บทที่ 25 ออกไปเดินเล่น (รีไรต์)
“ไม่ไป” ลั่วฉิงเทียนตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ หลังจากผ่านศึกหนักกับลูกชายทั้งสี่ของยายเจียง เธอก็ยิ่งทุ่มเทให้กับการฝึกฝนตัวเองมากขึ้น
ตอนนี้มีทักษะที่สี่แล้วลั่วฉิงเทียนก็อยากจะอัพเลเวลทักษะนี้ให้เต็มเร็ว ๆ
แต่จากการต่อสู้ครั้งก่อน ทำให้เธอค้นพบจุดอ่อนของตัวเอง นั่นคือทั้งพละกำลังและความเร็วที่มีอยู่นั้นยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้าเจอกับผู้มีพลังพิเศษสายพลังหรือสายความเร็วก็อาจจะพลาดท่าให้กับคนพวกนั้นได้
เหอเสี่ยวถอนหายใจ แม้จะเดาไว้แล้วว่าเธอจะไม่ไปแต่ก็อดที่จะผิดหวังไม่ได้
“ไปกันเถอะ เธอไม่ไปหรอก” เหอเสี่ยวพูดอย่างจนใจพลางมองไปที่เสิ่นอวิ๋นหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสิ่นอวิ๋นหรานพยักหน้า
“เธอก็เป็แบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ พวกเราไปกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวกลับมาค่อยหามาฝากเธอก็แล้วกัน”
เหอเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นด้วย จึงเตรียมตัวออกไปเสิ่นอวิ๋นหราน ทันใดนั้น เสียงของลั่วฉิงเทียนก็ดังออกมาจากวิทยุสื่อสารอีกครั้ง
“ตอนออกไปหาของ ถ้าเจอของที่โดนน้ำฝนแช่ก็อย่ากินล่ะ แล้วก็เอาของที่ช่วยกันหนาวติดตัวไปด้วยเยอะ ๆ ด้วย”
หลังจากลั่วฉิงเทียนพูดจบเธอก็ปิดวิทยุสื่อสารลง
เหอเสี่ยวเหลือบมองท้องฟ้าด้านนอก รู้สึกว่าอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว จึงหันไปพูดกับเสิ่นอวิ๋นหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า
“งั้นพวกเรารีบหาของกินกัน เสร็จแล้วหาอะไรที่มันติดไฟให้ความอบอุ่นได้ด้วยดีไหม?”
เสิ่นอวิ๋นหรานพยักหน้าเห็นด้วย
“ตกลง! เชื่อเธอไว้ไม่มีผิด!”
เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจได้แล้ว จึงเก็บเสื้อผ้าสองสามชุดเตรียมออกไป พวกเขามีเรือยางลำหนึ่ง ป็นของที่ลูกชายของยายเจียงเอามาด้วย
ตอนนี้ลูกชายทั้งสี่ของยายเจียงตายไปหมดแล้ว เรือยางลำนี้จึงกลายเป็ของพวกเขาโดยปริยาย
ทั้งสองยังชวนครอบครัวที่อยู่ชั้นสามสิบเอ็ดและชั้นสามสิบให้ไปด้วยกัน
ั้แ่ชั้นสามสิบขึ้นไปไม่มีผู้พักอาศัยไปก่อกวน และครั้งล่าสุดที่คนทั้งตึกไปหาเื่ลั่วฉิงเทียน ครอบครัวที่อยู่ชั้นสามสิบ สามสิบเอ็ดและครอบครัวของเหอเสี่ยวที่ชั้นสามสิบสองต่างก็เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพราะพวกเขาไม่ได้ไปด้วย ครั้งนี้ที่เกิดภัยพิบัติ ครอบครัวของพวกเขาจึงมีชีวิตรอดมากที่สุดในตึก
พวกเขานำเรือยางลงน้ำลั่วฉิงเทียนมองตามแผ่นหลังของพวกเขาจากหน้าต่างจู่ ๆ ความรู้สึกอ้างว้างก็เกาะกุมหัวใจโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคิดถึงเื่ในพื้นที่ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเรือหลากหลายแบบ เธอก้มลงพูดกับตาไป๋ที่นอนออดอ้อนอยู่แทบเท้า
“อยากออกไปเที่ยวเล่นกับฉันไหม?”
ต้าไป๋ทำหน้างง เธอไม่รอให้มันตอบ หันหลังวิ่งกลับเข้าห้อง เปลี่ยนเป็ชุดลำลอง โยนเ้าขาวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวแล้วหยิบเรือยางลำหนึ่งออกมาเปิดประตูแล้วเดินออกไป
ในตอนที่ลงมาถึงข้างล่าง เธอก็พบว่าั้แ่ชั้นสามสิบลงมาเกือบจะมีคนพักอาศัยอยู่เต็มทุกห้อง
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ทางเดินที่เคยมีคนไม่ถึงหนึ่งในสาม กลับเต็มไปด้วยใบหน้าแปลกตา
ผู้พักอาศัยดั้งเดิมที่เห็นหญิงสาวเดินลงมา ต่างพากันหลีกทางให้
ส่วนคนแปลกหน้าเ่าั้ ต่างจ้องมองมาอย่างพิจารณา ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายเ้าเล่ห์
หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ผู้คนจำนวนมากต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ส่งผลให้ทุกคนผอมแห้ง มีกลิ่นตัวเหม็นคลุ้ง
แต่ตอนที่ฉิงเทียนปรากฏตัว ทั่วร่างกลับมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของครีมอาบน้ำ ใบหน้าของเธอดูมีเืฝาด ผมดำขลับ ดวงตาดำสนิทเป็ประกาย
เห็นได้ชัดว่าเป็เด็กที่ไม่เคยรู้จักความอดอยาก ทำให้ลั่วฉิงเทียนตกเป็เป้าหมายของกลุ่มคนหน้าใหม่ที่เข้ามา
ตอนนี้ระดับน้ำอยู่ที่ชั้นเก้าพอดี ขณะที่ลั่วฉิงเทียนกำลังลงไปข้างล่าง ก็มีชายสามคนปรากฏตัวขวางหน้าเธอเอาไว้
“น้องสาว หน้าตาดีนี่ สนใจมาเล่นกับพวกเราไหม”
หนึ่งในนั้นพูดพลางยื่นมือจะมาจับตัวเธอ ลั่วฉิงเทียนถอยหลังหนึ่งก้าว ทันใดนั้นในมือของเธอก็ปรากฏดาบขึ้นมา
“อ๊าก”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมกับมือของชายคนนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น
ชายคนนั้นมองลั่วฉิงเทียนด้วยความหวาดกลัว เธอสะบัดดาบในมือเบา ๆ แล้วพูดว่า
“ยังอยากเล่นอีกไหม”
ชายทั้งสามรีบถอยหลังไปสองก้าว หนึ่งในนั้นกอดมือตัวเองไว้แน่นพลางร้องโอดโอยด้วยความเ็ป
“เธอ เธอทำแบบนี้ได้ยังไง โหดร้ายเกินไปแล้ว”
ลั่วฉิงเทียนเผยยิ้มเย็นออกมา ริมฝีปากบางเฉียบของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
“หลบไป!”
ทั้งสามคนกลับไม่มีใครกล้าขวางทางเธอเลยแม้แต่คนเดียว ต่างพากันหลบทางให้ราวกับเธอเป็ปีศาจร้าย
ลั่วฉิงเทียนค่อย ๆ เดินผ่านพวกเขาไปทีละก้าว สายตาของชายคนหนึ่งจ้องมองมาที่ด้านหลังเธออย่างกับจะกินเืกินเนื้อ
ทันใดนั้นชายคนหนึ่งก็ใช้ค้อนเตรียมฟาดลงบนหัวของหญิงสาว
“อ๊าก!” ชายคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างเ็ป มือที่กำค้อนไว้กลับขาดกระเด็นออกจากแขน เืสีแดงสด พุ่งกระฉูดออกมา
ในชั่วพริบตานั้น ดาบในมือของเธอก็พุ่งแทงเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว
“เกลียดที่สุดคือพวกที่ชอบลอบกัด!”
เธอดึงดาบกลับออกมาอย่างเืเย็น ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างต่ออย่างช้า ๆ
พวกเขาคงไม่คาดคิดว่าเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ดูบอบบางอย่างเธอจะโเี้ได้ถึงขนาดนี้
ชาวบ้านรอบข้างต่างมองมาที่พวกเขาสามคนด้วยสายตาเวทนา
พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ตัวอันตรายที่อยู่บนตึกนั่น ย้อนกลับไปตอนที่คนทั้งชั้นกรูกันขึ้นไปแย่งชิงที่อยู่ สุดท้ายคนสี่สิบกว่าคนก็ตายไปเกินครึ่ง
ส่วนพวกที่ไปหาเื่เธอแล้วตายไปแค่คนเดียว นับว่าเป็การไว้ชีวิตแล้ว
ไม่มีใครปริปากพูดอะไรพวกเขาทำได้เพียงหวังว่าคนในตึกนี้จะเหลือน้อยลง ตายมากขึ้นเท่านั้น
แบบนั้น พวกเขาจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที
ลั่วฉิงเทียนออกมาจากหน้าต่างชั้นเก้า หน้าต่างกว้างพอที่จะสอดเรือยางสำหรับหนึ่งคนออกไปได้
เธอติดเครื่องยนต์เรือยาง จากนั้นก็ยืนอยู่บนเรือมุ่งหน้าตรงไปยังูเาหลังหมู่บ้าน เหตุผลที่ออกมาในครั้งนี้ อย่างแรกคือไม่ได้ออกไปไหนนานแล้ว
อย่างที่สองคือ เธออยากที่จะไปยืนยันบางอย่างทีู่เาด้านหลัง
ย่านที่อยู่อาศัยหัวอันตั้งอยู่นอกเขตเมือง เดิมทีพื้นที่ตรงนี้สูงเกือบจะเป็ูเา
ในความทรงจำที่มีนั้น จำได้ว่าในตอนนั้น รัฐบาลเริ่มสร้างฐานทัพจากูเาด้านหลัง ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วเลยอยากไปดูว่ามีร่องรอยของคนอื่นบ้างไหม
ลั่วฉิงเทียนเร่งความเร็วเรือยนต์มุ่งหน้าขึ้นไปบนูเา
ระหว่างทางก็พบเจอผู้คนมากมาย บางคนนั่งบนแผ่นไม้ บางคนนั่งบนที่นอนเป่าลม
บางคนถึงขั้นนั่งบนอ่างอาบน้ำพลาสติกใบใหญ่
สรุปคือตลอดทาง ก็เจอแต่ผู้รอดชีวิต และเมื่อพวกเขามองมาที่เธอ แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความโลภ
บางคนก็ขับตามหลังเธอมาติด ๆ บางคนก็แอบซ่อนตัวอยู่ตามที่มืด คอยจังหวะที่จะปล้น
ลั่วฉิงเทียนเร่งเครื่องยนต์ต่อไป ทักษะที่สามยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา
ตลอดทาง ความคิดของผู้คนที่อยู่รอบตัว เธอรู้เห็นหมด แต่โชคดีที่พวกเขาไม่สามารถทำอันตรายได้
จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงปลายกระบอกปืนสีดำทมิฬเล็งมาที่เธอ