้านี้ตอนที่ซือหย่าสลบ เขาก็ไปสำรวจบ้านนี้มาแล้วของที่ซื้อมาตุนวันนั้นไม่อยู่ในบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าซือหย่าเอาไปให้ใครหรือส่งไปให้ใคร หรือขายออกไปแต่ในห้องใต้ดินมีข้าวของอย่างอื่นที่ยังไม่ได้แกะกล่องที่เป็พวกของกินอยู่ไม่น้อย
เฮ่อจื่อชงซาวข้าว ก่อนจะหุงข้าวแล้วต้มไข่หลายฟอง เอาเนื้อหมูแช่แข็งออกมาเตรียมผัดใส่ผักที่เหลืออยู่ในตู้เย็น
“พี่อยากกินอะไรเป็พิเศษไหม” เฮ่อจื่อชงะโออกมา “เห็นแบบนี้ผมก็พอทำอาหารได้”
“เดี๋ยวพี่ช่วย” ซือหย่าลุกขึ้นได้ก็เข้าครัวมา เธออยากมาดูว่าของใช้พวกเครื่องไฟฟ้าหลายอย่างในนี้ใช้อย่างไรจะได้ศึกษาไว้
ดูเหมือนว่าการเร่งต้นไม้สร้างหลังคาเถาวัลย์จะกินพลังของเธอไปจนหมดต้นอ่อนในจิตของเธอมีการสั่งการบางอย่างที่สูบเอาพลังในตัวเธอไปใช้และพลังงานสีเหลืองบางอย่างที่มันสูบออกมาจากคริสตัลออกไปใช้นี่คงเป็เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะเข้าใจ
พอทำอาหารเสร็จ ทั้งสามก็มากินอาหารด้วยกันอิ่มท้องแล้วเฮ่อจื่อชงก็ตัดสินใจออกมา
“พี่ซือหย่า ผมสำรวจในครัวแล้ว เรามีอาหารไม่มากผมจะเสี่ยงชีวิตออกไปด้านนอก ที่ตลาดสดคงพอมีอะไรให้เราเอากลับมากินได้บ้าง”
เฮ่อจื่อชงเอ่ยแล้วลอบมองซือหย่าอย่างคาดหวังก็พลังพิเศษของเธอสามารถปลุกต้นหญ้า ปลุกต้นไม้ได้ นี่มันพลังระเทพชัด ๆ
แต่ซือหย่ากลับไม่เอ่ยว่าอะไรเอาแต่พยักหน้า
เจ๊จะไม่ห้ามสักคำหน่อยหรือ
ผ่านไปสักพักก็คิดอีก
เจ๊ห้ามหน่อยเถอะ
อึดใจก็คิดอีกว่า
ห้ามเซ่
คิดจนห่อเหี่ยวก็ไม่มีเสียงห้ามดังมาสักแอะได้แต่ปลงตกในใจ ฉันตายเหมือนหมาแน่นอน