22.04น.
รถของผมค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านของ ผอ.ธนกฤต ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลงเขาก็เอ่ยขึ้นแทบจะทันที
“ขอบใจมาก”เสียงทุ้มหนักดังพร้อมกับมือที่ยื่นมาทางผม ในมือมีธนบัตรพันสามใบ
“ครับผม”ผมตอบรับพลางรับเงินนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
จากนั้นเขาก็เปิดประตูลงจากรถด้วยท่าทีสบายอารมณ์ใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่รีบร้อน ในขณะเดียวกันธนบัตรที่ผมเพิ่งได้รับจากเขา กลับหายวับไปจากมือ ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
ทันใดนั้นเองจอโปร่งแสงตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนเบา ๆ
[ค่าตอบแทนรับ-ส่ง100,000 บาท ]
[เนื่องจากความสนิทระดับ2 ค่าตอบแทน X 4 = 400,000 บาท]
“เงินแค่สามพันแกยังไม่ให้ฉันเหรอระบบ อะไรของแกเนี้ย” ผมบ่นพลางหัวเราะเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรนัก
ไม่นานรถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดตรงหน้าผมไฟหน้ารถส่องกระทบเข้าตาอย่างแรงจนผมต้องหรี่ตาลง ภาพตรงหน้าพร่ามัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ ปรับชัดขึ้น
และแล้วผมก็เห็นว่าเป็นไผ่น้ำเธอคงเพิ่งกลับถึงบ้าน ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ผุดขึ้นมาทันทีเธอตั้งใจจะบอกอะไรผมกันแน่
ผมเหลือบมองเวลาคูลดาวน์ของสกิลไว้วางใจ ที่ยังเหลืออีกตั้ง หกชั่วโมง ก่อนจะอดบ่นออกมาไม่ได้
"ระบบ!ช่วยเร่งให้สกิล ไว้วางใจ ใช้งานได้เร็วๆ กว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง?"
[ขออภัยครับ ผมไม่สามารถดำเนินการตามที่คุณร้องขอได้]
[ระบบจะทำการมอบสกิลที่อาจช่วยเหลือคุณได้แต่การมอบในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของการแจกสกิลฟรี]
[เนื่องจากโควตาการมอบสกิลฟรีได้ครบตามที่กำหนดแล้ว หลังจากนี้เป็นต้นไปหากคุณต้องการสกิลใดๆ ที่ร้องขอมา คุณจะต้องจ่ายด้วยเงินจำนวน ห้าล้านบาท]
"คุณจะยอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่?"
“ห๊ะ…ห้าล้านเลยเหรอ…”
ผมอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นข้อความที่ระบบส่งกลับมาความตกใจแล่นวูบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่สติจะค่อย ๆ กลับมา
พร้อมกับเข้าเกียร์ถอยหลังอย่างระมัดระวังเพื่อเปิดทางให้รถของไผ่น้ำเข้าไปในบ้านของเธอ พลางพึมพำกับตัวเองว่า “ตั้งห้าล้าน…”
ผมถอนหายใจยาว“เอาเถอะ แกก็ให้สกิลฉันมาฟรีตั้งเยอะ อีกอย่างเงินห้าล้านตอนนี้ก็ไม่ได้หาได้ยากอะไรสำหรับฉันแล้ว”
ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนก็จะเอ่ยออกไป “ฉันยอมรับ”
ติ้ง...
[คุณได้รับสกิลออร่าเอ่ยวาจา]
[เอฟเฟกต์:เมื่อใช้กับใครก็ตาม เป้าหมายนั้น จะอยากสนทนากับคุณขึ้นมาทันที]
[คุณได้รับสกิล วาจาจริง]
[เอฟเฟกต์: เมื่อใช้กับใครก็ตาม เป้าหมายนั้น จะไม่สามารถโกหกได้และจะพูดความจริงออกมาโดยอัตโนมัติ]
“โอ้...สกิลน่าสนใจแฮะ” ผมพึมพำกับตัวเอง “แต่ว่าจะทันไหม คุณหมอเธอเข้าบ้านไปแล้ว”ผมเอ่ยเบา ๆ ขณะที่บานประตูใหญ่หน้าบ้านค่อย ๆ ปิดลงจนสนิท
ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้นตอบกลับมาทันควัน
[คุณสามารถใช้งานสกิลนี้ได้ตลอด ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนหรืออยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม]
“ดีเลยงั้นใช้สกิลออร่าเอ่ยวาจา”ผมเอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ
[รับทราบสกิลออร่าเอ่ยวาจา ทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 24 ชั่วโมงใช้งานได้อีกครั้งพรุ่งนี้เวลา 22.10 น.]
หลังจากเห็นข้อความแจ้งเตือนของระบบผมก็เหลือบมองไปยังประตูใหญ่ตรงหน้าอย่างลังเล
“แล้วไงต่อเนี่ยฉันต้องรออยู่แบบนี้เหรอ…หรือควรเดินเข้าไปคุยกับเธอเลย” ผมพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นเสียงระบบที่ไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในหัว
[โปรดรอสักครู่ครับ]
ไม่ถึงสองนาทีไผ่น้ำก็เปิดประตูเล็กที่อยู่ข้างประตูใหญ่เดินออกมา พอเห็นเธอผมก็ดับเครื่องยนต์ทันที ก่อนจะส่งยิ้มให้ทั้งที่ในใจยังคงสงสัยอยู่ว่าสกิลที่ว่ามันจะทำงานยังไงกันแน่
เธอเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับแล้วพูดกับผมด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “ฉันขอเวลาคุณสักเดี๋ยวได้ไหมคะ”
“ได้ครับมีอะไรเหรอครับ?” ผมถามกลับไปทันที
ไผ่น้ำมองผมนิ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณลงจากรถก่อนได้ไหมคะ แล้วค่อยคุยกัน”
ผมยิ้มรับแล้วเปิดประตูลงจากรถ ความสงสัยผุดขึ้นเต็มหัว เธออยากคุยเรื่องอะไรกันแน่
ผมเดินตามเธอไปที่ท้ายรถกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอลอยมาแตะปลายจมูกทุกครั้งที่ก้าวตามหลังเธอหยุดแล้วหันกลับมามองผมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
“เอ่อ…คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
“ผมมาส่งผอ.ธนกฤตครับ แล้วก็กำลังจะกลับพอดี” ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา
ไผ่น้ำพยักหน้าเบาๆ ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อย พลางถอนหายใจ “ค่ะ…”
ผมจับสังเกตท่าทีของเธอได้ทันทีดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้เธอไม่พอใจนัก ผมจึงลองถามออกไปว่า “คุณรู้เหรอครับว่าเขาไปทำอะไรมา”
เธอเม้มปากเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา“ค่ะ…แต่ไม่ขอพูดถึงเรื่องนั้นดีกว่า ฉันไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับพ่ออีกแล้ว”
หลังคำพูดนั้นเธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม
“เอ่อ…คือว่าคุณเป็นอะไรกับน้องโฟร์ทเหรอคะ” ไผ่น้ำถามออกมาตรง ๆไม่มีอ้อมค้อมแม้แต่นิดเดียว
ผมยกคิ้วขึ้นทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น“ก็…เป็น…”ผมลากเสียงยาวพยายามหาคำอธิบาย ก่อนยิ้มแห้ง ๆ พร้อมยกมือเกาศีรษะเบา ๆ“จะว่าไงดีล่ะครับ…”
ไผ่น้ำมองผมนิ่งๆ ก่อนเอ่ยต่อ “เมื่อตอนกลางวันฉันเห็นน้องโฟร์ทวิ่งเอากาแฟไปให้คุณ”
เธอหยุดเม้มปากเล็กน้อย สายตาเหมือนกำลังชั่งใจ “ดูจากที่คุณสองคนคุยกัน…คงไม่ใช่แค่คนรู้จักเฉยๆ ใช่ไหมคะ”
เธอซักถามผมไม่หยุดจนผมเองก็เริ่มจนมุมไปชั่วขณะใบหน้าที่ดูน่ารักของเธอกลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ผมสูดหายใจเบาๆ ก่อนตอบออกไป “ถ้าผมบอกว่า…ผมกับโฟร์ทเป็นแฟนกันล่ะครับ”
ทันทีที่พูดจบไผ่น้ำยกแขนขึ้นกอดอก สีหน้าเธอเปลี่ยนไป คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นเธอถอนหายใจยาวเหมือนไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
“ไหนวันก่อนน้องบอกฉันว่าเพิ่งรู้จักคุณเองนี่คะแล้วทำไมถึงเป็นแฟนกันได้ล่ะ”
เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
ผมยิ้มแห้งๆ ให้เธอทั้งที่ในใจยังสับสนและอยากรู้เหลือเกินว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการรู้อะไรจากปากผมกันแน่
สายตาของไผ่น้ำยังจับจ้องมาที่ผมไม่หลบเลี่ยงราวกับกำลังพยายามอ่านความคิดผมอยู่ตลอด
เห็นดังนั้นผมจึงให้ระบบช่วย“ระบบ”ผมเอ่ยในใจ “ใช้สกิลวาจาจริงทีสิ”
[รับทราบสกิลวาจาจริง ทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 24 ชั่วโมงใช้งานได้อีกครั้งพรุ่งนี้เวลา 22.16 น.]
“ขอโทษนะครับจริง ๆ แล้วคุณหมอต้องการอะไรเหรอครับ” ผมถามด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไผ่น้ำชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบเสียงติดขัด “เอ่อ…ปะ…เปล่า…ไม่ได้ต้องการอะไรค่ะ”
แต่หลังจากนั้นเธอก็รีบเสริมต่อทันทีราวกับกลัวว่าผมจะเข้าใจผิด “ฉันแค่…ไม่เชื่อว่าคุณกับน้องโฟร์ทเป็นแฟนกันก็เท่านั้น”
ผมยิ้มออกมาอย่างใจเย็นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นก่อนเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“ทำไมคุณหมอถึงคิดแบบนั้นล่ะครับและอีกอย่าง…ดูเหมือนว่าการที่ผมคบกับโฟร์ทจะทำให้คุณหมอกังวลมากเลยมันหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ”
น้ำเสียงผมไม่ได้กดดันแต่ตั้งใจถามให้ชัดเจนมากกว่าเพราะท่าทีของเธอดูมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ชัดเจนยิ่งผมพูดเธอก็ยิ่งหลบตาเหมือนกำลังชั่งใจว่าควรบอกอะไรหรือไม่