“ปกติมันก็เป็มิตรกับฉันอย่างงี้แหละ มันแปลกตรงไหน”
ดอนหันไปบอกกับพวกเขาด้วยสีหน้าที่แบบว่า ‘ก็ปกติดีนิ่’ ประมาณนั้น แต่ก็อย่างไรก็ตาม ปกติของแต่ละคนมันเหมือนกันซะที่ไหนเล่า
“ปกติของลูกพี่มันปกติของพวกผมซะที่ไหนเล่า”
ลูซที่ได้ยินโดนพูดว่าปกติออกมาก็แย้งคำพูดของดอนทันที ปกติใครเขาไปอยู่เล่นกันสัตว์ดุร้ายแบบนั้นกัน
“อ้าวหรอ ก็ปกติตอนเด็กๆฉันก็เล่นกับสัตว์ในป่าประจำ”
ดอนลูบคางพรางพูดออกมาพร้อมย้อนนึกถึงอดีตเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้นเขายังเป็แค่เด็กตัวเล็กๆแถมชอบแอบออกจากบ้านไปเล่นกับหมูาป่า เสือ จระเข้ อะไรแบบนี้อยู่เป็ประจำ แต่ภาพที่ไอ้พวกนั้นคิดดันเป็พวกกระต่าย กระรอก เรียกได้ว่าห่างกันราวฟ้ากับเหวเลย เว้นซะแต่ว่าไอ้กระต่ายกับกระรอกนั่นมันจะตัวเท่าคนแล้วมีกล้ามเป็มัดๆเหมือนนักเพาะกายล่ะนะ
“ดูนะลูกพี่อันเนี่ย ของคนปกติ… ย๊าก!”
เกรย์โกสต์ได้สาธิตให้ดูว่าหากคนปกติไปเจอกับสัตว์ร้ายแบบนี้ผลมันจะออกมาเป็แบบไหน โดยการยื่นมือเข้าไปลูบหัวมันเหมือนเดิน แต่พอมือของเขาเข้าไปใกล้ตัวมัน มันก็แสดงท่าทางจะขวิด ทำให้เขารีบหนีออกห่างอย่างไร
“แบบนี้นี่เอง สงสัยจะเป็แบบที่ยัยแมลงสาบนั่นพูดถึงฉันล่ะมั้ง ไอ้ผู้เป็ที่รักของผืนป่าอะไรนั่นน่ะ แม่ฉันก็เคยพูดอะไรคล้ายๆแบบนั้นอยู่เหมือนกัน”
ดอนได้นึกถึงคำพูดของเอลฟ์ผมทองที่เข้ามาปกป้องพวกผู้กล้าในตอนนี้ แถมตอนเด็กๆแม่ของเขาก็พูดอะไรคล้ายๆแบบนั้นไว้เหมือนกัน แถมมันเป็ต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ถึงแม้จะมีพลังเวทย์อยู่มากมายก็ตาม และโซเฟียที่มีพลังเวทย์ของแบบเดียวกันกับดอนมากกว่าครึ่งในตัวก็ไม่ต่างอะไรไปจากดอนเลย
“หืม? แมลงสาบ? แต่ฉันว่าฉันเห็นแต่เอลฟ์นะคะหัวหน้า”
เลย์อาที่เกือบความสงสัยอยู่ภายในใจจึงถามออกมา เพราะแต่เอลฟ์ที่ช่วยเหลือพวกมนุษย์ แถมยังได้ยินเอลฟ์สาวพูดว่ารักๆป่าๆอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ
“สำหรับฉันมันเหมือนแมลงสาบมากกว่า จะทุบจะตียังไงมันก็ไม่ตายสักที”
ดอนพูดพร้อมนึกภาพตอนเด็กๆที่เขาไล่ทุบไล่ตีแมลงสาบที่มันแอบเข้ามาในบ้าน แต่ไม่ว่ามันจะโดนทุบโดนตีจนแบนติดพื้นไปไม่รูักี่รอบมันก็ไม่ยอมตายอยู่ดี
“เพราะแบบนี้เองสิ่นะที่ไม่เคยมีสัตว์ป่าเข้ามาทำร้ายฮันนี่เลย”
แซนนี่ได้นึกย้อนไปถึงตลองการเดินทางทั้งหมดที่ผ่านมา ดอนไม่เคยถูกสัตว์ป่าพุ่งเข้า มีเพียงแค่เ้าพวกนั้นที่โดนวิ่งไล่กัดไล่ขวิด
“ข้าไม่ชอบพลังเวทย์ที่มันไหลเวียนอยู่ภายในป่านี่เลย”
ดอนน่าพูดออกมาพร้อมเอามือลูบแขนทั้งสองข้างเพระพลังเวทย์ที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้มันทำให้เธอขนลุกอย่างบอกไม่ถูก คนอื่นๆที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย มีเพียงแค่ดอน แซนนี่ และโซเฟียเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกเหมือนคนอื่น
“เอิ่ม… สำหรับฉันมันก็ดูปกติดีนะ แถมรู้สึกเหมือนว่ามันจะเยอะกว่าปกติ…”
สำหรับดอนมันปกติมากๆ เพราะพลังเวทย์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในป่าแห่งนี้มันคล้ายคลึงกันพลังเวทย์ของเขา แถมที่นี่เองก็มีพลังเวทย์หนาแน่นเป็อย่างมาก ทำให้ดอนที่กำลังพูดอยู่นึกอะไรขึ้นมาได้จึงหันไปหาโซเฟียที่นั่งเล่นอยู่บนหลังกระทิง
และแล้วการเรียนการสอนเกี่ยวกับการดูดซับพลังเวทย์ให้ลูกสาวที่ไม่เหมือนใครจึงได้เริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่าโซเฟียก็เรียนรู้มันได้อย่างได้รวดเร็วเช่นกัน พวกลิซาร์ดแมนกับเกรย์โกสต์ที่ได้เห็นดอนสอนโซเฟียอย่างนั้นพวกเขาจึงลองทำดูบ้าง
แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ไม่รู้เป็เพราะวิธีมันแปลกหรือไอ้สองพ่อลูกคู่นี้มันแปลกกันแน่ พวกเขาจึงล้มเลิกความพยายามนี้ลงใสที่สุด
“นี่ดอนน่า สอนโซเฟียเปลี่ยนร่างหน่อยสิ่”
เมื่อดอนรู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ภายในตัวของโซเฟียมีมากพอแล้ว เขาเรียกดอนน่าให้มาสอนโซเฟียแปลงร่างเป็หนุษย์แบบเธอ
“แต่เราไม่เสื้อผ้านะ ข้าไม่ยอมให้ลูกข้าเดินล่อนจ้อนไปทั่วหรอกนะ”
“เออว่ะจริงด้วย”
หลังจากได้ยินที่ดอนน่าพูด เขาที่ลืมคิดได้เลยว่าโซเฟีนจะอยู่ในสภาพล่อนจ้อนก็แสดงสีหน้าเซ็งออกมา เพราะถ้าหากโซเฟียสามารถแปลงเป็มนุษย์ได้ก็จะลดจุดเด่นตอนที่พวกเขาออกเดินทางจากป่าแห่งนี้ไปได้
“อาฮ่า ถึงจะบังเอิญเพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ แต่ผมมีนี่ไงร่า!”
เกรย์โกสต์ที่ได้ยินการสนทธาของทั้งสอง เขาจึงโชว์เสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้หญิงที่เขาซื้อจากที่แห่งหนึ่งระหว่างเดินทางมายังที่แห่งนี้ เพราะมันขายเป็ชุด เขาเลยไม่รู้ว่ามันมีอะไรมาให้บ้าง
“ถึงจะดูโรคจิตไปนิดแต่เ้าทำมันได้ถูกเวลาพอดีเลยล่ะ”
หะ?
คำพูดของดอนน่าทำเอาเกรย์โกสต์ไม่รู้จะรู้ยังไงที่โดนว่าแบบนั้น จะดีใจรึก็เหมือนโดนด่าว่าเป็พวกโรคจิต จะเสียใจรึก็เหมือนจะชม มันทิ้งความประหลาดใจให้เขาตัวแข็งข้างไปก้บความคิดนั้นที่วนเวียนอยู่ภายในหัว
แล้วดอนน่าก็พาโซเฟียแยกตัวออกไปจากกลุ่มสอนลูกสาวแปลงร่างและจับแต่งตัวให้มันเหมือนผู้เหมือนคน โดยมีเ้ากระทิงั์เดินตามไปคุ้มกันโซเฟีย ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรมาทำร้ายพวกเขาได้ก็ตาม
“เสร็จแล้ว”
ทันทีที่กลับออกมาจากการแยกตัวไป ดอนน่าก็กลับมาพร้อมโซเฟียที่อยู่ในร่างของเด็กสามขวบ เธอมีผิวที่ขาวและผมสีแดงยาวเหมือนแม่ เพียงแต่มีผมสีน้ำตาลแซมมาด้วยเล็กน้อยและด้วยหน้าตาที่แทบจะถอดแบบมาจากแม่ก็ทำให้มีหน้าตาที่น่ารักน่าชังเป็อย่างมาก แถมชุดที่เกรย์โกสต์ซื้อมามันก็สามารถใส่ได้พอดีตัวและดูน่ารักมากอีกด้วย
“โซเฟีย มาให้มะม๊ามัดผมเลยนะ”
“ค่ะมะม๊า”
พอแซนนี่เห็นโซเฟียกำลังจะวิ่งไปหาดอน เธอจึงเรียกลูกสาวให้มาหาก่อนจะจับถักเปียมงกุฎม้าให้ ทันทีที่ทักเปียเสร็จแล้วโซเฟียก็วิ่งไปหาดอนในทันที
“ปะป๊าก็แปลงร่างมั่งสิ่”
โซเฟียที่ถูกดอนอุ้มขึ้นมานั่งบนปลายแขนโดยมีต้นแขนเป็ผนักพิง เธอก็ถามเขาอย่างไร้เดียงสาจนเทียบจะทำให้เขาพูดไม่ออก
“ปะป๊าทำไม่ได้หรอกนะคะ มีแต่หนูกับมะม๊าดอนน่าที่ทำได้ มะม๊าแซนนี่กันคนอื่นๆเบาทำไม่ได้นะคะ”
พอเห็นภาพที่คุณพ่อตอบคำถามของลูกสาวแล้วลงด้วยคำว่านะคะ ถึงแม่ว่าหน้าตาไอ้เ้าตัวมันจะดูดุดันป่าเถื่อน แต่มันก็ให้ความรู้สึกใจฟูสำหรับคนที่อยู่ในสถานการณ์อย่างบอกไม่ถูก