คาโต้ มูซาชิ หันมองห้องประทุนเรือเพียงแวบ ความห่วงกังวลปลาสนาการสิ้น
ภายใต้ความคุ้มครอง เหล่าบุรุษหนุ่มยอดฝีมือ แม้ฝ่ายตรงข้ามใช้มือเกาทัณฑ์มากกว่านี้อีกสองเท่า ยังไม่อาจทะลวงผ่านม่านประกายดาบ กระทบถูกห้องประทุนเรือแม้สักครึ่งดอก
องครักษ์เฒ่า เผยยิ้มเหี้ยม กำหนดแผนขึ้นในใจ เกาะคุโรจะเป็สุสานกลบฝังโจรสลัดกลุ่มนี้!
เนื่องเพราะเหล่าโจรสลัด คุ้นชินต่อการใช้ชีวิตบนเรือย่อมชำนาญการต่อสู้ตะลุมบอน บุกยึดเรือเป็หลักสำคัญ ทั้งในสถานที่จำกัดเช่นบนเรือหากถูกกลุ้มรุมโอบล้อม หนทางตีฝ่าหนีรอด แทบเป็ไปไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนจากบนเรือเป็พื้นแผ่นดิน สภาพการณ์จะแตกต่างอย่างมากมาย
เหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์ รวมถึงหน่วยรักษาการณ์ซึ่งคัดเลือกมาแม้มีจำนวนรวมกันเพียงหนึ่งร้อยคน ทว่าทุกผู้ล้วนเป็มือดีในมือดีชำนาญการรบเจนสมรภูมิ
ขอเพียงทั้งหมดขึ้นฝั่งได้ จะตรงเข้ายึดกุมชัยภูมิอันมีเปรียบจัดขบวนรุกรับเข้าปะทะตีโต้ต่อต้าน โจรสลัดเพียงสามร้อยเหล่านี้ไหนเลยคณนามือพวกมัน
ดังนั้นแม้ขณะนี้จะตกเป็เป้า ถูกเรือเร็วของเหล่าโจรรุมระดมยิงพายุเกาทัณฑ์เข้าใส่ โดยลูกธนูของพลเกาทัณฑ์ ไม่อาจยิงไปถึงเรือพวกมันทว่านั่นกลับยังไม่น่าวิตกกระไร
เหล่าองครักษ์กับหน่วยรักษาการณ์ สามารถต้านยันพายุเกาทัณฑ์ไว้ได้ประการสำคัญในขณะนี้คือ ไม่อาจปล่อยให้เรือของเหล่าโจรสบช่องหาโอกาสประชิดเข้าใกล้มากกว่านี้
องครักษ์เฒ่าย่อมมองออกว่า การระดมยิงเกาทัณฑ์ดั่งพายุก็ดีการแล่นรี่ฉวัดเฉวียน โอบล้อมหน้าล้อมหลังของเรือเร็วทั้งห้าลำก็ดีมีจุดประสงค์ประการเดียว ้าตัดกำลัง สร้างความไขว้เขวให้งุนงงไม่อาจระวังป้องกันถูกทิศทาง
เป้าหมายแท้จริงของพวกมัน คือ้าพุ่งเข้าระยะประชิดใช้เชือกติดตะขอเกี่ยวเหวี่ยงขว้าง สร้างเส้นทางบุกขึ้นยึดเรือลำนี้หากเกิดศึกตะลุมบอนวุ่นวายขึ้นบนเรือ สถานการณ์คงย่ำแย่ยิ่ง
เวลานี้ต้องบุกฝ่าวงล้อม ไปให้ถึงเกาะคุโร โดยเร็วที่สุด
คาโต้ มูซาชิ สั่งการน้ำเสียงเฉียบขาด
“รักษาระยะห่างไว้! อย่าให้พวกมันเข้าประชิด! ทะลวงฝ่าไปข้างหน้า!”
ทว่าฉับพลัน เรือโจรสลัดสามลำพุ่งโอบจากด้านข้างตรงเข้าขวางเบื้องหน้าในระยะประชิดยิ่ง การทะลวงฝ่าออกไปไหนเลยสามารถกระทำได้มิหนำซ้ำยังมีเรือโจรอีกสองลำ แล่นขึ้นกระหนาบข้างคอยคุมเชิง
เหล่าสมุนโจรร่วมร้อย บนเรือทั้งสามลำด้านหน้าเหวี่ยงขว้างเชือกติดตะขอนับสิบ ๆ เส้น เกาะเกี่ยวยึดโยงทั้งกราบและหัวเรือไว้หมายเหนี่ยวตรึงรั้ง มิให้เรือท่านหญิงฝ่าออกจากวงล้อมได้ทั้งตระเตรียมบุกขึ้นเปิดศึกตะลุมบอน
ฝ่ายเหล่าสมุนโจรบนเรือ ซึ่งกำลังกระหนาบข้างอีกสองลำ ฉวยโอกาสเข้าโอบล้อมประชิดติดตัวเรือทั้งซ้ายขวา
พวกมันเร่งยิงเกาทัณฑ์เข้าใส่ถี่ยิบ หมายตัดกำลังสังหารเหล่าองครักษ์และพลเกาทัณฑ์ให้มากที่สุด ทั้งยิ่งเร่งเหวี่ยงโยนเชือกเกี่ยวเรือไม่ขาดสายเปิดทางให้พวกพ้องบนเรือสามลำด้านหน้า บุกฮือขึ้นโจมตีอย่างสะดวกดาย
องครักษ์เฒ่าคาโต้ พุ่งทะยานร่างไปยังหัวเรือ สุ้มเสียงเหี้ยมหาญตวาดสั่งการ
“ตัดเชือก! เข่นฆ่าให้สิ้น! อย่าปล่อยให้พวกมันบุกขึ้นมาได้!”
เหล่าองครักษ์ หน่วยรักษาการณ์ โห่ร้องกึกก้องกรูเข้าตัดเชือกติดตะขอเป็พัลวัน ที่สุดกลับไม่อาจตัดได้หมดสิ้นเนื่องเพราะต้องแบ่งกำลัง หันหน้าไปรับมือเข่นฆ่าเหล่าโจรซึ่งทยอยบุกขึ้นเรือมาเรื่อย ๆ ทั้งหมดพยายามตรึงเหล่าโจรให้รวมกลุ่มอยู่เฉพาะบริเวณหัวเรือ
ส่วนพลเกาทัณฑ์ ทั้งระดมยิงโต้ตอบพายุเกาทัณฑ์จากเรือเร็วสองลำที่กระหนาบข้าง ทั้งต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งยิงเข้าใส่เหล่าสมุนโจรซึ่งเงื้อง่าดาบใหญ่วาววับ พวกมันทั้งปีน ทั้งเหนี่ยวเชือกโหนร่างทั้งพยายามพาดสะพานไม้ บุกกรูกันขึ้นมาบนเรืออย่างต่อเนื่อง
ในระยะประชิดเช่นนี้ แม้เป็คืนแสงจันทร์สลัวรางกระนั้นยังเห็นใบหน้าเหล่าโจรกระจ่างชัด นั่นยิ่งสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนบนเรือท่านหญิงเป็อย่างยิ่ง เพราะทั้งการแต่งกาย ใบหน้าและอาวุธล้วนระบุว่า กลุ่มโจรสลัดหลายร้อยนี้ เป็ชาวจงหยวนทั้งสิ้น!
หลายปีมานี้ เหล่าโจรสลัดเหิมเกริม พวกมันไม่เพียงปล้นสะดมเรือสินค้ายังบุกปล้นเมือง หมู่บ้านชาวประมง ตามชายฝั่ง ปล้น ฆ่า ข่มขืน เผาแนวชายฝั่งจนราบ
เหล่าโจรใช้เรือเร็วขนาดเล็ก บุกเข้าโจมตี ปล้นชิงเมืองเผาหมู่บ้านค่อยล่าถอยอย่างรวดเร็ว กว่ากองทหารทางการจะมาถึง ก็พบเพียงซากบ้านเรือนถูกเผาวอด
ในน่านน้ำทะเลตะวันออกดินแดนจงหยวน ั้แ่ปากแม่น้ำไข่มุกปากแม่น้ำฉางเจียง ไปจนถึงทะเลป๋อไห่ คาบสมุทรเหลียวตง รวมตลอดไปถึงอาณาจักรโชซอนน่านน้ำทั้งหมด ถูกโจรสลัดโจมตี ต่อเนื่องยาวนาน
นับั้แ่หลังเกิดา คราวทัพมองโกล บุกแผ่นดินอาทิตย์อุทัยจนล่วงมาร่วมสามร้อยปีแล้ว กลับไม่สามารถกำจัดกลุ่มโจรสลัดออกจากน่านน้ำได้อย่างเด็ดขาด
การค้าระหว่างดินแดนอาทิตย์อุทัย กับดินแดนจงหยวนสร้างผลกำไรให้บรรดาไดเมียว ตลอดจนกลุ่มพ่อค้าชาวอาทิตย์อุทัยอย่างมหาศาลในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ และราชวงศ์มองโกล ทางการเปิดให้บรรดาพ่อค้าซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างเสรี สินค้าสำคัญเพียงบางรายการเท่านั้นถูกควบคุมให้ซื้อขายเฉพาะกับราชสำนักการค้าทางทะเลจึงรุ่งเรืองเฟื่องฟูเป็อย่างมาก
ทว่านับจากเริ่มราชวงศ์ิเป็ต้นมา ทางราชสำนักออกกฎเข้มงวดการค้าขายทางทะเลกับต่างแดน ต้องทำผ่านการแลกเปลี่ยนบรรณาการโดยคณะทูตราชสำนักิจำกัดทั้งจำนวนเรือ จำนวนครั้งที่ดินแดนต่าง ๆ จะส่งคณะทูตเข้ามาทั้งอนุญาตให้เรือของดินแดนต่าง ๆ เทียบท่าในท่าเรือเฉพาะเท่านั้น
การไม่ให้ความสำคัญถึงขนาดปิดกั้นการค้าของราชวงศ์ิ ทำให้พ่อค้าทั้งชาวจงหยวน และชาวอาทิตย์อุทัยสูญเสียผลประโยชน์ อันเคยได้รับจำนวนมหาศาล กลุ่มคนเหล่านี้เมื่อไม่สามารถหารายได้จากการค้า จึงเปลี่ยนกองกำลังตนเองไปเป็โจรสลัด ปล้นสะดมเรือสินค้าโดยไม่เลือกว่าเป็ของใคร
ราชสำนักิกับราชสำนักโชซอน ต่างยื่นข้อเสนอทางการค้าให้โชกุนแห่งตระกูลอาชิคางะ เพื่อจูงใจให้โชกุนแห่งแดนอาทิตย์อุทัยปราบปรามโจรสลัด
ครั้งนั้นโชกุนตระกูลอาชิคางะ ยังครองอำนาจปกครองอย่างแท้จริงจึงสามารถต่อรองกับบรรดาไดเมียว ยื่นเสนอผลประโยชน์ทางการค้าให้ไดเมียวเ่าั้แลกเปลี่ยนกับการที่บรรดาไดเมียว ต้องช่วยปราบโจรสลัดอย่างจริงจังผลจากข้อตกลงนี้ทำให้น่านน้ำ ปลอดโจรสลัดชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ทว่าหลังเกิดความขัดแย้ง ในการสืบทอดตำแหน่งโชกุนกระทั่งเกิดเป็าโอนิน บรรดาไดเมียวต่างตั้งตัว เป็เ้าครองแคว้นอิสระไม่เชื่อฟังโชกุนตระกูลอาชิคางะอีกต่อไป นับจากนั้นเป็ต้นมาเหล่าโจรสลัดยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นทวีคูณ โจมตีจงหยวนและโชซอนหนักข้อกว่าเดิม
ปกติเหล่าโจรสลัดชาวจงหยวน จะปล้นชิงเรือสินค้าั้แ่บริเวณทะเลใต้ดินแดนจงหยวน จรดทะเลตะวันออกเป็หลักส่วนอาณาบริเวณทะเลตะวันออกจรดแคว้นเหลียวตง เลยเรื่อยมาถึงอาณาจักรโชซอนถึงและเกาะคิวชู เป็ถิ่นหากินของโจรสลัดชาวอาทิตย์อุทัย
ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนว่า โจรสลัดชาวจงหยวน บุกล่วงล้ำเข้ามาปล้นชิงถึงห้วงน้ำระหว่างเกาะชิโกกุกับเกาะฮอนชู นี่หมายความว่าอย่างไรกันแน่!
จะอย่างไรสถานการณ์เวลานี้ ไหนเลยเปิดโอกาสให้คิดใคร่ครวญสิ่งใด เสียงคมดาบคมหอก อาวุธนานาชนิด กระทบประหัตปะาดังกึกก้อง เสียงพาดสายง้างเกาทัณฑ์ยิงศรสังหารยิ่งอื้ออึงถี่ยิบไม่ขาดระยะ
เสียงร้องโอดโอย ด้วยความเ็ป ดังระงมก้องห้วงน้ำกว้างเสียงร่างไร้ิญญา ร่างแล้วร่างเล่า ทอดกายทิ้งร่าง จมลงสู่ห้วงมหานทียิ่งดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
เสียงโห่ร้องเข่นฆ่า ยิ่งนานยิ่งดังกระหึ่ม กลบทุกสรรพเสียง!
องครักษ์เฒ่าคาโต้ สะบัดดาบยาวฟาดฟัน เร่งเข่นฆ่าเหล่าโจรพยายามต้านยันไว้บริเวณหัวเรือ มิยอมให้พวกมันมีชีวิตรอดไปได้อย่างเด็ดขาดแต่ยิ่งนานยิ่งรู้สึกสถานการณ์ตึงมือ ควบคุมยากยิ่งขึ้นทุกขณะ
การขอความช่วยเหลือ จากด้านอื่นยังกระทำมิได้เพราะฮิเดโยริต้องควบคุมสั่งการกราบสองข้าง ส่วนโยชิอิ นากาโตะ และเค็นจิต้องคุ้มครองห้องประทุนเรือ ไหนเลยปลีกตัวมาได้
วูบนั้น เชือกติดตะขอคมกริบร่วมสิบเส้นแหวกฝ่าอากาศระดับความเร็วดั่งสายวิชชุ พุ่งตรงเข้าใส่ร่างคาโต้ มูซาชิอย่างแม่นยำพร้อมเพรียง โดยไม่มีเค้าลางมาก่อน!
องครักษ์เฒ่าใจหายวาบ ไฉนในหมู่โจรสลัดกลับปรากฏผู้มีพลังฝีมือสูงเยี่ยมปานนี้!
ดาบยาวในมือขยับวูบ กำลังจะวาดฝ่าอากาศ พุ่งแผ่พลังสภาวะสะบั้นเชือกติดตะขอเ่าั้ ทว่าในเสี้ยวพริบตา จากด้านหลังบังเกิดเสียงเฟี้ยวดังฝ่าอากาศถี่ยิบ พุ่งเข้าใส่ด้วยกำลังแรง เชือกติดตะขอร่วมสิบเส้นขาดสะบั้นสิ้นร่วงตกลงบนพื้นดาดฟ้า
สายตาคมกล้าขององครักษ์เฒ่าคาโต้ มองออกว่าสิ่งซึ่งตัดเชือกเ่าั้เป็เข็มเงินที่ใช้ในการฝังเข็ม!
บังเกิดกระแสเสียงตวาดกร้าว เป็ภาษาชาวจงหยวน ดังจากเรือโจรสลัดหนึ่งในสามลำซึ่งอยู่ด้านหน้า
“ยอดฝีมือค่ายสำนักใด สอดมือยุ่งเกี่ยว! โปรดประกาศนาม!”
หนึ่งสุ้มเสียงกังวานใส ตอบโต้กลับด้วยภาษาเดียวกัน
“คำยอดฝีมือไหนเลยกล้ารับไว้ แค่ขับไล่โจรลักเล็กขโมยน้อยกลุ่มหนึ่งมิใช่เื่ลำบากยากเย็น...” กลับเป็สุ้มเสียงของมาเอดะ ทาคาโกะ
ขณะกล่าวประโยคนี้ นางโผทะยานร่าง พุ่งผ่านคาโต้ มูซาชิ เหล่าองครักษ์และหน่วยรักษาการณ์ทั้งมวล อาศัยเชือกติดตะขอเส้นหนึ่งตรงหัวเรือใช้เป็จุดหยั่งเท้า ร่างสูงเปรียวเหินลอยดั่งวิหค์ทะยานพุ่งตรงไปยังเรือโจรสลัด ลำซึ่งเป็ต้นตอกระแสเสียงตวาดกร้าว
แขนเสื้อยาวกระพือพลิ้ว ยามปะทะสายลม กระบี่ในมือขยับวูบ พุ่งไปเบื้องหน้าบังเกิดประกายเจิดจ้า สะท้อนแสงจันทร์พร่างพรายนภา หยาดพิรุณโลหิตกระจายเต็มท้องฟ้า!
โจรสลัดนับสิบตรงหัวเรือ ลำที่ขวางอยู่เบื้องหน้าจบชีวิตสิ้นภายใต้การจู่โจมกระบี่ครั้งเดียว!
ร่างสูงเปรียว ยังไม่ทันแตะถึงหัวเรือ ทาคาโกะสะบัดปลายแขนเสื้อวูบดีดวัตถุทรงกลมสามชิ้น กระจายบนพื้นดาดฟ้า เสียงะเิแ่เบาดังตามติดลูกกลมทั้งสามแตกออก กลุ่มควันดำทะมึนปกคลุม ทั่วเรือโจรสลัดลำนั้น
เหล่าโจรสลัด เห็นเงาร่างอันพุ่งทะยานเข้ามา เป็ดรุณีนางหนึ่งแต่กลับห้าวหาญปานนั้น ทั้งงุนงงทั้งแตกตื่น อีกทั้งพลังฝีมือสะบั้นเชือกติดตะขอนับสิบเส้นในคราเดียว ยิ่งสะกดพวกมันจนระย่อ พากันแตกฮือถอยร่นไม่เป็ขบวน
ทาคาโกะไหนเลย ปล่อยโอกาสดีเช่นนี้หลุดมือ อาศัยความตื่นตะลึงเพียงเสี้ยวพริบตาทะยานร่างพุ่งแผ่ลมปราณกระบี่ บังเกิดประกายเจิดจ้าวูบวาบแปรเปลี่ยนจากหนึ่งเป็สิบจากสิบเป็ร้อย
หยาดพิรุณโลหิตสาดกระจาย ดั่งจุดแต้มกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเหล่าโจรสลัดทั้งกราบซ้ายขวา ทอดร่างสิ้นชีวิต ภายใต้ประกายกระบี่พร่างพรายครั้งนี้นับไม่ถ้วน!
ทาคาโกะไม่หยุดยั้งท่าร่าง ทั้งชิงโถมบุกจู่โจมเข้ากลางกลุ่มโจรสลัดต่อเนื่อง โสตประสาทนางปราดเปรียวเฉียบคมควันทะมึนนอกจากมิเป็อุปสรรค ยังใช้ซ่อนพรางร่างอย่างแยบยล บุกซ้ายโผพุ่งทะยานขวาราวบนเรือปราศจากผู้คน
ร่างสูงเปรียว พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า ลมปราณในร่างหมุนวนต่อเนื่องไม่ขาดตอน ผสานสภาวะกระบี่ ท่วงท่าแ่พลิ้วเผ็ดร้อน
กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่ใช้ออก บังเกิดพิรุณโลหิต ฟุ้งกระจายเต็มท้องนภาไม่ทราบกี่ชีวิตต้องจบสิ้น ภายใต้การบุกทะลวงจู่โจมของนาง
ในขณะที่เหล่าโจรสลัด ตื่นตะลึงต่อการบุกเดี่ยว ทะลวงจู่โจมขึ้นเรือโดยไม่คาดฝันของทาคาโกะ ฝ่ายเหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์ หน่วยรักษาการณ์ต่างเห็นเหตุการณ์ถนัดชัดเจน ล้วนเพิ่มพูนกำลังใจ เสียงโห่ร้องเอาชัยดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง
การลงมือจู่โจม บุกทะลวงเดี่ยวครั้งนี้ ทาคาโกะมิได้กระทำโดยผลีผลามนางเฝ้าสังเกตสถานการณ์โดยรวม กระทั่งแน่ใจว่า เหล่าโจรสลัดร่วมสามร้อยนี้ล้วนมีพลังฝีมือพื้นเพสามัญ
การที่พวกมันต้าน กองกำลังมือดีตระกูลมิโยชิได้ นอกจากเพราะใช้เกาทัณฑ์อันมีระยะยิงไกลกว่า เกือบหนึ่งเท่าตัว ยังมีอีกประการสำคัญยิ่งกว่า...
นั่นคือบนเรือแต่ละลำ ต้องมีหัวหน้าฝีมือเยี่ยม คอยบัญชาสั่งการ!
เนื่องเพราะหากบนเรือแต่ละลำ ไม่มีหัวหน้าคอยควบคุมสั่งการเหล่าโจรสลัดไหนเลยสามารถ ผสานเป็หนึ่งเดียว บังคับเรือเร็วเข้าโจมตีรุกไล่เรือท่านหญิง ่ชิงความมีเปรียบได้ถึงเพียงนี้
ประการสำคัญ รูปขบวนซึ่งเรือเร็วทั้งห้าลำ เข้าโอบล้อมหน้าหลังจากทุกทิศทางสะกดกระทั่งเรือท่านหญิง ไม่อาจทะลวงฝ่าออกไป กลับเป็ค่ายกลเบญจธาตุ!
ดังนั้นหัวหน้าของเหล่าโจร บนเรือแต่ละลำ ต้องเป็ยอดฝีมือจงหยวน!
หรือหมายความว่า โจรสลัดกลุ่มนี้มียอดฝีมือถึงห้าคน ควบคุมสั่งการ!
ไฉนโจรสลัดชาวจงหยวน ปรากฏตัว ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย...
ไฉนยอดฝีมือจงหยวน กลายเป็หัวหน้าโจรสลัด...
ทาคาโกะเก็บความสงสัย ปัญหาประดามีทั้งมวลไว้ในใจโสตประสาทปราดเปรียวเฉียบคม เร่งสำรวจจับการเคลื่อนไหว ทั่วทั้งสี่ทิศแปดทางหมายค้นหาหัวหน้าโจรสลัด บนเรือลำนี้ให้พบโดยเร็ว
ทันใด ปรากฏพลังฝ่ามือหนักหน่วง ลมปราณรุนแรงมหาศาล พุ่งกระแทกเข้าใส่ตรง ๆจากเบื้องหน้า โดยไม่มีเค้าลางมาก่อน!