ตอนที่12 แสดงว่าเสี่ยวจวินพบสาวถูกใจแล้วหรือ
‘หรือว่าเหยาจะไปตามหาญาติทางแม่ลูกรู้หรือเปล่าว่ากำลังวิ่งเข้าหาความตาย สถานการณ์ตระกูลเทียนล่อแหลมนักหวังว่าลูกจะไม่พบพวกเขา กลับบ้านเราเถอะลูก ถึงยังไงเหยาก็เป็ลูกของพ่อนะ แม้ว่าเหยาจะไม่เก่งเท่าน้องเมย์ก็ตาม’
ณรงค์ถอนหายใจยาวพลางยืนจ้องมองทิวทัศน์นอกห้องทำงานด้วยความรู้สึกหลากหลายเขารับรู้สถานการณ์ตึงเครียดภายในครอบครัวเป็อย่างดีโดยที่ผ่านมาเขาเห็นลูกสาวคนโตสงบเรียบร้อยดีจนไม่คิดว่าจะกล้าไปตามหาญาติทางแม่ที่ประเทศจีนได้
..........
เวลานี้ณิชากลับมาถึงห้องพักในโรงแรมแล้วเธอรู้สึกง่วงนอนเป็อย่างมากจึงตรงดิ่งจากย่านการค้าโบราณวัตถุกลับโรงแรมโดยตรงจากนั้นกินอาหารที่ตนไม่รู้สึกเหม็นเพื่อให้มีเรี่ยวแรงและมีอาหารตกถึงท้องบ้างแล้วอาบน้ำนอนพักผ่อนยาวจนถึงเช้า
ลูกน้องหยางจวินที่ติดตามเฝ้าสังเกตณิชาอยู่ห่างๆบันทึกเสียงรายงานเ้านายตามคำสั่งด้วยความแปลกใจว่า
“รายงานประจำวันนี้ครับเ้านายคุณผู้หญิงไปย่านตลาดของเก่าซีอาน แวะเข้าไปในร้านฮุ่ยหวง และร้านจินหลงแอนทีคนอกนั้นแค่เดินดูของขายตามรายทาง ไม่ได้ซื้อสิ่งใดกลับโรงแรม พอกลับมาถึงโรงแรมก็กินอาหารแล้วเข้าห้องพักจนป่านนี้ยังไม่ออกมาอีกครับ”
หยางจวินกดฟังเสียงรายงานของลูกน้องผ่านหูฟังบลูทูทเขารู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมของเธอเป็อย่างยิ่ง หากจะว่าเธอไปตลาดของเก่าซีอานเพื่อเรียนรู้หรือหางานทำก็ไม่สมเหตุผลเท่าใดนักหากว่าไปท่องเที่ยวเพื่อซื้อสินค้าก็ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่เขาตรวจพบจึงสั่งการลูกน้องเสียงเข้มว่า
“ติดตามต่อไปหากมีอะไรผิดปกติ ให้รีบรายงานฉันโดยด่วน”
เขาได้ยินเสียงลูกน้องรับคำอย่างหนักแน่นตามหลังมาไม่นานจึงกดปุ่มตัดการสนทนาพลางดีดตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟากะทันหัน คล้ายกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างออกซึ่งต่อมาเขาขับรถมาจอดที่ตลาดของเก่าซีอานโดยเดินเข้าไปในร้านหาผู้จัดการกู้เลี่ยงหวงโดยตรง
“โอ้!เช้าเ้านายใหญ่มา บ่ายแก่ๆ เ้านายน้อยก็มาอีกคนดูท่าวันนี้ที่ร้านคงขายของดีแน่ๆ”
กู้เลี่ยงหวงเอ่ยทักทายหยางจวินด้วยความแปลกใจเขารู้สึกสงสัยที่จู่ๆ มีเ้านายสองคนโผล่มาเยือนเขาในวันเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายสร้างความงุนงงให้กับเขาเป็อย่างยิ่ง
“ไม่มีอะไรเป็พิเศษหรอกครับปู่กู้พอดีผมมาเปิดห้างฟิวเจอร์แทนเ้านาย แต่เ้านายมาหาปู่เื่อะไรหรือครับ?”
หยางจวินรู้สึกประหลาดใจกับเ้านายตนที่ไม่ว่างไปทำหน้าที่เปิดห้างสรรพสินค้าทว่ากลับเลือกมาเยือนชายชรากู้เลี่ยงหวงซึ่งเขาคาดเดาว่าจะเป็เื่หยกพิเศษชิ้นหนึ่งที่เ้านายให้ความใส่ใจเป็เวลานาน
“ก็เื่เดิมนั่นแหละดูเหมือนเ้านายจะกังวลอะไรบางอย่าง ปู่ก็ไม่รู้มากกว่าเสี่ยวจวินหรอก”
กู้เลี่ยงหวงรินน้ำชายื่นให้หยางจวินอย่างเป็กันเองพลางตอบกลับตามความรู้สึกและข้อมูลที่เขามีซึ่งเขาให้ความไว้วางใจหยางจวินมากพอเพราะเชื่อมั่นในทักษะการดูคนเขาจึงบอกข้อมูลสำคัญบางอย่างกับหยางจวินด้วยความประหลาดใจว่า
“เสี่ยวจวินมาพอดีปู่มีเื่ประหลาดเล่าให้ฟัง เมื่อตอนเช้าก่อนเ้านายใหญ่จะมาถึงปู่เห็นแม่หนูคนสวยคนหนึ่ง เธอน่าจะมีทักษะพิเศษเพราะเธอมีท่าทางเหมือนกับรู้ว่าสินค้าในร้าน ชิ้นไหนเป็ของจริงหรือของปลอม?”
“เอ๊! มีคนเก่งกาจขนาดนั้นด้วยหรือครับ?”
หยางจวินอุทานด้วยความประหลาดใจเขารับฟังเื่ราวจากกู้เลี่ยงหวงด้วยความสนใจโดยที่ไม่คาดคิดว่าจะมีหญิงสาวที่เก่งกาจเช่นนั้นอยู่จริงเป็ทักษะที่ทำให้เขารู้สึกทึ่งไม่น้อยรวมทั้งเขาและกู้เลี่ยงหวง้าค้นหาคนที่มีทักษะดังกล่าวเพื่อมาช่วยเหลือกิจการร้านจำหน่ายและรับซื้อโบราณวัตถุอยู่พอดีเป็ตำแหน่งของนักประเมินโบราณวัตถุนั่นเอง
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ชายชราอธิบายเกี่ยวกับลักษณะของหญิงสาวทำให้หยางจวินนึกไปถึงณิชาโดยไม่รู้ตัวเขาพบว่าข้อมูลของชายชราตรงกับข้อมูลที่เขารับรู้มาจากลูกน้องซึ่งมีความเป็ไปได้สูงว่าจะเป็หญิงสาวที่เขาแอบชื่นชอบเธอจึงตั้งใจที่จะสอบถามเธอเอง ซึ่งเขาคิดว่าเป็โอกาสดีในการเข้าหาเพื่อทำความคุ้นเคยที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป
“ปู่แค่คาดเดาจากท่าทางของแม่หนูน้อยคนนั้นแต่จะเก่งจริงไหม? คงต้องทดสอบดูก่อน”
กู้เลี่ยงหวงจิบชาก่อนตอบหยางจวินอย่างไม่แน่ใจแต่เขาคิดว่าเขามองคนไม่ผิดแน่นอนเป็สัญชาติญาณที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานหลายปีจึงค่อนข้างเชื่อมั่นบางส่วนว่าท่าทางของหญิงสาวบ่งบอกถึงทักษะแยกแยะโบราณวัตถุได้เป็อย่างดี
“ถ้าปู่ว่าเธอเก่งจริงงั้นผมจะหาวิธีให้เธอมาทดสอบที่ร้านอีกดีไหมครับ?”
หยางจวินตาเป็ประกายอย่างยินดีที่เขามีข้ออ้างในการทำความคุ้นเคยกับณิชาทำให้เขาอาสากับกู้เลี่ยงหวงในการทดสอบทักษะของเธอ อย่างน้อยหากหญิงสาวมีทักษะจริงถือได้ว่าเขาสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงให้เ้านายประจักษ์หากเธอไม่มีทักษะเขาก็ได้รู้จักเธอมากขึ้น ฉะนั้นมีแต่ผลดีสำหรับตัวเขาทำให้หยางจวินอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“เอ๊! เสี่ยวจวินรู้จักแม่หนูคนนั้นด้วยหรือ?”
กู้เลี่ยงหวงท้วงหยางจวินด้วยความแปลกใจเพราะเขาไม่เชื่อว่าหยางจวินจะรู้จักเด็กสาวสวยแปลกหน้าคนนั้น
“รู้จักหรือไม่รู้จักหากผมสามารถพามาที่ร้านได้ ปู่ค่อยเลี้ยงข้าวผมละกัน”
หยางจวินตอบกลับชายชราด้วยน้ำเสียงลึกลับเขาไม่กล้าที่จะคุยโวมากเกินไปจึงเลือกที่จะแสดงให้ชายชราเห็นเองกับตาดีกว่า
จากนั้นชายชราและหยางจวินถือโอกาสที่เ้านายไม่อยู่ต่างนินทาเื่ทำตัวลึกลับและเกียจคร้านของเ้านายอย่างออกรสว่า
“เสี่ยวจวินว่าเ้านายพวกเราสบายเกินไปไหม?”
“โถ! ปู่ก็เ้านายก็เป็อย่างนี้มานานแล้วนี่ครับ ผมละอิจฉาจริงที่รู้จักใช้เงินทำงานแทนบางทีผมก็เบื่อที่จะทำหน้าที่เป็ตัวแทน แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี?”
“เฮ้อ! ถ้าปู่มีความสามารถและร่ำรวยเหมือนเ้านาย ปู่คงไม่ทำตัวแบบนี้หรอกนะ มันดูลึกลับเกินไปคนเรารวยและเก่งต้องโอ้อวดหน่อยสิว่าไหม?”
“เอ๊! ผมว่าการทำตัวลึกลับอาจเป็แนวถนัดของเ้านายนะครับ” หยางจวินลูบคางพลางตอบชายชราอย่างมั่นใจ
“ว่าแต่เ้านาย ไม่คิดจะกลับไปทำงานให้ตระกูลจ้าวหรือ?” กู้เลี่ยงหวงเปลี่ยนเื่พูดคุยทันทีด้วยความสงสัย
“ผมว่าคงอีกนานจนกว่าทางตระกูลจ้าว จะจัดการถอนหมั้นให้เรียบร้อยก่อนครับ” หยางจวินขมวดคิ้วพลางตอบอย่างไม่แน่ใจ
“พูดยากนะต้องแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก ถึงปู่จะหัวโบราณ แต่ปู่ก็เข้าใจเ้านายพอสมควร” ชายชราพยักหน้าเข้าใจ
“ถ้าเป็ผมละก็ไม่เอาเลยละแบบนี้ สู้หาคนถูกใจเองดีกว่า” หยางจวินจิบชาแล้วแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างจริงจัง
“เอ๊! แสดงว่าเสี่ยวจวินพบสาวถูกใจแล้วหรือ?” กู้เลี่ยงหวงอมยิ้มเ้าเล่ห์พลางสอบถามหยางจวินด้วยความแปลกใจ
“เปล๊า! ผมพูดไปเรื่อยเท่านั้นเอง” หยางจวินรู้สึกร้อนตัวที่เผลอหลุดปากพูดบางอย่างออกไปจึงรีบปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไฮ้! พูดออกมาขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีแล้วแน่ๆยอมรับมาเถอะน่า พามาให้ปู่รู้จักหน่อยสิ”
ชายชราเหล่ตามองก่อนพูดหยอกให้หยางจวินยอมรับความจริงเขามีประสบการณ์ชีวิตมานานย่อมรู้ดีว่าคำพูดใดจริงหรือเท็จ
“ผมไม่พูดกับปู่แล้วไปละ แล้วผมจะหาเวลามาเยี่ยมอีกเร็วๆ นี้”
หยางจวินพูดตัดบทกู้เลี่ยงหวงก่อนที่เื่ทั้งหลายจะมัดตัวเขามากขึ้นเขาเดินออกจากร้านโดยไม่สนใจท่าทางอมยิ้มเ้าเล่ห์ของชายชราที่มองตามแผ่นหลังเขาแต่อย่างใด
“หึๆเสี่ยวจวินเอ๋ย จะเฉไฉไปอีกนานแค่ไหนกันเชียว คิดว่าจะปิดบังปู่ได้หรือ?”
กู้เลี่ยงหวงจิบชาอย่างสบายใจพลางหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุขครู่หนึ่งสักพักเขาถอนหายใจกับปัญหาส่วนตัวของเ้านายที่เปรียบดั่งลูกหลานคนหนึ่งของเขาซึ่งเขารับรู้ปัญหาครอบครัวของจ้าวหลงมากพอสมควรทว่าเขาไม่้าแสดงความคิดเห็นใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบกับจิตใจของผู้คนที่เกี่ยวข้องจึงเลือกที่จะคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แทน
“หวังว่าในอนาคตเสี่ยวหลงจะตามหาคนที่คู่ควรพบเสียทีนะ ฉันละอยากอุ้มหลานเต็มทีแล้ว”
กู้เลี่ยงหวงพึมพำด้วยความรู้สึกหลากหลายกับปัญหาซับซ้อนของเ้านายผู้มีพระคุณของตน
..........
รุ่งเช้าณิชาตื่นขึ้นมาด้วยความหิวโหยเนื่องจากเมื่อวานเธอกินข้าวได้น้อยกว่าปกติจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวและลงมากินอาหารเช้าของโรงแรมอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เธอกำลังกินอาหารเช้าอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นพลันมีปลายรองเท้าหนังสีดำของผู้ชายหยุดยืนในสายตาเธอ ทำให้ณิชาเงยหน้าขึ้นจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
“เอ๊! เราพบกันอีกแล้ว มีอะไรหรือคะคุณหยาง?”
ณิชาไม่รู้สึกแปลกใจเท่าใดนักเพราะทรงผมและบุคลิกของเขารวมทั้งท่าทางการเดินซึ่งบ่งบอกว่าเขาต้องทำงานเกี่ยวกับทหารหรือตำรวจที่ผ่านการฝึกฝนทักษะต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงทำให้เธอคาดเดาอาชีพของเขาได้ไม่ยากฉะนั้นการที่เขาสามารถตามหาตัวเธอพบจึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาอย่างแน่นอน
“หากผมจะกินอาหารเช้าด้วยสะดวกไหมครับ?”
หยางจวินพบว่าสาวสวยตรงหน้ามีท่าทางและคำพูดขัดแย้งกันเล็กน้อยโดยท่าทางเธอเรียบเฉยเหมือนกับไม่ได้แปลกใจในการปรากฏตัวของเขา ในขณะที่คำถามแสดงความแปลกใจทำให้เขาแสดงตนเพื่อใกล้ชิดกับเธอโดยตรงซึ่งเขาลุ้นกับคำตอบจากณิชาจนไม่กล้าหายใจแรง
“แล้วแต่ค่ะฉันมีสิทธิ์ห้ามคุณด้วยหรือคะ?”
ณิชายิ้มน้อยๆพลางตอบกลับหยางจวิน เธอ้ารับรู้ว่าเขามีวัตถุประสงค์ใดกับตนเองเช่นกันเพราะการที่เขาจงใจเข้าหาย่อมมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนแน่นอนถึงแม้ว่าจะแฝงไว้ด้วยความรู้สึกพิเศษที่เธอััได้ก็ตามทว่ายังมีอีกความรู้สึกหนึ่งซึ่งเธอ้าล่วงรู้จากเขาก่อนตัดสินใจ
“ขอบคุณครับงั้นผมไปตักอาหารก่อนละกัน”
หยางจวินยิ้มกว้างอย่างมีความสุขพลางเดินไปตักอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้โดยมีลูกน้องของเขาช่วยจัดการค่าใช้จ่ายไว้ก่อนแล้ว ทำให้เขาถือจานอาหารไปนั่งตรงข้ามกับณิชาอย่างถือวิสาสะ
ณิชาเลิกคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจเธอไม่้าพูดหักหน้าเขาขณะเดียวกับที่มีพนักงานโรงแรมเดินมาเสิร์ฟกาแฟและน้ำเปล่าให้เขาเธอปล่อยให้เขากินอาหารอย่างผ่อนคลาย ทว่าลอบสังเกตท่าทางของเขาด้วยความสงสัย
จนกระทั่งหยางจวินกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยโดยที่ระหว่างกินนั้นทั้งคู่ไม่ได้สนทนาระหว่างกันอีก เมื่อหยางจวินเหลือบมองเห็นว่าณิชากินอิ่มเรียบร้อยเขาเอ่ยกับเธออย่างคาดหวังว่า
“ผมเห็นประกาศของร้านขายโบราณวัตถุแห่งหนึ่งพอดีเขา้าพนักงานวิเคราะห์คุณภาพสินค้า หรือจะเรียกว่านักประเมินก็ได้เงินเดือนดีทีเดียวครับ เดือนละห้าพันหยวน มีอาหารและที่พักให้พร้อม คุณเคยบอกให้ผมช่วยหางานให้ไม่ใช่หรือครับ?”
หยางจวินยังจดจำข้อความที่ณิชาเคยสื่อสารกับเขาเมื่อครั้งที่ณิชาได้รับาเ็และอยู่โรงพยาบาลทว่าครั้งนั้นเขาตอบปฏิเสธเธอไปซึ่งทำให้เขารู้สึกโมโหตัวเองไม่น้อยจึงตั้งใจว่าครั้งนี้จะไม่ทำผิดพลาดอีก
ณิชาจ้องมองเขาด้วยความสนใจถึงแม้ว่าเธอจะรับรู้ว่าเขาตั้งใจเข้าหา ทว่าเงื่อนไขและข้อมูลที่เขาเสนอมานั้นทำให้เธอรู้สึกสนใจไม่น้อย อย่างน้อยเธอก็รับทำไว้ชั่วคราวก่อนที่จะหาช่องทางสร้างรายได้แบบอื่นในภายหลัง ซึ่งล้วนเป็ผลดีกับเธอ
ประการสำคัญคือบางทีเธออาจมีโอกาสตามหาร่องรอยของญาติทางแม่โดยเฉพาะการค้นหาความลับของหยกห้อยคอที่มีพลังลึกลับบางอย่างแผ่ออกมาจนทำให้เธอรู้สึกเย็นสบายและลดอาการอ่อนเพลียได้อย่างไม่รู้ตัว
‘รับงานนี้ไว้ก่อนดีกว่าอย่างน้อยฉันอาจค้นพบความลับของหยกชิ้นนี้’ ณิชาคิดอย่างตัดสินใจในแผนชีวิตตนได้แล้ว