อดีตนายทหารกับปฐมบท
นาวาอากาศโทเทพประทาน ลี หรือ ลีเทียนเฉิน อายุ 31 ปี อายุราชการ 10 ปี 9 เดือน 22 วัน ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2566 สาเหตุ: ปัญหาสุขภาพ (***หมายเหตุ แพนิกจากาข้ามชาติ รหัส CWL0274) เห็นสมควรอนุมัติให้ลาออก พร้อมเงินบำเหน็จกึ่งหนึ่ง และเงินรางวัลทหารกล้า
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
วันที่ 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 เวลา15.41 น.อากาศยานรบนับสิบลำทยอยจอดเทียบท่าลานจอดของกองทัพอากาศเขตเมือง R ร่างอิดโรยของทหารผู้ควบคุมอากาศยานค่อย ๆทยอยลงมาจากเครื่องบินรบประสิทธิภาพสูง
ภารกิจต้านการโจมตีทางอากาศสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีทว่ายังไม่สามารถวางใจได้ตราบใดที่าของประเทศเพื่อนบ้านยังไม่จบลง
ประเทศ T เป็ประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศ M และประเทศ L แม้ไม่ได้ร่วมทำาด้วยแต่ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ทั้งผู้ร้ายข้ามชาติ ผู้อพยพ และการฉวยโอกาส่ชิงดินแดนซ่องสุมกำลังพล
ทั้งทหารราบทหารอากาศ หรือแม้แต่ทหารเรือล้วนทำงานอย่างหนักหน่วงใน่สองปีมานี้ายืดเยื้อจนเศรษฐกิจแถบชายแดนซบเซาลงไปมากงบประมาณส่วนกลางกึ่งหนึ่งถูกโยกย้ายมาเพื่อสร้างแนวรั้วประเทศป้องกันความปลอดภัยของพลเมืองชาวT
ประเทศ T ปิดรับผู้อพยพมาปีกว่าแล้วเนื่องด้วยผู้อพยพส่วนมากก่อความไม่สงบในประเทศทั้งฉกชิงวิ่งราว และก่ออาชญากรรมต่าง ๆ แม้ดูไร้มนุษยธรรมในสายตาประชาคมโลกแต่คนในชาติล้วนสำคัญกว่านายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศงดรับผู้อพยพและเดินหน้าเต็มกำลังผลักดันผู้ร้ายข้ามแดนออกไปรวมถึงผู้อพยพที่ก่อความไม่สงบด้วย
กลับมาที่กองทัพอากาศหลังจากทหารปฏิบัติการชุดล่าสุดออกไปต้านข้าศึกที่หันมา่ชิงดินแดนกว่าสิบหกชั่วโมงและได้กลับมาแล้วเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
นาวาอากาศโทรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเข้ารายงานความเป็ไปแก่ผู้บัญชาการสูงสุดภาคที่หนึ่ง
ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด
กองทัพสูญเสียทหารน้ำดีไปยี่สิบห้านายรวมนาวาอากาศเอกสุริยะ เตมีย์ณรงค์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการวิหคเพลิงไปด้วย
ยานรบสองที่นั่งเสียหายเจ็ดลำหนึ่งที่นั่งสิบเอ็ดลำ ทั้งหมดในนั้นไม่มีผู้รอดชีวิต
เหลือผู้รอดชีวิตกลับมาเพียงสิบสามนายจากยานรบหนึ่งที่นั่งสิบเอ็ดลำและสองที่นั่งหนึ่งลำ
สภาพผู้รอดชีวิตล้วนสะบักสะบอมไม่สามารถฟื้นตัวได้ภายในวันหรือสองวัน
“จบรายงานครับ!”เสียงแหบหุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อกล่าวรายงานจบแม้จะมีความเหนื่อยล้าแต่ต้องทำงานให้เสร็จสิ้นตามภารกิจเสียก่อน
“เฮ้อ!ครั้งนี้พวกมันอยากได้เขตของเราแน่ ๆ ถ้าเผลอสักนิดมันคงยึดไปได้แล้ว”
“ไปพักเถอะนาวาอากาศโทเทพประทาน”
สิ้นคำของผู้ควบคุมสูงสุดร่างสูงใหญ่ในชุดพร้อมรบสีเข้มก็ทรุดลงหน้าคว่ำกับพื้นทันที
“เทียนเฉิน!”ผู้บัญชาการหนุ่มใหญ่ะโลั่นด้วยความใ
“พาไปห้องพยาบาลพาไปห้องพยาบาล เร็ว ๆ เลย” ความชุลมุนจึงเกิดขึ้นใครจะคาดคิดว่ารองหัวหน้าหน่วยที่ดูเหมือนไม่เป็อะไรจะล้มลงทันทีที่รายงานเสร็จ
ยิ่งกู้ข้อมูลจากกล่องดำผู้ใหญ่ในฐานทัพยิ่งเข้าใจว่าทำไมพวกเขาเ่าั้จึงมีสภาพปางตายเช่นนั้นโดยเฉพาะนาวาอากาศโทเทพประทานที่รักษาการตำแหน่งหัวหน้าหน่วย
‘พวกมันเอาอะไรมัดหน้ายาน?’
‘รองหัวหน้าในกล่องที่ผูกไว้คืออะไร ดูเหมือนดิ้นได้?’
‘ซูมเข้าไปหน่อยกาเหว่า’
‘ร...รองหัวหน้าคน! ที่อยู่นอกยานรบเป็คนทั้งหมด’
‘เห็นแล้วกาเหว่า’
‘บ้าฉิบ!พวกมันคิดอะไรกันอยู่’
‘คิดแบบคนบ้ายังไงล่ะเพนกวิน’
‘กาเหว่าระวัง!’
ตู้ม!!!
ตู้ม!!!
‘โจมตี!โจมตีไม่ต้องสนอะไร รักษาชีวิตตัวเองและดินแดน’
‘เอหนึ่งเอสอง เอสาม กลับฐาน ส่วนที่เหลือกระจายกำลัง รหัสแดง ยืนยันรหัสแดง’
แต่ไม่ทันพวกมันดักโจมตีเส้นทางกลับฐานทุกเส้นทาง
...
‘สถานการณ์สีเหลืองขอให้ลูกเรือทุกคนกลับฐานโดยสวัสดิภาพที่เหลือฉันจัดการเอง’
‘รองหัวหน้า!!!’
‘กลับ!นี่คือคำสั่ง’
...
‘ขอพระเ้าอภัยให้ลูกด้วย’
ตู้ม!!!
ตู้ม!!!
ตู้ม!!!
เพราะชุดวิหคเพลิงเดี้ยงหมดทหารชุดอื่นจึงรับหน้าที่ที่หนักขึ้น
ผ่านไปสามเดือนผลประเมินสุขภาพหน่วยวิหคเพลิงดีขึ้นเล็กน้อย สภาพร่างกายฟื้นตัวได้เร็วทว่าสภาพจิตใจ...ย่ำแย่พอสมควร
ใครจะคิดว่าวันหนึ่งต้องลงมือสังหารเหยื่อนับร้อยเพื่อรักษาประเทศชาติ
ถามว่าใครอาการหนักสุดจิตแพทย์ทั้งหลายคงตอบเป็คำตอบเดียวกัน คือ นาวาอากาศโทเทพประทาน ลี
เขามีอาการแพนิกยามเข้าไปในยานบินรบหรือแม้แต่เครื่องบินธรรมดาก็ไม่เว้น