แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 8: ของเล่นของท่าน NC++


    หลังจากวันแห่งการตกลงรับข้อเสนอสุดพิเศษในห้องอาหารวีไอพี ท่าน ส.ส. วิทูรก็ไม่รอช้าที่จะสานต่อความสัมพันธ์ 'ลับๆ' ระหว่างเรา เขาจัดการส่งรถยุโรปคันหรูมารับฉันหลังเลิกเรียน เพื่อพามายัง 'เซฟเฮาส์' ส่วนตัว ซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในย่านชานเมือง สถานที่แห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่เน้นความหรูหราและเป็นส่วนตัวขั้นสุด ปราศจากสายตาของสื่อมวลชนหรือผู้คนภายนอก
    มันคืออาณาจักรส่วนตัวที่เขาเอาไว้ใช้พักผ่อนหย่อนใจ... และเป็นสถานที่สำหรับระบายกิเลสตัณหากับของเล่นชิ้นใหม่อย่างฉัน
    เสียงเพลงแจ๊สคลาสสิกเปิดคลอเบาๆ ภายในห้องรับแขกที่โอ่โถง เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ขนาดใหญ่ทำหน้าที่ส่งไอเย็นฉ่ำกระจายไปทั่วทุกมุมห้อง ขัดแย้งกับอุณหภูมิความร้อนรุ่มที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในใจของชายวัยห้าสิบสองปีที่เพิ่งกลับจากการประชุมสภาอันแสนเคร่งเครียด
    ฉันอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าชีฟองสีขาวดีไซน์บางเบาที่ยาวคลุมลงมาถึงแค่ต้นขา ปลดกระดุมบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและร่องอกที่อวบอิ่มชวนมอง ภายในไร้ซึ่งบราเซียหรือชุดชั้นในใดๆ ปกปิด ทำให้ยอดปทุมถันสีระเรื่อดันเนื้อผ้าออกมาทักทายสายตาทุกครั้งที่ขยับตัว 
    ฉันเดินนวยนาดถือแก้วไวน์แดงชั้นเลิศเข้าไปหาท่าน ส.ส. วิทูร ที่กำลังนั่งหลับตาพิงพนักโซฟาหนังแท้สีดำสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเขาอย่างออดอ้อน 
    "เหนื่อยไหมคะพี่วิทูร... ดื่มไวน์สักนิดนะคะ จะได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น" ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานหู พร้อมกับยื่นแก้วไวน์จรดริมฝีปากของเขา
    วิทูรลืมตาขึ้นช้าๆ รับแก้วไวน์ไปจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า สายตาคมกริบของเขากวาดมองเรือนร่างในชุดเสื้อเชิ้ตบางเบาของฉันด้วยความหิวกระหายที่ปิดไม่มิด
    "แค่นี้เห็นหน้าสวยๆ กับชุดนอนยั่วๆ ของหนูพราว... ความเหนื่อยของพี่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะครับ" เขายื่นมือหนามาลูบไล้ต้นขาขาวเนียนของฉันที่โผล่พ้นชายเสื้อเชิ้ตออกมา ลูบไล้ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างถือวิสาสะ
    ฉันไม่ปัดป้อง ซ้ำยังขยับตัวเข้าหาและบีบนวดที่บ่ากว้างของเขาเบาๆ เพื่อเอาใจ "ปากหวานจังเลยนะคะ... พี่วิทูรประชุมสภามาทั้งวัน คงจะปวดเมื่อยแย่เลย ให้พราวนวดให้นะคะ พราวเรียนวิธีนวดผ่อนคลายมาเผื่อพี่วิทูรโดยเฉพาะเลยน้า"
    "หึๆ... นวดเก่งแบบนี้ สงสัยพี่ต้องให้ทิปหนักๆ ซะแล้ว" 
    ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลรวบร่างของฉันให้ลอยหวือขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้างของเขาอย่างรวดเร็ว แขนแกร่งตวัดรัดเอวบางของฉันเอาไว้แน่น ฉันแสร้งทำเป็นตกใจและเปล่งเสียงอุทานออกมาเบาๆ ทว่าสองแขนกลับโอบรัดรอบคอเขาเอาไว้อย่างรู้งาน
    ฉันวิเคราะห์พฤติกรรมของ ส.ส. วิทูร ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ผู้ชายที่มีอำนาจล้นมือและมีภาพลักษณ์ที่ต้องรักษาความน่าเชื่อถือต่อหน้าสาธารณชน มักจะมีความเก็บกดซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจ เมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัว พวกเขาจึงมักจะมีรสนิยมที่ชอบการครอบงำ บงการ และเป็นผู้นำเกมอย่างเต็มที่ เพื่อชดเชยความเครียดจากการต้องรักษามารยาททางสังคม
    ซึ่งฉัน... ก็ยินดีที่จะสวมบทบาทเป็น 'ของเล่นแสนหวาน' ที่ยอมสยบแทบเท้าเขา เพื่อรีดเค้นเอาความสุขและผลประโยชน์จากอำนาจนั้นอย่างเต็มใจ
    "พี่วิทูรขา... ใจร้อนจังเลยนะคะ" ฉันช้อนสายตาขึ้นมองเขา กัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างยั่วยวน 
    "พี่รอให้ถึงเวลานี้มาทั้งวันแล้วครับ... หนูพราวสวยยั่วใจพี่ขนาดนี้ จะให้พี่ทนรอไหวได้ยังไง" 
    วิทูรไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากดท้ายทอยของฉันลงมาบดจูบอย่างดุดันและเร่าร้อน เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาภายในโพรงปาก กวาดต้อนและพัวพันกับเรียวลิ้นของฉันอย่างหิวกระหาย รสชาติของไวน์แดงฝาดเฝื่อนผสมผสานกับความหวานละมุน กลายเป็นความมัวเมาที่กระตุ้นกิเลสตัณหาให้ลุกโชน 
    วิทูรจูบฉันอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนชื้นพัวพันกวาดต้อนภายในโพรงปากอย่างไม่ยั้ง มือหนาหยาบกร้านบีบเคล้นเนินอกอวบทั้งสองข้างใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง ปลายนิ้วสะกิดเขี่ยหัวนมแข็งขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันต้องแอ่นตัวรับความเสียว
    “อืมมม… พี่วิทูร…” ฉันครางแผ่วๆ ระหว่างจูบ สองแขนโอบรัดคอเขาแน่นขึ้น นิ้วเรียวขยุ้มผมสั้นของเขาเบาๆ ขณะที่สะโพกกลมกลึงของฉันเริ่มขยับวนช้าๆ บนตักกว้างของเขา
    ฉันรู้ดีว่าร่างกายของเขากำลังตอบสนอง ความแข็งแกร่งที่ผงาดขึ้นใต้กางเกงสแล็กเนื้อดี ดันเข้ามาแนบชิดกับร่องรักของฉันผ่านชั้นผ้าบางๆ ฉันจึงแสร้งทำเป็นเขินอาย แต่กลับกดตัวลงแรงขึ้นเล็กน้อย วนสะโพกช้าๆ ให้สัมผัสนั้นชัดเจนขึ้น
    “พี่… แข็งขนาดนี้เลยเหรอคะ…” ฉันถอนริมฝีปากออกจากจูบเพียงชั่วครู่ กระซิบเสียงหวานข้างหูเขา กัดติ่งหูเบาๆ แล้วเลียขึ้นไปตามขอบใบหู “พราวอยากทำให้พี่สบาย… อยากให้พี่ลืมความเหนื่อยจากการประชุมสภาทั้งหมดเลยค่ะ”
    มือของฉันเลื่อนลงมาจากบ่ากว้าง ลูบไล้หน้าอกแข็งแรงผ่านเสื้อเชิ้ต แล้วค่อยๆ ปลดกระดุมทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นอกผู้ชายวัยกลางคนที่ยังคงแน่นและมีขนบางๆ ฉันก้มลงจูบที่อกของเขา ลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียหัวนมผู้ชาย ดูดเบาๆ จนได้ยินเสียงครางต่ำจากลำคอของเขา
    “หึ… หนูพราวรู้งานจัง…” วิทูรหัวเราะเสียงต่ำ มือข้างหนึ่งยังคงบีบคลึงเนินอกฉัน อีกข้างเลื่อนลงไปกุมสะโพก แล้วตบเบาๆ ดังแปะ “งั้น… แสดงฝีมือให้นายดูสิ”
    ฉันยิ้มยั่วยวน ช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาเชื่องๆ ของ ‘ของเล่นแสนหวาน’ แล้วค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากตักเขา คุกเข่าลงบนพรมหนาในห้องทำงานส่วนตัว มือเรียวทั้งสองวางบนต้นขาแข็งแรง แล้วค่อยๆ รูดซิปกางเกงสแล็กลงอย่างช้าๆ
    ท่อนแข็งที่ผงาดง้ำปูดโปนด้วยเส้นเลือด กระโจนออกมาเกือบเต็มที่ ฉันเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง กัดริมฝีปากล่างอย่างยั่วยวน ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ สูดดมกลิ่นความเป็นชายเข้มข้น แล้วใช้ปลายลิ้นเลียเบาๆ จากโคนขึ้นไปจนถึงหัวกลีบที่ชื้นแฉะ
    “พี่วิทูร… ใหญ่จังค่ะ…” ฉันกระซิบ แล้วอ้าปากอวบอัดหัวกลีบเข้าไปช้าๆ ดูดเบาๆ ด้วยความชำนาญ ลิ้นวนไล้รอบๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งโอบรอบโคน ขยับขึ้นลงสอดประสานกับริมฝีปาก
    วิทูรครางเสียงต่ำ มือหนาแทบจะควบคุมไม่ได้ สอดเข้าไปในเส้นผมของฉัน จับศีรษะเบาๆ แต่ไม่กดแรง “อืมม… ดี… ดูดแบบนั้น… ใช่แล้ว…”
    ฉันไม่รีบร้อน ใช้ปากและลิ้นเร้าโลมเขาอย่างเชื่องช้าแต่เข้มข้น ดูด เลีย วน ซ้ำไปมา จนลำเอ็นในปากฉันเต้นระรัวแรงขึ้น มืออีกข้างลูบคลำถุงอัณฑะที่ตึงเครียด ขณะที่สายตาของฉันยังคงมองขึ้นไปหาเขาเป็นระยะ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความยอมสยบและความเร่าร้อน“พี่… พราวอยากให้พี่เสียวมากกว่านี้…” ฉันถอนปากออกชั่วคราว น้ำลายเหนียวเป็นสาย ยังคงใช้มือขยับขึ้นลงช้าๆ “พี่อยากให้พราวทำอะไรต่อคะ… สั่งมาได้เลยค่ะ… พราวเป็นของพี่ทั้งหมดคืนนี้…”
    มือหนาหยาบกร้านของนักการเมืองใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่ม สอดเข้าไปใต้ร่มผ้าของเสื้อเชิ้ตตัวบาง บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมและฟ้อนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง ปลายนิ้วสะกิดเขี่ยยอดปทุมถันจนมันแข็งขืนสู้มือ
    "อ๊ะ... อื้มมม... พี่วิทูร..." ฉันส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ บดเบียดหน้าอกเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างเต็มใจ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่าง ไม่มีความรู้สึกอึดอัด ฝืนทน หรือขยะแขยงเหมือนที่ใครหลายคนมักจะวาดภาพเอาไว้ 
    สำหรับฉัน นี่คือการแลกเปลี่ยนความสุขที่แฟร์ที่สุด ฉันใช้ร่างกายเป็นอาวุธ และเพลิดเพลินไปกับความหฤหรรษ์ที่ธรรมชาติมอบให้ โดยไม่มีความเจ็บปวดทางใจเข้ามาแทรกแซง
    วิทูรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของฉันออกจนหมดรวดเดียว เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวสะพรั่งดุจน้ำนม เขาจับร่างของฉันให้เอนราบลงไปบนโซฟาหนังแท้ตัวยาว ก้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ขบเม้มจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดอกสีสวย ดูดดึงและตวัดเลียด้วยปลายลิ้นอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับทารกที่กำลังหิวโหย
    "อ๊า... เสียว... พราวเสียวค่ะพี่วิทูร..." ฉันแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวิวนั้น สองมือสอดประสานเข้าไปในกลุ่มผมที่ถูกจัดทรงมาอย่างดีของเขา ขยุ้มและดึงเบาๆ เพื่อระบายความซ่านสยิว
    เมื่อปลุกเร้าจนร่างกายของฉันร้อนผ่าวและร่องรักเริ่มขับน้ำหวานสีใสออกมาจนเปียกชุ่ม วิทูรก็ผละใบหน้าออก เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าและกางเกงสแล็กของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นความใหญ่โตและแข็งแกร่งของท่อนลำเอ็นร้อนที่ผงาดง้ำและปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด
    เขาสอดแขนช้อนอุ้มร่างของฉันขึ้นจากโซฟา ก้าวเดินยาวๆ ตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ติดกัน วางร่างของฉันลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูเตียงซาตินเนื้อนุ่มสีเทาเงิน ความเย็นฉ่ำของแอร์ปะทะกับผิวเนื้อที่ร้อนรุ่ม สร้างความรู้สึกสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
    วิทูรตามขึ้นมาคร่อมทาบทับ จับแยกเรียวขาทั้งสองข้างของฉันออกกว้าง ก่อนจะจับความแข็งแกร่งของเขาจ่อเข้าที่ปากทางถ้ำสีสวยที่กำลังขมิบตอดรับอากาศอย่างเชื้อเชิญ
    "พร้อมไหมครับเด็กดี... พี่จะเข้าไปแล้วนะ" เขากระซิบชิดริมฝีปาก
    "เข้ามาเลยค่ะพี่วิทูร... พราวต้องการพี่... อ๊า!" 
    คำอนุญาตยังไม่ทันจบประโยค ความใหญ่โตและแข็งขืนก็ถูกกดดันเข้ามาภายในความคับแคบของฉันจนสุดโคนในคราวเดียว ความจุกแน่นและตึงเครียดบริเวณผนังเนื้ออ่อนนุ่มทำให้ฉันต้องสูดปากเบาๆ สัญชาตญาณทางร่างกายสั่งการให้กล้ามเนื้อภายในบีบรัดและตอดตุบๆ รอบท่อนลำของเขาอย่างรุนแรง
    "ซี้ดดด... แน่นมากพราว... รัดของพี่ซะแน่นเลย... อา..." วิทูรคำรามเสียงต่ำด้วยความสุขสม เขาเชิดหน้าขึ้น กัดกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งทะยาน
    เขาเริ่มขยับสะโพก โยกคลึงท่อนลำเอ็นเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบเพื่อปรับสภาพร่างกาย ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความเร็วและแรงกระแทกให้หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
    "อ๊ะ... อ๊ะ... ลึก... พี่วิทูรขา... พราวเสียวลึกมากเลย..." ฉันส่งเสียงครางกระเส่า ประจบประแจงป้อนคำหวานเพื่อกระตุ้นอีโก้ความเป็นผู้นำของเขาให้ยิ่งพองโต "แรงอีกค่ะ... กระแทกพราวแรงๆ เลย... พราวชอบ..."
    สิ้นเสียงคำขอของฉัน ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติก็สลัดคราบนักการเมืองผู้อบอุ่นทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของชายชาตรี เขากระหน่ำซอยสะโพกอัดกระแทกความแข็งแกร่งเข้าสู่ร่องรักอุ่นชื้นอย่างดุดันและบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั่วห้องนอนสุดหรู ประสานกับเสียงครางหวานใสของฉันที่ดังระงมไม่ขาดสาย
    เตียงนอนขนาดใหญ่สั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ ฉันบิดสะโพกสวนรับจังหวะการสอดใส่ของเขาอย่างรู้ใจและเต็มอกเต็มใจ ปลายนิ้วจิกลงบนแผ่นหลังกว้างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่หดเกร็งของเขา 
    ทุกจังหวะการบดเบียด ทุกการเสียดสี มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพายุทอร์นาโดที่กำลังกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
    "ซี้ดดด... พราวของพี่... หนูเก่งมาก... รัดพี่จนจะบ้าตายอยู่แล้ว... อ๊า!"
    "อ๊างงง... พี่วิทูร... พราว... พราวจะไม่ไหวแล้ว... จะถึงแล้วค่ะ... กรี๊ดดดด!"
    ฉันหวีดร้องออกมาเสียงหลงเมื่อยอดคลื่นแห่งความสุขสมเดินทางมาถึงจุดสูงสุด ร่างกายของฉันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ผนังช่องทางสวาทขมิบตอดรัดท่อนลำร้อนถี่ยิบและรุนแรงราวกับจะคั้นเอาทุกหยาดหยดของความเป็นชายออกมา 
    "พราว!... พี่ก็ไม่ไหวแล้ว... พร้อมกันนะคนดี... อ๊าาา!!"
    วิทูรเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นสองสามครั้งสุดท้ายอย่างสุดแรง ก่อนจะคำรามลั่นและกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง ปลดปล่อยธารน้ำรักอุ่นซ่านลึกเข้าสู่ส่วนลึกของร่างกายฉันจนเอ่อล้น ทิ้งตัวลงนอนทาบทับหอบหายใจฮักๆ อยู่บนเรือนร่างของฉันอย่างหมดเรี่ยวแรง
    เราสองคนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ตัวนั้น ฉันลูบไล้แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อของเขาเบาๆ เพื่อประจบเอาใจ แม้ร่างกายจะเหนื่อยหอบจากการทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ทว่าดวงตาของฉันกลับทอประกายพึงพอใจและมีชีวิตชีวาอย่างปิดไม่มิด
    เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน หลังจากที่วิทูรหลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ฉันค่อยๆ ลุกจากเตียงนอน เดินเงียบๆ เข้าไปในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ของเซฟเฮาส์
    บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีกล่องกำมะหยี่สีแดงสดวางอยู่ ภายในบรรจุสร้อยคอเพชรน้ำงามที่วิทูรเพิ่งมอบให้เป็น 'ของขวัญ' สำหรับการเป็นเด็กดีในค่ำคืนนี้ และข้างๆ กันนั้น ก็มีเช็คเงินสดที่เซ็นชื่อกำกับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยปล่อยช่องจำนวนเงินให้ว่างเอาไว้ เพื่อให้ฉันไปกรอกตัวเลขเอาเองตามใจชอบ
    ฉันหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาดู พลิกไปพลิกมาด้วยรอยยิ้มเหยียดกว้าง แววตาของฉันทอประกายความตื่นเต้นและสะใจอย่างผู้ชนะ
    การครอบงำและปั่นหัวผู้ชายที่มีทั้งเงินและอำนาจให้เชื่องราวกับลูกไก่ในกำมือ มันช่างเป็นความรู้สึกที่หอมหวานและเสพติดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด 
    เขาอาจจะมีทะเบียนสมรสกับภรรยาหลวง... อาจจะมีหน้ามีตาในสังคม... แต่อำนาจที่แท้จริงในค่ำคืนนี้ มันตกอยู่ในมือของแม่เสือสาวอย่างฉันอย่างสมบูรณ์แบบ
    ฉันจัดการเก็บสร้อยคอเพชรและเช็คเงินสดใส่ลงในกระเบ๋าสะพายแบรนด์เนมของตัวเองอย่างระมัดระวัง มองเงาสะท้อนของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความทะเยอทะยานในกระจกบานใหญ่
    "ของเล่นของท่าน ส.ส. อย่างนั้นเหรอ..." ฉันกระซิบกับตัวเองด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ "ดูเหมือนว่า ท่าน ส.ส. ต่างหากล่ะ... ที่กำลังกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดของฉัน!"
    เกมกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงนี้ เพิ่งจะดำเนินมาถึงจุดที่สนุกที่สุด และฉัน... พราวรินทร์ จะเป็นคนกอบโกยชัยชนะและสูบผลประโยชน์จากมันให้ถึงขีดสุดอย่างแน่นอน!