ไม่ช้าไม่นานภาพอันตระการตาทุกอย่างก็ค่อยๆ หายไป ฉินเทียนและเซียนซุนก็ค่อยๆ กลับมาที่ศาลเทพ์ ที่เป็เหมือนบ้านไม้หลังเก่าเก็บทรุดโทรม ที่ภายในมีเทวรูปเทพเซียนสีทองอร่ามสถิตอยู่
ณ ตอนนี้แม้ฉินเทียนจะทำสิ่งที่ยากยิ่งสำเร็จแล้ว แต่ตัวมันก็ยังไม่รู้เลยว่าศาลเทพ์นั้นเอาไว้ทำอะไรได้บ้าง มันจะเป็เช่นในนิยายหรือวรรณกรรมยอดนิยมในอินเทอร์เน็ตทั้งหลายที่ฉินเทียนชอบอ่านในชีวิตในมิติเก่าก่อนหรือเปล่า ตัวฉินเทียนเองก็ยังไม่รู้
หากแต่สิ่งหนึ่งที่ฉินเทียนทราบคือมันสามารถทำให้ตัวฉินเทียนนั้นมองเห็นและท่องไปในอนาคตได้ ฉินเทียนยังไม่แน่ใจว่ามันจะมีเพียงแค่ความสามารถนี้หรือเปล่า
เซียนซุนราวกับรู้ว่าฉินเทียนคิดอะไร
เซียนซุนจึงรีบมายื่นด้านหน้า พร้อมกับรีบเดินมาแนะนำศาลเทพ์แห่งนี้ให้กับฉินเทียน
"ฉินเทียนข้ารู้ว่าเ้า้ารู้อะไร เ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะบอกเล่าความยอดเยี่ยมของศาลเทพ์แห่งนี้ให้เ้าได้รับรู้เอง ในฐานะที่เ้าเป็เ้าของคนใหม่ของมัน" ไม่ช้าเซียนซุนก็จับมือฉินเทียนก่อนดึงเข้าไปภายในศาลเทพ์ที่ดูราวกับไม่ใช่ของวิเศษวิโสอะไร แน่นอนมันดูเป็ศาลาเก่าๆ หรือบ้านโทรมๆ มากกว่า
"ตรงนี้เ้าคงรู้แล้ว นี่คือท่านเซียนทั้งหนึ่งร้อยแปดองค์ที่เคยเป็เ้าของสถานที่แห่งนี้ แต่ตอนนี้เ้ายังไม่ต้องไปคุยกับพวกเขาหลอกนะ เพราะว่าแม้เ้าจะอยากคุยพวกเขา เขาก็ไม่คุยกับเ้าหลอกมีแต่ข้าเนี่ยแหละที่พูดคุยกับเ้าได้" เซียนซุนกล่าวพร้อมหัวเราะไปด้วย
ฉินเทียนก็แปลกใจจึงเอยถามกับเซียนซุน "ข้าคุยกับท่านเซียนเหล่านี้ไม่ได้เหรอ"
"ไม่ได้แน่นอนสิ" เซียนซุนกล่าวตอบโดยไม่แปลกใจอะไรสักนิด "นั้นเพราะท่านเทพ์ท่านอื่นๆ ไม่ได้มีนิสัยน่ารักแบบข้า พวกท่านมิได้ทิ้งเศษจิติญญาเอาไว้แนะนำผู้มาใหม่ มีแต่เจตจำนงที่สถิตอยู่เท่านั้น หากแต่เ้า้าพูดคุยกับพวกท่านจริงๆ ก็สามารถทำได้นะ แต่เ้าจำต้องใช้ [แต้มบุญ] "
" [แต้มบุญ] " ฉินเทียนส่งเสียงแปลกๆ เหมือนกับว่านี้เป็คะแนนของอะไรบางอย่าง ใจคอมันก็เริ่มรู้สึกไม่ดี ดูเหมือนไอ้สิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่าศาลเทพ์จะไม่ใช่อะไรที่ใช้งานได้ง่ายๆ เสียแล้ว ตัวของมันที่ต้องตกตายผ่านวันเดือนปีอย่างไม่มีประมาณดุจนิจนิรันดร์ หากแต่สิ่งที่มันได้รับกลับอาจจะเป็สิ่งของหรืออะไรที่ต้องใช้งานแล้วมีเงื่อนไขในการใช้งานเช่นนั้นหรือ
ฉินเทียนได้แต่เริ่มคิดและรู้สึกสงสัยเล็กๆ ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปคุ้มค่ากับเ้าสิ่งนี้หรือไม่
"ใช่ๆๆ ฉินเทียนแต้มบุญ"
"ท่านเซียนซุนแต้มบุญคืออะไร" ฉินเทียนกล่าวถามตอนนี้ในใจมันสับสนยิ่งนัก เกรงว่าชีวิตที่ตกตายไปของมันจะได้ของไม่คุ้มค่ากลับมา
เซียนซุนมีทีท่าเขินอาย ก่อนจะค่อยๆ กอดคอของฉินเทียนไปด้านหลังเหล่าเทวรูปทองคำทั้งหลาย หันซ้ายหันขวาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูดอะไรบางอย่างกับฉินเทียน
"ฉินเทียนคือจะให้ข้าพูดยังไงดีละ ปกติศาลเทพ์นั้นเวลาจะเปิดใช้งานนั้นเราจำเป็ต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าแต้มบุญ โดยแต้มบุญทั้งหลายนั้นก็หาได้ไม่ยาก เ้าเพียงแค่หาคนมากราบไหว้นับถือเ้าก็เท่านั้นเอง ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีและก็เอาแต้มบุญนั้นใช้ในศาลเทพ์แห่งนี้"
ฉินเทียนได้ยินเช่นนี้ตัวมันก็เริ่มยิ้มแหย่งๆ ราวกับถูกหลอกขายรถเก่า อุปกรณ์ชำรุด ข้าวของมือสองในราคามือหนึ่ง ตัวมันตกตายนับแสนล้านชีวิต ผ่านวันเวลาอย่างไม่มีประมาณ หากแต่สมบัติ์ที่ไอ้อ้วนเฒ่าตรงหน้าบอกว่าสามารถช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตบิดามารดาของมันได้นั้น กลับเป็อะไรที่ไม่สามารถใช้งานได้ทันที มันกับเรียกร้องบางสิ่งที่เรียกว่าแต้มบุญ บัดซบฉินเทียนร่ำร้องในใจ
ฉินเทียนมองจ้องไปที่ดวงตาของเซียนซุน
เซียนซุนนั้นรู้ว่าฉินเทียนคิดอะไร ดวงเนตรใสๆ นั้นก็ราวกับเป็ั์ตาของเด็กอ่อนทารกน้อยที่ยังไม่หย่านม ที่ค่อยๆ เอ่อล้นไปด้วยคราบน้ำตาทั่วสองดวงเนตร ทั้งดูน่ารักและก็น่าสงสารในเวลาเดียวกัน
เซียนซุนเอามือจับแขนฉินเทียนราวกับกำลังบอกฉินเทียนว่า อย่านะ อย่าโกรธข้านะ ฉินเทียนก็ราวกับคนบ้าใบ้ในทันที
ฉินเทียนพยักหน้าเบาๆ พร้อมชูนิ้วชี้สั่นไปมา ราวกับกำลังบอกเ้า เ้า เ้านะเ้า พร้อมกดข่มอารมณ์ในใจ
เซียนซุนก็มีทีท่าเขินอายเล็กน้อยพร้อมเอามือเกาหัว ก่อนจะกระซิบฉินเทียนเบาๆ "นิ ฉินเทียนเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีของสองเรา ข้าจะมอบหมื่นแต้มบุญให้เ้าเป็กรณีพิเศษเลยแล้วกัน" เซียนซุนพูดพร้อมยิ้มกว้าง
"แล้วหมื่นแต้มบุญทำอะไรได้บ้าง" ฉินเทียนรีบกล่าวถาม เพราะหากแต้มบุญหมื่นแต้มนั้นไม่มีค่าอะไร มันตั้งใจจะะโเตะหัวเซียนซุนเสียตรงนั้นเลย
เซียนซุนฉีกยิ้มกว้างพร้อมเริ่มคุยโม้ "ะเืฟ้าะเืดินเลยละ" ไม่ช้าก็วาดมือ จากนั้นไม่นาน ด้านหน้าของฉินเทียนก็ราวกับมีหน้าจอของเกม mmorpg ปรากฏ
มันมีสถานะของตัวฉินเทียน และปุ่มต่างๆ ให้เลือกมากมาย
----------
[ฉิน เทียน : อายุ 18 ปี : ระดับพลังตราสัญญาลักษณ์ิญญาขาวจางขั้น 1]
[แต้มบุญ : 10,000] [เซียมซีทอง : 3] [เซียมซีเงิน : 0] [เซียมซีทองแดง : 0] [เซียมซีเหล็ก : 0] [เซียนซีไม้ : 0]
[ศาลเทพ์ระดับ : 1 ดาว] [ความสามารถพิเศษ : เนตรมองอดีตระดับ 1 ดาว, เนตรหยั่งรู้ 1 ดาว]
----------
เมื่อฉินเทียนมองสถานะตัวเอง หลายๆ จุดตัวมันก็รับรู้ได้ในทันที หากแต่พวกเซียมซีทอง เซียมซีเงิน ฉินเทียนไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ฉินเทียนเลยรีบถามเซียนซุนทันที "เซียนซุนเซียมซีเหล่านี้คืออะไร"
อะแฮ่ม อะแฮ่ม เซียนซุนทำทีท่าไอสองสามครั้งก่อนจะเริ่มแนะนำ ราวกับว่าสิ่งนี้แหละคือไฮไลน์สำคัญของศาลเทพ์แห่งนี้ที่มิอาจจะพลาดได้ "ฉินเทียนเนี่ยแหละคือความสุดยอดของศาลเทพ์ เ้านะสามารถเข้ามาเสี่ยงเซียมซีในศาลเทพ์ได้ โดยการเสี่ยงเซียมซีนี้ถูกแบ่งเป็ระดับต่างๆ สูงที่สุดที่เ้าเห็นคือเซียมซีสีทองคำ ในภายหลังหากเ้าอยากมาเสี่ยงเซียมซีก็สามารถใช้แต้มบุญแลกได้ โดยเซียมซีแต่ละใบอาจจะมอบความสามารถพิเศษต่างๆ ให้กับเ้า อาจจะเป็สมบัติ ลายแทง หรือภารกิจบางอย่างก็ได้ หากแต่มันจะเป็อะไรก็แล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็เื่ดี แต่หากถ้าเ้าเกิดโชคร้ายเ้าก็แค่ได้ของไม่มีราคาเสียแต้มบุญไปเปล่าๆ ปี้ๆ"
"เซียมซีไม้ใช้ 1,000 แต้มบุญเพื่อเสี่ยงเซียมซีไม้หนึ่งครั้ง เซียมซีเหล็กใช้ 100,000 แต้มบุญ เซียมซีทองแดงใช้ 10,000,000 แต้มบุญ เซียมซีเงินใช้ 1,000,000,000 แต้มบุญ ส่วนเซียมซีทอง 1,000,000,000,000 แต้มบุญ"
ฉินเทียนเห็นจำนวนแต้มบุญที่ต้องใช้เสี่ยงเซียมซีทองแล้วก็ถึงกับขนลุก จำนวนแต้มบุญของตัวมันเอง ณ ตอนนี้มีเพียงหนึ่งหมื่นแต้มบุญ ทั้งๆ ที่ตัวเองเสี่ยงชีวิตเป็ตายไปมากมาย
หากแต่คิดอีกมุมหนึ่งการได้โอกาสเสี่ยงเซียมซีทอง 3 ครั้ง ไม่ใช่ว่าเท่ากับตัวเองมีแต้มบุญั้แ่เริ่มต้นที่ 3,000,000,000,000 แต้มบุญหลอกรึ ฉินเทียนรู้สึกยินดีขึ้นมาหน่อยเมื่อคิดแบบนี้
นอกจากนั้นฉินเทียนก็รู้สึกปรารถนาจะเสี่ยงเซียมซีทองดูสักครั้ง ดูซิว่าไอ้แต้มบุญหนึ่งล้านล้านนี้ทำอะไรได้บ้าง ฉินเทียนเลยรีบพูดกับเซียนซุน
"เซียนซุนข้าอยากลองเสี่ยงเซียมซีทองสักครั้ง"
เซียนซุนมองจ้องหน้าฉินเทียนราวกับว่ามีความนัยบางอย่าง คล้ายปากอยากจะพูดห้ามปรามฉินเทียน แต่ตัวมันก็ไม่ใคร่จะกล้าห้ามปรามเท่าไหร่นัก ก่อนจะพูดว่า "ฉินเทียนเ้าไม่ลองคิดดูดีๆ ก่อนเหรอ"
ฉินเทียนแปลกใจเลยรีบกล่าวถาม "หรือเซียมซีนี้มีข้อเสียอะไร"
เซียนซุนหัวเราะเหอๆ ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัวพร้อมส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ฉินเทียนรู้ทันทีเซียมซีเหล่านี้มีปัญหาบางอย่างแน่นอน ฉินเทียนรู้สึกราวกับว่าถูกหลอกขายรถมือสองอีกครั้ง แถมรถมือสองที่ตัวเองได้มายังมีปัญหาแอบซ่อนเอาไว้อีก ทั้งๆ ที่ตัวเองจ่ายในราคาแสนแพงเพื่อให้ได้เป็เ้าของมัน ไอ้ศาลเทพ์กากๆ นี้
เซียนซุนราวกับรู้ว่าฉินเทียนคิดอะไร จึงได้แต่ตบไหล่ฉินเทียนก่อนบอกกล่าวว่าไม่มีอะไรต้องกังวล
ฉินเทียนเห็นดังนั้นจึงใคร่จะพิสูจน์ในทันทีจึงบอกกับเซียนซุนไปว่า "งั้นข้าขอลองเสี่ยงเซียมซีทองตอนนี้ละกัน " พร้อมเอามือไปจิ้มที่ปุ่มเซียมซีทองทันที
เซียนซุนปรารถนาจะห้าม แต่ก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว ในห้องศาล์เกิดการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าฉินเทียนถูกส่งไปอีกมิติหนึ่ง รอบด้านเป็ห้องโถงโออ่าแห่งหนึ่ง ที่เสาคานทำด้วยทองคำแท้ๆ สวยงามสลักด้วยลายัล้อมรอบ ภายในมีกระบอกเซียมซีสีทองนับร้อยพัน ขนาดของกระบอกเซียมซีทองขนาดเท่าโอ่งดีๆ เนี่ยเอง พวกมันกำลังเขย่าตัวเองไปมาไม่หยุด พร้อมกับมีเสียงเหมือนเด็กๆ ดังก้องกังวานไปทั่ว มันดังว่า "เลือกข้า เลือกข้าๆๆ"
ฉินเทียนรู้ได้ทันทีว่าเสียงเหล่านี้คือเสียงของเหล่ากระบอกเซียมซีสีทองเหล่านี้นี่เอง ฉินเทียนเดินวนไปมา ก่อนจะเลือกกระบอกเซียมซีขึ้นมาหนึ่งอัน ตัวมันคว้าจับอันหนึ่งที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ตัว
เซียมซีน้อยสีทองร้องเสียงดังน่ารักเสียงเหมือนเด็กผู้หญิง "เขย่าข้าเลย เขย่าข้าเลย" ฉินเทียนก็ทำตาม สองมือของมันโอบอุ้มกระบอกเซียมซีที่มีขนาดเท่าโองน้ำ โชคดีที่มันไม่มีน้ำหนัก ไม่งั้นดูท่าคงจะไม่มีวันที่ฉินเทียนจะเขย่ามันได้เป็แน่
!!!ซุซัก ซุซัก
เสียงเขย่าเซียมซีของฉินเทียนดังก้องไปทั่วห้อง เขย่าเซียมซีไปมาไปได้สักพักก็มีไม้เซียมซีสีทองหลายอันค่อยๆ เปล่งแสงขึ้นอย่างช้าๆ ไม้เซียมซีทองแต่ละอันราวกับว่ามันกำลังพยายามค่อยๆ ลอยตัวเองออกมาจากกระบอกเซียมซีอย่างสุดกำลัง ยิ่งฉินเทียนเขย่าเซียมซีทองก็ยิ่งเปล่งแสงมากขึ้น
ในไม่ช้าเซียมซีอันหนึ่งก็ส่องแสงสว่างจ้าเปล่งรัศมีทรงกลดพร้อมลอยขึ้นฟ้าเด่นเป็สง่า ป้ายเซียมซีหันด้านที่มีอักษรมาทางด้านหน้าฉินเทียนมันเขียนว่า [จำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 3 ครั้ง] จากนั้นในไม่ช้าฉินเทียนก็กลับมาที่ศาล์ โดยมีเซียนซุนอยู่ข้างๆ
เซียนซุนกล่าวถามอย่างรีบร้อน "ฉินเทียนเ้าเสี่ยงเซียมซีได้อะไร อย่าบอกข้านะว่าเ้าได้ภารกิจ"
ฉินเทียนส่ายหน้าทันที "ข้าได้จำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 3 ครั้ง"
เซียนซุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมบอกดีแล้วดีแล้ว และย้ำกับฉินเทียนว่าอย่าทำแบบนี้อีก
ด้วยความสงสัยฉินเทียนเลยถามว่าทำไม
เซียนซุนรีบกล่าวตอบทันที "ก็เวลาเ้าเสี่ยงเซียมซีสีทองภารกิจที่ต้องทำก็มีความยากระดับสีทองเช่นกัน เ้าคิดดูนะ เ้าคิดว่าเ้าตอนนี้เอาชนะพวกหนอนน้อยสีดำ ในห้วงมิตินั้นที่เ้าทดสอบได้หรือไม่ละ"
ห้างตาของฉินเทียนขยับทันที พูดกันตามความจริง สิ่งที่ัร้ายสีทมิฬนั้นทำกับฉินเทียนก็มีแค่เพียงส่งจิตสังหาร นานๆ ครั้งมันถึงจะอารมณ์ไม่ดีมาะโงับกลืนกินร่างของฉินเทียนสักที หากว่ากันตามจริง ต่อให้ฉินเทียนเก่งกล้าแข็งแกร่งกว่านี้อีกร้อยเท่าพันทวี ตัวมันฉินเทียนก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะัสีดำทมิฬเ่าั้ได้อย่างแน่นอน
"!!!ถ้ามันโหดร้ายขนาดนั้นทำไมท่านไม่เตือนข้า" ฉินเทียนะโเสียงดัง เขารู้สึกเหมือนพึงผ่านความตายมาอีกครั้ง และครั้งนี้ถ้าเขาตายเขาคงไม่มีโอกาสพื้นชีวิตอีกแน่นอน ฉินเทียนรู้ตัวเองดี
"ข้าบอกไม่ทันจริงๆ ฉินเทียน เซียนซุนผู้นี้ต้องขอโทษเ้าแล้ว และข้าก็ไม่คิดว่าเ้าจะรีบร้อนถึงขนาดนี้ เกือบแย่แล้วจริงๆ" เซียนซุนกล่าววาจาพร้อมทำหน้าเศร้าเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้
ฉินเทียนเห็นแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนโกรธไม่ลงอีกครั้ง พร้อมกับพูดออกไปว่าช่างเถอะช่างเถอะ ก่อนที่ความสนใจจะมาอยู่ที่เซียมซีที่จับได้
"เซียนซุนจำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 3 ครั้ง นี่คืออะไร"
"หุหุ" เซียนซุนปิดปากพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย "หากเ้าอยู่ในขอบเขตที่เสี่ยงเซียมซีสีทองได้ ของชิ้นนี้นับว่าเป็ขยะไร้สาระ หากแต่ตอนนี้เ้านั้นช่างอ่อนแอ หากตามภาษาเซียนที่เราเรียกพวกเ้าก็คือเหล่าผู้เดินดิน พวกเ้ารู้จักในชื่อผู้บ่มเพาะระดับตราสัญญาลักษณ์สีขาวจาง สีขาวเข้ม สีเหลืองอ่อน ทั้งสามนี้เราเรียกผู้เดินดินทั้งหมด ส่วนจ้าว์นั้นเป็ระดับที่สูงกว่าพวกเ้าอย่างมิอาจจะประมาณได้ หากพูดว่าฟ้ากับเหวก็ยังต่างกันเกินไป ก็เรียกได้ว่าพวกเ้านะจะให้ไปถือรองเท้าของระดับจ้าว์ยังไม่คู่ควรเลยแม้แต่น้อย"
"สิ่งนี้นับว่าดีกับเ้าตอนนี้จริงๆ ฉินเทียน"
ฉินเทียนแปลกใจจึงรีบกล่าวถามทันที "และถ้าเป็ผู้อยู่ในระดับฝึกฝนระดับตราสัญญาลักษณ์แดงละท่านเซียนซุนเทียบกับจ้าว์ได้หรือไม่"
เซียนซุนหัวเราะปิดปากดัง หุหุ อีกครั้ง "ก็ไม่ต่างกันฉินเทียน แค่ให้ถือรองเท้ายังไม่คู่ควร"
ฉินเทียนได้ยินที่เซียนซุนกล่าวก็ใ ระดับตราสัญญาลักษณ์แดงนั้นยิ่งใหญ่เพียงใดฉินเทียนนั้นรู้ดี ดูอย่างนางมารผลึกโลหิตสิแข็งแกร่งถึงขนาดไหน นางเป็ผู้ฝึกฝนที่มีตราสัญญาลักษณ์สีแดงหนึ่งจุดแต้ม เป็ตำนานของแดนดินนี้เลยนะ
แต่เซียนซุนกลับบอกว่าตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดง นั้นมิคู่ควรที่แม้จะถือรองเท้าให้จ้าว์ฉินเทียนอยากรู้ยิ่งนักว่าจ้าว์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด หากแต่ในใจฉินเทียนก็รู้ดี โอกาสใช้สามครั้งนี้สำคัญยิ่ง จะมาลองใช้โง่ๆ อย่างไม่มีแบบแผนไม่ได้
และตัวฉินเทียนก็ยังไม่รู้ว่าคุณค่าของแต้มบุญนั้นคืออะไร และมีค่าอย่างไร