ผมเก่งขึ้นได้เพราะภารกิจ

    การทดสอบ

         เวลาผ่านไปจนกระทั่งเย็นจวบจนจะค่ำชายหนุ่มก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความเ๽็๤ป๥๪ก็เริ่มปะทุ กล้ามเนื้อสั่นกระตุกเพราะความเหนื่อยล้า สองมือที่โดนเขาแรคคูนแทงก็เริ่มระบม เขาลงจากต้นไม้แล้วเดินกลับเมือง


         สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อไปถึงเมืองนครบันคือไปที่ตึกรับซื้อของ เขานำเขาปีศาจแรคคูนทั้ง 9 อันยื่นให้กับคนรับซื้อ 
         คนรับซื้อมองหน้าเอกก็รู้ทันทีว่าเป็นขยะประจำเมือง แต่สภาพสะบักสะบอมเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผล ถือหอกไม้ปลายหอกพันด้วยเขาปีศาจแรคคูน ชายชราคิดได้ทันทีว่าขยะตัวนี้คงพยายามอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนถึงแม้จะไม่มีพลังเวทก็ตาม
         อย่างไรก็ตามชายชราไม่เคยคิดขับไล่ชายหนุ่มเพียงเพราะเหตุผลไร้สาระ แต่เขากลับชื่นชมอยู่ในใจที่อย่างน้อยก็ยังมีความพยายาม 
         ชายชรานำเงินจำนวน 90 เคก วางตรงหน้าเอก เป็นเหรียญ 10 เคกจำนวน 9 เหรียญ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบคว้าเงินเหล่านั้นเอาไว้แล้วเอ่ยปากถามว่า
    "ยาเวทรักษาระดับต่ำราคาเท่าไหร่?"
         ชายชราเหลือบมองก่อนจะตอบกลับพร้อมกับทำงานของตนไปด้วย
    "ขวดละ 50 เคก"
    "งั้นผมเอา 1 ขวด" เอกวางเงิน 50 เคก ตรงหน้าชายชรา ส่วนชายชราก็นำขวดยาเล็กๆสีแดงสดวางลงพร้อมกับเก็บเงินไป
         เอกคว้าขวดยานั่นแล้วเดินออกจากร้านทันที หลังจากนั้นเขายกดื่มยาเวทแล้วโยนขวดทิ้ง ต่อไปก็หาที่หลบซ่อนในตรอกเล็กๆ แล้วพักรักษาตัว
         ยาเวทรักษามีหลายคุณภาพยิ่งระดับสูงยิ่งออกฤทธิ์และให้ผลเร็ว ส่วนยาเวทรักษาระดับต่ำที่เอกดื่มเข้าไปจะต้องรอเวลา 5 นาทีกว่าจะเริ่มมีผลและระยะเวลาการรักษาค่อนข้างใช้เวลานาน มันมีผลแค่ 10 นาทีหากภายใน 10 นาทียังรักษาไม่เสร็จมันก็จะหยุดแค่นั้น
         อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไปแล้ว 5 นาที ฤทธิ์ของยาก็เริ่มมีผล บาดแผลตามตัวค่อยๆหายไป รูโหว่บนมือค่อยๆฟื้นตัวอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆเริ่มทุเลาลง เวลาผ่านไป 10 นาที ฤทธิ์ของยาก็หมดผลของมัน
         ชายหนุ่มแกะผ้าพันแผลบนมือทั้งสองข้างแล้วมองดูมือของตน รูโหว่ที่เคยมีตอนนี้หายสนิท กล้ามเนื้อก็หายเจ็บปวดกลับมาเป็นสภาพดีเหมือนใหม่ แต่อาการเหนื่อยล้าไม่ได้หมดไปเพราะยาเวทรักษาทำได้แค่รักษาอาการบาดเจ็บแต่ไม่ได้ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า
         ชายหนุ่มพักอีกสักพักก็มีเรี่ยวแรงเหมือนเดิม ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกหิวจึงเดินไปยังตลาดในเมือง
         ตลาดภายในเมืองคับคั่งถึงแม้จะเป็นหัวค่ำแต่คนก็ยังมาจับจ่ายใช้สอย เหล่านักเดินทางแต่งตัวโดดเด่นทั้งชุดเกราะหนักดูแล้วหลายกะตัง ไม่เพียงแค่นั้นยังมีเหล่านักเวทสวมชุดแตกต่างใครเห็นก็บอกได้ว่าเป็นนักเวท
         เมื่อเอกเดินมาถึงตลาดสายตาเหยียดหยามดูถูกเพ่งเล็งมาที่เขาคนเดียว แต่ใครจะสนกันล่ะ เขาถูกสายตาเหล่านี้มองมาเป็นพักๆหมื่นๆครั้งจนตอนนี้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกต่อไป 
         และตอนนี้เขามีเงินมากพอจะซื้อของกินไม่ต้องเป็นกินเศษขยะที่พวกมันทิ้งเอาไว้ 
    "ไม่มีพลังเวทแล้วยังไงวะ กูก็ยังเอาชีวิตรอดมาได้ หึหึ"
         เขาพูดเบาๆกับตัวเองเหมือนคนมีความสำเร็จในชีวิตและมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำได้
    "เฮ้ยๆ นั่นมันเขาของปีศาจแรคคูนนี่หว่า"
         หนึ่งในกลุ่มคนพูดเมื่อเห็นปลายหอกไม้ของเอก
    "เออว่ะ มันต้องไปขโมยของใครมาแน่ๆ"
    "ใช่ คนอย่างมันหากล่าเองก็ต้องมีแผลแน่ๆเพราะมันเป็นแค่ขยะที่ไม่มีพลังเวท"
         คนเริ่มประนามชายหนุ่ม
    "ไอ้ตัวเฮ็งซวยอย่างแกที่โดนพระเจ้าทอดทิ้ง ไสหัวออกไปจากเมืองนี้ได้แล้วโว้ย"
         จากนั้นผู้คนก็เริ่มปาสิ่งของใส่ชายหนุ่มจนเกิดความโกลาหล และในขณะนั้นเองมีใครบางคนโยนก้อนหินเท้ากำปั้นมาที่หัวของเอก 
         เอกกำหมัดแน่นแล้วต่อยหินก้อนนั้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยพลังพละกำลัง +2 ที่เขาได้มา แต่ก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลเล็กน้อยบนหมัด 
    "หูบปาก!!! ข้าไม่มีพลังเวทแล้วยังไง สักวันเถอะพวกแกทุกตัวจงระวังให้ดี ข้าจะเอาคืนพวกแกเป็นร้อยเท่าพันเท่า!!"
         เอกตะโกนลั่น ทุกคนจึงหยุดนิ่งเมื่อเขาพูดจบพวกมันก็เริ่มหัวเราะเยาะเขาอีกครั้ง
    "ฮ่าๆๆ สงสัยมันจะเป็นบ้าไปแล้วว่ะ"
         ชายหนุ่มไม่คิดจะซื้อของแถวนี้กินอีกต่อไปเพราะคนที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างเขา จึงได้แต่หันหลังกลับแล้วเดินหายไปในความมืด
         เอกเดินเข้ามาในตรอกซอยแห่งหนึ่ง เขาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยและในขณะนั้นเองภารกิจก็ปรากฏตรงหน้าเขา เพียงแค่มันปรากฏออกมาชายหนุ่มก็ดีใจเป็นลิงโลดเต้น
    ภารกิจ III
         ทำตามคำขอของหญิงชราลึกลับ
    รางวัล ปลดล๊อคตลาดมืด 
    หากล้มเหลว พละกำลัง -1
         เอกงุนงงกับภารกิจ รางวัลที่มันเขียนบอกปลดล๊อคตลาดมืดมันคืออะไรกัน? แต่คำว่าล้มเหลวแล้วสิ่งที่จะต้องเสียทำเอกหน้าซีดเผือก ชายหนุ่มได้แต่คิดหนักหรือจะเป็นตลาดลึกลับที่เหล่าอาชญากรและคนในมุมมืดซื้อขายกัน เขาเคยได้ยินเพียงข่าวลือว่าของทุกอย่างในนั้นแพงมหาศาลแต่ของแต่ละชิ้นหายากทั้งนั้น
         และในตอนนั้นเองก็มีหญิงชราเดินมาหาเขาจากในซอยมืด ดวงตาแฝงไปด้วยความเลศนัยมิอาจหยั่งถึง เธอเดินตรงมาหาเขาแล้วเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
    "หนุ่มน้อยเจ้าคือคนที่ทุกคนเอ่ยว่าขยะน่ะหรือ" เอกจึงพยักหน้า
    "ทุกคนล้วนเกิดมามีข้อดีและข้อเสีย แต่ระหว่างคนดีและคนไม่ดีเธอจะแยกมันออกได้อย่างไรกัน?"
    "หนุ่มน้อย เธอน่ะไม่ใช่คนไม่ดีแค่ยายแก่คนนี้มองดูก็รู้แล้ว แต่เธอเองก็ต้องมีจุดยืนในที่ของตัวเอง"
    "เอาแบบนี้ไหมถ้าผ่านการทดสอบเดี๋ยวจะพาไปยังที่สำหรับคนแบบเธอ" เอกจึงพยักหน้าอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำตามคำขอร้องเพื่อไม่ให้ล้มเหลวแน่ๆ
    "เช่นนั้นการทดสอบคือเอาชนะสัตว์เลี้ยงของยายแก่คนนี้ให้ได้"
         ทันใดนั้นเองหญิงชราก็เริ่มร่ายเวท ทุกอย่างนิ่งสงบไม่มีเสียงลมพัดผ่านดังเช่นเมื่อครู่ 
    "เอาล่ะตอนนี้ฉันได้ร่ายเวทพื้นที่กระจกเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะต่อสู้ยังไงก็ไม่กระทบถึงในโลกแห่งความเป็นจริง"
         เวทพื้นที่กระจกคือเวทอีกมิติหนึ่ง คนด้านนอกจะมองไม่เห็นและจะไม่ได้รับผลกระทบจากข้างใน
    "นี่คือสัตว์เลี้ยงของฉัน"
         ในมุมมืดค่อยๆมีร่างขนาดใหญ่เดินออกมา รูปร่างของมันเผยโฉมให้เอกได้เห็น มันคือสุนัขพิโรธ ร่างสูงกว่า 4 เมตร ดวงตาสีแดงส่งเสียงขู่ด้วยเสียงอันทรงพลัง ตัวสีดำน่ากลัวอย่างยิ่ง
    "โอ้พระเจ้าจอร์จ ได้ตายก็คราวนี้ล่ะ"
         เอกกลืนน้ำลายดังเอือก แขนขาสั่นพั่บๆ เขารู้ดีว่าสุนัขพิโรธเป็นปีศาจระดับผู้ฝึกเวท ขั้น 3 หากยายแก่บอกว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงแสดงว่าเธอจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
         การต่อสู้ระหว่างสุนัขพิโรธระดับผู้ฝึกเวทขั้น 3 กับชายหนุ่มที่ไม่มีพลังเวทอะไรเลย เขาจะอยู่รอดหรือไม่ ไม่มีใครรู้มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ แต่ที่รู้ๆคือเขาถอยไม่ได้ เพราะหากยอมแพ้เขาจะสูญเสียพละกำลังไปถึงหนึ่งเลยทีเดียว