ซือหยาสาวใช้คนสนิทของเหมยซีที่ขณะนี้ได้ยืนรออยูหน้าจวนพร้อมด้วยเผยหั่วองค์รักษ์คนสนิทอี้อ๋อง ที่กำลังมองหน้ากันว่าผู้ใดจะเป็คนเรียกเ้านายของตนในห้องบรรทม ซือหยาเตรียมผ้าและน้ำไว้คอยปรนนิบัติผู้เป็นาย นางถือจนเมื่อยล้าแต่ก็มิกล้าปริปากอันใดกลัวจะเป็การรบกวนนายทั้งสองที่ตอนนี้มิรู้ว่าตื่นหรือยัง
"นี่เผยหั่วเ้าลองเรียกท่านอ๋องสิ ไหนเ้าบอกว่าเช้านี้ทรงมีงานสำคัญต้องเข้าวังหลวงมิใช่หรือ" ซือหยารีบโบยให้ทางเผยหั่วเรียกแทน
"เ้าอยากให้ข้าโดยโบยรึซือหยา งานสำคัญก็จริงแต่นี้ก็สำคัญเพราะเป็คืนแรกที่ท่านอ๋องและพระชายาเอกทรงบรรทมด้วยกัน" เผยหั่วก็มิกล้าจะปลุกนายทั้งสอง
ด้านในจวนเหมยซี่ที่กำลังหลับสบายนางคิดว่าหมอนข้างอันนี้ช่างดีเสียจริง มือไม้ของนางทั้งกอดทั้งซุกหมอนข้างใบใหม่นี่ อี๋อ๋องที่ตื่นอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วก็ไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวเองเพราะเหมยซีได้กอดรัดตัวเองเสียแน่น และยังไม่หยุดดิ้นอยู่บนตัวของเขา ได้แต่ข่มอารมณ์ตนไว้ แต่หากนานไปจะทนได้เยี่ยงไร
อี้อ๋องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู "ตอนหลับเ้าก็น่ารักคล้ายเด็กน้อยเหมือนกันนะเหมยซี เ้าช่างไม่รู้กระไรเลยว่าได้ทำให้หัวใจข้าเต้นไม่เป็จังหวะ ดูสิขณะหลับน่ารักกว่าตอนเ้าแผลงฤทธิเป็ไหนๆ" มองหน้าเหมยซีพรางเอื้อมมือค่อยๆลูบไปที่คิ้วลงมาที่สันจมูกและไล่เกลี่ยเส้นผมที่พวงแก้มที่เหมยซีหน้าออก เผยให้เห็นผิวพรรณที่ผ่องใสและละเอียดอ่อนของนาง เขาหลงใหลและใคร่อยากจะหอมแก้วหญิงตรงหน้า แต่ก็ได้เพียงเฝ้ามอง อี้อ๋องกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้และเผลอผิดสัญญานางคงจะเกลียดเค้าเป็แน่
ด้านสาวน้อยที่หลับใหลััได้ว่าหมอนข้างสามารถเคลื่อนไหวได้และของนางก็ลูบๆคล่ำๆ พรางนึกในใจทำไมหมอนข้างใบนี่นุ่นลื่นดีจังแถมทั้งกำยำ เหมือน.... เหมือน พรางนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่คนเดียวก็ผงกหัวขึ้นจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความใและร้องเสียงหลง
"เ้าจะเอะอะอันใดแต่เช้า หนวกหูนัก" อี้อ๋องพูดบ่นขำ
"อี้อ๋องทรงกอดหม่อมชั้นไว้ทำไมเพคะ แล้สวทำไมไม่นอนตรงมุนโน้น" นางกล่าวหาว่าอี้อ๋อง
"ข้านะรึกกอดเ้าตอนข้าตื่นอยู่ เ้าต่างหากที่กอดข้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จะกล่าวหาข้าก็ต้องดูให้ชัดก่อนนะพระชายาเอกของข้า" อี้อ๋องพูดอย่างกระหยิมยิ้มย่องในใจ
เหมยซีนึกขึ้นได้ว่านางฝันว่าได้กอดหมอนข้างใบใหม่ที่ทั้งนุ่มและน่าััยิ่งหนัก ก็พลันหน้าแดงซ่านกล่าวแก้เขินออกไป "หม่อมชั้นมิได้ตั้งใจเพคะ เพราะปกตินอนผู้เดียวมาตลอดและมีเพียงหมอนข้างนึงใบเท่านั้น หม่อมชั้นนึกว่าพระองค์คือหมอนข้าง" อี้อ๋องหัวเราะชอบใจที่ตนได้กลายเป็หมอนข้างที่น่ากอดเพียงนั้น
ด้านหน้าจวนได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมา ก็พลันโล่งใจว่านายทั้งสองตื่นบรรทมและกำลังหยอกล้อกันเสียงดังแต่เช้า
"เช้านี้อี้อ๋องมิทรงงานหรือเพคะ หม่อมชั้นว่านี้ก็สายมากแล้ว ควรเสด็จกลับจวนได้แล้วนะเพคะ" อี้อ๋องมองเหมยซี กำลังไล่ตนกลันจวนกลายๆ
"ข้ามีงานก็จริงแต่ว่ายังพอมีเวลา ข้าไม่รีบอยากจะเสวยอาหารเช้าที่จวนพระชายาเอก ทำไมมิได้รึ" เหมยซีหน้าเสีย นางคิดว่าเพียงอยากให้อี้อ๋องกลับจวนเร็วไวจะได้หายใจสะดวกขึ้นมาหน่อย นี่เป็คร้ังแรกที่ได้นอนร่วมเตียงกับผู้ชาย
"หม่อมชั้นมิได้หมายความเยี่ยงนั้น เพียงแค่กังวลว่าพระองค์จะมีงานสำคัญรออยู่มิอาจรั้งรอได้เท่านั้น หากทรงอยากเสวยอาหาร หม่อมชั้นจะให้ซือหยาไปบอกที่ห้องครัวให้เตรียมของโปรดอี้อ๋องไว้เพคะ" นางจึงรีบลุกออกจากเตียง แต่มือใหญ่ก็ดังนางเข้ามากอดแน่น
"ข้ายังมิอยากลุก เพราะที่นี้ข้าก็ยังทำภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จ จะไปได้เยี่ยงไร " อี้อ๋องกระซืบข้างหูเหมยซีเบาๆ ทำเอานางขนลุกทั้งตัวจะพลักออกก็สู้แรงมิได้ ได้แต่ใจดีสู้เสือ "เออ.... ภารกิจอะไรหรือเพคะที่ยังทรงทำมิสำเร็จ" อี้อ๋องยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วก็ลุกขึ้นไปหาบางสิ่งบางอย่าง
อี้อ๋องกลับมาพร้อมของบางอย่าง เหมยซีได้แต่ทำหน้างงว่าเค้ากำลังทำอะไรกันแน่ อี้อ๋องนั่งลงที่มุมเตียง
"ยื่นมือเ้าออกมาสิ แล้วเ้าจะรู้เอง" เหมยซีก็งงเป็ไก่ตาแตก ได้แต่ยื่นมือให้อี้อ๋องโดยอัติโนมัติ
"โอ้ย... ทรงทำอันใดเพคะเอาเข็มจะจิ้มนิ้วหม่อมชั้นทำไมกัน จะแกล้งกันหรืออย่างไร " เหมยซีบ่นออดแอ้ดเพราะเจ็บถึงไม่มากแต่ก็เป็ปลายนิ้ว เวลาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเืนางนี้แทบหนีไม่ทัน
"ถ้าไม่ทำเยี่ยงนี้ เ้าจะลำบากเอาได้นะพระชายา หลังจากวันนี้ทุกคนในจวนจะให้ความเคารพเ้ามากยิ่งกว่าเดิม" อี้อ๋องจับปลายนิ้วมือนางและให้เืหยดลงที่เตียง เหมยซีเห็นดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าคนสมัยนี้เวลาร่วมหอกันครั้งแรกหากไม่มีเืจะต้องหาว่าหญิงสาวไม่บริสุทธิเป็แน่
"หึ โบราณคร่ำครึ สมัยนี้เค้ามิได้ยิดติดอะไรอย่างนี้แล้ว เดี๋ยวนี้แค่ปั่นจักรยานก็ไม่เหลือแล้ว แต่อย่างว่าหญิงสาวสมัยนี้แค่เดินยังต้องเบาเท้า เหมือนคนกำลังจะไปขโมยของก็มิปาน" ได้แต่บ่นในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป อี้อ๋องทำเยี่ยงนี้คงหวังดีกลับนาง
"เผยหั่ว เ้าเข้ามาได้ บอกซือหยาเข้ามาปรนนิบัติพระชายาเอกด้วย" บ่าวทั้งสองรีบเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงเนื่องด้วยรอนานแล้ว
ซือหยามองหน้าเ้านายก็อมยิ้มหัวเราะคิกคัก เหมยซีเห็นก็อดหมั่นไส้ตีแขนนางเบาๆมิได้ "ซือหยาเ้าไปบอกห้องครัวให้เตรียมอาหารเช้าให้อี้อ๋อง พระองค์จะเสวยอาหารเช้าที่จวน" ซือหยาได้ยินก็ดีใจแทบจะพุ่งออกไปในทันที
ที่ห้องครัวซือหยาเดินเข้ามานางได้พูดออกมาเสียงดังเนื่องด้วยนางเห็น จินถังสาวใช้คนสนิทพระชายารองในห้องครัว "นี่พวกเ้าจงรีบเตรียมอาหารเช้าไปยังจวนพระชายาเอก เช้านี้ท่านอ๋องจะทรงเสวยอาหารที่จวนพระชายาเอก" นางแทรงพูดเสียงดังแต่ตาก็มองจินถังอย่างซะใจ และสะบัดหน้าเดินออกจากห้องครัว จินถังโกรธกับท่าทีอวดดีนั้น "เ้าคอยดูเทอด เื่นี้ไม่จบง่ายๆ แน่"
หลังจากท้ังสองได้เสวยอาหารเช้าอี้อ๋องก็พูดกับเผยหั่วว่าได้เวลาต้องเข้าวังหลวงแล้วแต่ก็มิวายทิ้งะเิไว้อีกลูก
"พระชายาเอก คืนนี้ข้าจะมาทานมื้อค่ำกับเ้าอีก เตรียมตัวไว้นะ" เหมยซีนี่แทบอยากจะกัดลิ้นตาย อี้อ๋องนี่เ้าเป็เ้ากรรมนายเวรของข้ารึไง ทำไมไม่ปล่อยให้หาอยู่อย่างสงบบ้าง
ด้านซือหยาหลังจากปรนนิบัติเ้านายก็ได้เข้าไปทำความสะอาดห้องบรรทมนำผ้าปูผ้าห่ม หมอนไปทำความสะอาด พลันสายตาก็เห็นหยดเืหนึ่งหยดบนเตียง นางหน้าแดงแต่ก็รีบนำผ้าปูออกไปเพราะนี่จะเป็การประกาศศักดาของจวนพระชายาเอกแล้ว
ซือหยาได้นำผ้าปูที่นอนไปพร้อมสาวใช้อีกสองคน และแสร้งพูดว่า "นี่เ้าดูนี่สิ ข้าจะทำเยี่ยงไรดีถึงจะซักออก ข้ากังวลยิ่งนัก" ซือหยาพูดพร้อมกับกางผ้าออกมาให้บรรดาสาวใช้ที่กำลังซักผ้า จงใจให้พวกหล่อนเ่าั้ได้เห็นว่าเกิดอันใดขึ้นที่จวนพระชายาเอก
บ่าวไพร่ที่กำลังสาละวนกับงานตนเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงพอได้เห็นสิ่งที่อยู่ในมือซือหยา ก็พลันซุบซิบกัน สาวใช้บางคนถึงกับเข้ามาประจบซือหยาและคนของจวนพระชายาเอกทันที ซือหยาเห็นก็สะใจยิ่งนักในที่สุดวันอันสดใสของจวนพระชายาเอกกำลังเริ่มแล้ว
จินถังได้เห็นก็ยิ่งเคืองไปใหญ่ นางรีบโยนผ้าให้สาวใช้อีกคนทำแทนและรีบรุดไปยังจวนพระชายารองทันที
จวนพระชายารอง จินถังรีบเข้ามารายงานเ้านายถึงเรืองที่เกิดขึ้นั้แ่เช้าที่ห้องครัวรวมไปถึงห้องซักล้าง
"กรี้ดเ้าว่ากระไรนะ ท่านอ๋องทำกับข้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ไหนพระองค์เคยให้คำหมั่นสัญญาว่าจะมิแตะต้องนาง ที่แต่งก็เป็เพียงแต่ในนาม แล้วนี่กระไรทำไมทำกับข้าได้เยี่ยงนี้" หลินหลังผิงที่เก็บอาการโกรธไว้ไม่ได้ อาละวาดทำลายข้าวของในจวนของตน จินถังกลัวผู้เป็นายจะได้รับาเ็ก็รีบห้าม
"พระชายาเพคะ ทรงใจเย็นไว้ก่อนเพคะ พวกเรายังมีแผนอีกมากมายที่เล่นงาน พระองค์ต้องทรงใจเย็นเพื่อแผนการใหญ่ในวันข้างหน้า" หลินหลังผิงได้ยินก็พยายามระงับโทสะของตน
"เ้าคอยดูข้าไว้ให้ดีเถิดหลินเหมยซี ข้าจะทำให้เ้าเหมือนคนตกนรกทั้งเป็ ข้าเจ็บเพียงไรเ้าต้องเ็ปมากกว่าข้าร้อยเท่าพันเท่า"