พอนิลตามาพระพายก็ก้มหน้าทันที ศานต์มองเคืองไปยังภรรยาบอกลูกเงยหน้า “พายเงยหน้าขึ้นลูก เราไม่ได้ทำผิดอะไร”
“คุณแน่ใจเหรอคุณศานต์ลูกชายคุณก็คือความผิดพลาดยังไงละ”นางเดินกอดอกเหยียดยิ้มมานั่งไขว่ห้างจ้องหน้าพระพาย
“คุณจะมาหาเื่เขาทำไมเนี่ยตัวเองอายุเท่าไหร่แล้วยังจะมาทำแบบนี้อีกไม่รู้จักอายลูก”
“ไม่เป็ไรครับคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้พูดผิด” ชายหนุ่มบอกเสียงเบาไม่อยากให้บิดาทะเลาะกับนิลตาแค่อยู่กันแบบธรรมดาก็อึดอัดพอแล้ว
“ฉันละเกลียดสีหน้าแบบนี้ของลูกคุณทำเป็เจียมเนื้อเจียมตัวในใจคงหวังอยากให้พ่อยกสมบัติให้จนใจจะขาดล่ะสิลูกเมียน้อยก็เป็แบบนี้”
“ไปพักผ่อนเถอะลูกถือว่าไม่ได้ยินคำพูดไร้สาระของคนแก่วัยทองแถวนี้”
“นี่!”นิลตาโมโหที่ศานต์เอาแต่ปกป้องลูกชายคนโตคิดถึงลูกคนเล็กที่เล่นเกมส์แก้เครียดแล้วโกรธสองคนนี้
“แค่นี้ทำเป็รับไม่ได้งั้นก็หอบผ้ากลับไปอยู่กับแม่แกสิ”
“ตา!”ศานต์ขึ้นเสียง “คุณจะอยู่สงบไม่ได้เลยใช่ไหม”
“ฉันไม่ได้อยากให้มันมาอยู่ด้วยหนิถ้าคุณไม่เอาเื่บริษัทเื่ลูกมาขู่ฉันไม่มีทางที่ลูกนอกคอกของคุณจะได้มาอยู่ที่นี่หรอกพอมันมาคุณก็ไม่สนใจชินลูกขังตัวเองอยู่ในห้องคุณเคยสนใจบ้างไหม”
เสียงทะเลาะกันของพ่อและนิลตาพระพายได้ยินทุกคำเขาเก็บกลั้นความรู้สึกรอให้ถึงห้องตัวเองก่อนค่อยแสดงออก
ตอนกำลังจับลูกบิดเข้าห้องตัวเองชินวุฒิเปิดประตูออกมาจากห้องพอดีเด็กชายมองพระพายด้วยสายตาเกลียดชัง ฝ่ายพี่ก็มองน้องโดยไม่พูดอะไร
“ผมไปคุยกับเขาเขาไม่คุยกับผมคุณจะให้ผมทำยังไง” เสียงศานต์ดังขึ้นอีก
“คุณก็พยายามมากกว่านี้สิเหมือนที่เอาใจไอ้ลูกเมียน้อยนั่น”
“ผมเอาใจพายตรงไหนถ้าคุณดีกับเขาสักนิดผมก็ไม่ต้องมาห่วงอยู่อย่างนี้หรอก เขาเรียกคุณว่าคุณแม่ยอมรับคำด่าว่าจากคุณทุกอย่างไม่กล้ามองหน้าคุณด้วยซ้ำ คุณ้าอะไรอีก”
“ฉันเกลียดมันไม่อยากให้มันมีตัวตนบนโลกนี้ด้วยซ้ำ”
“จะมากไปแล้วนะพูดอะไรนึกถึงจิตใจคนอื่นบ้างได้ไหมถ้ามีคนมาพูดแบบนี้กับลูกของเราคุณจะรู้สึกยังไง”
“การมาของนายทำให้ครอบครัวเรามีปัญหานายมันตัวปัญหา”
พระพายทนฟังคำพูดแม่เลี้ยงยังพอได้แต่ได้เห็นสีหน้าแววตาเกลียดชังจากน้องชายแล้วเขาทนไม่ได้เลยชายหนุ่มปิดประตูเข้าไปร้องไห้คนเดียว คนอย่างเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่ดีอยู่ที่ไร่พ่อของมินาก็รังเกียจมาอยู่กับพ่อตัวเองแม่เลี้ยงกับน้องชายก็ไม่ต้อนรับ
“เป็อะไรเหรอทำไมวันนี้ไม่สดชื่นเลย”หลังพาเขาไปซื้อหนังสือเตรียมสอบที่ศูนย์หนังสือในมหาวิทยาลัยย่านศูนย์การค้าสกุณาพาพระพายกลับไปที่ห้างหาอะไรกินและเผื่อเขาอยากเล่นอะไรอีก
“เมื่อคืนคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันเพราะพายน่ะรู้สึกว่าตัวเองเป็ตัวปัญหาเลยอยู่ไหนก็ไม่ดี”ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่พระพายก็เล่าความรู้สึกของตนให้สกุณาฟังเขาไม่กล้าพูดกับพ่อหรือโทรไปหาแม่กลัวพวกท่านไม่สบายใจ
ชายหนุ่มก้มหน้าซีดของตัวเองมองพื้นห้าง“ถ้ามีบ้านที่เป็ของตัวเองจริงคงจะดีจะได้ไม่ต้องอาศัยชายคาคนอื่นให้อึดอัด”
“สักวันพายจะมีบ้านของตัวเอง” ได้ยินคำปลอบใจจากคนตัวเล็กจึงเงยหน้ามองเธอสกุณายิ้มให้แต่เขากลับไม่กล้ามองเธอจึงก้มหน้าลงอีก
“เพราะพายเป็ลูกของพ่อเหรอ”
“มองโลกในแง่ร้ายจัง” สกุณาไม่ถือสาคนกำลังเศร้ายิ้มให้เขาอีก “ไม่ใช่เห็นว่าพายเป็ลูกคุณลุงอยากขอเงินซื้ออะไรก็ได้หรอกแต่สิ่งที่พายพูดมันเป็ความปราถนาแรงกล้าในชีวิต ญาเชื่อว่าสักวันพายต้องทำได้แต่ถึงคุณลุงจะช่วยมันก็ไม่ผิดพ่อแม่มีหน้าที่ดูแลลูกเป็สิทธิ์ที่พายควรได้อยู่แล้วแล้วตอนนี้พายก็ยังไม่ถือว่าเป็ผู้ใหญ่ต้องพึ่งพ่อแม่ถูกไหมล่ะ”
“อืมคงต้องอดทนไปก่อน”เขายิ้มตอบสกุณาที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ถ้าตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้ก็ทำให้บ้านที่เราอาศัยมันน่าอยู่ขึ้นมาสิรู้อยู่แล้วว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน”
“ทำไมพายไม่เคยคิดเื่นี้นะ” เขามองหญิงสาวอย่างขอบคุณ “ญาเป็เหมือนแสงสว่างในชีวิตพายเลย” เอ่ยชมไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองได้พูดประโยคหวานซึ้งออกไป
สกุณาอึ้งไปพักหนึ่งไม่เคยมีใครชมเธอแบบนี้มาก่อน “ก็… ก็ญาเป็คนเก่งไง” เผลอเขินไปแล้วจึงว่ากลบเกลื่อน
“เก่งจริงๆ แหละ…แต่อย่าเล่าเื่ที่เราคุยกันให้คุณพ่อฟังนะพายไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ”
“เข้าใจแล้วงั้นวันนี้เราจะทำอะไรต่อดี”พระพายมองใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มไม่รู้เบื่อ ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้แล้วแต่เธอ
“หาไปชอปปิ้งอีกแล้วเหรอ” พระพายเสียใจภายหลังที่ให้สกุณาเป็คนคิดแผนเธอลากเขาเข้าร้านเสื้อผ้าอีกแล้ว
“เสื้อวันนั้นมันยังไม่มีกระโปรงเข้าชุดนี่เดี๋ยวต้องไปดูกระเป๋าด้วยนะกระเป๋าที่น้องญาซื้อไปคราวก่อนคุณแม่ยืมไปใช้ตอนน้องญาไปโรงเรียนแล้วไม่คืนเลย”
“เดี๋ยวนะวันนี้ไม่ได้ซื้อแค่เสื้อผ้าเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิไปกันเถอะเดี๋ยวคนเยอะ”
“ได้ของครบแล้วจะไปไหนต่อเหรอ” พระพายที่ช่วยถือถุงชอปปิ้งของสกุณยกมือกุมหัวเขาไม่คิดเลยว่าเธอจะมีพลังในการเลือกซื้อของขนาดนี้
“ได้ครบแล้วแต่มันไม่พอใส่น่ะสิก่อนหน้านี้น้องญากับคุณพ่อคุณแม่เอาเสื้อผ้าเก่าไปวางขายมือสองหมดแล้วไม่มีเสื้อผ้าใส่”
“ขายเสื้อผ้ามือสองเหรอน่าสนใจจัง”
“ถ้าพายมีของอะไรที่ไม่ใช้แล้วเอาไปวางขายได้นะหรือจะไปเดินซื้อของก็ได้ บางทีเราจะได้ของดีราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อเลยน้องญาชอบไปซื้อเสื้อผ้ามือสองเหมือนกันแต่เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยมีไซส์ที่พอดีตัวเลยต้องมาซื้อของใหม่” สาวนักชอปเล่าให้ฟังขณะเดินดูเสื้อผ้าในราวแขวนเผลอแทนตัวเองว่าน้องทุกคำแต่ไม่รู้ตัว
“ญาใส่เสื้อผ้ามือสองด้วยเหรอ” พระพายนึกถึงคนอีกคนที่เคยบอกว่าชีวิตนี้เธอจะไม่ใช้ของมือสองเด็ดขาด
สกุณาเงยหน้ามอง“ทำไมรังเกียจของมือสองเหรอ”
“เปล่าหรอกเมื่อก่อนเห็นแม่ชอบซื้อเสื้อผ้ามือสองเหมือนกันแต่แม่คงกลัวพายอายซื้อแต่ของใหม่ให้ แต่ก็เป็ของไม่มียี่ห้ออะไรหรอก”
“ตอนนี้ยิ่งจะไม่ได้ใช้ของมือสองเลยล่ะมั้งงั้นญาคงชวนไปขายของด้วยกันไม่ได้ เดี๋ยวคุณลุงคุณป้าจะว่า”
“ไม่เข้าใจเลย” ชายหนุ่มบ่นพึมพำคนเดียว สมัยก่อนมินาอายที่จะใช้ของราคาถูกตอนนี้สกุณายังบอกอีกว่าพ่อกับแม่เลี้ยงก็เป็เหมือนกัน
“มันก็มองได้หลายมุมหลักๆ ก็เื่ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ความชอบส่วนตัว แต่ถ้าอยากไปจริงลองขอดูก่อนได้คิดว่าคุณลุงคงไม่ห้ามหรอกคุณแม่บอกว่าคุณลุงเป็กันเองกับพนักงานในบริษัททุกคน ไม่ถือตัวเลย”
“แล้วคุณแม่ล่ะ”เื่ของพ่อเขาก็อยากรู้ให้มากกว่านี้แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องทำให้บ้านน่าอยู่จึงอยากฟังเื่ของนิลตากับชินวุฒิจากสกุณามากกว่า
พระพายท้อใจมากนิลตาในมุมมองของน้องญาแตกต่างกับเขาเหลือเกินแสดงว่าภรรยาของพ่อคงเกลียดเขามาก
คุยกันไปเดินซื้อของกันไปจนถึงสี่โมงเย็นคุณพ่อของพระพายมารับเด็กสองคนกลับบ้าน เขากับณัฐชัยสลับกันเป็คนมารับลูก ๆศานต์ขับรถมาเองพร้อมลูกชายคนเล็กที่ทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่เบาะข้างคนขับ
“เป็ไงวันนี้ได้ของเยอะเลยเหรอลูก” เห็นลูกชายกับหลานช่วยกันเก็บถุงชอปปิ้งไว้หลังรถหลายใบคนเป็พ่อจึงเอ่ยถามหลังทั้งคู่ขึ้นมานั่งแล้ว
“ไม่ใช่ของพายครับของญา”
“ของน้องญาหมดเลยเหรอ”
“คุณลุงคะวันนี้น้องญาเสียหายหนักมากเพราะพระพายเลยค่ะน้องญาถามเขาว่าอยากทำอะไรเขาก็บอกไม่รู้ น้องญาพาเดินไปเลือกซื้อของเขาก็ไม่ซื้อทีนี้พนักงานมองน้องญาเลยต้องซื้อของมาเยอะเลยค่ะ”
“ขนาดนั้นเลยเหรองั้นลุงคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้น้องญาแล้ว”น้ำเสียงคุณลุงขบขันปนเอ็นดูเด็กหนุ่มสาวสองคน
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยครับพ่ออย่าไปเชื่อญา” คนถูกกล่าวหารีบบอกก่อนบิดาเข้าใจผิด
“จริง ๆ นะคะคุณลุง”
“ไม่เป็ไรๆ น้องญาอุตส่าห์มาช่วยลุงดูแลพายลุงตั้งใจจะให้รางวัลอยู่แล้วเดี๋ยวลุงจ่ายค่าของพวกนี้ให้”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” หญิงสาวรีบยิ้มยกมือไหว้คุณลุงพลางมองพระพายด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ
“แค่มาพาเที่ยวสองวันได้ค่าจ้างขนาดนี้แล้วเหรอพายว่าพ่อน่าจะถูกโก่งราคาแล้วครับ”
“คุณลุงดูเขาสิคะพอปีกกล้าขาแข็งก็มาว่ากันต่อไปจะไม่พาไปไหนคอยดู”
ศานต์มองกระจกหลังสบตาเด็กสองคนที่นั่งโบ้ยกันไปมาอย่างมีความสุข“ต่อไปถ้าพายไม่อยากให้พ่อจ่ายค่าเสียหายพายต้องชิงพูดก่อนว่าอยากทำอะไรไม่งั้นน้องญาจะเบื่อแล้วพาไปชอปปิ้งอีก”
“พายว่าคงต้องงดเที่ยวไปสักพักจะได้อ่านหนังสือสอบแล้วก็อยู่บ้านเป็เพื่อนชิน”
“ฮึ!”ชินวุฒิที่นั่งรำคาญมานานกอดอกไม่พอใจผู้เป็พ่อจึงสละมือข้างหนึ่งไปลูบศีรษะสักที
“แบบนั้นก็ดีอยู่บ้านจะได้ช่วยดูแลกัน เป็พี่น้องกัน”
“ไม่อยากเป็ด้วยสักหน่อย”น้องชายว่าต่อจากผู้เป็พ่อ ศานต์ฟังแล้วถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ไม่อยากเป็ก็ไม่ทันแล้วหน้าเหมือนกันขนาดนี้” สกุณาช่วยคุณลุงกู้สถานการณ์ตึงเครียดเขาจึงยิ้มขอบคุณเธอ
“นั่นน่ะสิพ่อแก่แล้วนะถ้าชินกับพายไม่ดูแลกันพ่อคงตายตาไม่หลับ”
“พ่ออย่าพูดเื่ตายนะ”พระพายกับชินวุฒิพูดพร้อมกัน ทุกคนในรถอึ้งไปตาม ๆกันศานต์กับสกุณาหัวเราะมองสองพี่น้องหลบหน้ากันแก้เขิน
“ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงครับคุณพ่อพวกเราแค่้าเวลานิดหน่อยอย่าห่วงเลยครับ”
“พ่อจะรอดูแล้วกันนะ น้องญาถ้าว่างไปอ่านหนังสือเป็เพื่อนพายหน่อยนะจะได้ช่วยลุงดูว่าสองคนนี้เขาดีกันหรือยัง”
“รับทราบค่ะคุณลุงเดี๋ยวสองวันนี้น้องญาจะหาข้อมูลเื่เอนทรานส์กับโรงเรียนติวมาฝากนะคะพายอยู่กับไอ้ชินสองคนไปก่อนแล้วกัน”
“ขอบใจนะ”
“ถ้าสอบติดไปชอปปิ้งเป็เพื่อนอีกนะ ไปกับพายสนุกมาก” ศานต์หัวเราะที่เห็นลูกชายยกมือกุมศีรษะดูท่าแล้วคนที่จ่ายค่าตอบแทนให้น้องญาหนักสุดคงเป็พระพายอยู่ดี
พระพายช่วยถือของไปส่งสกุณาในบ้านแล้วกลับมาขึ้นรถอีกครั้งได้ยินคุณพ่อคุยกับน้องชาย “ส่งน้องญาแล้วทีนี้พวกเราจะไปไหนกันดี”
ชินวุฒิที่นั่งข้างคนขับไม่ตอบพระพายจึงเอ่ยถามแทน“เรายังไม่กลับบ้านเหรอครับ เดี๋ยวคุณแม่จะรอทานข้าว”
“แม่ไปงานปาร์ตี้กับเพื่อนไม่งั้นฉันไม่ต้องมาอยู่นี่หรอก”
“อ๋อ พายไม่รู้จักสถานที่พ่อกับชินเลือกเลยครับพายยังไงก็ได้”
ศานต์ที่รับมือกับภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจพาบริษัทเอาชนะอุปสรรคมาได้หลายครั้งหลายคราปวดหัวกับการสานสัมพันธ์ของลูกชายทั้งสองมากเขาพาลูกไปทานข้าวแล้วพาไปซื้อ
ของแม้พระพายน่าจะเบื่อกับการชอปปิ้งแล้วก็ตามแต่หากพากลับบ้านเลยลูก ๆ จะแยกกันเข้าห้องใครห้องมันไม่ได้คุยกันสักที
“ทั้งสองคนมานี่ช่วยพ่อเลือกหน่อยพ่ออยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่เอาสีไหนดี”พาไปซื้อเสื้อผ้าของพวกเขาไม่น่าได้ผลเพราะขนาดตัวลูกต่างกันจึงต้องให้ทำสิ่งเดียวกัน
“สีนี้ครับ”ชินวุฒิหยิบสีฟ้าอ่อนขึ้นมาก่อน ผู้เป็พ่อยิ้มพอใจรับมาถือไว้
“แล้วพายละลูก”
“พายเห็นพ่อชอบใส่สีขาวกับฟ้าบ่อย ๆไม่รู้เพราะมันดูเป็ทางการหรือเปล่าแต่ถ้าใส่อยู่บ้านพ่อน่าจะใส่สีแดงเืหมูกับสีน้ำตาลครับจะได้สดใส”
“อื้มพ่อชอบทุกตัวที่ลูกเลือกให้เลยเอ้าถือไว้ให้หน่อยเดี๋ยวพ่อจะเลือกให้พวกเรา”เขาฝากเสื้อที่เลือกมาไว้กับพระพาย แขนข้างหนึ่งคล้องแขนลูกคนโตอีกข้างโอบชินวุฒิที่ตัวเล็กไปทางด้านเสื้อผ้าวัยรุ่น
“ทำไมต้องใส่คู่กันด้วย”ลูกชายคนเล็กโวยวายไม่ยอมลองเสื้อที่พ่อเลือกให้
“ใส่คู่กันจะได้น่ารักเร็วเข้าไปลองให้พ่อดูหน่อยนี่มันดึกแล้วร้านเขาจะปิดแล้ว”
“เห็นไหมพ่อบอกแล้วว่าเข้ากันแต่ชินใส่แล้วหล่อกว่านิดหน่อยเพราะชินเหมือนพ่อมากกว่าพาย” พอพี่น้องลองเสื้อออกมาแล้วผู้เป็พ่อก็ว่า
“ชมตัวเองก็เป็” ถึงกำลังงอนอยู่แต่ชินวุฒิอดไม่ได้ที่จะตอบผู้เป็พ่อกลับทั้งสามมองหน้ากันไปมาแล้วหลุดหัวเราะคนอายุน้อยสุดโกรธที่ตัวเองลืมตัวจึงเมินหน้าหนี
“อยากหัวเราะก็หัวเราะออกมาเถอะน่า ไม่มีคนอื่นสักหน่อย” ศานต์เข้าไปรวบตัวชินวุฒิมากอดโยกตัวไปมา พระพายมองตามยิ้ม ๆหน้าชินวุฒิยิ่งบูดเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าแกล้งเท่านั้นแต่ดูแล้วเขาคงชอบให้พ่อเอาใจแบบนั้น ยังแอบเหล่ตามาเย้ยพี่ชายด้วย
“นี่แกทำอะไร มายุ่งอะไรกับดอกไม้ของฉัน” เช้าวันต่อมานิลตาเห็นพระพายกำลังทำอะไรไม่รู้ที่กระถางดอกไม้ของตนด้วยความไม่ชอบหน้าอยู่แล้วจึงเดินไปตำหนิ
“พายเห็นดอกไม้สวยดีเลยเข้ามาดูน่ะครับเห็นมีหญ้าขึ้นก็เลยช่วยถอนออก”
“อย่ามายุ่งกับดอกไม้ของฉัน”
“ดอกไม้พวกนี้คุณแม่ปลูกเองหมดเลยเหรอครับ”
พระพายดึงพลังใจทั้งหมดออกมาใช้คุยกับนิลตาไม่หลบหน้าเหมือนแต่ก่อน
“ก็ใช่น่ะสิคิดว่าพ่อแกจะสนใจมาช่วยฉันงั้นเหรอเขาก็สนใจแต่ดอกไม้ข้างทางอย่างนังดอกเข็มนั่นแหละ”
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สั่งไว้ว่าให้อดทนเขาคงไม่ก้มหน้ายอมอย่างนี้หรอก “พายเคยช่วยน้ามัสเพาะดอกไม้อยากช่วยคุณแม่ดูแลพวกมันเท่านั้นครับ”
“ถ้าอยากช่วยก็ช่วยไปให้พ้นๆ หน้าฉัน”
“ครับ” พูดแล้วก้มหน้าเจื่อนออกไปการจะเอาชนะใจคนที่เกลียดตัวเองมันคงไม่ง่ายนักแต่เขาจะอดทน
วันต่อมานิลตาถือของหลายอย่างเข้ามาในบ้านพระพายรีบอาสาช่วยนาง “พายช่วยถือไหมครับคุณแม่”
คนถูกเรียกคุณแม่หลับตาชังก่อนจะเรียกคนในบ้านมาช่วยยกของไปเก็บหักหน้าคนมีน้ำใจ
“นี่แกพยายามเอาใจฉันเหรอ”
“มันสมควรนี่ครับพายมาอาศัยบ้านคุณแม่ทั้งยังเป็เด็กก็ควรช่วยเหลือคุณแม่”
“งั้นเหรอ” คนอายุมากกว่าเหยียดยิ้ม หมั่นไส้ลูกของสามีที่พยายามประจบตนเอง “งั้นไปล้างรถให้ทีสิ เสร็จแล้วค่อยมากินข้าวไปเอากุญแจกับคนขับเปิดเข้าไปดูดฝุ่นข้างในด้วย”
“ครับ”
ศานต์กลับมาเห็นพอดีลูกชายกำลังล้างรถอยู่จึงรีบเข้าไปถาม “พายทำอะไรอยู่ลูก”
“ล้างรถให้คุณแม่อยู่ครับ” เงยหน้ายิ้มให้ผู้เป็พ่อแล้วกลับไปใช้ฟองน้ำขัดรถต่อ “คุณพ่อกลับมาเหนื่อย ๆ ไปพักเถอะครับอีกเดี๋ยวพายก็เสร็จแล้ว”
“นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ยตาแกล้งพายเหรอ”
“ไม่ใช่ครับพายไปขอช่วยคุณแม่เองคุณแม่ก็เลยให้มาล้างรถ พ่ออย่าไปตำหนิคุณแม่นะครับพายอยากให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างสงบพายจะพยายามเอาชนะใจคุณแม่ให้ได้”
“กลัวแต่เขาจะถือโอกาสนี้แกล้งพายน่ะสิลูกเอ้ย” ศานต์เดินเข้าไปหาลูกปัดผมที่ชุ่มเหงื่อของเขาสองที “ไม่ต้องล้างแล้ว ให้ใครมาช่วยทำต่อแล้วกลับเข้าบ้านเถอะ”
“ไม่เป็ไรครับพายจะทำให้เสร็จแค่นี้พายทำได้ครับไม่ต้องห่วง”
ผู้เป็พ่อถอนหายใจจับไหล่ลูก “ขอบใจนะลูกที่พยายามพ่อสัญญาจะชดเชยให้พายทุกสิ่งทุกอย่าง”
“คุณพ่ออย่าคิดมากเลยครับพายทำไปเพื่อตัวเองด้วย ญาบอกว่าถ้าบ้านมันน่าอึดอัดเราก็ทำให้มันน่าอยู่ขึ้น ไหนๆ คุณแม่ก็ไม่ชอบพายอยู่แล้วถ้าพายไม่ทำอะไรคุณแม่ก็เกลียดพายต่อไปแต่ถ้าลองดูสักหน่อยถ้าไม่ได้ผลคุณแม่ก็เกลียดพายเหมือนเดิมแต่ถ้าสำเร็จพวกเราอาจจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข”
“ต้องลำบากลูกแล้วทั้งที่ทุกอย่างเป็ความผิดของพ่อ”
“พายรู้ว่าพ่อพยายามแก้ไขแล้วพายไม่โทษพ่อหรอกครับ” เขาวางมือจากที่กำลังถูรถสบตาผู้เป็พ่อ
“พ่อมีครอบครัวที่สมบูรณ์จะไม่สนใจพายกับแม่ก็ได้แต่พ่อยอมขัดแย้งกับคุณแม่กับชินเพื่อรับพายมาอยู่ด้วยแล้วก็ไม่ได้ทิ้งขว้างดูแลพายอย่างดีช่วยหาเพื่อนให้พ่อทำทุกอย่างให้พายไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบแต่มันมาจากใจของพ่อเพราะงั้นพายยินดีจะทำ”
ศานต์ฟังคำของลูกอย่างซึ้งใจทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่านิลตาแอบฟังอยู่หลังกระถางต้นไม้ที่โตเป็พุ่มใหญ่จิตใจแม่เลี้ยงหวั่นไหวเด็กที่นางเคยคิดจะฆ่าคนนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าพยายามทำทุกอย่างให้ยอมรับ
‘ทำไมเื่ราวมันถึงได้เป็แบบนี้’