
ตอนที่101เวทย์ลับประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม
พระนางเจ้าจิงจงนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนกับว่าวันนี้ นางจะปลดปล่อยความเศร้าเสียใจ ผ่านน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินทางออกจากนครแห่งนี้ ที่ทำให้จิตใจและร่างกายของนางทุกข์ระทม มาเนิ่นนานหลายร้อยปี
"เดี๋ยวแม่จะส่งสารไปบอกท่านปู่ให้ท่านเตรียมตัวส่งคนมารับพวกเรา..พวกเราไม่สามารถเดินทางไปแดนจักรพรรดิอสูรวารีด้วยตนเองได้ เพราะเขตแดนที่ล้อมรอบพวกเราอยู่นี้ต่างชิงดีชิงเด่น ไม่เห็นเหล่าอสูรวารีน้ำจืดอยู่ในสายตา
ดังนั้นพวกมันจะโจมตีเราได้ตลอดเวลาเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไปและไม่ปลอดภัย ก็คงจะประมาณสักสองวัน...."
เสียงของพระนางดูเศร้าสร้อยและอ้อยอิ่ง ลงเมื่ออารมณ์ได้สงบหลังจากร้องไห้จนตาบวม
กริชเพชรได้แต่พยักหน้ารับ สภาวะครอบครัวที่แตกแยกเช่นนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหดหู่ หวนนึกถึงครอบครัวของเขาเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้แตกต่างอะไร ชีวิตของเด็กหนุ่มร่อนเร่ไปในวัยเด็กกับพ่อและปู่ ปราศจากแม่ที่เสียชีวิตหลังจาก กลับจากประเทศพม่าเป็นไข้ป่าอย่างรุนแรง
เขาจึงเกลียดความตายและการพลัดพรากที่สุด รวมทั้งความแตกแยกด้วย ชายหนุ่มจึงพัฒนานิสัยสมานฉันท์ประนีประนอมตั้งแต่เล็กๆ เขาไม่อยากสูญเสียคนที่รู้จักไปแม้สักคนเดียว
"ถ้าอย่างนั้นท่านแม่ก็พักผ่อนเถอะเดี๋ยวข้าจะพักผ่อนเช่นกัน.."
ชายหนุ่มเดินออกจากพระตำหนักส่วนตัวของพระนางจิงจงมา
แจ้งข่าวกับผู้ตรวจการจิงจูผู้เป็นตา นัดหมายอีกสองวันค่อยฟังข่าว เตรียมอพยพตระกูลจิง ออกจากดินแดนอสูรวารีน้ำจืด
"เราไปที่ห้องกันเถอะ.."
เสียงกริชเพชรบอกหยกหยกที่นั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่ เหมือนกับนางไม่สนใจใครๆ ในโลกหล้า กริชเพชรพูดแล้วก้าวเดินเพื่อจะเข้าห้องตนเอง
"มาสิ..."
ชายหนุ่มบอกนางพร้อมยื่นมือให้กับหญิงสาวที่นั่งขมวดคิ้ว แต่ก็ทำตามส่งนิ้วมือเรียวงามดุจหยกขาวให้กับเขาจับ
เพียงผิวเนื้อสัมผัสกับนาง ร่างกายของหญิงสาวก็หายวับเข้าไปในกล่องนิลกาฬทันที มาปรากฏตัวอยู่ในห้องสีชมพู
"มีของแบบนี้อยู่กับท่านด้วยหรือ.."
เสียงของนางกล่าวขึ้นอย่างยินดี
"นี่มันเป็นสมบัติของนายเหนือข้าท่านรู้หรือไม่ว่านักรบแปดคนของนายท่าน ไม่เคยได้เข้าไปในกล่องนิลกาฬ เมื่อสมัยร่วมรบกับนายท่านเลย นี่ข้าช่างมีวาสนายิ่งนัก..องค์ชายนำข้าเข้ามาในที่แห่งนี้ด้วย..."
หญิงสาวดีใจรีบนั่งลงขัดตะหมาดเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ดูดซับพลังสีชมพูในห้องเข้าไปฟื้นฟูรักษาตนเอง นางเข้าใจว่าหัวหน้าคนใหม่นำนางเข้ามารักษาตัวในห้องวิเศษแห่งนี้
กริชเพชรมองหน้าหยกหยกแล้วสั่นหัวทอดถอนใจ สภาวะอารมณ์แบบนี้ชายหนุ่มไม่อยากจะพูดอะไรกับหญิงสาวมากเกินไป เขาก้าวเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยม
จุดมุ่งหมายคือเร่งรัดพัฒนาพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของตัวเองให้สูงขึ้น เทียบเท่าคนอสูรระดับหกของตนซึ่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่มมันค้างเติ่งอยู่ที่กายอสูรระดับห้าตั้งนานแล้ว ไม่มีโอกาสเพิ่มขึ้นมาได้เพราะการดูดซับครั้งที่แล้ว
ในช่วงผ่านวิกฤตการณ์เลื่อนระดับพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ใช้เวลาหนึ่งปีเต็มมันนานเกินไปที่ชายหนุ่มจะรอ
ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาเข้ามาดูดซับพลังสายฟ้าในห้องแปดเหลี่ยม เพื่อเพิ่มระดับบอลดวงจิตแก่นแท้ให้กับตนเอง
'เหมือนว่าเคยอ่านคาถาควบคุมพลังจิต มีตอนที่สิบกว่าพูดถึงเวทย์ขยายส่วนพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เดี๋ยวดูก่อนสิมันอยู่ตรงไหน..'
กริชเพชรนั่งลงบนพื้น ใช้พลังจิตอสูรค้นหาตำราเวทย์ที่เคยบันทึกไว้ในดวงจิต ที่เรียนรู้วิชาควบคุมพลังจิตเมื่อครั้ง ได้พลังจากรูปแกะสลักจอมจักรพรรดิอสูรกาลเวลา สายตาของชายหนุ่มเพ่งมองเข้าไปในความทรงจำ บันทึกเล่มนั้นถูกเปิดออก ตัวอักษรที่ไม่เคยรู้จัก แต่กลับอ่านได้ทุกคำที่ลอยอยู่
'เจอแล้วตรงนี้นี่เองคาถาพลังจิตขยายขนาดบอลดวงจิตแก่นแท้ มีทั้งหมดสามขั้นมันเหมือนเพิ่มขยายขอบเขตบรรจุพลังในเกมส์ออนไลน์นี่เอง
ต้องแลกเปลี่ยนด้วยผลึกแท่งเนตรมรกต ขั้นที่หนึ่งต้องเผาผลาญหนึ่งล้านผลึกทำไม? เยอะโคตรๆ ขนาดนี้
ระดับที่หนึ่งสามารถดูดซับและบรรจุพลังจากธรรมชาติ เสริมพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ได้ หนึ่งพันเท่าของปัจจุบัน ลองดูซิว่าเรามีแท่งผลึกมรกตเท่าไหร่..'
กริชเพชรส่งพลังจิตอสูรเข้าสำรวจทรัพย์สินในกล่องทั้งสิบใบอย่างละเอียด ค้นพบว่ามีผลึกถึงพันล้านผลึกในสิบกล่อง
'โอ้โห..เรามีถึงพันเอ็มดอร์เลยหรือนี่ไม่เป็นไรนะใช้เอ็มดอร์เดียวเอง ถ้าสามารถขยายอัตราการบรรจุพลังดวงจิตแก่นแท้ได้พันเท่าของปัจจุบัน ขอบเขตการบรรจุพลังบอลดวงจิตแก่นแท้อาจจะรองรับพลังได้ถึงขั้นที่หก...'
เมื่อคิดเช่นนั้นกริชเพชรพลิกข้อมือเอากล่องผลึกแท่งเนตรมรกตขึ้นมา ใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของตัวเองร่ายคาถา สลายพลังธาตุธรรมชาติซึ่งเป็นวิชาพื้นฐาน ที่หนิงหนิงเคยสอนในการดูดซับ พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของพวกอสูรที่เก็บมา
"สลายไปซะ.."
เสียงพูดของเขาดังเบาๆ ผลึกมรกตที่อยู่ในกล่อง ก็ม้วนขึ้นกลางอากาศถูกกำลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่มสลายกลายเป็นหมอกควันสีมรกต
รวมตัวกันห่อหุ้มชายหนุ่มแล้วค่อยๆ ดูดซับ เข้าไปในบอลดวงจิตแก่นแท้ ความรู้สึกของเขาในจิตใจพบว่า อัตราส่วนของบอลดวงจิตแก่นแท้ภายใน มันขยายขึ้นเรื่อยๆ และใหญ่โตกว่าเดิมถึงพันเท่า
แม้ว่ามันจะคงสภาพเท่าเดิมแต่อัตราการบรรจุพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ กลับเพิ่มขึ้นจนเขาสามารถมีพลังบอลดวงจิต พันเท่าจากของเดิม ใช้ในการต่อสู้ร่ายคาถามากขึ้นโคตรๆ
วูบๆ ๆ ๆ!!
"ฮ่าๆ สำเร็จ.."
ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นแบบดีใจหมอกสีมรกตจางหายไปในตัวกริชเพชรจนหมดสิ้น เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยกยิ้มอย่างยินดีใช้มือทั้งสองข้าง วางลงบนเสากลางรูปแกะสลักจอมจักรพรรดิอสูรกาลเวลา ในห้องแปดเหลี่ยม
ดูดซับพลังสายฟ้าให้บรรจุเข้าในบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้ง มันเหมือนปล่อยน้ำออกจากเขื่อนขนาดยักษ์มันพุ้งแรงมากๆ ไม่ถึงสิบนาทีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชร ก็เลื่อนระดับสู่คนอสูรขั้นที่หก แม้สายฟ้าจะฟาดเปรี้ยงๆ ในความรู้สึก
แต่วิกฤตเลื่อนระดับครั้งนี้กลับเบาบางกว่าทุกครั้งที่เขาได้สัมผัส อาจจะเป็นเพราะว่าบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ขยายใหญ่ขึ้นเป็นพันเท่าสามารถ บรรจุพลังธรรมชาติอย่างพลังสายฟ้าในห้องนี้ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น
วาบๆ ๆ!!
ฉับพลันในหัวสมองของกริชเพชรก็มี ม้วนหนังสือเล่มหนึ่งเปิดออก อย่างอัตโนมัติเหมือนกับว่า มันถูกกระตุ้นด้วยการเลื่อนระดับที่ครบทุกด้านของเขา
ไม่ว่ากายอสูรระดับหกบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งระดับหก และระดับขอบเขตพลังจิตอสูรขยายสูงสุดถึงระดับหกเช่นกัน มันเป็นโบนัสที่กริชเพชรได้ทำการเลื่อนระดับกายอสูร และบอลดวงจิตแก่นแท้เกินระดับห้า
ขอบเขตพลังจิตอสูรของเขาที่ได้รับการถ่ายทอด จากรูปแกะสลักจอมจักรพรรดิอสูรกาลเวลา จึงเลื่อนขั้นขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ เป็นการเปลี่ยนคลาสของชายหนุ่มเป็นครั้งแรก เรียกว่าคนครึ่งอสูรระดับคลาสพรีเมี่ยม
หรืออสูรพลังจิตธาตุทองระดับพรีเมี่ยมขั้นที่หก ของผู้ฝึกกายอสูร และพลังจิตอสูรควบคู่กันดังนั้นพลังรบของเขา จึงมีมากกว่าเมื่อพลังสองสายมาซัพพอร์ตกันและกัน ก่อให้เกิดเป็นอสูรระดับพรีเมี่ยม ตามบันทึกของตำราที่กริชเพชรได้เปิดออก
เหมือนมันกำลังบอกเขาว่าตอนนี้ชายหนุ่ม ได้เปลี่ยนคลาสเป็นอสูรระดับฮีโร่ ซึ่งมีพลังเหนือกว่าอสูรธรรมดาเป็นพันเท่า
แม้ว่าการพัฒนากายอสูรจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่พลังรบกับสูงเหมือนเป็นฮีโร่ตัวท็อปในเกม rov ที่ยังไม่ได้ถูกเนิฟลงในแพทใหม่
วาบๆ ๆ!!
"เวทย์ลับประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม"
กริชเพชรเห็นม้วนหนังสือเล่มที่สองปรากฏขึ้นหลังจากที่เขาอ่านเล่มแรกจบ และมโนไปตามความรู้สึก ที่เคยเล่นเกมออนไลน์ขณะที่เป็นมนุษย์ ความหมายมันคล้ายๆ กันกับตัวหนังสือโบราณพวกนี้ ที่เขาอ่านออกอย่างอัตโนมัติ
ดังนั้นกริชเพชรจึงอ่านม้วนหนังสือเล่มที่สองต่อ มันอธิบายถึงการระเบิดพลังเปลี่ยนร่างของอสูรระดับพรีเมี่ยม หรือเปลี่ยนตัวเองเป็นฮีโร่ระดับตัวท็อปนั่นเอง
'เวทย์ประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม ต้องใช้พลังจิตอสูรระดับห้าทั้งหมดร่ายเวทย์นี้ และหลังจากที่ใช้เวทย์เเล้ว จะคงสภาพเป็นอสูรระดับพรีเมี่ยมได้หนึ่งจิบชาเท่านั้น
หลังจากนั้นจะติดสถานะปิดกั้นพลังจิตอสูร ไม่สามารถร่ายเวทย์ทุกชนิด และใช้คาถาควบคุมพลังจิตหนึ่งวัน แต่จะได้สถานะกายอสูรชีวิตอมตะ ฆ่าไม่ตายในเวลาหนึ่งวันเช่นเดียวกัน
คำเตือนผู้ที่ใช้เวทย์ประสานกายอสูรระดับพรีเมี่ยม ต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ในการใช้แต่ละครั้ง ให้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงอันตรายสูงสุดเท่านั้น จึงควรจะร่ายเวทย์ลับบทนี้ เพราะมันจะเปลี่ยนจิตใจของคนใช้ ให้กลายเป็นอสูรบรรพกาล..'
"อ้าว..แล้วตกลงมันคืออะไร..เวทย์บทนี้มันดีหรือไม่ดี แล้วจิตใจอสูรบรรพกาลมันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวรึ? ..ถ้ามีหนิงหนิงอยู่ด้วยก็น่าจะดีนางรอบรู้ทุกอย่าง"
ชายหนุ่มนึกถึงหญิงสาวที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้เขา แบกสภาวะอันตรายของตนให้พ้นวิกฤตตลอดมา
ถึงอย่างไรชายหนุ่มก็เรียนรู้เวทย์คาถาบทนั้นเอาไว้ถึงคราวจำเป็น เผื่อต้องต่อสู้กับพวกอสูรครึ่งเทพระดับสิบขึ้นไปจะได้มีทางรอด
วาบๆ ๆ!!
"คัมภีร์เวทย์อสูรระดับพรีเมี่ยม"
คัมภีร์เล่มที่สามก็ปรากฏขึ้นชายหนุ่มขมวดคิ้วนึกสงสัย เพราะการเลื่อนระดับพรีเมี่ยมของเขาทำให้สามารถ ปลดล็อคคัมภีร์เวทย์ออกมาสามเล่มติดๆ กัน กริชเพชรมองเข้าไปในคัมภีร์เวทย์ที่เปิดออก มันมีสองหมวดติดสถานะล็อคกุญแจไว้ แสงสีเขียวปรากฏขึ้นหนึ่งหมวด และแสงสีแดงเกิดขึ้นอีกหนึ่งหมวด มีตัวหนังสือติดกำกับไว้ด้านล่าง
'อสูรพลังจิตธาตุทองระดับพรีเมี่ยมขั้นที่ห้า สามารถเลือกเรียนได้หนึ่งหมวดหมู่ หมวดที่ไม่ได้เลือกจะถูกปิดล็อคไว้ จนกว่าจะเป็นอสูรพลังจิตธาตุทองระดับพรีเมี่ยมขั้นที่สิบ'
"เลือกเรียนได้หมวดเดียวแล้วเรียนอันไหนดีล่ะ? "
กริชเพชรใช้พลังจิตสัมผัสที่ปุ่มสีแดงก็ปรากฏกลายเป็นสีเขียวเขียนว่า
"เวทย์อสูรพลังจิตสายนักรบ"
เขาใช้พลังจิตกลับมาสัมผัสหมวดสีแดงอีกข้างหนึ่ง มันก็ปรากฏสถานะเป็นสีเขียวเขียนว่า
" เวทย์อสูรพลังจิตสายสนับสนุน"
กริชเพชรใช้ความคิดตรึกตรอง นึกถึงเรื่องราวในเกมส์ที่เขาชอบเล่น
'เรียนได้อย่างเดียวเรียนอันไหนดีนะ? '
...............................................................................................................................................................................