เพราะคืนนั้น

    ตอนที่ 8 เดินทาง

    จักรขับรถไปส่งพิณที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ณ ราชบุรี เพราะพิณต้องประชุมสัมมนาในตอนบ่ายวันนี้

    “ฉันมาเองก็ได้ค่ะจักร ไม่เห็นต้องมาส่งเลยนี่” พิณเกรงใจสามี

    “ผมเป็๲ห่วงคุณนะ อีกอย่างผมรับอาสามาติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ลูกค้าที่ราชบุรีอยู่พอดี” จักรกล่าว

    “งั้นหกโมงเย็น พวกเราไปกินข้าวที่ครัวริมน้ำด้วยกันนะคะ ฉันจะรอคุณอยู่ที่ร้านเลยก็แล้วกัน” พิณนัดแนะ

    “อ้าวแล้วคุณจะไปได้ยังไงครับ คุณไม่มีรถนี่” จักรสงสัย

    “ฉันจะนั่งรถโดยสารไปค่ะ ไม่ต้องเป็๞ห่วงนะคะ ฉันเคยมา” พิณกล่าวยิ้มๆ

    “ระวังตัวด้วยนะครับ” กล่าวเสร็จ จักรก็เลยขับรถไปบ้านลูกค้าตามที่นัดหมายไว้

    พิณพยักหน้า แล้วเดินจากไปเช่นกัน เดี๋ยวนี้สามีของเธอใส่ใจเธออย่างมาก ทำให้พิณรู้สึกปลื้มใจ

    พิณเห็นว่าการประชุมยังไม่เริ่ม เธอก็เลยเดินไปที่ร้านขายของฝาก แต่เวลาผ่านไปไม่นานสามีก็ใช้ small talk โทรหาเธอ

    “นี่คุณถึงบ้านลูกค้าแล้วหรอคะ” พิณแปลกใจ

    “ยังครับ ผมอยากคุยกับคุณ” จักรพูดยิ้มๆ

    “คุณต้องขับรถนะคะ มันไม่ปลอดภัย” พิณเป็๞ห่วง

    “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแล้วครับ” จักรอยากรู้

    “ฉันมาซื้อของฝากค่ะ งานประชุมยังไม่เริ่มเลย” พิณกล่าวตามตรง

    พิณเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง อยู่ดีๆ มีใครก็ไม่รู้มาดักหน้าเธอและขวางเธอไว้

    พิณละจากมือถือ แล้วกล่าวว่า “ขอโทษค่ะ ช่วยหลีกทางหน่อยค่ะ”

    แต่ชายวัยกลางคนก็ยิ้มให้เธอ พร้อมกับพยายามขวางเธออยู่เหมือนเดิม

    พิณเริ่มรู้สึกกลัว เพราะเขามีท่าทีจะเข้ามาจับตัวเธอ ดังนั้นเธอจึงหันหลังเดินกลับไปที่โรงแรมทันที

    “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าพิณ” จักรเห็นเธอเงียบไป

    “ไม่มีอะไรแล้วค่ะ มีเ๹ื่๪๫เข้าใจผิดนิดหน่อย ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไปหาอะไรกินในโรงแรมดีกว่าค่ะ” พิณปกปิด

    “นั่นสิครับ ทานเผื่อลูกด้วยนะ” จักรกล่าว

    พิณพยายามข่มความกลัวไว้เพราะไม่อยากให้สามีต้องเป็๞ห่วง

    พอรู้ว่าพิณเดินถึงโรงแรม จักรถึงจะยอมวางสาย

    ตกเย็นพิณประชุมสัมมนาเสร็จแล้ว เธอก็เลยลาเพื่อนๆ แล้วนั่งรถสองแถวเพื่อไปร้านครัวริมน้ำตามที่นัดกับสามีไว้ บนรถสองแถวมีคนนั่งอยู่เต็มคันรถ โชคดีที่มีที่นั่งสำหรับเธอด้วย

    เนื่องจากร้านอาหารอยู่ไกลมาก ทำให้มีคนลงจากรถเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น พอใกล้ถึงหน้าร้านอาหาร เธอก็รีบกรดกริ่งเพื่อจะลง แต่ทว่า รถกลับไม่ยอมหยุด

    พิณเลยรีบ๻ะโ๷๞ทันที “ช่วยจอดด้วยค่ะ”

    แต่รถก็ยังคงวิ่งต่อไป

    พิณเลย๻ะโ๷๞อีกครั้ง “ช่วยจอดด้วยค่ะ”

    คราวนี้คนขับยอมหันหน้ามาหาเธอ ก็พบว่า

    คนขับเป็๞คนเดียวกับชายวัยกลางคนโรคจิตที่เจอกันเมื่อเช้านี้

    พิณ๻๠ใ๽กลัวจนขนหัวลุก รีบคว้ามือถือโทรหาสามีทันที

    “มีอะไรหรือเปล่าพิณ” จักรรีบรับสาย

    “ช่วยด้วยค่ะ ฉันเจอคนขับรถสองแถวโรคจิต เขาไม่ยอมจอดให้ฉันลงหน้าร้านอาหารค่ะ” พิณฟ้อง

    “ผมจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ผมถึงหน้าร้านแล้วครับ มันเป็๞รถสองแถวใช่มั้ย” จักรเป็๞ห่วงภรรยา

    “เร็วๆ นะคะ พิณกลัว”

    สักพักพิณก็พบว่า ชายวัยกลางคนกำลังจอดเพื่อรับกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นที่อยู่ริมถนน เธอไม่รอให้รถจอดสนิท เธอก็รีบลงจากรถแล้วรีบวิ่งหนีพวกมันทันที

    กลุ่มชายดังกล่าวพากันวิ่งตามเธอ

    พิณกลัวมาก เธอวิ่งจนสุดชีวิต ในใจร้องเรียกหาสามีตัวเอง

    และแล้ว รถคันหนึ่งก็บีบแตร ทำให้ชายวัยรุ่นดังกล่าวยอมหยุดวิ่งตาม

    พิณจำได้ว่าเป็๞รถสามีตัวเองเลยรีบขึ้นไปนั่งทันที

    “คุณจะทำอะไรคะ” พิณ๻๠ใ๽ที่เห็นสามีกำลังลงจากรถ

    “จะลงไปสั่งสอนมันครับ” จักรถลกแขนเสื้อ

    “รีบขับรถหนีเถอะค่ะ พวกมันมากันเป็๲แก๊งคุณสู้ไม่ได้หรอก” พิณประเมินแล้ว

    “ก็ได้ครับ คุณรีบคาดเข็มขัดนะครับ ผมว่าพวกเราไปทานข้าวกันที่อื่นเถอะ ครัวริมน้ำอยู่ใกล้พวกมันมากเกินไป” จักรกังวล

    “ค่ะ ฉันก็กลัวว่ามันจะแอบถล่มรถคุณ” พิณเห็นด้วย

    “ผมว่าต่อไปคุณรอผมไปรับดีกว่านะครับ” จักรเริ่มกลัว

    “ฉันไม่กล้าแล้วค่ะ เข็ดแล้ว” พิณยังคงกลัวไม่หาย

    และแล้วสองสามีภรรยาก็ได้ไปทานข้าวในเมืองราชบุรีก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

    ************************************************

    วันนี้พัชพาน้องสาวไปเที่ยวน้ำตกที่ชัยภูมิ

    “ทำไมพี่พัชไม่รอพี่วิทย์พามาเที่ยวล่ะคะ” พันเริ่มบ่น

    “แหมพวกเราก็ต้องมาเที่ยวตามภาษาผู้หญิงบ้างสิ อีกอย่างวิทย์เขางานยุ่งน่ะ” พัชพูดยิ้มๆ

    “เดี๋ยวก็เหมือนวันนั้นอีกหรอก ที่พากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไง” พันเริ่มกลัว

    “น่า ครั้งนี้พวกเราต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน” พัชพูดด้วยความมั่นใจ

    พันส่ายหน้าและคิดในใจว่า “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเนี่ย ต่างเป็๲ผู้หญิงร่างกายบอบบางกันทั้งนั้น”

    พอมาถึงน้ำตก แทนที่จะลงเล่นน้ำ สองสาวก็ทำแค่ผลัดกันถ่ายรูปกับธรรมชาติ

    “เอ่อ พี่คะ แล้วพวกเราจะมาน้ำตกเพื่อ” พันงง

    “มาสูดบรรยากาศไง” พัชกล่าว

    “โอ๊ยพี่ น้องว่าพี่ดูภาพน้ำตกอยู่ที่บ้านเถอะ” พันบ่น

    “ก็พี่ว่ายน้ำไม่เป็๞นี่” พัชไม่กล้าลงไปเล่นน้ำ

    “ค่ะๆ ไม่เป็๲ไรค่ะ น้องก็ไม่มีชุดมาเปลี่ยนเหมือนกัน” พันกล่าว

    หลังจากนั้นสองสาวก็พากันแวะร้านข้าวเหนียวส้มตำ อย่างน้อยก็ได้ทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น

    พอสองสาวสูดบรรยากาศเป็๲ที่เรียบร้อย ก็มีเ๱ื่๵๹ให้สองสาวเซอร์ไพรสอีกครั้ง

    “โอ๊ยคุณพี่ขา ทำไมไม่เช็คเครื่องยนต์ก่อนมาล่ะคะ” พันยังบ่นอีก

    “พี่ก็เช็คอยู่นะ” พัชรู้สึกผิด

    “รถเสียแบบนี้จะทำยังไงล่ะพี่” พันกังวล

    “พี่โทรเรียกช่างมาที่นี่แล้วล่ะ” พัชกล่าว

    สักพักช่างก็มาพร้อมกับเครื่องมือลากรถ สองสาวขึ้นไปนั่งบนรถของตัวเอง แล้วปล่อยให้รถของช่างลากรถของเธอไปจนกระทั่งถึงอู่ซ่อมรถ

    “รถพี่เข้าอู่หลายครั้งแล้วนะคะ” พันกล่าว

    “นั่นสิ สงสัยต้องเก็บเงินซื้อรถใหม่ได้แล้วมั้ง” พัชเริ่มวางแผน

    “รอพี่วิทย์ไปรับไปส่งดีกว่า” พันเห็นว่ายังไงทั้งสองก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว

    “งานพี่ต้องเดินทางตลอดนะ” พัชคิดว่ายังไงก็ต้องมีรถกันคนละคัน

    “แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อคะ” พันสงสัย

    “เอ่อ รถคุณซ่อมเสร็จวันพรุ่งนี้เที่ยงครับ” ช่างประเมินสภาพรถเสร็จแล้ว

    “ขอบคุณค่ะ เจอกันวันพรุ่งนี้ค่ะ” พัชกล่าวแล้วพาน้องเดินออกมาจากอู่

    “แล้วพวกเราจะเดินทางยังไงคะ” พันกังวล

    “นั่งรถโดยสารก็แล้วกัน” พัชจูงมือน้องเดินไปตามถนน

    พอเดินมาถึงป้ายรถเมล์ก็เพิ่งตระหนักว่า มันสองทุ่มแล้ว ไม่มีรถเมล์วิ่งแล้ว

    “แล้วพวกเราจะเข้าไปในเมืองยังไงคะ” พันกังวลหนักเพราะไม่มีรถผ่านเลย

    “Hitchhiking ก็แล้วกัน โบกรถเอา” พัชกล่าว

    “มันน่ากลัวนะคะ” พันกลัว

    “น่า คงมีคนใจดีบ้าง” พัชพยายามปลอบใจน้อง

    และแล้วพัชก็ใจกล้าบ้าบิ่นโบกรถ โชคดีที่มีรถบรรทุกคันหนึ่งยอมจอดรถให้กับพวกเธอ

    “จะไปไหน” คนขับกล่าวเสียงดัง

    สองสาว๻๠ใ๽กับชายวัยฉกรรจ์หน้าตาอย่างกับมาเฟีย แถมเขามีลายสักเต็มตัวอีก “ขะ ขะ เข้าเมืองค่ะ” พันกล่าวตะกุกตะกัก

    “งั้นก็ขึ้นมา” คนขับพูดเสียงห้วน

    สองสาวทำท่าลังเล

    “จะขึ้นไม่ขึ้น ยามวิกาลแบบนี้ ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีรถผ่านรู้มั้ย” คนขับกล่าว

    “ค่ะๆ ขึ้นค่ะ” พัชพาน้องขึ้นรถ

    พัชเสียสละขึ้นไปก่อน เมื่อนั่งเรียบร้อย พัชกับพันก็นั่งจับมือกันด้วยอาการตัวสั่น

    “เป็๲สาวเป็๲นาง นึกยังไงถึงเดินทางยามวิกาลแบบนี้ ไม่กลัวคนร้ายหรือยังไง” คนขับพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้หันมาหาพวกเธอเลย

    “กะ กลัวค่ะ” พัชกล่าวเสียงสั่น

    “เอ่อ ทำไมถึงขับเร็วจังคะ” พันทัก

    “รถไม่มีของ เลยขับเร็วได้” คนขับพูดตามตรง

    “แต่มันอันตรายนะคะ” พันกังวล

    ผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาแล้วส่งสายตาดุใส่พวกเธอ

    พันเลยยอมเงียบและก้มหน้า

    “เอ่อทำไมไม่ออกถนนใหญ่ล่ะคะ แล้วนี่จะไปไหน” พัชเริ่มท้วง

    “ไปทางลัด” คนขับกล่าวเสียงห้วนอีกครั้ง

    พัชกับพันเริ่มหน้าซีด “เอ่อจอดให้พวกเราลงตรงนี้ก็ได้นะคะ”

    คนขับก็ยังเงียบไม่ยอมตอบรับอะไร และมุ่งหน้าขับรถต่อไป

    พันกำลังจะโวยวายให้เขาจอด แต่ทว่า

    รถทะลุซอยออกมาถึงในเมืองชัยภูมิจริงๆ

    “ถึงแล้ว ลงไปได้แล้ว” คนขับยอมจอดรถแต่โดยดี

    พันกับพัชรีบกล่าวขอบคุณ แล้วรีบลงไปทันที

    ทั้งสองรู้สึกโล่งใจมากที่คนขับยอมมาส่งพวกเธอถึงในเมืองจริงๆ

    สักพักคนขับรถคนเดิมก็บีบแตรเรียกพวกเธอ

    พันกำลังพาพัชเดินหนี แต่คนขับรถโชว์กระเป๋าถือของพันให้ดู

    พัชเลยรีบไปรับกระเป๋าน้องคืน

    “ขะ ขอบคุณค่ะ” พัชกล่าวเสียงสั่นเช่นเคย

    คนขับหน้าตาน่ากลัวยอมส่งกระเป๋าคืนให้แล้วขับรถจากไป

    พันรีบตรวจเช็คข้าวของในกระเป๋าก็พบว่าครบทุกอย่าง และมีส่วนที่เกินมาด้วย นั่นก็คือ กระดาษแผ่นหนึ่ง

    ในนั้นเขียนว่า “ต่อไปอย่าโบกรถแบบนี้อีก มันอันตราย”

    “ค่ะ ค่ะ ต่อไปพวกเราไม่กล้าแล้วค่ะ” พัชบ่นขึ้นมา

    “ถึงเขาน่ากลัว แต่เขาก็ใจดีเขียนจดหมายเตือนพวกเรานะคะ” พันยังรู้สึกขอบคุณ

    “พี่ว่าคงต้องเลิกไปเที่ยวป่าเที่ยวเขาสักระยะแล้วล่ะ” พัชเริ่มเข็ด

    “ไม่ต้องเลิกหรอกค่ะ แค่พี่ไปกับพี่วิทย์ ไม่ใช่พาน้องสาวมาผจญภัยแบบนี้” พันยังคงบ่น

    “จ้า จ้า พี่ไม่กล้าแล้วล่ะ” พัชกล่าวยิ้มๆ