[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70

    บทที่ 27 คุณย่าผู้เพียบพร้อมมาเยี่ยม

            บทที่ 27 คุณย่าผู้เพียบพร้อมมาเยี่ยม

            

            หลังจากนั้น อาหนิวกับพี่ก่วงซุ่นก็ชมว่าสวีเถาเถาสวยขึ้น

            

            สวีเถาเถาดีใจจนเนื้อเต้นแต่ต้องแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยเมื่อได้ฟังคำพูดยกยอปอปั้นจากคนรอบข้างเธอพยายามทำมื้อกลางวันของวันนี้ให้ทุกคนอย่างเต็มที่ปลาต้มผักดองที่ทำออกมามีทั้งรสเปรี้ยวและรสเผ็ด อาหนิวและคนอื่น ๆ จึงได้กินกันจนอิ่มหนำสำราญ

            

            สวีเถาเถาลองถามหนิวชิงเฉ่าว่ารู้สึกแปลก ๆ บ้างไหมที่เธอสวยขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ แต่หนิวชิงเฉ่ากลับมองเธอด้วยสีหน้างุนงง

            

            "จะมีอะไรแปลกล่ะ ผู้หญิงน่ะ พอโตเป็นสาวก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ยิ่งโตก็ยิ่งสวยขึ้นสิ ก่อนหน้านี้โครงหน้าของเธอยังเล็ก แต่ตอนนี้มันเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วไง"

            

            จะว่าแบบนั้นก็ได้เหมือนกันสินะสวีเถาเถาพยักหน้า ราวกับว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

            

            พอตกเย็น เมื่อได้เวลาเลิกงานกลับบ้าน สวีเถาเถาก็เอาผ้าที่ซื้อมาไปให้จ้าวซิ่วหลาน จ้าวซิ่วหลานจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นว่าเธอใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย และพยายามจะคืนเงินค่าผ้าให้

            

            สวีเถาเถากุมกระเป๋าไว้แน่น ให้ตายยังไงเธอก็จะไม่ยอมรับเงินเด็ดขาด

            

            "แม่คะ พี่สาวของเพื่อนร่วมงานหนูทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้า ผ้าพวกนี้มันเป็นผ้าที่มีตำหนิจากการย้อมสีผิดพลาดเหมือนกับเนื้อที่โรงงาน ไม่ต้องใช้คูปอง แถมยังถูกมากด้วยเพราะหนูได้มาในราคาพนักงานคิดซะว่าหนูดีใจที่ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแม่ครัวเลยซื้อผ้ามาให้คนในครอบครัวไม่ได้เหรอคะ"

            

            "แม่กับพ่อไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่เอง พอซื้อผ้าใหม่มาก็รีบเอามาตัดเสื้อให้หนูทันทีหนูเป็นลูกสาวของพ่อกับแม่นะ ให้หนูได้กตัญญูต่อพ่อกับแม่บ้างสิ"

            

            พอได้ยินลูกสาวพูดถึงขนาดนั้นแม้ว่าจ้าวซิ่วหลานจะรู้สึกเสียดายเงินแค่ไหน ก็ทำได้แค่น้ำตาคลอแล้วรับผ้าผืนนั้นเอาไว้

            

            ถึงจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่อยู่ภายในใจแต่ปากก็ยังทำเป็นบ่นไปอย่างนั้นอยู่ดี

            

            "เด็กคนนี้นี่นะ พ่อกับแม่อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว จะใส่เสื้อผ้าใหม่ ๆ ไปทำไมกัน! อย่าคิดว่าตอนนี้เงินเดือนสูงแล้วจะใช้เงินเป็นน้ำได้สิผู้หญิงน่ะ ต้องเก็บเงินไว้บ้าง เวลาไปอยู่บ้านสามีจะได้เชิดหน้าชูตาได้!"

            

            จ้าวซิ่วหลานพูดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าพูดกับเธอไปแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

            

            สวีเถาเถาตอบรับ "ค่ะ ๆ ๆ " ไปอย่างนั้นแต่จริง ๆ เธอไม่ได้สนใจเลยสักนิด

            

            เงินก็มีไว้ให้ใช้ จะให้เก็บไว้ให้หนูแทะเล่นหรือไง?

            

            ถ้าไม่อย่างนั้นการที่เธอทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่ทุกวัน มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?

            

            ไหนจะเรื่องบ้านสามีอีก ถ้าบ้านสามีในอนาคตจะเห็นค่าเธอเพียงเพราะเธอเงินเดือนสูง สวีเถาเถาขอเป็นโสดไปทั้งชาติดีกว่า

            

            "ต้ากวง เธอว่าผ้าผืนนี้เหมาะกับฉันไหม? สีเหลืองนี่ ดูเด็กเกินไปหรือเปล่า? เหมือนเด็กสาวใส่เลย"

            

            "ไม่เด็กเกินไปหรอกน่าคุณยังสาวยังสวยอยู่เลยยังเป็นสาวน้อยอยู่ดีนั่นแหละ ซิ่วหลาน”

            

            “ฉันว่าจะตัดชุดจงซานสักชุด พวกเพื่อนสนิทของฉันมีกันหมดแล้ว มีแต่ฉันที่ยังไม่มีเลย"

            

            "ได้สิ ผ้าที่ลูกเราซื้อมา อยากจะตัดอะไรก็ได้ตามใจคุณเถอะ"

            

            สองสามีภรรยาต่างตื่นเต้นพลางลองทาบผ้าที่ถืออยู่เข้ากับตัว ทำเอาพี่ชายคนโต พี่ชายคนรอง และสวีลี่ลี่ที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อิจฉาจนตาร้อน

            

            แต่ถึงพวกเขาจะรู้สึกอิจฉาแค่ไหนก็ไม่มีหน้าจะไปขอน้องสาวหรอก ในเมื่อพวกเขาเป็นพี่แล้ว ต้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร

            

            การที่น้องสาวกตัญญูต่อพ่อแม่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว แต่จะให้น้องเล็กมาซื้อของให้พวกเขาด้วยมันสมควรเหรอ

            

            ทั้งสามคนได้แต่มองตาละห้อยเท่านั้น และไม่คิดจะเอ่ยปากขอเลยสักนิด

            

            สวีเถาเถาเองก็สังเกตเห็นสีหน้าของทั้งสามคนเช่นกันแต่อย่างที่พี่น้องตระกูลสวีคิดนั่นแหละ เธอสามารถซื้อพวกอาหารการกินมาแบ่งพี่น้องในบ้านได้อยู่แล้วแต่เรื่องผ้าผ่อนน่ะพวกเขามีเงินเดือนกันอยู่แล้ว ถ้าอยากได้ทำไมไม่ซื้อเองล่ะ

            

            เธอไม่ใช่แม่ของพวกเขาสักหน่อย ไม่เห็นต้องสนใจเรื่องนี้เลย

            

            หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ จ้าวซิ่วหลานก็ไปล้างจาน สวีเถาเถาเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วทำเป็นโยนคำถามอย่างไม่ตั้งใจ "แม่คะ แม่รู้สึกว่าช่วงนี้หนูมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม?"

            

            "เปลี่ยนไปเหรอ?" จ้าวซิ่วหลานสงสัย

            

            สวีเถาเถากะพริบตาใส่แม่ปริบ ๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ให้เพื่อแม่มองหน้าเธอชัด ๆ

            

            จ้าวซิ่วหลานเห็นลูกสาวทำท่าทางแบบนั้นก็หลุดขำพรืด แล้วผลักหน้าลูกสาวออกไปอย่างเอ็นดู

            

            "พอแล้ว ๆ ก็สวยขึ้นไงล่ะ คิดว่าแม่ตาบอดหรือไง ไม่นึกเลยว่าลูกสาวแม่จะเป็นคนหลงตัวเองขนาดนี้"

            

            พูดจบ จ้าวซิ่วหลานก็ส่ายหน้าอย่างขบขัน

            

            สวีเถาเถาอึ้งไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นใบหน้าของเธอก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ

            

            ที่แท้คนในครอบครัวก็สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอเหมือนกัน

            

            แต่กลับไม่มีใครรู้สึกว่านี่มันน่าแปลกใจเลย ทุกคนยอมรับความจริงที่ว่าเธอสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

            

            สวีต้ากวงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "ถึงคนส่วนใหญ่ในครอบครัวของเราจะหน้าตาไม่ดีนักแต่ย่าของพ่อทวดของลูกเคยเป็นสาวงามที่สุดในละแวกนี้นะ ลูกคงได้รับพันธุกรรมความงามมาจากท่านแน่ ๆ !"

            

            จ้าวซิ่วหลานไม่ยอมน้อยหน้า "สมัยก่อนคุณปู่ของแม่ก็หน้าตาดีเหมือนกัน ตอนนั้นถึงขนาดมีลูกสาวของเศรษฐีเจ้าของที่ดินอยากแต่งงานด้วยซ้ำแต่เพราะปู่เป็นแค่กรรมกร พ่อของเธอเลยไม่ยอมรับ สุดท้ายเลยไม่ได้ลงเอยกัน"

            

            สวีเถาเถา "..."

            

            อย่าว่าแต่เธอเลยแม้แต่เจ้าของร่างคนเดิมก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครอบครัวมีที่มาที่ไปแบบนี้

            

            แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วแหละเธอจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไร เพราะทุกคนต่างหาเหตุผลมารองรับเรื่องที่เธอสวยขึ้นได้ด้วยตัวเอง

            

            พี่ชายคนโต พี่ชายคนรอง และสวีลี่ลี่ "..."

            

            พวกเขาต่างรู้สึกอิจฉาตาร้อนไปหมด

            

            ในเมื่อทุกคนเป็นลูกหลานตระกูลสวีเหมือนกัน แต่ทำไมน้องสาวคนเล็กถึงได้ดูแตกต่างจากพวกเขาล่ะ ทำไมพวกเขาถึงไม่ได้รับพันธุกรรมความงามเป็นมรดกตกทอดจากคุณย่าทวดและคุณตาทวดบ้าง!

            

            สวีเถาเถาเห็นพี่ ๆ ทั้งสามคนมีสีหน้าเศร้าสร้อยก็เกิดความรู้สึกสงสาร จึงต่อรองกับระบบใช้คะแนนความสำเร็จ 1 แต้มแลกกับครีมบำรุงผิวหน้าปรับโฉมขนาดเล็กสามกระปุกซึ่งแตกต่างจากครีมบำรุงผิวสมุนไพรสูตรพื้นฐานที่เธอซื้อมาครั้งก่อน ครีมบำรุงผิวหน้าปรับโฉมขนาดเล็กนี้จะส่งผลเรื่องการปรับรูปหน้าเล็กน้อยตามชื่อของมัน

            

            แม้ว่าจะใช้เวลานานและผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนมากนัก แต่รับรองว่าจะต้องดูดีขึ้นกว่าตอนนี้แน่นอน

            

            สวีเถาเถาจำใจกัดฟันซื้อมันมา

            

            พี่น้องทั้งสามคนที่ได้รับของขวัญจากน้องสาวคนเล็กก่อนนอนนั้นต่างก็มีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป สวีลี่ลี่รู้สึกซาบซึ้งใจ ส่วนพี่ชายคนโตและคนรองถึงกับอึ้งไปเลย

            

            "น้อง…น้องเล็ก ฉันเป็นผู้ชายนะ ผู้ชายจะมาทาแป้งทาครีมได้ยังไง เธอเอาไปใช้เองเถอะ หรือไม่ก็ให้ลี่ลี่ไป ฉันไม่เอาด้วยหรอก!"

            

            พี่ชายคนโต สวีกั๋วหัวแสดงท่าทีปฏิเสธสุดฤทธิ์

            

            พี่ชายคนรอง สวีกั๋วเฉียงก็เช่นกัน เขายืนยันว่าจะไม่รับเด็ดขาด

            

            พวกเขาสองพี่น้องเป็นผู้ชายตัวโตจึงรู้สึกขนลุกเมื่อเห็นของที่ผู้หญิงใช้ทา

            

            สวีเถาเถาถึงกับพูดไม่ออก"พี่ใหญ่ พี่รอง นี่คือครีมบำรุงผิวที่ฉันฝากคนไปซื้อมาจากมณฑล S เพื่อเอามาให้พวกพี่เลยนะถ้าทาเป็นประจำละก็จะทำให้หล่อขึ้น พวกพี่ไม่อยากหล่อขึ้นหรือไง ไม่อยากมีเมียแล้วเหรอ? แถมนี่ยังเป็นครีมสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะด้วย พวกพี่แน่ใจนะว่าจะไม่เอา งั้นฉันจะเอาไปให้พ่อแทนแล้วกัน?"

            

            พอได้ยินว่าเป็นครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ใช้แล้วจะหล่อขึ้น แถมยังมีโอกาสได้เมียอีก สองพี่น้องสวีกั๋วหัวและสวีกั๋วเฉียง ก็เกิดอาการสนใจขึ้นมาทันทีโดยไม่หลงเหลือความละอายอีกต่อไป

            

            "ฉันเอา!" พี่ชายคนรองตอบอย่างรวดเร็ว หน้าแดงก่ำ คว้ากระปุก'ครีมบำรุงผิวหน้าปรับโฉม' แล้ววิ่งออกไปทันที

            

            พี่ใหญ่ "..."

            

            "พี่ใหญ่ สรุปว่าพี่จะเอาไหม?"

            

            พี่ใหญ่ยื่นมือออกมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ "... เอา"

            

            สวีเถาเถาถอนหายใจ รับไปตั้งแต่แรกก็จบแล้ว จะมาทำเป็นเหนียมอายทำไมก็ไม่รู้

            

            อยู่มาวันหนึ่ง จ้าวซิ่วหลานก็พบว่าลูกทั้งสามคนขยันล้างหน้ากันเป็นพิเศษ

            

            ผู้ชายตัวโต ๆ สองคนยังมาส่องกระจกแล้วทาครีมหอม ๆ ของผู้หญิงอีก เรื่องนี้ทำเอาสหายจ้าวซิ่วหลานถึงกับอ้าปากค้างไปเลย

            

            หลังจากที่สวีเถาเถาอธิบายจบ เธอถึงได้มีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องทำเป็นมองข้ามไป

            

            เธอคิดในใจว่า ในโลกนี้จะมีครีมอะไรที่ทาแล้วทำให้คนสวยหล่อขึ้นได้จริงเหรอ ลูกสาวคนเล็กคงถูกหลอกแน่ ๆ แต่เมื่อลูกชายลูกสาวเล่นกันอย่างมีความสุข ก็ปล่อยให้พวกเขาเล่นไปเถอะ

            

            การสวยขึ้นทำให้มีความสุขได้จริง ๆ แต่สวีเถาเถาก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเพิ่มขึ้นอีกเรื่อง

            

            ปีนี้เธออายุสิบแปดแล้ว ถึงเวลาต้องคุยเรื่องแต่งงานแล้ว มีคนจากบ้านพักคนงานมาสอบถามเธออยู่หลายคน แต่ก็ถูกจ้าวซิ่วหลานปฏิเสธไปหมด ทว่าเมื่อคุณย่าสวีมาพูดเรื่องหาคู่ให้ แม้แต่จ้าวซิ่วหลานก็ไม่กล้าขัด

            

            คุณย่าสวีเป็นหญิงม่าย และเป็นหญิงม่ายที่โชคร้าย สามีตกแม่น้ำตายตอนขุดคลองตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ พอตกลงไปครั้งนั้นก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

            

            ตอนนั้นเธอเพิ่งตั้งท้องลูกคนที่สาม ซึ่งก็คืออาสามของสวีเถาเถาพอได้ยินข่าวร้ายก็เป็นลมไปทันที นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอาสามของสวีเถาเถาถึงไม่ใช่ลูกรักของคุณย่าสวี เพราะเธอคิดว่าคนอื่นเอาเธอไปพูดว่าเธอเป็นคนดวงแรงเกินไป จึงมีดวงกินผัว แต่เธอคิดว่าเป็นเพราะลูกสาวคนนี้ต่างหากที่ดวงแรงเกินไปเลยทำร้ายทั้งครอบครัว!

            

            สำหรับลูกชายสองคน เธอให้ความสำคัญกับลูกชายคนโตมากกว่า เพราะลูกชายคนโตมีความสามารถ ได้เป็นถึงหัวหน้าในโรงงาน ส่วนลูกชายคนที่สองเหมือนผัวที่ตายไปแล้ว เพราะเอาแต่ฆ่าหมู

            

            แม้ว่าจะไม่ได้รักลูกชายคนที่สองมากเท่าลูกชายคนโตแต่อย่างน้อยก็ยังให้ความสำคัญมากกว่าลูกสาวคนที่สาม

            

            "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีใครมาบอกกล่าวกันสักคำ พวกแกลืมฉันที่เป็นแม่ไปแล้วสินะ คิดว่าฉันตายไปแล้วใช่ไหม!"

            

            แม้ว่าหญิงชราจะอายุ 62 ปีแล้ว แต่ยังมีแรงตวาดเสียงดังก้อง มองลูกสะใภ้ด้วยสายตาคมกริบราวกับมีด

            

            จ้าวซิ่วหลานหน้าบึ้งตึงไม่พูดอะไร เธอเบื่อแม่สามีคนนี้มาก แต่เพราะสามีของเธอกตัญญูต่อแม่ ถ้าหากเธอทะเลาะกับยายแก่นี่ สามีของเธอก็จะลำบากใจ ดังนั้นเธอจึงฉลาดพอที่จะเงียบปากไว้ ปล่อยให้แม่สามีอาละวาดต่อไป ถ้าไม่มีใครสนใจ เดี๋ยวเธอก็คงเลิกไปเอง

            

            เมื่อเห็นว่าภรรยาไม่พูดอะไร สวีต้ากวงที่ต้องเผชิญหน้ากับแม่เพียงลำพัง ก็รู้สึกขนหัวลุกชัน

            

            "แม่ครับ ผมฝากข่าวไปบอกพี่ใหญ่แล้ว พี่ใหญ่ยังให้เงินเถาเถามาสิบหยวนเลยผมก็เลยคิดว่าแม่รู้เรื่องแล้ว"

            

            "รู้อะไรกัน!"

            

            หญิงชราตบโต๊ะดัง 'ปัง' ใบหน้าที่ดูเจ้าเล่ห์เต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ถ้าลูกไม่บอก แล้วแม่จะรู้ได้ยังไง! แล้วเมื่อกี้ลูกหมายความว่ายังไง? ลูกไม่พอใจที่แม่มาเยี่ยมมือเปล่าใช่ไหม? แม่ไม่ได้เอาเงินมาให้หลานสาว ลูกเลยไม่พอใจสินะ! แม่แก่ขนาดนี้แล้ว ลูกยังจะมาขอเงินแม่อีก คิดจะเอาเงินทำศพแม่ด้วยหรือไง! ลูกชายคนที่สองอย่างลูกนี่ทำให้แม่เจ็บปวดใจจริง ๆ !"

            

            คุณย่าสวีเอามือปิดหน้าแล้วเริ่มสะอื้นไห้ถึงสามีที่เสียชีวิตไป ด่าลูกชายคนรองว่าอกตัญญู ร้องไห้ว่าสามีตายเร็วเกินไปจนไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้!

            

            "แม่ครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่..." สวีต้ากวงรีบพูดอย่างลนลาน

            

            จ้าวซิ่วหลานรู้สึกโกรธจนตัวสั่นเมื่อเห็นสามีของเธอพูดจาติดขัด ยังไม่ทันไรก็ถูกหญิงชราจับไต๋ได้เสียแล้ว

            

            หวังพึ่งคนไม่ได้เรื่องคนนี้ไม่ได้เลยจริง ๆ !

            

            "แม่ครับแม่เดินทางมาไกล คงหิวแย่แล้ว ให้เถาเถาทำบะหมี่ให้นะครับหลานทำอาหารเก่ง ทำอร่อยกว่าผมอีก ให้หลานได้แสดงความกตัญญูต่อแม่บ้างเถอะ"

            

            สวีต้ากวงตั้งใจว่าจะเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ก็ไม่วายถูกหญิงชราจับผิดอีกจนได้

            

            คุณย่าสวีแค่นเสียงเย็นชา "ฉันคงไม่มีวาสนามากพอที่จะได้กินอาหารที่หลานสาวทำให้หรอก หลายปีมานี้ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ชิมบ้างล่ะ นี่คงไม่อยากเห็นหน้าคนแก่อย่างฉันสินะ บ้านพวกเธอกินบะหมี่กันทุกมื้อ แต่ที่บ้านพี่ใหญ่ของแกหลานรักของฉันอย่างฉางฉี่ แค่อยากจะกินไข่สักฟองฉันยังรู้สึกเสียดายไม่กล้าให้เลย แล้วนี่มันอะไรกัน ข้างนอกนั่นมีคนตายเพราะอดอยาก แต่บ้านพวกเธอยังกินบะหมี่กันได้ลงคออีกเหรอ!"

            

            สวีเถาเถาที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาค้าง ไม่คิดว่าจะมีวันที่ถูกคนอื่นเอาศีลธรรมมาบีบบังคับกันอย่างนี้!

            

            คุณย่านี่ช่างเหลือเกินจริง ๆ เมื่อกี้ใครกันที่กินถั่ววอลนัตอบของบ้านพวกเขาไปตั้งครึ่งชั่ง ตอนนั้นไม่เห็นจะพูดเลยว่ากินไม่ไหว แต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นแม่พระเสียอย่างนั้นแหละ

            

            พอเห็นจ้าวซิ่วหลานหน้าดำคร่ำเครียดและสวีต้ากวงที่เหนื่อยล้าจากการรับมือกับแม่ของเขา สวีเถาเถาก็รู้สึกสงสารพ่อแม่ของตัวเองจับใจ

            

            จากความทรงจำของร่างเดิม ก็พอจะมีภาพเกี่ยวกับคุณย่านิสัยประหลาดคนนี้อยู่บ้าง แต่ล้วนไม่ใช่ความทรงจำที่ดีเลยสวีเถาเถาคิดว่าถ้าไม่ไปหาเรื่องให้ตัวเองลำบากก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ใครจะคิดล่ะว่า แค่อยู่บ้านเฉย ๆ ก็ยังมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาหาจนได้