ร่างเนื้อนี้ผอมและอ่อนแอมากเป็พิเศษถึงแม้ว่าหงส์สิตาจะอยู่ร่างนี้มาหลายวันแล้วแต่ยังคงไม่อาจปรับตัวเข้ากับความรู้สึกที่อ่อนแอนี้ได้เธอจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการกินและนอนเท่านั้น จะมีบ้างใน่สายๆที่อากาศเริ่มอุ่นเธอจะออกกำลังกายขยับแขนและขาเล็กน้อยให้พอมีกำลังไม่อ่อนเพลียจนเกินไป อาหารที่รับประทานส่วนใหญ่ก็เน้นเนื้อสัตว์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและโปรตีนจากถั่ว ไขมันเล็กน้อยพอให้ผิวอิ่มชุ่มไม่แห้ง
หลายวันมานี้ อิงอิง ทุ่มเทกายใจปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกายโดยตลอดหงส์สิตาเองก็ซาบซึ้งใจอย่างมาก อย่างน้อยในโลกใหม่ก็มีเพื่อนที่จริงใจกับเธอเมื่อก่อนหลังจากที่เธอหนีไปใช้ชีวิตคนเดียวที่ประเทศอังกฤษเธอจะทำสิ่งใดล้วนไม่มีใครสนใจนอกจากมะนาว เพื่อนสนิทสมัยมัธยมเท่านั้นคราวที่เธอยังใช้ชีวิตเป็คุณหนูในคฤหาสน์เกริกอนันต์ไม่เคยมีใครที่เข้ามาคบหากับเธอด้วยน้ำใสใจจริงมาก่อนทุกคนที่เข้ามาล้วนหวังผลประโยชน์จากเธอทั้งสิ้น
หงส์สิตาจะต้องทำให้ชีวิตของหนี่ว์หลินเฟิ่งนับแต่นี้เต็มไปด้วยสีสันขณะเดียวกันก็จะทำให้เธอเองมีชีวิตอยู่อย่างสบายใจและมีความสุขยิ่งขึ้นเพื่อชดเชยให้กับเ้าของร่างเดิมที่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเล่นอย่างเด็กหญิงวัยเดียวกันแน่นอนว่าหงส์สิตาจะไม่ปล่อยให้ใครและเื่ใดมาเป็อุปสรรคในชีวิตใหม่เด็ดขาด!
นี่คงอาจเป็โชคชะตาหรือใครลิขิตประจวบเหมาะของเธอและหนี่ว์หลินเฟิ่งก็เป็ได้หงส์สิตาทำความเข้าใจเกี่ยวกับจวนเ้ากรมพิธีการ แคว้นมู่และเื่ราวอื่นๆพอสมควรจากการบอกเล่าของ อิงอิง ในหลายวันมานี้เธอจึงมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่กังวลคือสมัยนี้ยังไม่มียาแบบเม็ด เธอจึงต้องฝืนทนดื่มยาที่มีกลิ่นฉุนและขมยิ่งกว่าบระเพ็ดทั้งยังเหม็นเขียวติดจมูกอีกด้วยจากประสบการณ์ที่ผ่านมาควรดื่มขณะที่ยาถ้วยยังอุ่นๆ อยู่ หากปล่อยให้เย็นชืดอาจถึงตายได้ จากการดื่มยาติดต่อกันมาหลายวันๆ สามเวลาหลังอาหาร ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายค่อยๆรู้สึกเบาสบายขึ้นมาบ้าง ความอยากอาหารก็เพิ่มมากขึ้นด้วยร่างกายที่เคยเรียบบางมีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อย ดั้งน้อยๆ ก็เริ่มมีบ้างแล้วเพราะทุกเช้าสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือการบีบดั้งเพราะสมัยนี้ยังไม่มีการศัลยกรรมและการแพทย์ยังไม่เจริญถึงแม้ชาติที่แล้วดั้งเธอจะมีโดยกรรมพันธุ์ก็เถอะ แต่คิดว่าร่างนี้อาจจะค่อยๆ มีก็ได้หงส์สิตาให้กำลังใจตัวเอง
อาหารการกินที่นี่ก็นับว่าอุดมสมบูรณ์ดีมากหากรู้สึกว่าเธอได้น้ำหนักที่พอใจแล้วคงต้องควบคุมอาหารไม่เช่นนั้นจากผอมแห้งอาจจะกลายร่างเป็หมูน้อยก็ได้
“คุณหนูเ้าค่ะ กำลังดูสิ่งใดอยู่หรือเ้าคะ” อิงอิงเรียกด้วยความประหลาดใจเพราะคุณหนูของตนไม่เคยมานั่งริมหน้าต่างและชมธรรมชาติเช่นนี้มาก่อนเนื่องจากร่างกายคุณหนูอ่อนแอต้องลมเพียงนิดก็ทำให้ป่วยไข้ไปหลายวันจึงนอนเล่นนั่งเล่นที่เตียงเป็ส่วนใหญ่
“อิงอิง เ้าดูสิ” หงส์สิตาเปิดหน้าต่างออกแล้วชี้ไปด้านนอกอย่างตื่นเต้น“ ดอกท้อ ช่างสวยงามนัก ข้าชอบดอกท้อเป็ที่สุด”
“ ไหนเ้าคะ” อิงอิงรีบเดินไปชะโงกหน้าดูจากนั้นก็ตบมืออย่างตื่นเต้น
“จริงด้วยเ้าค่ะเริ่มต้นฤดูไม่กี่วันก็บานสวยงามนักปีนี้ต้องเป็ปีที่ดีแน่นอนเ้าค่ะ”
“นั่นสินะ” หงส์สิตาตอบและยิ้มอย่างเบิกบานใจ
“คุณหนูจะไปที่ใดหรือเ้าคะ” อิงอิงร้องขึ้นด้วยความใ
แต่เมื่อเห็นมือเรียวขาวผ่องยื่นออกมาจากแขนเสื้อมือนั้นงามราวหยกขาวเนื้องามสลักแต่กลับอ่อนนุ่มนวลราวปุยนุ่นชวนให้รักใคร่เอ็นดูยิ่งนัก อิงอิงรีบปราดเข้าไปประคองมืองามทันที
หลายวันมานี้หงส์สิตาพยายามลุกขึ้นมาเดิน นั่งอยากให้เป็ดั่งที่ใจคิดกลับต้องจนใจเพราะร่างนี้ยังอ่อนแอนักเนื่องจากกล้ามเนื้อคงไม่ได้ใช้งาน หรือออกแรงแต่ทว่าวันนี้รู้สึกมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังต้องอาศัยให้อิงอิงประคองยามเดินเหินทั้งยังเห็นดอกท้อข้างนอกบาน ในใจจึงหวังจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ในโลกก่อนช่างหาได้ยากยิ่ง ส่วนเการดินสำรวจจวนคงเก็บไว้เป็โปรแกรมต่อไปก็แล้วกันตอนนี้คงได้แต่เดินดูรอบๆ เรือนไปก่อน
“คุณหนู ท่านเพิ่งดีขึ้นหลังจากป่วยหนัก ท่านยังควรพักผ่อนให้มากๆ นะเ้าคะ”อิงอิงพูดอย่างเป็ห่วงและกังวลว่าคุณหนูจะล้มป่วยอีก
“ไม่เป็ไรมากหรอก ข้ารู้สึกดีขึ้นมาแล้ว” หงส์สิตาหัวเราะเบาๆกับท่าทางของอิงอิง
“ถึงอย่างไรข้าควรต้องลุกเดินอยู่ดี นอนนานๆ เข้าร่างกายก็อ่อนเปลี้ยไปหมดนานเข้าอาจจะเดินไม่ได้อีกเลย หรือเ้าอยากให้ข้าพิการกัน”
คำพูดของหงส์สิตาทำให้อิงอิงตะลึงอึ้งไปทันทีก่อนจะมองด้วยความประหลาดใจ ยากนักที่คุณหนูจะมีอารมณ์ขันเช่นนี้เพราะป่วยมาั้แ่เด็กและไม่เคยได้ออกไปเล่นอย่างเช่นเด็กๆคนอื่นในวัยเดียวกันคุณหนูจึงซึมเศร้าและไม่ค่อยยิ้ม อย่าว่าแต่เสียงหัวเราะเลยอิงอิง ยังไม่เคยได้ยิน
“อย่างนั้นข้าน้อยจะไปยกน้ำมาปรนนิบัติคุณหนูล้างหน้าสีฟันตรงนี้ดีหรือไม่เ้าคะ”อิงอิง รีบถามทันที เมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางกำลังเบิกบานใจจึงไม่อยากขัด
“อื้อ...ดีเหมือนกัน” หงส์สิตาพยักหน้า ส่วนอิงอิงเองก็รีบไปยกน้ำมาทันที
หงส์สิตาใช้น้ำสะอาดล้างหน้าก่อนและใช้ผ้าไหมอย่างดีซับหน้าจนแห้งที่นี่ไม่มี โฟมล้างหน้าหรอกนะใช้เพียงน้ำเปล่าเท่านั้นเพราะอากาศดีๆ แบบนี้หน้าไม่มัน หากแต่จะแห้งบ้างก็ต้องมีน้ำมันบำรุง จากที่ล้างน้ำอุ่นเสร็จแล้วทุกครั้งเธอจะขอให้อิงอิงใช้ผ่าชุบน้ำธรรมดาเพื่อไม่ให้รูขุมขนกว้างตอนแรกอิงอิงก็ไม่ยอมทำให้เพราะกลัวว่าเธอจะไม่สบายแต่เธอใช้วิธีออดอ้อนจนสาวน้อยยอมและเห็นเป็เื่ปกติไปแล้ว
จากนั้นหงส์สิตาก็หยิบหวีมาหวีเองส่วนอิงอิงก็เตรียมเครื่องประดับให้พอเปิดกล่องเครื่องประดับมาหงส์สิตานี่แทบจะร้อง ว้าว ทันทีเพราะมีเยอะมากและเลือกยากมาก เอาอันไหนดี ตัดสินใจไม่ถูกและอิงอิงก็แบ่งผมของหงส์สิตาเป็สองส่วนอย่างคล่องแคล่วแล้วเกล้าผมให้เพียงครึ่งเดียว สตรีที่ยังไม่ออกเรือนจะเกล้าผมเพียงครึ่งเดียวส่วยสตรีที่ออกเรือนแล้วโดยปกติต้องเกล้าเก็บผมให้หมดนี่เป็ข้อกำหนดของยุคสมัยนี้ซึ่งหงส์สิตาคิดว่าแปลกดีและข้อดีทำให้แยกออกได้ง่ายว่าหญิงใดออกเรือนหรือยังไม่ออกเรือน
“คุณหนู้าประดับผมด้วยสิ่งใดเ้าคะ อันนี้ดีหรือไม่” อิงอิงถือกล่องเครื่องประดับไว้พลางเลือกไปมา ในมืออิงอิงหยิบปิ่นทองหัวปิ่นแกะเป็ดอกกุหลาบอย่างประณีตสีสันสลับแดงเขียวไปมาดูลายตาซับซ้อนอลังการยิ่ง หงส์สิตาพลางคิดในใจว่าหัวน้อยๆไร้เรี่ยวแรงจะแบกไหวหรือจึงส่ายหัวปฏิเสธไป
“มันใหญ่เกินไปอิงอิง คอข้าอาจหักได้ เอากล่องเครื่องประดับมา ข้าจะเลือกเอง”
“เ้าค่ะ” อิงอิงประคองกล่องไว้ให้คุณหนูเลือกทันที
หงส์สิตาเลือกปิ่นประดับผีเสื้อเล็กๆอันหนึ่งมาปักบนผมจากนั้นก็หมุนหน้าไปมาให้อิงอิงดู พร้อมยิ้มบางๆ ให้น่าค้นหาพร้อมขอกระจกบานเล็กที่ถือถนัดมือ
รอยยิ้มนี้ทำให้อิงอิงตกตะลึงไปชั่วขณะ คุณหนูของนางงดงามยิ่งนักอีกสักปีสองปีคงหาหญิงใดเทียบ
นี่เป็ครั้งแรกที่หงส์สิตาได้เห็นใบหน้าชัดๆของร่างใหม่มีเธอมาอาศัยอยู่ความตระหนกในำพาให้หงส์สิตาอึ้งงันทันที
ในเงาสะท้อนของกระจกปรากฏดวงหน้าขาวผ่องดูหมดจดราวกับหยกเนื้อดีเส้นผมดกดำราวกับสีหมึกถูกเกล้าขึ้นไปประดับด้วยปิ่นผีเสื้อเล็กๆที่เธอเลือกเองเมื่อครู่ั์ตานุ่มนวลหวานซึ้งดุจน้ำใสเป็ประกายราวมีดวงดาวนับพันส่องประกายระยิบระยับริมฝีปากแดงดังอิงเถาโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติกแดงคิ้วเข้มดำเรียงเส้นโก่งงามแบบไม่ต้องไปสักหรือสไลด์คิ้วถึงจะผอมบางอ่อนแอเช่นนี้แต่กลับงามสง่าเฉิดฉายคาดว่าหากดั้งเพิ่มขึ้นมาอีกนิดนี่จะไปประกวดนางงามจักวาลเชียวงามจนหงส์สิตาอดที่จะลูบไล้ใบหน้าตนเองไม่ได้
ไม่คิดว่าสมัยนี้ยังมีสาวงามแบบไม่พึ่งศัลยกรรมอยู่ด้วยถึงแม้เธอคิดว่าชาติก่อนเธอสวยอยู่แล้วแต่เธอก็ยังเข้าครอสเสริมความงามฉีดโบท็อกบ้าง แต่ร่างใหม่งามแบบธรรมชาติจนเธอหลงรักตัวเองไปแล้วพลางคิดว่าตัวเองมาอยู่ในร่างหญิงงามเช่นนี้จะดีหรือ
“คุณหนูเ้าคะ” อิงอิงเห็นว่าคุณหนูจ้องมองตนเองในคันฉ่องอย่างเหม่อลอยก็อดเป็ห่วงไม่ได้ เสียงเรียกของอิงอิงทำให้หงส์สิตาได้สติจึงเกล้อเขินขึ้นมาทันที
“ดูท่าข้าจะไม่ได้ส่องดูตัวเองนานเกินไป ฮ่าๆ” หงส์สิตาหัวเราะน้อยๆ
“นั่นสิเ้าคะ รูปโฉมคุณหนูงดงามนักเทียบกับเทพเซียนได้เลย เ้าค่ะ”คำพูดของอิงอิงเจือด้วยแววตาจริงจังและซุกซน ทำให้หงส์สิตาอดที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มซาลาเปาไม่ไหว จากนั้นเธอลุกขึ้นด้วยการประคองของอิงอิงและค่อยๆ เดินชมบรรยากาศช้าๆ ไม่เร่งรีบ
อยู่แต่ในห้องมานานเกินไปตอนนี้รู้สึกว่าแสงแดดแสบตาเป็พิเศษ สวนดอกไม้และน้ำพุจำลองงดงามเหมือนของจริงมากจนหงส์สิตาอดเป่าปากไม่ได้มีทั้งความแปลกใหม่เงียบสงบทั้งหญ้าที่เขียวและดอกไม้เล็กสีเหลืองเข้มที่ขึ้นตามข้างทางถัดมาเป็สระบัวที่กำลังชูช่อบานหลากหลายสีตามทางเดินที่คดเคี้ยวมีดอกไม้ร่วงหล่นราวกับภาพวาดดอกท้อสีสวยสดผลิบานอย่างละลานตาชวนให้คนมองสบายตาและสบายใจยิ่ง สายลมเบาๆพัดเอื่อยหอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้พาใจสดชื่นยิ่งนักพาให้หงส์สิตาเคลิบเคลิ้ม
หงส์สิตารู้สึกได้ถึงความสุขความอบอุ่นในใจและความปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างแท้จริงเธอพูดคุยหยอกล้อกับอิงอิงอย่างสนุกสนานไปตลอดทางจนไปถึงใต้ต้นท้อซึ่งมีสีดอกสวยสดโดยไม่รู้ตัว
สายลมเย็นสบายพัดพาทำให้กลีบดอกท้อร่วงหล่นหงส์สิตาเงยหน้าขึ้นพลางแย้มยิ้มปล่อยให้กลีบท้อร่วงหล่นบนฝ่ามือขาวเบาๆรู้สึกจักจี้มือยิ่ง