กลางดึกปรากฏเงาร่างนึงพริ้วตัวหายเข้าไปที่เรือนนอนของบุตรสาวคนเล็กของตระกูลลู่ ลู่ชิงชิง ร่างสูงในชุดสีดำสนิทกลมกลืนกับความมืดมาหยุดอยู่ตรงหน้าเตียง ที่มีเพียงม่านบางกั้นขวางคนที่เขา้ามาเจอเอาไว้
แสงจันทร์คืนนี้สว่างไสว จนสามารถมองเห็นเงาร่างที่นอนหงายหลับสนิทอยู่ข้างใน ลมพัดผ่านผ้าม่านตรงหน้าต่างห้อง จนทำให้เกิดคลื่นบดบังใบหน้าของนาง ทำให้เขานึกอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆให้ชัดเจนกว่าเดิม
พอเข้ามาข้างในห้องเขาก็ถือโอกาสสำรวจห้องของนางท่ามกลางแสงสลัว คิดตำหนิตัวเองเขาอาจจะมาดึกเกินไป จนทำให้นางหลับไปแล้ว แล้วเขาจะพูดคุยกับนางได้อย่างไร หางตามองไปเห็นร่างที่นอนคุดคู้อยู่ข้างเตียงก็หยุดชะงัก ดีที่เขาเห็นก่อน ปรายนิ้วสบัดเอายาสลบโรยไปที่ร่างที่นอนข้างเตียงเพื่อป้องกันไม่ให้คนของนางตื่นขึ้นมาระหว่างที่เขาพูดคุยกับนาง
ลู่ชิงชิงรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองอยู่ เปลือกตาที่หลับสนิทไปแล้ว รู้สึกตัวตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณบางอย่าง ดวงตาคู่งามกระพริบตาเพื่อปรับสายตาภายใต้ความมืด จนกระทั่งมองเห็นดวงตาคู่นึงที่กำลังจ้องมองมาที่นาง
ร่างบางที่กำลังนอนอยู่กระเด้งตัวขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว เสียงที่กำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ถูกปิดเอาไว้โดยมือหนาข้างนึง ส่วนอีกข้างโอบรอบเอวบางรั้งร่างของนางให้เขามาชิดตัวเขาเอาไว้พร้อมกับใช้แรงของบุรุษบังคับให้เอนตัวลงบนที่นอน ลู่ชิงชิงเบิกตากว้างด้วยความใ พยายามส่งเสียงอู้อี้ออกไป ภาวนาให้มีคนได้ยินเสียงของนางบ้าง
"หยุดดิ้นก่อน ไม่อย่างนั้นข้าอาจจะทำอะไรบ่าวตัวน้อยของเ้าก็ได้ ได้ยินไหม" เสียงกระซิบที่ดังข้างหู ทำเอานางหยุดดิ้นรน เมื่อคิดถึงเสี่ยวเถาที่นอนเฝ้าหน้าเตียงของนาง น้ำตาทั้งสองข้างไหลรินออกมาอย่างสิ้นหวัง หากส่งเสียงร้องเสี่ยวเถาก็ต้องตาย หากไม่ร้องนางคงสูญเสียสิ่งที่หวงแหน ร่างบางร้องไห้ออกมาไม่หยุดเพราะความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
มู่หรงหานเฟิงเห็นนางร้องไห้จนสะอื้น ก็รู้สึกผิดที่กลั่นแกล้งนาง เขาแค่อยากทำให้นางใเอาคืนที่นางเอาแต่ปฏิเสธเขาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็แบบนี้ ร่างนุ่มนิ่มหอมละมุนที่แนบตัวเขาไปทั้งตัว ทำเอาเขาใจเต้นโครมครามไม่หยุด ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว ใบหน้าภายใต้ผ้าปิดปากหน้าแดงก่ำ เมื่อคิดอะไรไม่เหมาะสม ดีที่ตอนนี้ไม่มีแสงเทียนจึงทำให้เขาไม่ต้องอับอายต่อหน้านาง
"อย่าร้องไห้ ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเ้า ข้าไม่ได้คิดจะทำอะไรเ้า ข้าแค่จะเอาของมาคืนเท่านั้นแล้วก็จะไป"
พูดจบแรงที่กอดกระชับร่างบางก็คลายออก ร่างสูงค่อยๆเคลื่อนย้ายตัวเองไปยืนอยู่ปลายเตียง เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดจะทำอะไรนางจริงๆ ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลออยู่เต็มสองตาของลู่ชิงชิงมองตามเขาอย่างระแวง แต่พอเห็นว่าเขาออกไปยืนห่างออกไปเกือบ่ตัวก็ค่อยคลายใจ ความกดดันเคร่งเครียดเมื่อสักครู่ก็เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
"เสี่ยวเถา..."
มู่หรงหานเฟิงมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาวูบไหว ดวงตาคมมองร่างบางที่ได้กอดโดยไม่ตั้งใจไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ตอนนี้นางคงไม่รู้ตัวบ้างเลยว่าสภาพของนางตอนนี้ ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างของบุรุษให้ตื่นได้ง่ายเพียงไหน ภาพผมสีดำสนิทที่สยายเคลียร์ไหล่บอบบางภายใต้เสื้อตัวบางที่ไม่สามารถปกปิดบางอย่างที่ตอนนี้เขาสามารถมองมันได้ชัดเจน ถึงแม้ว่า จะมีแสงสว่างของแสงจันทร์เพียงเล็กน้อยก็ตาม
ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นที่เขาชื่นชอบ บวมขึ้นเล็กน้อยใบหน้าเนียนใสมีคราบน้ำตาอยู่เต็มใบหน้า ริมฝีปากสีแดงฉ่ำ เขามองนางนิ่งเงียบอยู่แบบนั้นจนนางรู้สึกตัว รีบหอบเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมปิดเอาไว้ทั้งตัว เมื่อนึกได้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวนางมีเพียงเสื้อตัวบางที่สวมก่อนนอนเท่านั้น ความหวาดกลัวเริ่มดีขึ้น ความอับอายเริ่มมาแทนที่ ทำไมเขาถึงต้องมาเวลานี้นะ
"เออ บ่าวของเ้าแค่หลับไปเท่านั้น พรุ่งนี้นางก็ตื่น ข้าเอาของมาคืนให้เ้า" ร่างสูงในชุดสีดำที่มองเห็นแค่ดวงตาเดินไปหยิบกล่องที่เขาเอามายื่นให้กับนาง มือเล็กๆค่อยๆยื่นออกมาจากผ้าห่ม ท่าทางระแวดระวังจนเขาอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
"ถ้าหากอยากคืนของให้ข้าทำไมต้องมาเวลานี้ ท่านเองก็มีวรยุทธสูงส่งขนาดนี้ทำไมไม่เอาวางเอาไว้ที่ห้องข้าก็ได้ ท่านไม่ควรทำแบบนี้"
มู่หรงหานเฟิงมองนางก็อดที่จะนึกถึงแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนข่มขู่ผู้คน พอหายกลัวแล้วนางก็กล้าที่จะต่อว่าเขาเลยหรือ นางช่าง..น่ารักนัก แววตาไหวระริกเมื่อเห็นท่าทีของนางที่เปลี่ยนไป
"ข้าไม่อยากทำแบบนั้น ข้าอยากจะคุยกับเ้ามากกว่า หรือบางทีข้าอาจจะอยากรู้จักเ้าจนทนไม่ไหวถึงต้องมาหาเ้าถึงที่นี่ก็ได้"
"แต่ข้าไม่อยากรู้จักท่าน"
"ทำไม?"ร่างที่ยืนอยู่ห่างออกไป โผล่มายื่นหน้ามาหาลู่ชิงชิงใกล้ๆ จนนางต้องเอนตัวหนี เริ่มรู้สึกผิดที่ลืมตัวพูดออกไปอย่างที่คิด นิสัยที่คิดอะไรแล้วพูดออกมาเลยของนางยังเหมือนเดิม นางต้องรีบแก้ไขนิสัยนี้โดยด่วนแล้ว ถ้าเขาไม่พอใจขึ้นมานางได้ตายอีกครั้งแน่นอน
"กะ ก็ท่านเป็คนร้าย~"
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็คนร้าย ข้าอาจจะเป็คนดีก็ได้นะ" เสียงนุ่มทุ้มบอกนางอย่างมีนัยยะบางอย่าง พลิกตัวลงไปนั่งบนที่นอนของนางหน้าตาเฉย ลู่ชิงชิงรีบขยับตัวจนชิดหัวเตียงมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
"คนดีที่ไหนจะใส่ชุดสีดำทั้งตัวแล้วยังเอาผ้าปิดบังใบหน้า แถมยังเอามีดมาข่มขู่คนอื่น แล้วตอนนี้ท่านยังมาบุกรุกบ้านของข้าตอนกลางคืนแบบนี้ ท่านบอกมาสิว่าคนดีที่ไหนทำแบบนี้บ้าง"
ถึงแม้ว่านางจะเถียงเขา แต่เขาก็จับอาการสั่นไปทั้งตัวของนางได้ ร่างของเขาที่นั่งอยู่ก็หันไปเผชิญหน้ากับนางตรงๆ จ้องมองดวงตากลมโตของนาง เมื่อเห็นท่าทางของเขา ลู่ชิงชิงก็เกร็งตัวรอรับโทสะจากเขา นางหลับตาลงเพื่อหนีสายตาคู่นั้น เพราะดวงตาของเขาเหมือนจะกลืนร่างของนางได้ นางจึงเลี่ยงที่จะสบตาเขาแบบนี้
"เ้าไม่อยากรู้หรือว่าข้าเป็ใคร"
มู่หรงหานเฟิงมองศรีษะน้อยๆของนางสั่นไปมาจนเส้นผมกระจาย "ทำไมเ้าถึงไม่อยากรู้"ยิ่งเห็นนางปฏิเสธแบบนี้เขายิ่งอยากเอาชนะนางมากขึ้นกว่าเดิม อยากเห็นสีหน้าของนางเมื่อเห็นว่าเขาเป็ใคร เพียงแค่คิดก็สนุกแล้ว
ลู่ชิงชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดว่านางควรจะคุยกับเขาให้จบภายในคืนนี้ดีกว่า เพราะดูแล้วเขาคงไม่ทำร้ายนางจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่เสียเวลาคุยกับนางนานขนาดนี้
"ข้าไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็ใครก็ดีอยู่แล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะบอกใครทำให้ไม่มีใครรู้ความลับของท่าน ข้าไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับเื่อันตรายกับครอบครัวของข้า"ตอนนี้นางหวังว่าเขาจะเข้าใจ ไม่หาเื่เดือดร้อนมาให้นางและครอบครัวก็เป็พระคุณอย่างมากแล้ว
มู่หรงหานเฟิงขมวดคิ้วทรงกระบี่ของเขาอย่างขัดใจ"แต่ข้าอยากให้เ้ารู้จักข้า" น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่ยินยอม จนคนที่อยู่ข้างไปััได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่พอใจ ที่นางไม่อยากจะรู้จักเขา
ลู่ชิงชิงกำลังคิดหาทางออกกับเื่นี้อยู่ ทันใดนั้น ผ้าสีดำที่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ ก็หลุดออกมาด้วยมือของเขาเอง ดวงตาของลู่ชิงชิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าของนางเริ่มซีดลงอย่างรวดเร็ว มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวเนื้อ แต่นางไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย เป็เขาได้อย่างไร นางจะทำอย่างไรดีหากองค์หญิงผู้นั้นรู้... ท่านพ่อ ท่านแม่ แม่รอง พี่ใหญ่ พี่รอง น้องเล็ก พวกท่านจะตายไม่ได้นะ ภาพต่างๆเข้ามาอยู่ภายในหัวของนางไม่หยุด จากนั้นภาพทุกอย่างก็มืดมนลงทันที
ร่างสูงรีบรวบเอาร่างบางที่หมดสติด้วยความใ เขาจับร่างบางที่ไม่รู้สึกตัวเอนตัวลงไปนอน สายตาของเขาสำรวจใบหน้าซีดเซียวของนางอย่างเป็ห่วงว่านางจะเป็อะไรมากกว่าหมดสติธรรมดา "ลู่ชิงชิง ชิงเอ๋อร์ เ้าฟื้นสิ ชิงเอ๋อร์" ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปที่ใบหน้าเย็นเฉียบของนางเขาอย่างทะนุถนอมโดยที่เขาไม่ตัว ผิวเรียบลื่นของนางเริ่มเย็น จึงเอาผ้าห่มที่นางห่อตัวเมื่อสักครู่มาห่มให้นางเพื่อเพิ่มความอบอุ่น เผื่อว่านางจะดีขึ้น
มู่หรงหานเฟิงถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่นึกว่าการที่นางเห็นตัวตนของเขา จะทำให้นางใจนสลบไปแบบนี้ ภาพใบหน้าของนางที่รู้ว่าเป็เขาครั้งแรก นางหวาดกลัวเขามากจนเขาแปลกใจ ว่าทำไมนางต้องกลัวเขามากขนาดนี้ เขาแน่ใจว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยพบนางเลยสักครั้ง นอกจากคืนนั้น แล้วทำไมนางทำเหมือนว่า เขาเคยทำอะไรให้นางกลัวจนหมดสติแบบนี้ เขาคงต้องให้องครักษ์สืบเื่ของนางมากกว่านี้แล้ว
เขาใช้เวลาอยู่กับนางจนเกือบรุ่งสาง ก่อนจะยอมกลับ สายตาที่มองร่างบนเตียงด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาที่มองร่างที่อยู่บนเตียงด้วยความเป็ห่วง ตลอดทั้งคืนนางละเมอด้วยความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาได้ยินไม่ชัดเจน จนเขากอดร่างของนางเอาไว้ไม่ให้นางหวาดกลัวทั้งคืน ตอนนี้เขาบอกตามตรงว่า เขาไม่อยากจะกลับตำหนักเลยด้วยซ้ำ หากไม่กลัวว่าชื่อเสียงของนางจะเสียหาย เมื่อคืนเขาคงพานางไปหาหมอที่ตำหนักของเขาแล้ว
หลังจากที่กลับมาถึงตำหนักบูรพาแล้ว เขาก็ไม่อาจหลับตาลงได้ พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอน หลับตาเมื่อไหร่ก็เห็นแต่ภาพใบหน้าและดวงตาของนาง ภาพที่ดวงตาคู่งามที่เขาชอบกลับมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาจดจำมันได้ชัดเจน และเขาแน่ใจว่า เขาไม่ชอบที่นางรู้สึกกับเขาแบบนั้น ดวงตาที่งดงามขนาดนั้นไม่ควรที่จะมองเขาด้วยความกลัว เขาจะทำให้นางเปลี่ยนสายตาที่มองเขาให้ได้
มู่หรงหานเฟิงได้ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะเปลี่ยนความกลัวในใจของนางที่มีต่อเขาให้จงได้