ตอนที่ 1 (4)
ตามที่คาดไว้ หลังจากเสียงโห่ร้องค่อยๆ หยุดลง ชายคนหนึ่งยิ้มร่าเดินออกมาจากกลุ่มนั้น หันมองไปรอบๆ และดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับสายตาจากรอบทิศที่จ้องมองมาด้วยความสนใจแบบนี้ เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ผายมือออกเป็สัญญาณให้ทุกคนเปิดทาง จากนั้นจึงก้าวเท้าอย่างสง่างาม
‘สวยกินคนชะมัด’ ถังเฮ่ออดเอ่ยชมในใจไม่ได้
ความประทับใจที่ถังเฮ่อมีต่อเด็กหนุ่มคนนี้คือสวย ไม่ใช่ออกสาว ไม่ใช่น่าขยะแขยง ไม่ใช่วิปริต แค่สวย
ไม่ใช่ว่าถังเฮ่อไม่เคยเห็นผู้ชายสวยมาก่อน แต่เป็ครั้งแรกจริงๆ ที่เขาเจอเข้ากับคนที่ดูเป็ธรรมชาติและเจริญตาจนชวนตะลึงขนาดนี้
ภายใต้การจับจ้องของฝูงชน ด้วยฤทธิ์เหล้าเจ็ดแปดส่วน ตู้เจี้ยนโยวจึงมีความกล้าขึ้นมา กวาดมองฝูงชนด้วยแววตาทรงเสน่ห์ เขาเป็แขกประจำของบาร์แห่งนี้ ก่อนหน้านี้ยังเคยมาช่วยร้องเพลงแทนนักร้องประจำอยู่พักหนึ่งด้วย หลายๆ คนจึงรู้จัก เขาเยื้องกรายไปทางเวทีเล็กๆ ข้างเคาน์เตอร์บาร์ท่ามกลางเสียงปลุกใจ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ ตอนที่เดินผ่านเคาน์เตอร์บาร์ดันไล้ไปที่ถังเฮ่อแบบพอดิบพอดี เข้าประชิดจากด้านหลังและกระซิบข้างหูว่า “คุณเองเหรอ” ลมหายใจปะทะริมใบหูซึ่งไวต่อความรู้สึกของถังเฮ่อ
“...” ฉันอะไร ถังเฮ่อสีหน้างงงวย
“คุณมาฟังผมร้องเพลง” คราวนี้เป็ประโยคบอกเล่า ถังเฮ่อถึงค่อยกระจ่างแจ้งว่าเด็กหนุ่มใบหน้างดงาม ทักษะการเล่นทายนิ้วเป็เลิศ และรูปร่างเย้ายวนที่อยู่ต่อหน้าเขาผู้นี้ก็คือนักร้องหนุ่มเสียงใสที่ดูขัดเขินคนนั้นนั่นเอง อีกฝ่ายเปลี่ยนทรงผม ดังนั้นในบาร์ไฟสลัวนี้ ถังเฮ่อจึงจำไม่ได้ในทันที ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าพอเมาแล้วจะมีท่าทางเซ็กซี่ยั่วเย้าขนาดนี้
“ขอโทษนะ ไม่ถือใช่ไหม” ไม่ทันรอให้ตอบกลับก็โอบมาจากด้านหลัง คว้าแก้วในมือของถังเฮ่อ และดื่มเหล้าที่เหลืออยู่รวดเดียวจนหมด จากนั้นยัดแก้วกลับคืนไปในมือด้วยท่าทางสง่างาม ชม้ายตามองก่อนเลิกคิ้วให้เล็กน้อยและะโขึ้นเวทีพร้อมรอยยิ้ม
ตู้เจี้ยนโยวประคองขาตั้งไมค์ด้วยท่าทางเกียจคร้าน หรี่ตามองรอบๆ จากนั้นพูดกับฝูงชนที่อยู่ด้านล่างเวทีว่า “พร้อมยัง เด็กๆ”
“พร้อมแล้ว กัปตัน” ทุกคนขานรับพร้อมเพรียงเหมือนซักซ้อมไว้ล่วงหน้า
“เสียงเบาไปหน่อยน้า”
“พร้อมแล้ว กัปตัน” ฝูงชนแผดเสียงกู่ร้อง
“...” ถังเฮ่อทั้งใและพูดไม่ออก ตอนนี้ที่นี่เหมือนการชุมนุมสพันจ์บ็อบ สแควร์แพนส์เลย
ตู้เจี้ยนโยวยกยิ้มมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มนั้นทั้งซุกซนและน่ารัก เห็นเพียงเ้าตัวหันหลังให้คนที่อยู่ด้านล่างเวทีแล้วพูดกับวงดนตรีสองสามคำ ก่อนจะเริ่มบรรเลงอินโทรอย่างรู้ใจกันดี จากนั้นตู้เจี้ยนโยวจึงค่อยๆ โยกตัวไปตามจังหวะโดยที่ยังคงหันหลังให้คนด้านล่างอยู่ โยกตัวสบายๆ เหมือนต้นหลิวลู่ลม ทั้งยังเจือท่าทางลึกลับคล้ายแมว จากนั้นหันศีรษะกลับมาเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้าง สายตาจ้องมองไปที่มุมหนึ่งของเวทีพร้อมเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงเฉื่อยชา
“เธอ คือแสงอัสดงอันแ่เบา โหยหาคนเข้าใจและเห็นค่า
เขา มีหน้าต่างอัดแน่นด้วยก้อนเมฆ รอคอยเพียงใครสักคนมาเพลิดเพลินเคียงคู่”
เสียงกรีดร้องระลอกหนึ่งดังขึ้นจากด้านล่างเวที
ตู้เจี้ยนโยวร้องเพลงพลางบิดเอวเล็กน้อยและหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าทุกคนในที่นี้อย่างเชื่องช้า
ถังเฮ่ออดตกตะลึงไม่ได้ กัปตันที่เพิ่งจะหยอกล้อซุกซนกลับเลือกเพลงที่มีความเป็ผู้หญิงเต็มตัว เขาเคยฟังมาก่อน นักร้องต้นฉบับคือเด็กสาว แต่ไม่เคยเลยคิดว่าผู้ชายจะร้องเพลงนี้ได้มีเสน่ห์และความหมายลึกซึ้งเช่นนี้
“มาสิ ร่อนเร่กัน ถึงยังไงทิศทางก็มีมาก
มาสิ สรรค์สร้างกัน ถึงยังไงทิวทัศน์ก็มีมาก อา คัน”
ตู้เจี้ยนโยวมือหนึ่งจับไมโครโฟน อีกมือชูออกไปและหงายขึ้น กรีดนิ้วเข้าหาตัวตามลำดับจากนิ้วก้อย ออกท่าทางยั่วยวนสามสี่ท่า ก่อนจะลูบไล้ลูกกระเดือกและกระดูกไหปลาร้าของตัวเองด้วยนิ้วเรียวยาว ทั้งยังทำท่าแหวกเสื้อเชิ้ตเล็กน้อย การเคลื่อนไหวทั้งหมดเชื่องช้าเกียจคร้าน เร้าอารมณ์จนคนด้านล่างตื่นเต้นพลุ่งพล่านไปหมด
“คันไหม” ตู้เจี้ยนโยวฉวยจังหวะ่ดนตรีบรรเลงถามหยอกเย้า สายตากวาดมองไปยังฝูงชน จนในที่สุดแววตาที่หรี่ปรือและทอประกายวาววับก็มาหยุดอยู่บนตัวถังเฮ่อ
“คัน!” ฝูงชนะโโห่ร้องตีอกชกหัวประหนึ่งรัวกลอง เหมือนมีอาการคันที่อดรนทนไม่ไหวอยากจะเกาจนหนังหัวถลอกเืซิบพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
ถังเฮ่อตะลึงอยู่บ้าง มองดูผู้คนรอบข้างที่ออกอาการคลุ้มคลั่งหน่อยๆ ด้วยความรู้สึกขบขัน จากนั้นเบือนสายตากลับไปยังชายหนุ่มรูปร่างเพรียวบาง เอวคอด สะโพกสอบที่อยู่บนเวทีคนนั้น ต้องบอกเลยว่านักร้องหนุ่มคนนี้คือมือหนึ่งในการสร้างบรรยากาศจริงๆ อีกฝ่ายบิดเอวไปด้วยท่วงท่าสง่างามและเจือความผ่อนคลายอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเป็ธาตุแท้ของเ้าตัว หากไม่ใช่แบบนี้จะดูเหมือนเสแสร้งแทน เสียงของอีกฝ่ายมีเวทมนตร์บางอย่าง และเสียงกระซิบที่เพิ่งแนบหูถังเฮ่อเมื่อครู่นั้นฟังชัดว่าใสกระจ่าง ทว่าตอนนี้กลับร้องเพลงที่ดูเซ็กซี่นวยนาดเช่นนี้ออกมา
เมื่อตู้เจี้ยนโยวเห็นผู้ชมร้องเฮสนับสนุนอย่างอบอุ่นเช่นนี้จึงคลี่ยิ้มอย่างเปี่ยมเสน่ห์และมั่นใจบางๆ พร้อมร้องเพลงต่อไป
“ตกหลุมรักรูปลักษณ์ของความรักอย่างเปิดเผย
เวียนวนใหลหลงกับความมุทะลุแห่งฝัน
ยิ่งตระหนก ยิ่งคิด ยิ่งตระหนก ยิ่งคัน ยิ่งเกา ยิ่งคัน”
เขากระตุกเสียงส่งท้าย คล้ายมีกรงเล็บน้อยๆ ข่วนเข้าไปในใจของทุกคน ทันใดนั้นถังเฮ่อก็เริ่มรู้สึกคันขึ้นมา
“คันเหรอ” ตู้เจี้ยนโยวหรี่ตา “ก็เกาเองสิ” เขาเอ่ยประโยคนี้ทิ้งท้าย คิ้วที่เลิกขึ้นอย่างอวดดีนั่นทำให้เกิดเสียงผิวปากและกรี๊ดกร๊าดระลอกหนึ่งด้านล่าง