ชาญยืนตัวเกร็งแข็งทื่อหน้าแผดร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมทรวงอก เผชิญกับการถามไถ่ด้วยน้ำเสียงเดือดพล่านปนสับสนของเอกลูกชายสายเลือดเดียวที่ยืนเบื้องหน้าในห้องรับแขกของบ้านเดี่ยวหลังเก่า โดยในมือหนาของเอกยังกุมโทรศัพท์มือถือเครื่องบางของสะใภ้แก้มไว้แน่นหนา ดวงตาของสองพ่อลูกสบประสานกันท่ามกลางความมืดสลัวและบรรยากาศอันน่าตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
ชาญพยายามกักเก็บอารมณ์บีบคั้นรุนแรง สูดลมหายใจยาวลึกสะกดกั้นเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรัว เพื่อปั้นแต่งเรื่องโกหกคำโตอย่างรวดเร็วเอาตัวรอดจากการโดนเปิดโปงบาปชู้สาวต้องห้ามที่เพิ่งจะไปเจรจาสะสางมากับเจ้ายามโฉม ชาญกระแอมเบาๆ ดึงสีหน้าเคร่งขรึมดูน่าเชื่อถือและก้าวเข้าไปบีบไหล่หนาของเอกเบาๆ
"เอก... ฟังพ่อนะลูก" ชาญเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแกมจริงจัง "เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะไอ้ยามโฉมยามหมู่บ้านคนใหม่นั่นแหละ มันแอบสะกดรอยและสังเกตเห็นว่าพ่อไปเบิกเงินสดจำนวนสามแสนบาทจากธนาคารมาเก็บเตรียมไว้ในบ้านเดี่ยวหลังเก่าแห่งนี้ เพื่อรอเอาไปจ่ายค่าจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ดในวันโอนย้ายสิทธิ์บ้านเดี่ยวหลังใหม่วันพรุ่งนี้ มันก็เลยเกิดความโลภแอบส่งข้อความขาวและแนบรูปถ่ายนอกบ้านมุมกว้างมาแบล็คเมล์ข่มขู่จะลักทรัพย์ในบ้านและปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของแกในการคุมไซต์หน้างานปูน พ่อไม่อยากให้แก้มมันตื่นตกใจจนล้มป่วยลงไปอีกคน และเห็นว่าแกกำลังวุ่นวายปวดหัวกับการเทคอนกรีตฐานรากไซต์สระบุรีเร่งด่วน พ่อก็เลยตัดสินใจใช้เงินเก็บก้อนนั้นจ่ายตัดปัญหายอมโอนให้มันไปเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของแก้มและข้าวของในบ้าน พ่อไม่ได้แจ้งแกเพราะกลัวแกจะคุมงานก่อสร้างไม่มีสมาธิรันงานจนเกิดอุบัติเหตุตกนั่งร้านนั่งร้านปูนน่ะลูกเอ๊ย" ชาญโกหกคำโตแสร้งทำเป็นเสียสละกตัญญูต่อลูกชายอย่างแนบเนียน
แก้มสะใภ้เมียรักที่ยืนก้มหน้านิ่งรีบยกลองสองมือกุมใบหน้าสมอ้าง สะอื้นร้องไห้หนักเอ่ยสุ้มเสียงสั่นเครือน่าเวทนาประสานรับพัลวัน "ใช่ค่ะเอก... แก้มกลัวโจรร้ายบุกปล้นและทำร้ายร่างกาย แก้มติดต่อเอกไม่ได้เลยเพราะกลัวโทรศัพท์จะโดนเจ้ายามชั่วโฉมดักฟังสังเกตพฤติกรรม คุณพ่อท่านหวังดีและยอมเสียสละเงินส่วนตัวช่วยปกป้องแก้มและบ้านหลังนี้มาตลอดลับหลังเอก เอกอย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ... ฮือออ..."
เอกจ้องมองใบหน้าอันเหนื่อยล้าของพ่อสลับกับดวงตาชุ่มน้ำตาของเมียสะใภ้ แววตาที่เดือดพล่านโกรธขึ้งของเขามลายหายสิ้นไปอย่างรวดเร็ว หลงเหลือเพียงแต่ความตื้นตัน ซาบซึ้งใจ และกตัญญูในความรักอันยิ่งใหญ่ของบิดา เอกก้าวเข้าสวมกอดร่างหนาบึกบึนของชาญไว้แน่น กอดแน่นหนาจนทำเอาชายชราสะท้านวาบไปทั้งอกด้วยความสำนึกบาปชั่วศีลธรรมสวาทชู้รักที่เก็บงำซ่อนเร้นไว้ลับหลัง
"พ่อครับ... ผมขอบพระคุณพ่อมากๆ ครับที่ช่วยคอยดูแลปกป้องแก้มเมียรักของผมและช่วยรักษาสงบความปลอดภัยในบ้านลับหลังผมมาโดยตลอด พ่อน่าจะส่งข่าวบอกผมสักคำนะจะได้พาพวกช่างปูนสระบุรีมาดักล้อมไล่ทุบไล่กระทืบกะโหลกมันและลากตัวส่งตำรวจดำเนินคดีกรรโชกทรัพย์เสียให้เข็ดหลาบ" เอกเอ่ยน้ำเสียงเคร่งเครียดเจ็บใจ
ชาญฝืนยิ้มแห้งเอามือหยาบลูบแผ่นหลังลูกชาย ปลอบโยนเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็น "ช่างหัวมันเถอะเอกเอ๊ย... พ่อแก่แล้วไม่อยากให้ลูกต้องมีเรื่องคดีความติดตัวให้เสียประวัติหน้าที่การงาน เมื่อเช้ามืดนี้พ่อออกไปดักเจรจากับมัน ล่อมันและใช้กล้องโทรศัพท์แอบอัดวิดีโอแบล็คเมล์หลักฐานตอนมันก้มเก็บซองเงินจนเจ้ายามโฉมหน้าถอดสี ยอมจำนนและขี่มอเตอร์ไซค์บึ่งหนีเตลิดหนีคดีออกนอกพื้นที่โครงการหมู่บ้านเราไปเรียบร้อยแล้ว ไฟล์รูปและข้อความข่มขู่ต่างๆ ในโทรศัพท์ของแก้มพ่อก็เช็คและกดลบทำลายทิ้งเกลี้ยงเกลาไม่มีตกหล่นเลยลูกรัก พรุ่งนี้เราก็จะย้ายข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านเดี่ยวหลังใหม่ป้ายแดงที่มีความปลอดภัยสูงกว่าเดิมแล้ว อย่าไปแจ้งความขึ้นโรงพักให้เสียเวลาและเสียฤกษ์มงคลวันขนย้ายบ้านของครอบครัวเราเลยนะลูก"
เอกพยักหน้ายอมรับฟังคำตักเตือนสั่งสอนของพ่อบังเกิดเกล้าผู้ผ่านโลกมามากกว่าอย่างว่าง่ายดาย ความตึงเครียดระทึกขวัญเรื่องภัยร้ายจากผู้ร้ายภายนอกบ้านคลี่คลายลงสิ้นเชิง ทั้งสามคนพ่อผัวสะใภ้และลูกชายจึงหันกลับมาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันคัดเลือกและจัดแจงขนย้ายกล่องสัมภาระส่วนตัว โต๊ะเครื่องแป้งไม้ป่านหนาหนัก เก้าอี้หวายถักตัวเก่า และบรรดากล่องลังกระดาษสีน้ำตาลหนาปึกบรรจุช้อนส้อมเหล็ก ถ้วยชามเซรามิก และเสื้อผ้าชุดป่านพับซ้อนเป็นระเบียบ ชาญช่วยพยุงยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นจัดเรียงท้ายรถกระบะคันโตคันโปรดจนอัดแน่นเต็มพิกัดแทบไม่มีช่องว่างรอยต่อ จากนั้นช่วยกันกางคลุมผ้าใบพลาสติกหนาสีน้ำเงินสดป้องกันน้ำฝนพัดสาดหากเกิดพายุฝนฉับพลัน ดึงรัดเชือกไนลอนพลาสติกสีเขียวเข้มขดกลมร้อยผูกรัดแน่นหนาตรึงเงื่อนตายไว้กับมุมรถกระบะอย่างมีฝีมือช่างปูน
หลังจากขนสัมภาระเสร็จเรียบร้อย ชาญ เอก และแก้ม ก็พากันลุยปัดเช็ดถูทำความสะอาดเศษดินปูน คราบฝุ่นละอองหยากไย่ และคราบซีเมนต์เปรอะเปื้อนที่แห้งค้างบนพื้นหินขัดบ้านเดี่ยวหลังเก่าเป็นครั้งสุดท้ายอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อคืนสภาพให้แก่เจ้าของเดิมหรือนิติหมู่บ้าน ชาญกรำงานเหงื่อออกท่วมแผ่นหลังหนาอุ่นจนผ้าเสื้อบางเปียกชุ่ม เอกช่วยขัดเช็ดหน้าต่างแก้วอย่างแข็งขัน ขณะที่สะใภ้สาวแอบเหลือบสายตาสบประสานตากับพ่อผัวในบางจังหวะสลัวร่า แฝงไปด้วยรอยตัณหาเร้าอารมณ์เสน่หาตราบาป ทั้งหมดตรากตรำทุ่มเทปัดกวาดไปจนแสงดวงตะวันอุ่นวันสลัวร่ามอดไหม้ดับสิ้นลงสู่ความมืดมิด บรรยากาศอบอวลด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทางกายทว่าลึกๆ ในจิตใจของชู้รักพ่อผัวและสะใภ้กลับบีบเค้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ถวิลหาไออุ่นความสวาทเก่าแก่ที่เคยเกลือกกลิ้งแนบชิดกันใต้หลังคาบ้านหลังเดิมนี้
จนกระทั่งเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงกลางดึกสงัดเงียบงันประมาณสี่ทุ่มเศษ กระแสไฟฟ้าในบ้านถูกถอดสับคัตเอาท์จนมืดมิดสนิท หลงเหลือเพียงสายแสงจันทร์นวลยวดยอดสาดส่องผ่านช่องกรอบหน้าต่างกระจกใสบานเกล็ดสะท้อนลงบนพื้นกระเบื้องปูคอนกรีตที่สะอาดโล่งเตียนปราศจากสิ่งเฟอร์นิเจอร์หลงเหลือ เอกลูกชายผู้ตรากตรำขับรถกระบะสระบุรีและช่วยแบกยกกล่องสัมภาระเหน็ดเหนื่อยล้า ได้ขอนอนหลับปิคนิคบางเฉียบในห้องนอนชั้นล่างเล็ดลอดเสียงลมหายใจมาเป็นระยะ
ชาญและแก้มสะใภ้ชู้เสน่หาพากันย่องก้าวเท้าเปลือยเปล่าแผ่วเบาเล็ดลอดความเงียบงัน เดินผ่านห้องน้ำที่ไม่มีกลิ่นอับชื้นเหลืออยู่ ก้าวเดินสำรวจฝุ่นผงและความสะอาดเรียบร้อยรอบสุดท้ายในบริเวณห้องโถงรับแขกชั้นสองของบ้านเดี่ยวหลังเก่าที่เพิ่งปัดกวาดไปเมื่อหัวค่ำ ผนังปูนฉาบดิบสีซีดจางสะท้อนเงาของสองเราทอดเป็นทางยาวท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินยวดยอดที่สาดส่องเล็ดลอดเข้ามา ความเงียบสงัดดึกสงัดในบ้านเดี่ยวหลังเก่าที่ปราศจากข้าวของเครื่องเรือน กลับกลายเป็นแรงดึงดูดปลุกเร้าอารมณ์ใคร่เสน่หาต้องห้ามและกามารมณ์สวาทที่เคยเกลือกกลิ้งปนคราบน้ำรักสวาทมานับครั้งไม่ถ้วนในห้องหับแห่งนี้จนยากจะควบคุมระงับจิตสำนึกศีลธรรมทางกายไว้ได้อีกต่อไป
ชาญหยุดยืนนิ่งจ้องสบตาดำคู่สวยฉ่ำวาวน้ำตาในความมืดสลัวร่าของสะใภ้เมียรัก แก้มขยับก้าวเท้าเนียนนุ่มนวลลออเข้าหา ทรุดตัวโผเข้ากอดกุมหน้าแข้งและหัวเข่าปูนของชายชราช่างปูนอย่างแสนรักแสนหวงแหน ซบแก้มขาวใสลงกับตักหนาของผมพลางเอากลีบปากนุ่มจูบถูผิวหยาบกร้านของชาญเบาๆ แววตาของหล่อนเต็มไปด้วยประกายระยับเสน่หารัญจวนใจชวนลุ่มหลง สะท้อนถึงสายใยต้องห้ามที่เหนียวแน่นกว่าเชือกมัดของท้ายรถกระบะ หล่อนแหงนใบหน้าช้อนดวงตามองพะเน้าพะนอพลางกระซิบถามเสียงสั่นหวานกระเส่าพร่าสะเทือนอารมณ์สยิวกายบีบเค้นจิตใจ:
"คุณพ่อคะ... บ้านเดี่ยวหลังใหม่ป้ายแดงที่เอกกำลังจะพาเราสองคนย้ายเข้าอยู่พรุ่งนี้เช้า... หลังใหญ่โตกว่าเดิมแถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น มีกล้องวงจรปิดรอบทิศทาง และคงจะไม่มีพื้นที่หรือจังหวะเวลาอำนวยให้เราได้ใกล้ชิด อบอุ่น เร่าร้อนซ่านสยิวตัณหากามารมณ์แบบในบ้านเดี่ยวหลังเก่านี้อีกแล้วใช่ไหมคะคุณพ่อจ๋า... แก้มใจคอไม่ดีเลยค่ะ กลัวเหลือเกินว่ารักสวาทสิเหน่หาแอบแฝงระหว่างเราสองคนจะต้องสิ้นสุดลงลับหลังเอกเพียงเท่านี้ค่ะคุณพ่อ..."
ผมได้ยินคำวิงวอนรัญจวนจิต ชาญใจสั่นระริกประหนึ่งสายน้ำค้างร่วงหล่น ชาญทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นปูนปูกระเบื้องดึงร่างสะใภ้เข้ามากอดรัดบีบไหล่กระซิบกระซาบปลอบประโลมมั่นเหมาะ "ไม่มีทางหรอกแก้มจ๋า พ่อผัวคนนี้รักแก้มหมดหัวใจแล้ว ต่อให้ย้ายไปบ้านใหม่ที่มีกล้องวงจรปิดร้อยตัว พ่อก็จะหาทาง ซอกมุม หรือเวลาที่เอกมันออกไปทำงานต่างจังหวัดมานอนกอดและรักแก้มเหมือนเดิม พ่อไม่ยอมให้รักของเราจบลงเด็ดขาดจ้ะลูกรัก"
คำพูดของชายชราประหนึ่งหยาดน้ำผึ้งหยดลงชโลมหัวใจที่แห้งผาก แก้มเผยอริมฝีปากร้องเสียงครางเบา ชาญโน้มประทับประกบจูบบดขยี้ปากนุ่มอุ่นซ่านลื่นไหลดูดดื่มปานจะกลืนกิน ปลายลิ้นชื้นสอดแทรกแลกสัมผัสดูดดึงน้ำลายหวานหอมระทึกใจกามราคะ สองร่างเกลือกกลิ้งบดเบียดเนื้อตัวอุ่นสาวอวบพาดผ่านตักหนา ท่ามกลางเสียงเอกพลิกกายขยับตัวดังกริกแกรกบนที่นอนสนามชั้นล่างเป็นระยะ ยิ่งช่วยปลุกเร้าประตุ้นกามารมณ์และประสาทเนื้อรักสวาทต้องห้ามให้ตื่นตัวระทึกเร่าร้อนสุดระงับกระเส่าลึก!