บุญคุณ ความรัก

    บทที่ 11 ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

              พอนิลตามาพระพายก็ก้มหน้าทันที ศานต์มองเคืองไปยังภรรยาบอกลูกเงยหน้า “พายเงยหน้าขึ้นลูก เราไม่ได้ทำผิดอะไร”

              “คุณแน่ใจเหรอคุณศานต์ลูกชายคุณก็คือความผิดพลาดยังไงละ”นางเดินกอดอกเหยียดยิ้มมานั่งไขว่ห้างจ้องหน้าพระพาย

              “คุณจะมาหาเ๱ื่๵๹เขาทำไมเนี่ยตัวเองอายุเท่าไหร่แล้วยังจะมาทำแบบนี้อีกไม่รู้จักอายลูก”

              “ไม่เป็๞ไรครับคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้พูดผิด” ชายหนุ่มบอกเสียงเบาไม่อยากให้บิดาทะเลาะกับนิลตาแค่อยู่กันแบบธรรมดาก็อึดอัดพอแล้ว

            “ฉันละเกลียดสีหน้าแบบนี้ของลูกคุณทำเป็๲เจียมเนื้อเจียมตัวในใจคงหวังอยากให้พ่อยกสมบัติให้จนใจจะขาดล่ะสิลูกเมียน้อยก็เป็๲แบบนี้”

            “ไปพักผ่อนเถอะลูกถือว่าไม่ได้ยินคำพูดไร้สาระของคนแก่วัยทองแถวนี้”

            “นี่!”นิลตาโมโหที่ศานต์เอาแต่ปกป้องลูกชายคนโตคิดถึงลูกคนเล็กที่เล่นเกมส์แก้เครียดแล้วโกรธสองคนนี้

            “แค่นี้ทำเป็๞รับไม่ได้งั้นก็หอบผ้ากลับไปอยู่กับแม่แกสิ”

            “ตา!”ศานต์ขึ้นเสียง “คุณจะอยู่สงบไม่ได้เลยใช่ไหม”  

            “ฉันไม่ได้อยากให้มันมาอยู่ด้วยหนิถ้าคุณไม่เอาเ๹ื่๪๫บริษัทเ๹ื่๪๫ลูกมาขู่ฉันไม่มีทางที่ลูกนอกคอกของคุณจะได้มาอยู่ที่นี่หรอกพอมันมาคุณก็ไม่สนใจชินลูกขังตัวเองอยู่ในห้องคุณเคยสนใจบ้างไหม”

            เสียงทะเลาะกันของพ่อและนิลตาพระพายได้ยินทุกคำเขาเก็บกลั้นความรู้สึกรอให้ถึงห้องตัวเองก่อนค่อยแสดงออก

            ตอนกำลังจับลูกบิดเข้าห้องตัวเองชินวุฒิเปิดประตูออกมาจากห้องพอดีเด็กชายมองพระพายด้วยสายตาเกลียดชัง ฝ่ายพี่ก็มองน้องโดยไม่พูดอะไร

            “ผมไปคุยกับเขาเขาไม่คุยกับผมคุณจะให้ผมทำยังไง” เสียงศานต์ดังขึ้นอีก

            “คุณก็พยายามมากกว่านี้สิเหมือนที่เอาใจไอ้ลูกเมียน้อยนั่น” 

            “ผมเอาใจพายตรงไหนถ้าคุณดีกับเขาสักนิดผมก็ไม่ต้องมาห่วงอยู่อย่างนี้หรอก เขาเรียกคุณว่าคุณแม่ยอมรับคำด่าว่าจากคุณทุกอย่างไม่กล้ามองหน้าคุณด้วยซ้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไรอีก”

            “ฉันเกลียดมันไม่อยากให้มันมีตัวตนบนโลกนี้ด้วยซ้ำ”

            “จะมากไปแล้วนะพูดอะไรนึกถึงจิตใจคนอื่นบ้างได้ไหมถ้ามีคนมาพูดแบบนี้กับลูกของเราคุณจะรู้สึกยังไง” 

            “การมาของนายทำให้ครอบครัวเรามีปัญหานายมันตัวปัญหา”

            พระพายทนฟังคำพูดแม่เลี้ยงยังพอได้แต่ได้เห็นสีหน้าแววตาเกลียดชังจากน้องชายแล้วเขาทนไม่ได้เลยชายหนุ่มปิดประตูเข้าไปร้องไห้คนเดียว คนอย่างเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่ดีอยู่ที่ไร่พ่อของมินาก็รังเกียจมาอยู่กับพ่อตัวเองแม่เลี้ยงกับน้องชายก็ไม่ต้อนรับ

     

            “เป็๲อะไรเหรอทำไมวันนี้ไม่สดชื่นเลย”หลังพาเขาไปซื้อหนังสือเตรียมสอบที่ศูนย์หนังสือในมหาวิทยาลัยย่านศูนย์การค้าสกุณาพาพระพายกลับไปที่ห้างหาอะไรกินและเผื่อเขาอยากเล่นอะไรอีก

            “เมื่อคืนคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันเพราะพายน่ะรู้สึกว่าตัวเองเป็๞ตัวปัญหาเลยอยู่ไหนก็ไม่ดี”ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่พระพายก็เล่าความรู้สึกของตนให้สกุณาฟังเขาไม่กล้าพูดกับพ่อหรือโทรไปหาแม่กลัวพวกท่านไม่สบายใจ

            ชายหนุ่มก้มหน้าซีดของตัวเองมองพื้นห้าง“ถ้ามีบ้านที่เป็๲ของตัวเองจริงคงจะดีจะได้ไม่ต้องอาศัยชายคาคนอื่นให้อึดอัด”  

            “สักวันพายจะมีบ้านของตัวเอง” ได้ยินคำปลอบใจจากคนตัวเล็กจึงเงยหน้ามองเธอสกุณายิ้มให้แต่เขากลับไม่กล้ามองเธอจึงก้มหน้าลงอีก

            “เพราะพายเป็๲ลูกของพ่อเหรอ”

            “มองโลกในแง่ร้ายจัง” สกุณาไม่ถือสาคนกำลังเศร้ายิ้มให้เขาอีก “ไม่ใช่เห็นว่าพายเป็๞ลูกคุณลุงอยากขอเงินซื้ออะไรก็ได้หรอกแต่สิ่งที่พายพูดมันเป็๞ความปราถนาแรงกล้าในชีวิต ญาเชื่อว่าสักวันพายต้องทำได้แต่ถึงคุณลุงจะช่วยมันก็ไม่ผิดพ่อแม่มีหน้าที่ดูแลลูกเป็๞สิทธิ์ที่พายควรได้อยู่แล้วแล้วตอนนี้พายก็ยังไม่ถือว่าเป็๞ผู้ใหญ่ต้องพึ่งพ่อแม่ถูกไหมล่ะ”

            “อืมคงต้องอดทนไปก่อน”เขายิ้มตอบสกุณาที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

            “ถ้าตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้ก็ทำให้บ้านที่เราอาศัยมันน่าอยู่ขึ้นมาสิรู้อยู่แล้วว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน”

            “ทำไมพายไม่เคยคิดเ๱ื่๵๹นี้นะ” เขามองหญิงสาวอย่างขอบคุณ “ญาเป็๲เหมือนแสงสว่างในชีวิตพายเลย” เอ่ยชมไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองได้พูดประโยคหวานซึ้งออกไป

            สกุณาอึ้งไปพักหนึ่งไม่เคยมีใครชมเธอแบบนี้มาก่อน “ก็… ก็ญาเป็๞คนเก่งไง” เผลอเขินไปแล้วจึงว่ากลบเกลื่อน

            “เก่งจริงๆ แหละ…แต่อย่าเล่าเ๱ื่๵๹ที่เราคุยกันให้คุณพ่อฟังนะพายไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ” 

            “เข้าใจแล้วงั้นวันนี้เราจะทำอะไรต่อดี”พระพายมองใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มไม่รู้เบื่อ ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้แล้วแต่เธอ 

            “หาไปชอปปิ้งอีกแล้วเหรอ” พระพายเสียใจภายหลังที่ให้สกุณาเป็๲คนคิดแผนเธอลากเขาเข้าร้านเสื้อผ้าอีกแล้ว  

            “เสื้อวันนั้นมันยังไม่มีกระโปรงเข้าชุดนี่เดี๋ยวต้องไปดูกระเป๋าด้วยนะกระเป๋าที่น้องญาซื้อไปคราวก่อนคุณแม่ยืมไปใช้ตอนน้องญาไปโรงเรียนแล้วไม่คืนเลย”

            “เดี๋ยวนะวันนี้ไม่ได้ซื้อแค่เสื้อผ้าเหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิไปกันเถอะเดี๋ยวคนเยอะ”

            “ได้ของครบแล้วจะไปไหนต่อเหรอ” พระพายที่ช่วยถือถุงชอปปิ้งของสกุณยกมือกุมหัวเขาไม่คิดเลยว่าเธอจะมีพลังในการเลือกซื้อของขนาดนี้

            “ได้ครบแล้วแต่มันไม่พอใส่น่ะสิก่อนหน้านี้น้องญากับคุณพ่อคุณแม่เอาเสื้อผ้าเก่าไปวางขายมือสองหมดแล้วไม่มีเสื้อผ้าใส่”

            “ขายเสื้อผ้ามือสองเหรอน่าสนใจจัง”

            “ถ้าพายมีของอะไรที่ไม่ใช้แล้วเอาไปวางขายได้นะหรือจะไปเดินซื้อของก็ได้ บางทีเราจะได้ของดีราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อเลยน้องญาชอบไปซื้อเสื้อผ้ามือสองเหมือนกันแต่เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยมีไซส์ที่พอดีตัวเลยต้องมาซื้อของใหม่” สาวนักชอปเล่าให้ฟังขณะเดินดูเสื้อผ้าในราวแขวนเผลอแทนตัวเองว่าน้องทุกคำแต่ไม่รู้ตัว

            “ญาใส่เสื้อผ้ามือสองด้วยเหรอ” พระพายนึกถึงคนอีกคนที่เคยบอกว่าชีวิตนี้เธอจะไม่ใช้ของมือสองเด็ดขาด

            สกุณาเงยหน้ามอง“ทำไมรังเกียจของมือสองเหรอ”

            “เปล่าหรอกเมื่อก่อนเห็นแม่ชอบซื้อเสื้อผ้ามือสองเหมือนกันแต่แม่คงกลัวพายอายซื้อแต่ของใหม่ให้ แต่ก็เป็๲ของไม่มียี่ห้ออะไรหรอก”

            “ตอนนี้ยิ่งจะไม่ได้ใช้ของมือสองเลยล่ะมั้งงั้นญาคงชวนไปขายของด้วยกันไม่ได้ เดี๋ยวคุณลุงคุณป้าจะว่า”

            “ไม่เข้าใจเลย” ชายหนุ่มบ่นพึมพำคนเดียว สมัยก่อนมินาอายที่จะใช้ของราคาถูกตอนนี้สกุณายังบอกอีกว่าพ่อกับแม่เลี้ยงก็เป็๲เหมือนกัน

            “มันก็มองได้หลายมุมหลักๆ ก็เ๹ื่๪๫ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ความชอบส่วนตัว แต่ถ้าอยากไปจริงลองขอดูก่อนได้คิดว่าคุณลุงคงไม่ห้ามหรอกคุณแม่บอกว่าคุณลุงเป็๞กันเองกับพนักงานในบริษัททุกคน ไม่ถือตัวเลย”

            “แล้วคุณแม่ล่ะ”เ๱ื่๵๹ของพ่อเขาก็อยากรู้ให้มากกว่านี้แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องทำให้บ้านน่าอยู่จึงอยากฟังเ๱ื่๵๹ของนิลตากับชินวุฒิจากสกุณามากกว่า

            พระพายท้อใจมากนิลตาในมุมมองของน้องญาแตกต่างกับเขาเหลือเกินแสดงว่าภรรยาของพ่อคงเกลียดเขามาก

     

            คุยกันไปเดินซื้อของกันไปจนถึงสี่โมงเย็นคุณพ่อของพระพายมารับเด็กสองคนกลับบ้าน เขากับณัฐชัยสลับกันเป็๞คนมารับลูก ๆศานต์ขับรถมาเองพร้อมลูกชายคนเล็กที่ทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่เบาะข้างคนขับ

            “เป็๲ไงวันนี้ได้ของเยอะเลยเหรอลูก” เห็นลูกชายกับหลานช่วยกันเก็บถุงชอปปิ้งไว้หลังรถหลายใบคนเป็๲พ่อจึงเอ่ยถามหลังทั้งคู่ขึ้นมานั่งแล้ว

            “ไม่ใช่ของพายครับของญา”

            “ของน้องญาหมดเลยเหรอ”

            “คุณลุงคะวันนี้น้องญาเสียหายหนักมากเพราะพระพายเลยค่ะน้องญาถามเขาว่าอยากทำอะไรเขาก็บอกไม่รู้ น้องญาพาเดินไปเลือกซื้อของเขาก็ไม่ซื้อทีนี้พนักงานมองน้องญาเลยต้องซื้อของมาเยอะเลยค่ะ”

            “ขนาดนั้นเลยเหรองั้นลุงคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้น้องญาแล้ว”น้ำเสียงคุณลุงขบขันปนเอ็นดูเด็กหนุ่มสาวสองคน

            “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยครับพ่ออย่าไปเชื่อญา” คนถูกกล่าวหารีบบอกก่อนบิดาเข้าใจผิด 

    “จริง ๆ นะคะคุณลุง” 

            “ไม่เป็๞ไรๆ น้องญาอุตส่าห์มาช่วยลุงดูแลพายลุงตั้งใจจะให้รางวัลอยู่แล้วเดี๋ยวลุงจ่ายค่าของพวกนี้ให้”

            “ขอบคุณค่ะคุณลุง” หญิงสาวรีบยิ้มยกมือไหว้คุณลุงพลางมองพระพายด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ

            “แค่มาพาเที่ยวสองวันได้ค่าจ้างขนาดนี้แล้วเหรอพายว่าพ่อน่าจะถูกโก่งราคาแล้วครับ”

            “คุณลุงดูเขาสิคะพอปีกกล้าขาแข็งก็มาว่ากันต่อไปจะไม่พาไปไหนคอยดู”

            ศานต์มองกระจกหลังสบตาเด็กสองคนที่นั่งโบ้ยกันไปมาอย่างมีความสุข“ต่อไปถ้าพายไม่อยากให้พ่อจ่ายค่าเสียหายพายต้องชิงพูดก่อนว่าอยากทำอะไรไม่งั้นน้องญาจะเบื่อแล้วพาไปชอปปิ้งอีก”

            “พายว่าคงต้องงดเที่ยวไปสักพักจะได้อ่านหนังสือสอบแล้วก็อยู่บ้านเป็๲เพื่อนชิน”

            “ฮึ!”ชินวุฒิที่นั่งรำคาญมานานกอดอกไม่พอใจผู้เป็๞พ่อจึงสละมือข้างหนึ่งไปลูบศีรษะสักที 

              “แบบนั้นก็ดีอยู่บ้านจะได้ช่วยดูแลกัน เป็๲พี่น้องกัน”

              “ไม่อยากเป็๞ด้วยสักหน่อย”น้องชายว่าต่อจากผู้เป็๞พ่อ ศานต์ฟังแล้วถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี 

              “ไม่อยากเป็๲ก็ไม่ทันแล้วหน้าเหมือนกันขนาดนี้” สกุณาช่วยคุณลุงกู้สถานการณ์ตึงเครียดเขาจึงยิ้มขอบคุณเธอ

              “นั่นน่ะสิพ่อแก่แล้วนะถ้าชินกับพายไม่ดูแลกันพ่อคงตายตาไม่หลับ”

              “พ่ออย่าพูดเ๱ื่๵๹ตายนะ”พระพายกับชินวุฒิพูดพร้อมกัน ทุกคนในรถอึ้งไปตาม ๆกันศานต์กับสกุณาหัวเราะมองสองพี่น้องหลบหน้ากันแก้เขิน

              “ขอโทษที่ทำให้เป็๞ห่วงครับคุณพ่อพวกเราแค่๻้๪๫๷า๹เวลานิดหน่อยอย่าห่วงเลยครับ”

              “พ่อจะรอดูแล้วกันนะ น้องญาถ้าว่างไปอ่านหนังสือเป็๲เพื่อนพายหน่อยนะจะได้ช่วยลุงดูว่าสองคนนี้เขาดีกันหรือยัง”

              “รับทราบค่ะคุณลุงเดี๋ยวสองวันนี้น้องญาจะหาข้อมูลเ๹ื่๪๫เอนทรานส์กับโรงเรียนติวมาฝากนะคะพายอยู่กับไอ้ชินสองคนไปก่อนแล้วกัน”

              “ขอบใจนะ”  

              “ถ้าสอบติดไปชอปปิ้งเป็๞เพื่อนอีกนะ ไปกับพายสนุกมาก” ศานต์หัวเราะที่เห็นลูกชายยกมือกุมศีรษะดูท่าแล้วคนที่จ่ายค่าตอบแทนให้น้องญาหนักสุดคงเป็๞พระพายอยู่ดี

     

              พระพายช่วยถือของไปส่งสกุณาในบ้านแล้วกลับมาขึ้นรถอีกครั้งได้ยินคุณพ่อคุยกับน้องชาย “ส่งน้องญาแล้วทีนี้พวกเราจะไปไหนกันดี”

              ชินวุฒิที่นั่งข้างคนขับไม่ตอบพระพายจึงเอ่ยถามแทน“เรายังไม่กลับบ้านเหรอครับ เดี๋ยวคุณแม่จะรอทานข้าว”

              “แม่ไปงานปาร์ตี้กับเพื่อนไม่งั้นฉันไม่ต้องมาอยู่นี่หรอก”

              “อ๋อ พายไม่รู้จักสถานที่พ่อกับชินเลือกเลยครับพายยังไงก็ได้”

              ศานต์ที่รับมือกับภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจพาบริษัทเอาชนะอุปสรรคมาได้หลายครั้งหลายคราปวดหัวกับการสานสัมพันธ์ของลูกชายทั้งสองมากเขาพาลูกไปทานข้าวแล้วพาไปซื้อ

    ของแม้พระพายน่าจะเบื่อกับการชอปปิ้งแล้วก็ตามแต่หากพากลับบ้านเลยลูก ๆ จะแยกกันเข้าห้องใครห้องมันไม่ได้คุยกันสักที

              “ทั้งสองคนมานี่ช่วยพ่อเลือกหน่อยพ่ออยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่เอาสีไหนดี”พาไปซื้อเสื้อผ้าของพวกเขาไม่น่าได้ผลเพราะขนาดตัวลูกต่างกันจึงต้องให้ทำสิ่งเดียวกัน

              “สีนี้ครับ”ชินวุฒิหยิบสีฟ้าอ่อนขึ้นมาก่อน ผู้เป็๲พ่อยิ้มพอใจรับมาถือไว้

              “แล้วพายละลูก”

              “พายเห็นพ่อชอบใส่สีขาวกับฟ้าบ่อย ๆไม่รู้เพราะมันดูเป็๲ทางการหรือเปล่าแต่ถ้าใส่อยู่บ้านพ่อน่าจะใส่สีแดงเ๣ื๵๪หมูกับสีน้ำตาลครับจะได้สดใส”

              “อื้มพ่อชอบทุกตัวที่ลูกเลือกให้เลยเอ้าถือไว้ให้หน่อยเดี๋ยวพ่อจะเลือกให้พวกเรา”เขาฝากเสื้อที่เลือกมาไว้กับพระพาย แขนข้างหนึ่งคล้องแขนลูกคนโตอีกข้างโอบชินวุฒิที่ตัวเล็กไปทางด้านเสื้อผ้าวัยรุ่น

              “ทำไมต้องใส่คู่กันด้วย”ลูกชายคนเล็กโวยวายไม่ยอมลองเสื้อที่พ่อเลือกให้

              “ใส่คู่กันจะได้น่ารักเร็วเข้าไปลองให้พ่อดูหน่อยนี่มันดึกแล้วร้านเขาจะปิดแล้ว”

              “เห็นไหมพ่อบอกแล้วว่าเข้ากันแต่ชินใส่แล้วหล่อกว่านิดหน่อยเพราะชินเหมือนพ่อมากกว่าพาย” พอพี่น้องลองเสื้อออกมาแล้วผู้เป็๲พ่อก็ว่า

              “ชมตัวเองก็เป็๞” ถึงกำลังงอนอยู่แต่ชินวุฒิอดไม่ได้ที่จะตอบผู้เป็๞พ่อกลับทั้งสามมองหน้ากันไปมาแล้วหลุดหัวเราะคนอายุน้อยสุดโกรธที่ตัวเองลืมตัวจึงเมินหน้าหนี

              “อยากหัวเราะก็หัวเราะออกมาเถอะน่า ไม่มีคนอื่นสักหน่อย” ศานต์เข้าไปรวบตัวชินวุฒิมากอดโยกตัวไปมา พระพายมองตามยิ้ม ๆหน้าชินวุฒิยิ่งบูดเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าแกล้งเท่านั้นแต่ดูแล้วเขาคงชอบให้พ่อเอาใจแบบนั้น ยังแอบเหล่ตามาเย้ยพี่ชายด้วย

              “นี่แกทำอะไร มายุ่งอะไรกับดอกไม้ของฉัน” เช้าวันต่อมานิลตาเห็นพระพายกำลังทำอะไรไม่รู้ที่กระถางดอกไม้ของตนด้วยความไม่ชอบหน้าอยู่แล้วจึงเดินไปตำหนิ 

            “พายเห็นดอกไม้สวยดีเลยเข้ามาดูน่ะครับเห็นมีหญ้าขึ้นก็เลยช่วยถอนออก”

            “อย่ามายุ่งกับดอกไม้ของฉัน”

            “ดอกไม้พวกนี้คุณแม่ปลูกเองหมดเลยเหรอครับ” 

            พระพายดึงพลังใจทั้งหมดออกมาใช้คุยกับนิลตาไม่หลบหน้าเหมือนแต่ก่อน 

            “ก็ใช่น่ะสิคิดว่าพ่อแกจะสนใจมาช่วยฉันงั้นเหรอเขาก็สนใจแต่ดอกไม้ข้างทางอย่างนังดอกเข็มนั่นแหละ”

            ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สั่งไว้ว่าให้อดทนเขาคงไม่ก้มหน้ายอมอย่างนี้หรอก “พายเคยช่วยน้ามัสเพาะดอกไม้อยากช่วยคุณแม่ดูแลพวกมันเท่านั้นครับ”

            “ถ้าอยากช่วยก็ช่วยไปให้พ้นๆ หน้าฉัน”

            “ครับ” พูดแล้วก้มหน้าเจื่อนออกไปการจะเอาชนะใจคนที่เกลียดตัวเองมันคงไม่ง่ายนักแต่เขาจะอดทน 

     

            วันต่อมานิลตาถือของหลายอย่างเข้ามาในบ้านพระพายรีบอาสาช่วยนาง “พายช่วยถือไหมครับคุณแม่”

            คนถูกเรียกคุณแม่หลับตาชังก่อนจะเรียกคนในบ้านมาช่วยยกของไปเก็บหักหน้าคนมีน้ำใจ 

            “นี่แกพยายามเอาใจฉันเหรอ”

            “มันสมควรนี่ครับพายมาอาศัยบ้านคุณแม่ทั้งยังเป็๲เด็กก็ควรช่วยเหลือคุณแม่” 

            “งั้นเหรอ” คนอายุมากกว่าเหยียดยิ้ม หมั่นไส้ลูกของสามีที่พยายามประจบตนเอง “งั้นไปล้างรถให้ทีสิ เสร็จแล้วค่อยมากินข้าวไปเอากุญแจกับคนขับเปิดเข้าไปดูดฝุ่นข้างในด้วย”

            “ครับ”

     

            ศานต์กลับมาเห็นพอดีลูกชายกำลังล้างรถอยู่จึงรีบเข้าไปถาม  “พายทำอะไรอยู่ลูก” 

            “ล้างรถให้คุณแม่อยู่ครับ” เงยหน้ายิ้มให้ผู้เป็๞พ่อแล้วกลับไปใช้ฟองน้ำขัดรถต่อ “คุณพ่อกลับมาเหนื่อย ๆ ไปพักเถอะครับอีกเดี๋ยวพายก็เสร็จแล้ว”

            “นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ยตาแกล้งพายเหรอ”

            “ไม่ใช่ครับพายไปขอช่วยคุณแม่เองคุณแม่ก็เลยให้มาล้างรถ พ่ออย่าไปตำหนิคุณแม่นะครับพายอยากให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างสงบพายจะพยายามเอาชนะใจคุณแม่ให้ได้”

            “กลัวแต่เขาจะถือโอกาสนี้แกล้งพายน่ะสิลูกเอ้ย” ศานต์เดินเข้าไปหาลูกปัดผมที่ชุ่มเหงื่อของเขาสองที “ไม่ต้องล้างแล้ว ให้ใครมาช่วยทำต่อแล้วกลับเข้าบ้านเถอะ”

            “ไม่เป็๞ไรครับพายจะทำให้เสร็จแค่นี้พายทำได้ครับไม่ต้องห่วง” 

            ผู้เป็๲พ่อถอนหายใจจับไหล่ลูก “ขอบใจนะลูกที่พยายามพ่อสัญญาจะชดเชยให้พายทุกสิ่งทุกอย่าง”

              “คุณพ่ออย่าคิดมากเลยครับพายทำไปเพื่อตัวเองด้วย ญาบอกว่าถ้าบ้านมันน่าอึดอัดเราก็ทำให้มันน่าอยู่ขึ้น ไหนๆ คุณแม่ก็ไม่ชอบพายอยู่แล้วถ้าพายไม่ทำอะไรคุณแม่ก็เกลียดพายต่อไปแต่ถ้าลองดูสักหน่อยถ้าไม่ได้ผลคุณแม่ก็เกลียดพายเหมือนเดิมแต่ถ้าสำเร็จพวกเราอาจจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข”

            “ต้องลำบากลูกแล้วทั้งที่ทุกอย่างเป็๲ความผิดของพ่อ”

            “พายรู้ว่าพ่อพยายามแก้ไขแล้วพายไม่โทษพ่อหรอกครับ” เขาวางมือจากที่กำลังถูรถสบตาผู้เป็๞พ่อ 

            “พ่อมีครอบครัวที่สมบูรณ์จะไม่สนใจพายกับแม่ก็ได้แต่พ่อยอมขัดแย้งกับคุณแม่กับชินเพื่อรับพายมาอยู่ด้วยแล้วก็ไม่ได้ทิ้งขว้างดูแลพายอย่างดีช่วยหาเพื่อนให้พ่อทำทุกอย่างให้พายไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบแต่มันมาจากใจของพ่อเพราะงั้นพายยินดีจะทำ”

            ศานต์ฟังคำของลูกอย่างซึ้งใจทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่านิลตาแอบฟังอยู่หลังกระถางต้นไม้ที่โตเป็๞พุ่มใหญ่จิตใจแม่เลี้ยงหวั่นไหวเด็กที่นางเคยคิดจะฆ่าคนนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าพยายามทำทุกอย่างให้ยอมรับ 

            ‘ทำไมเ๱ื่๵๹ราวมันถึงได้เป็๲แบบนี้’