ครั้นเมื่อหลี่ฟางเซียนมาถึงโรงสีข้าวเขาก็พบว่าหวังลู่เสียนกำลังเคร่งเครียดอยู่กับงานที่ทำด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าวสารที่เม็ดหักให้คัดแยกออกฉันไม่อยากให้ส่งขาย”
“แต่คุณชายครับถ้าเราคัดแยกเม็ดข้าวออกเราก็จะได้กำไรน้อยลงนะครับ”คนงานรีบเสนอความคิดเห็น
“น้อยลงก็น้อยลงสิ ถ้าต้องได้กำไรเยอะแต่เอาเปรียบลูกค้าฉันไม่เห็นด้วยรีบทำตามที่ฉันบอกเถอะ ส่วนข้าวสารที่เม็ดแตกหักก็แบ่งไปขายในราคาที่ถูกลงอีกครึ่งก็นำไปแจกให้กับชาวบ้านที่ยากไร้่นี้เศรษฐกิจย่ำแย่ผู้คนคงลำบากและอดอยาก
“ครับคุณชาย”
หลี่ฟางเซียนที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลใบหน้าขาวเผยยิ้มกว้างด้วยความชื่นชม
หวังลู่เสียนที่กำลังจะเดินออกจากโรงสีข้าวครั้นเมื่อเขาเห็นหลี่ฟางเซียนยืนอยู่ใบหน้าหล่อก็เผยยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะรีบเดินมาหาเธอในทันที
“ฟางเซียนคุณมาได้ยังไงกัน”
“ฉันก็นั่งรถมานะสิคะ”เธอแสร้งพูดแหย่ก่อนจะเผยยิ้มหวานเล็กๆให้กับเขา
“ผมดีใจนะที่วันนี้ได้เจอคุณ”
“ดีใจที่ได้เจอฉันงั้นเหรอคะ คุณคิดถึงฉันงั้นเหรอ”
เขาพยักหน้าในทันทีอย่างไม่รีรอ
หลี่ฟางเซียนถึงกับหน้าแดงระเรื่อ
“คิดถึงแล้วทำไมถึงไม่แวะไปบ้านตระกูลหลี่ละคะ”
“ผมก็อยากไปหาคุณแทบแย่แต่พักนี้ที่ตลาด้าข้าวสารเป็จำนวนมากผมเลยต้องคอยดูแลควบคุมด้วยตัวเอง”
เป็อย่างนี้นี่เองฉันนึกว่าคุณจะโกรธที่ฉันปฏิเสธคุณซะอีก เธอเผยยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“ฟางเซียนคุณยิ้มอะไร”
เธอรีบหันหน้ามองเขาก่อนจะส่ายหนาเบาๆ
“ปะ ป่าวค่ะ”
“แล้วทำไมวันนี้คุณถึงมาที่นี่ได้หรือคุณคิดถึงผมงั้นเหรอ”
เธอจ้องมองเขาด้วยความเขินอายก่อนจะหลุบหน้าต่ำลง
“ที่ไหนกันล่ะฉันแค่ผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยมคุณลุงคุณป้าหวังต่างหากล่ะ”
“เฮ้อ งั้นเหรอนึกว่าคุณคิดถึงผมซะอีกถึงได้มาหา”เขาทำหน้าราวกับน้อยใจ
“ก็เราไม่ได้เป็อะไรกันนี่คะถ้าให้ฉันคิดถึงคุณมันคงน่าเกลียดพิลึก”
เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอพร้อมกับยิ้มน้อยๆออกมา
“แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เป็อะไรกันล่ะ”เขากระซิบออกมาเบาๆจนเธอเขินอายแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่
“อื้ม ไม่รู้สิคะ”เธอรีบถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพราะยิ่งเขาเข้าใกล้หัวใจเธอก็ยิ่งเต้นแรง
“ไม่ว่านานแค่ไหนผมก็จะรอ”
เธอรู้สึกพอใจในคำตอบของเขาเป็อย่างมากแต่จู่ๆใบหน้าของหวังลู่เสียนก็ดูเศร้าลง
“ลู่เสียนคุณเป็อะไรไปคะ”
“ฟางเซียนเราอาจจะไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งปีนะ”
เธอที่ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกใเป็อย่างมาก
“ทำไมคะ”เธอรีบถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ผมต้องเข้าไปดูตลาดข้าวที่เมืองเถาโจแทนคุณพ่อน่ะ”
เธอรีบหลุบหน้าลงในทันทีเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกเศร้า
“งั้นเหรอคะ”
เขาพยักหน้าก่อนจะถือวิสาสะจับมือของเธอไว้
“ฟางเซียนระยะเวลาครึ่งปีที่เราไม่ได้เจอกันคุณจะรอผมมั๊ย”
“คุณพูดยังกะคุณจะไปเมืองเถาโจแล้วกลับมาฉันจะมีสามีแล้วงั้นแหละค่ะ”
“ก็ใช่นะสิ ผมแค่รู้สึกกลัวว่าถ้ากลับมาที่นี่อีกครั้งคุณจะแต่งงานมีครอบครัวไปอีกรอบ”
เธอกระชับมือเขาไว้แน่น
“ถ้าหัวใจของคุณยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากฉันจริงฉันก็จะรอค่ะ และถ้าวันนั้นคุณยังคงอยากมองแค่ฉันฉันก็จะรอ รอวันที่เราจะเป็มากกว่าคนรู้จัก”
เขาเผยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“คุณพูดจริงๆนะฟางเซียน”
เธอพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้เขา
“หากคุณไม่รังเกลียดหญิงหม้ายตัวอ้วนคนนี้ฉันก็จะรอวันที่คุณกลับมาค่ะ”
เขารีบโผลเข้ากอดเธออย่างลืมตัวด้วยความดีใจ