ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 189 วิธีการฝึกฝนของระดับจักรพรรดิ!

        เย่เทียนค่อยๆ เปิดเปลือกตาของเขา

        ในตอนนี้

        เขาได้เปิดพื้นที่สมองไปถึง80% แล้ว จากเดิม34% การฝึกฝน 1 เดือนในหอเทพจันทราทำให้เขาสามารถเปิดพื้นที่สมองเพิ่มขึ้นถึง46% ด้วยเหตุนี้พละกำลังของเขาจึงยกระดับขึ้นมาเป็น 8มังกร

        วู๊ซซซ!

        เย่เทียนถูกส่งออกมาจากหอเทพจันทราและหยุดลงต่อหน้าจักรพรรดิจันทรา

        “เย่เทียน พลังบ่มเพาะของคุณ...”

        จักรพรรดิจันทราปิดปากของเธอด้วยความประหลาดใจ

        ก่อนหน้านี้เย่เทียนมีระดับการบ่มเพาะเพียง30% เท่านั้นแต่ตอนนี้เขาที่เพิ่งเข้าสู่หอเทพจันทราไปแค่เดือนเดียว เขากลับสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ถึง80%

        ความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร?

        “พรสวรรค์ของผมไม่เลวนักความเร็วในการฝึกฝนของผมจึงเร็วกว่าปกติ!”

        เย่เทียนได้แต่พูดแบบนี้

        จักรพรรดิจันทรามองเย่เทียนดวงตาอันลึกล้ำเธอคาดเดาว่าพรสวรรค์ของเย่เทียนน่าจะสูงมาก แน่นอนว่าต้องเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะที่เหนือกว่าระดับจันทราแต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรมากเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เย่เทียนไม่พอใจ

        ดูเหมือนว่าความเร็วในการฝึกฝนของเย่เทียนจะไปกระตุ้นเธอเข้าหลังจากนั้นมาจักรพรรดิจันทราจึงเก็บตัวฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา

        ในขณะเดียวกัน เย่เทียนก็ได้พยายามเปิดพื้นที่สมองและฝึกฝนทักษะดาบตัดดาราต่อไป

        ทักษะดาบตัดดาราเป็นทักษะดาบระดับตำนานเมื่อฝึกฝนสำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก

        เพื่อฝึกฝนทักษะดาบตัดดาราเย่เทียนจึงออกไปล่าสัตว์อสูรในบางครั้ง เขามักจะฝึกฝนทักษะดาบระดับตำนานกับอสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังแน่นอนว่าเขาไม่ได้เปิดใช้งานพรสวรรค์ระดับลึกลับ

        เขาเพียงใช้เพียงทักษะดาบตัดดาราเพื่อฆ่าศัตรู

        ในตอนแรกสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งบางตัวสามารถทนต่อการโจมตีของเย่เทียนได้แต่ไม่นานเย่เทียนก็สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังได้ในกระบวนท่าเดียว

        ครึ่งเดือนต่อมา

        ในที่สุดเย่เทียนก็สามารถฝึกฝนทักษะดาบตัดดาราจนถึงขั้นแรกได้สำเร็จ!

        “ความแข็งแกร่งของเราน่าจะเทียบได้กับ36 จักรพรรดิแล้ว”

        เย่เทียนคิดกับตัวเอง

        ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นเป็น8 มังกร หลังจากใช้พลังปราณจะเท่ากับ16 มังกร บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับที่ช่วยเพิ่มพลังขึ้น100 เท่า และทักษะดาบตัดดาราขั้นต้นอีก 30 เท่า

        เมื่อคำนวณดูแล้ว พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาจะเท่ากับ48,000 มังกร!

        นี่มันเป็นพลังที่แข็งแกร่งขนาดไหนกัน!

        ระดับจักรพรรดิปกติที่เพิ่งเลื่อนระดับความแข็งแกร่งของร่างกายพวกเขามีเพียง 100 มังกร หลังจากใช้พลังปราณ พวกเขาจะมีพลังเพิ่มขึ้นมาเป็น200 มังกรเท่านั้น แต่เย่เทียนสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีได้ถึง48,000 มังกร เขาสามารถบดขยี้ระดับจักรพรรดิธรรมดาได้อย่างง่ายดาย

        แน่นอนว่าจักรพรรดิขวานสงครามแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิทั่วไปเป็นอย่างมาก

        เขาเคยถามจักรพรรดิจันทราเกี่ยวกับเรื่องนี้และได้รู้ว่าจักรพรรดิความสงครามนั้นมีพลังโจมตีมากกว่า 1 ล้านมังกร เนื่องจากความแข็งแกร่ง300 มังกรของจักรพรรดิขวานสงคราม

        บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับที่ช่วยเพิ่มพลังขึ้น100 เท่า และทักษะด้านขวานระดับสูงสุดอีก20 เท่า และพลังกายอีก 2 เท่า ทำให้เขาสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีได้ถึง1.2 ล้านมังกร

        ด้วยความแข็งแรงของเย่เทียนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากหากเขาจะเอาตัวเองไปเทียบกับจักรพรรดิขวานสงครามแต่เมื่อเทียบกับ 36 จักรพรรดิคนอื่นๆเขานั้นไม่ได้อ่อนแอเลย

        ในบรรดา 36 จักรพรรดิคนที่อ่อนแอที่สุดมีพลังโจมตีสูงสุดเพียง40,000-50,000 มังกรเท่านั้น

        รวมไปถึงด้านพลังป้องกันและความเร็วของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอกว่ามากนักแม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับ 36 จักรพรรดิ แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านเวลา มันสามารถชดเชยกันได้

        “เป้าหมายต่อไปคือการเลื่อนขั้นเป็นจักรพรรดิและกลายเป็นอันดับหนึ่งของฐานทัพจงไห่!”

        เย่เทียนแอบตั้งเป้าหมายนี้ไว้

        หลังจากล่าสัตว์อสูรเย่เทียนมองไปที่จักรพรรดิจันทรา

        ในเวลานี้จักรพรรดิจันทราอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้วอาการบาดเจ็บของเธอฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ กลิ่นอายของเธอนั้นแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มากเห็นได้ชัดว่านี่เป็นผลมาจากการเก็บตัวฝึกฝนและเป็นกำไรเล็กๆ น้อยๆ จากการผ่านสถานการณ์วิกฤติถึงชีวิตมา

        “เย่เทียน คุณกลับมาแล้ว!”

        จักรพรรดิจันทราเปิดเปลือกตาของเธอและหยุดการฝึกฝน

        “อื้ม!” เย่เทียนพยักหน้า“วันนี้ผมนำเนื้อแกะแดงกลับมา คืนนี้พวกเรากินเนื้อแกะแดงตุ๋นกัน!”

        การกินทุกวันเป็นนิสัยของเย่เทียนจักรพรรดิจันทราไม่ชอบกินในตอนแรก แต่เมื่อเห็นเย่เทียนทำอาหารทานเอง ไปๆ มาๆเธอก็มาร่วมทานอาหารกับเขาด้วย

        “ตกลง!”

        จักรพรรดิจันทราพยักหน้าเล็กน้อยและเผยรอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็นออกมา

        หลังอาหารเย็น

        จักรพรรดิจันทราพลันพูดขึ้น“เย่เทียนมีสิ่งหนึ่งที่ฉันจะขอความช่วยเหลือจากคุณ”

        “เรื่องอะไร?”

        เย่เทียนมองไปที่จักรพรรดิจันทราและสัมผัสได้ถึงความจริงจังในแววตาของจักรพรรดิจันทรา

        “อีกสามวันฉันจะทะลวงร่างวิญญาณจันทราฉันจะขอให้คุณช่วยปกป้องฉันในเวลานั้นได้หรือไม่?”

        จักรพรรดิจันทรากัดริมฝีปากพร้อมกล่าว

        “ปกป้องเหรอ?ตกลง!”

        เย่เทียนตอบตกลงโดยไม่ลังเล

        จักรพรรดิจันทรารีบอธิบาย“การฝึกฝนของฉันในครั้งนี้ไม่ธรรมดา ฉันจำเป็นต้องบินไปบนท้องฟ้าเพื่อฝึกฝน ในเวลานั้นอาจจะมีสัตว์อสูรบินได้พบเข้าอาจจะมีแม้แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เข้ามาโจมตี”

        “ทำไมต้องเป็นบนท้องฟ้าด้วย?”

        เย่เทียนรู้สึกสับสนเล็กน้อย

        “เพราะการฝึกฝนพิเศษของระดับจักรพรรดิ!”จักรพรรดิจันทราเริ่มอธิบายว่า “ระดับศักดิ์สิทธิ์คือการเปิดพื้นที่สมอง แต่ระดับจักรพรรดินั้นต้องดูดซับพลังงานพิเศษเพื่อปรับแต่งร่างกายและทำลายขีดจำกัดของร่างกายทุกครั้งที่ฉันสามารถทำลายขีดจำกัดได้ ฉันจะมีพลังเพิ่มขึ้น 100 มังกร อย่างจักรพรรดิขวานสงครามก็ได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปถึง 2ครั้งแล้วเทียบเท่ากับฉัน มีหลายวิธีที่ใช้ในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายวิธีแรกคือการดูดซับพลังงานที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติพิเศษของคนคนนั้น ตัวอย่างเช่นฉันมีพรสวรรค์เทพจันทราจึงสามารถดูดซับพลังงานจากดวงจันทร์ได้ในทุกๆเดือนเพื่อขัดเกลาร่างกายอย่างต่อเนื่อง และเท่าที่รู้มาจักรพรรดิขวานสงครามไม่มีพรสวรรค์หรือคุณสมบัติใดๆเขาทำได้เพียงแค่ใช้ปราณปฐมแห่งฟ้าดินเพื่อทำลายขีดจำกัด”

        “ในระดับจักรพรรดิจักรพรรดิขวานสงครามนั้นถือได้ว่าเป็นจักรพรรดิที่พัฒนาได้เชื่องช้าที่สุด มีจักรพรรดิหลายคนที่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึง3 ครั้งแล้ว แต่จักรพรรดิขวานสงครามยังไม่สามารถทำลายขีดจำกัดครั้งที่3 ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากพรสวรรค์ด้านขวานและพรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่งสามารถซ้อนทับกันได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานจงไห่”

        “ถ้าผมมีพรสวรรค์ประเภทอัคคีไม่ใช่ว่าผมจะสามารถใช้เปลวเพลิงเพื่อขัดเกลาร่างกายได้หรอกหรือ?”

        เย่เทียนถาม

        “ใช่!” จักรพรรดิจันทราพยักหน้า“พรสวรรค์ประเภทอัคคีสามารถใช้เปลวเพลิงเพื่อขัดเกลาร่างกายได้ ผู้มีพรสวรรค์ธาตุน้ำสามารถใช้พลังน้ำในการขัดเกลาร่างกายแน่นอนว่ามีเงื่อนไขว่าพรสวรรค์ที่เป็นคุณสมบัติเหล่านั้นต้องเป็นระดับลึกลับ มิฉะนั้นมันจะเชื่องช้ากว่าการขัดเกลาด้วยปราณบริสุทธิ์พรสวรรค์ระดับลึกลับสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายของคนคนหนึ่งให้กลายเป็นร่างธาตุปราณก่อกำเนิดได้เช่น ร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด ร่างวิญญาณวารีก่อกำเนิด ร่างวิญญาณจันทรา”

        “แล้วถ้าคนคนนั้นมีพรสวรรค์ระดับลึกลับมากมายล่ะ?มันจะมีประโยชน์อะไรหรือไม่?”

        เย่เทียนถามด้วยความสนใจ

        จักรพรรดิจันทราเบิกตากว้างและจ้องมองไปที่เย่เทียนพร้อมกล่าวว่า

        “จะมีคนแบบนั้นได้อย่างไร?การมีพรสวรรค์ระดับลึกลับเพียงอย่างเดียวก็ท้าทายสวรรค์มากแล้ว แต่ถ้าใครก็ตามที่มีพรสวรรค์คุณสมบัติมากกว่าหนึ่งอย่างความเร็วในการบ่มเพาะของคนผู้นั้นจะรวดเร็วเป็นอย่างมาก ถึงแม้พรสวรรค์ระดับลึกลับจะสามารถยืมพลังธาตุเพื่อขัดเกลาร่างกายได้แต่หากมันถึงขีดจำกัดในระดับหนึ่ง มันก็จะเชื่องช้าลง ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ฉันใช้พลังจันทราเพื่อขัดเกลาร่างกายได้ช้ามากมันไม่ดีเท่าในตอนแรก แต่ถ้ามีพรสวรรค์ระดับลึกลับมากกว่าหนึ่ง เช่นพรสวรรค์ประเภทอัคคีพรสวรรค์ธาตุน้ำ เมื่อใช้ธาตุไฟขัดเกลาร่างกายไปจนถึงจุดที่ความก้าวหน้าเชื่องช้าลงก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ธาตุน้ำในการขัดเกลาร่างกายได้ด้วยเหตุนี้ความเร็วจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!”

        หืม!

        คำพูดของจักรพรรดิจันทราทำให้เย่เทียนตระหนักถึงเส้นทางในการบ่มเพาะของเขาอีกครั้ง!