แสงอรุณของรุ่งเช้าวันถัดไปเข้ามาเยือน พวกเขาทั้งสามคนก็ออกจากห้องพักและลงมาทานอาหารเช้าที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม
แม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่บรรลุระดับจักรพรรดิขึ้นไป จะไม่จำเป็ต้องทานอาหารก็ได้ แต่อิงฮวายังไม่ถึงระดับนั้น นางยังคงจำเป็ต้องทานอาหารอยู่ ถึงแม้ว่าจะสามารถกินโอสถคุมหิวแทนได้ก็ตาม
แต่ว่าวัยสำหรับนาง จำเป็จะต้องทานอาหารเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโต อีกอย่าง ถึงยังไงเขาก็เคยเป็มนุษย์ธรรมดามาก่อน การทานอาหารจึงถือเป็การสร้างความสุขให้กับชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง
"ทานอาหารเสร็จแล้วข้าจะออกไปสำรวจดูรอบๆเมืองหน่อย เผื่อว่าจะเจออะไรหน้าสนใจ พวกเ้าสองคนจะไปกับข้าหรือว่าจะอยู่ฝึกฝนรอบนห้อง?"หยางตงเทียนกล่าวถามตงฟางหยูและอิงฮวา ที่กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวามือของตน
"ข้าต้องไปปกป้องท่านอยู่แล้วขอรับ! หากเกิดอันตรายหรือสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ข้าจะได้ช่วยเหลือท่านได้ทัน!"ตงฟางหยูกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น!
"ข้าไปด้วยเ้าค่ะ!!"เมื่อได้ยินหยางตงเทียนกล่าวถาม อิงฮวาก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นมา นางกล่าวตอบรับด้วยความตื่นเต้น!
นางอยากออกไปเที่ยวในเมืองมานานแล้ว เพราะปรกติเดิมทีตอนที่นางอยู่ในตระกูล นางก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในจวนซะเป็ส่วนใหญ่ เนื่องจากท่านพ่อของนางไม่ให้นางออกไปด้านนอก
เนื่องจากกลัวผู้คนล่วงรู้เื่กายาของนาง แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปกปิดเอาไว้มิดชิดเพียงใด ความลับเื่กายาพิเศษของนางก็หลุดลอดออกไปอยู่ดี จนเป็เหตุให้ตระกูลของนางต้องล่มสลายลง....
"ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าก็รีบทานเถอะ!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้น
"ขอรับ/เ้าค่ะ! ท่านประมุข..."ทั้งสองกล่าวตอบรับแล้วก้มหน้าลงทานอาหารต่อ
ผ่านไปไม่นาน เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว ทั้งสามก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป แม้ว่าจะยังเช้าอยู่ แต่ก็มีชาวบ้านและเหล่าจอมยุทธ์ออกมาเดินกันขวักไขว่ไปมาตามถนนเต็มไปหมดแล้ว
นับว่าคึกคักไม่น้อย แม้ว่าในระหว่างทางจะมีคนหันมามองทางพวกเขาสามคนอยู่บ้างเป็ระยะๆ แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจพวกเขามากนัก
เพราะว่าไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของเขาได้ ส่วนอิงฮวาก็สวมผ้าปิดหน้าเอาไว้อยู่ จึงเผยให้เห็นเฉพาะดวงตาของนางเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมา
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถปกปิดความงดงามของนางได้ทั้งหมดก็ตามที แต่ก็ถือว่าไม่โดดเด่นจนเกินไป
ขณะเดินไปตามท้องถนน หยางตงเทียนก็หมุนเวียนลมปราณ เปิดใช้งานเนตรส่อง์ไปพลางๆ แต่เขาก็ยังไม่พบสิ่งใดหน้าสนใจเลย
………..
## เสิ่นหลาง
-- อายุ : 230 ปี
-- ระดับพลัง : ก่อเกิด ขั้น ห้า
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : ต่ำ
-- ขุมกำลัง : จอมยุทธ์อิสระ
.................
## อู่ิ
-- อายุ : 50 ปี
-- ระดับพลัง : ไม่ได้ฝึกฝน
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : ต่ำ
-- ขุมกำลัง : จอมยุทธ์อิสระ
...................
## หญ้าวารี
-- ระดับ : สอง ขั้นต่ำ
– สรรพคุณ : ห้ามเื
..................
## แก่นอสูร หนูสายหมอก×2
-- ระดับ : สอง
..................
## ซางเสิน
-- อายุ : 500 ปี
-- ระดับพลัง : รวมิญญา ขั้น ห้า
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : กลาง
-- ขุมกำลัง : จอมยุทธ์อิสระ
….....……........
พวกเขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนทั่วทั้งเมือง แต่ว่าเขาก็ไม่พบสิ่งใดหน้าสนใจเลย ต่างจากอิงฮวาที่พบเห็นสิ่งใดก็ตื่นเต้นไปหมด นางได้น้ำตาลปั้นและผลไม้เคลือบน้ำตาลมาเต็มมือ แน่นอนว่าเขาเป็เป็คนจ่ายเงิน!
"ไปดูเซียนโอสถตามที่ได้ข้อมูลจากเสี่ยวเอ้อกันเถอะ! แล้วเราจะออกเดินทางกันต่อเลย ที่เมืองแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดหน้าสนใจแม้แต่น้อย...." หยางตงเทียนกล่าวออกมา
"ขอรับ/เ้าค่ะ"ตงฟางหยูและอิงฮวากล่าวตอบรับ จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็เดินออกจากเมืองไป เมื่อพ้นอาณาเขตของเมือง หยางตงเทียนก็นำเรือเหาะออกมา แล้วทะยานขึ้นไป้าทันที ส่วนตงฟางหยูก็ใช้ลมปราณยกอิงฮวาขึ้นมาแล้วตามหลังหยางตงเทียนขึ้นไปติดๆ
เมื่อขึ้นมาบนเรือแล้ว หยางตงเทียนก็บังคับเรือเหาะให้บินไปตามเส้นทางของแม่น้ำด้านล่าง เพื่อไปยังจุดที่เสี่ยวเอ้อบอก
.............................
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย
"ที่นี้มีค่ายกลอยู่จริงๆด้วยขอรับ!? มีความเป็ไปได้ว่าจะมีบางสิ่งซ้อนอยู่ด้านในจริงๆ" ตงฟางหยูกล่าวขึ้นมา ขณะที่ยืนอยู่บนหัวเรือ สายตาจับจ้องไปที่ค่ายกลโปร่งแสงตรงหน้า
"เราลงไปดูกันเถอะ อิงฮวาเ้ารออยู่ที่นี่"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา
“เ้าค่ะ” นางกล่าวตอบรับอย่างว่าง่าย
หยางตงเทียนและตงฟางหยูลอยออกจากเรือเหาะไป ทั้งสองเหยียบย่างอยู่บนอากาศ ค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้ค่ายกลเรื่อยๆ
ขณะนั้น หยางตงเทียนก็ใช้เนตรส่อง์ส่องดูด้านใน เพื่อดูว่าด้านในค่ายกลนั้น มีสิ่งใดซ้อนอยู่หรือไม? หากว่ามีอันตราย ตนจะได้เตรียมพร้อมรับมือได้ทัน
………............
##ค่ายกลสี่ทิศ
-- ดูดซับลมปราณจากฟ้าและปัฐพีมาค้ำจุล
....……............
## เซียนโอสถฟางชิงหลัน
-- อายุ : 6,580 ปี
-- ระดับพลังยุทธ์ : เซียนขั้นสี่
-- นักหลอมโอสถระดับแปดชั้นสูง
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : สูงสุด
-- ขุมกำลัง : จอมยุทธ์อิสระ
....…….....
## มู่หลาง
-- อายุ : 15 ปี
-- ระดับพลัง : รวมิญญา ขั้น สาม
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : สูงสุด
-- ขุมกำลัง : ศิษย์เซียนโอสถ
....……..
## มู่ชิงชิง
-- อายุ : 15 ปี
-- ระดับพลัง : รวมิญญาขั้นหนึ่ง
-- นักหลอมโอสถระดับสามขั้นต่ำ
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : สูงสุด
-- ขุมกำลัง : ศิษย์เซียนโอสถ
…………......
เมื่อใช้เนตรส่อง์ส่องดู เขาก็พบว่าที่ด้านในค่ายกลนั้น มีเซียนโอสถอยู่จริงๆ ส่วนรุ่นเยาว์อีกสองคนก็เป็ลูกศิษย์ของนาง
"ฮุฮุๆๆ... นับว่ามาไม่เสียเที่ยวแล้ว จะต้องทำให้พวกเขาเข้าร่วมูเาเทพเซียนให้ได้! ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาอย่างมาดมั่นในใจ
..................
ตัดภาพไปที่ภายในค่ายกล ฟางชิงหลัน สามารถััได้ั้แ่ที่มีเรือเหาะลอยเข้ามาใกล้ค่ายกลแล้ว ตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เพราะถึงแม้ว่านางจะเป็เซียนโอสถ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเกลงกลัวในอำนาจของนาง โดยเฉพาะกับพวกเซียนจากขุมกำลังขั้นหนึ่ง พวกเขากับนางถือว่ามีสถานะเท่ากัน พวกเขาไม่จำเป็จะต้องเกรงใจนาง เพราะว่าในขุมกำลังของพวกเขาก็มีเซียนโอสถอยู่เช่นกัน
"ท่านอาจารย์ พวกเขาเป็ใครหรือเ้าค่ะ?"มู่ชิงชิงและมู่หลางเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายนางตอนไหนก็ไม่รู้ นางตื่นขึ้นมาจากภวังค์ความคิด เมื่อได้ยินเสียงของมู่ชิงชิงกล่าวถามขึ้นมา
“อาจารย์ก็ไม่แน่ใจเช่นกัน? แต่ก็ดูเหมือนจะคุ้นๆหน้าอยู่ผู้หนึ่ง แต่อาจารย์ก็คิดไม่ออก? แต่ผู้มาเยือนสองคนนี้แข็งแกร่งมาก แม้แต่อาจารย์ก็ยังมองพวกเขาไม่ทะลุปรุโปร่ง?”ฟางชิงหลันกล่าวออกมาด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเป็กังวล
"พวกเขาแข็งแกร่งถึงขนาดนั้นเลยหรือเ้าค่ะ!/ขอรับ!"มู่หลางและมู่ชิงชิงฝาแฝดชายหญิงกล่าวออกมาพร้อมกันด้วยความตกตลึง
แม้แต่อาจารย์ก็ยังมองไม่ออก แสดงว่าผู้มาเยือนสองคนนี้จะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ พวกเขาทั้งสองเริ่มรู้สึกเป็กังวลขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะไม่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่บนอากาศ้านั้น พวกเขามาด้วยเจตนาดีหรือว่ามาด้วยเจตนาร้าย......
................
"ท่านประมุข เราจะทำลายค่ายกลเข้าไปเลยหรือไม่ขอรับ?"ตงฟางหยูหันหน้ามามองทางหยางตงเทียน แล้วกล่าวออกมาเพื่อขอความคิดเห็น
“ไม่ต้อง ข้าััได้ว่าด้านในนั้นมีเซียนโอสถอยู่จริงๆ ข้า้าให้นางเข้าร่วมูเาเทพเซียน ใช้วิธีประนีประนอมก่อนเถอะ หากเจรจาไม่ได้? จากนั้นค่อยใช้กำลังก็ยังไม่สาย..."
พอตงฟางหยูได้ยินหยางตงเทียนกล่าวออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าตนเข้าร่วมูเาเทพเซียนได้เช่นไร ตอนนั้นตนก็ได้รับคำเชิญแกมข่มขู่เช่นเดียวกัน
หากว่าตอนนั้นเขายืนกรานที่จะปฏิเสธคำเชิญของหยางตงเทียน เขาก็ไม่รู้ว่าจุดจบของเขาจะเป็เช่นไร แต่เขาสามารถบอกได้เลยว่าจุดจบของเขาคงจะไม่สวยงามแน่ๆ!
จากที่เขาร่วมเดินทางมากับหยางตงเทียนหลายวัน เขาก็สามารถบอกได้เลยว่าคนผู้นี้นั้นอันตรายเป็อย่างมาก! เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่!?
"ขอรับ" ตงฟางหยูครุ่นคิดถึงอดีตเล็กน้อยแล้วตอบกลับมา จากนั้นชายหนุ่มก็หันกลับไปมองทางค่ายกลที่อยู่ด้านล่าง
"ไม่คิดจะเชิญพวกข้าเข้าไปข้างในหน่อยหรือ?"ตงฟางหยูกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี.....…