ภายในห้องแต่งตัวที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำสนิทกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพของ กวิสรา ซีอีโอสาวผู้ทรงอำนาจ... ทว่าในเวลานี้ภาพที่ปรากฏกลับเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งในชุด ไมโครบิกินี สีขาวบางเฉียบ
ก้อยมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อสายของบิกินีเส้นเล็กไม่ถึงสองมิลลิเมตรพาดผ่านหัวไหล่และสะโพกส่วนเนื้อผ้าด้านหน้าก็เล็กจิ๋วเสียจนแทบจะปิดบังยอดอกสีชมพูและจุดสงวนไว้ไม่มิด ด้านล้างยิ่งแล้วใหญ่เธอมองดูกลีบอวบอูมเป็ร่องตามรูปทรงของผ้าบาง โชคดีที่เธอโกนมาก่อน
"ทำไมฉันต้องมาใส่ชุดบ้าๆนี่ด้วย?"
เธอตั้งคำถามกับตัวเองในใจทั้งที่อุตส่าห์เตรียมชุดว่ายน้ำแบรนด์เนมตัวเก่งมาสำหรับทริปธุรกิจต่างจังหวัดครั้งนี้แท้ๆเธอกะจะมาพักผ่อนเงียบๆ ทิ้งเื่งานไว้ข้างหลัง
แต่เมื่อนึกถึงประโยคที่บอกว่านี่คือกฎของคลับความคิดที่จะเดินออกไปโวยวายก็ถูกปัดตกไปอย่างน่าประหลาด
"ช่างเถอะ...กฎก็คือกฎ"
เธอพึมพำกับตัวเองเพื่อตัดรำคาญเธอแค่อยากจะพาร่างกายหนักอึ้งนี้ลงไปแช่ในน้ำ
ก้อยสูดหายใจลึกผลักประตูห้องแต่งตัวออกไปบริเวณสระว่ายน้ำส่วนตัวถูกอาบด้วยแสงไฟสีน้ำเงินสลัวดูเร้นลับเธอเดินตรงไปยังขอบสระด้วยท่วงท่าที่พยายามรักษาความมั่นใจเอาไว้แต่เมื่อปลายเท้าของเธอกำลังจะแตะลงบนผิวน้ำ ร่างสูงใหญ่ของ ปั้น ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้อย่างเงียบเชียบ
"เดี๋ยวก่อนครับคุณก้อย คุณยังลงสระไม่ได้" เสียงทุ้มราบเรียบของเขาดังขึ้น
ก้อยสะดุ้งเฮือกััของอากาศเย็นเฉียบริมสระปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่แทบจะไร้สิ่งปกปิดแสงไฟสีน้ำเงินสลัวไม่ได้ช่วยพรางความโค้งเว้าของร่างกายเธอเลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณความเป็ผู้หญิงสั่งการเร็วกว่าสมองเธอห่อไหล่เข้าหากันแขนเรียวยกขึ้นมาบังหน้าอกอวบอิ่มที่ล้นทะลักออกมาจากเศษผ้าชิ้นจิ๋ว
นิ้วมือที่เคยชินกับการจับปากกาเซ็นสัญญากำลังสั่นเทาดึงรั้งสายบิกินีเส้นบางเฉียบไม่ถึงสองมิลลิเมตรให้ขยับมาปิดบังยอดปทุมถันที่เริ่มชูชันท้าความเย็น
แต่ยิ่งพยายามขยับดึงสายรัดนั้นก็ยิ่งเสียดสีและรัดรั้งเนื้อนุ่มให้ปลิ้นเด่นชัดขึ้นไปอีก
ท่อนล่างยิ่งทำให้เธอแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีก้อยหนีบเรียวขาทั้งสองข้างเข้าหากันจนแน่น บิดสะโพกหนีสายตาที่นิ่งงันของปั้นเพื่อซ่อนเร้นจุดอ่อนไหวที่ถูกปกปิดด้วยเนื้อผ้าสามเหลี่ยมขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ
ความรู้สึกโล่งเตียนและไร้ทางสู้ทำให้ใบหน้าสวยคมที่เคยมองเหยียดคู่แข่งในห้องประชุมบัดนี้กลับเห่อร้อนและแดงซ่านไปจรดใบหูเืในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งด้วยความอับอายและตื่นตระหนก
"อ...อะไรอีกล่ะ? ฉันเปลี่ยนชุดตามที่คุณ้าแล้วนี่!"
ก้อยพยายามเชิดหน้าขึ้นเชิดคางที่สั่นระริก และกดเสียงให้เข้มเพื่อกอบกู้มาดประธานบริษัทกลับคืนมาแต่ดวงตาที่หลุกหลิกไม่กล้าสบตา และความสั่นเครือในน้ำเสียงกลับป่าวประกาศให้ชายตรงหน้าทราบนัยๆ ว่า ตอนนี้เธอไม่ใช่พยัคฆ์สาวอีกต่อไป...
ปั้นไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามหรือใช้สายตาจาบจ้วงแทะโลมเรือนร่างที่แทบจะไร้สิ่งปกปิดของเธอเลยแม้แต่น้อยดวงตาสีนิลคู่นั้นยังคงทอดมองก้อยอย่างว่างเปล่า เยือกเย็น และเป็มืออาชีพนั่นยิ่งทำให้ซีอีโอสาวรู้สึกปั่นป่วน มวนหน่วงในช่องท้องอย่างประหลาดราวกับเธอสูญเสียอำนาจการควบคุมร่างกายตัวเองไป
ชายหนุ่มละสายตาจากเธอช้าๆเขาหันไปหยิบขวดแก้วคริสตัลเจียระไนจากรถเข็นข้างสระภายในบรรจุของเหลวหนืดสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟสีน้ำเงินสลัว
"กฎข้อที่2 ครับ... คุณก้อย"
ปั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดขาด คลื่นเสียงของเขาราวกับโซ่กำมะหยี่ที่มองไม่เห็นเธอหายใจสะดุด ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนีหรือเอ่ยปากขัดขืน
"เนื่องจากน้ำในสระของเรามีสารพิเศษที่เข้มข้นมากทางเราไม่อนุญาตให้แขก VVIP ลงสระในสภาพผิวแห้ง...มันเป็กฎเพื่อปกป้องผิวของคุณเองครับ"
เขาเอียงขวดคริสตัลปล่อยให้น้ำมันอุ่นจัดหยดลงบนใจกลางฝ่ามือหนาช้าๆเสียงของเหลวหนืดกระทบผิวเนื้อดังก้องในความเงียบอันน่าอึดอัด
กลิ่นหอมหวานปนเย้ายวนของดอกไม้ป่าลอยอวลขึ้นมาแตะจมูกก้อยทันทีมันเป็กลิ่นที่รุนแรงและชวนให้สติสัมปชัญญะพร่ามัว
ปั้นประกบฝ่ามือเข้าหากันถูช้าๆ เพื่อวอร์มน้ำมันให้ได้อุณหภูมิที่พอดีั์ตาสีนิลเลื่อนกลับมาจับจ้องที่ดวงตาสั่นระริกของประธานสาวที่ยังคงกอดอกแน่นเข้าหากัน
"กรุณาคลายวงแขนออก...และเอนตัวลงบนแท่นหินอ่อนด้านหลังด้วยครับ"
เขาสั่งการด้วยรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
"ผมจำเป็ต้องชโลมน้ำมันอุ่นนี่ลงบนผิวของคุณ...ทุกตารางนิ้ว"