บทที่ 18 ิเหอเหล่าซือ
ณ คอนโดของฉิงเทียน
ฉิงเทียนทำท่าทางแบบทหาร: "ขอเชิญท่านผู้นำ เข้าตรวจเยี่ยมครับผม!"
ซูเสวี่ยยิ้มและมองดูฉิงเทียนที่ทำท่าเลียนแบบตรงหน้าเธอแล้วเขาก็ยิ้มออกมา: "งั้นเอาใหม่ ขอเชิญคุณสุภาพสตรีเข้ามาเยี่ยมชมได้เลยครับ"
ซูเสวี่ยกับฉิงเทียนเข้ามาในห้องของเขาแล้วก็พูดชม: "ฉิงเทียน ห้องของคุณนี่ดูดีจังเลยนะ"
ฉิงเทียนพูดและยิ้มแบบเจื่อนๆ "เสวี่ยเอ๋อ ผมอยากจะบอกข่าวร้ายกับคุณหน่อยนะ คือห้องนี้น่ะจริงแล้วไม่ใช่ของผมหรอก!"
"ไม่เป็ไร ฉันสามารถเลี้ยงดูคุณได้นะ ทำไมคุณไม่มาอาศัยอยู่กับพี่สาวเสียเลยล่ะ" ซูเสวี่ยมองดูฉิงเทียนที่กำลังหดหู่ เธอจึงพูดขึ้นมาทำนองเป็ผู้เหนือกว่าเพื่อเป็การปลอบเขา
"จริงอะ งั้นผมย้ายไปอยู่ที่นั่นพรุ่งนี้เลยนะ" ฉิงเทียนรู้อยู่แล้วว่าซูเสวี่ยแค่จะปลอบเขาเท่านั้น
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่มีบ้าน แต่ก็ไม่ใช่เื่ไกลเท่าไรแล้ว ฉิงเทียนนั้นอยากที่หยอกซูเสวี่ยจึงได้พูดออกไป "ตกลงนะ ผมจะย้ายไปที่บ้านของคุณพรุ่งนี้เลย"
ซูเสวี่ยมองดูฉิงเทียนที่ยิ้มแบบชั่วร้ายจึงได้ตอบกลับไป "ฉิงเทียน อย่ามาทำเป็คิดไปไกลนะ ฉันแค่ให้คุณอาศัยอยู่เท่านั้น
ฉิงเทียนมองดูสีหน้าของซูเสวี่ยที่ดูน่ารัก เขาจึงได้จับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วพูดขึ้น "เสวี่ยเอ๋อเชื่อผมนะ ผมจะทำให้คุณมีวันที่มีความสุขให้ได้"
ซูเสวี่ยเข้าซบในอ้อมแขนของฉิงเทียนแล้วกระซิบเขาเบา "ฉันเชื่อคุณค่ะ! ฉิงเทียน"
มองไปที่ซูเสวี่ย ฉิงเทียนจึงได้พูดขึ้น "ผมว่าจะไปซื้อรถซักคัน พวกเราไปซื้อด้วยกันไหมหากเสวี่ยเอ๋อพอจะมีเวลาว่าง?"
"ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นเสาร์หน้าละกัน" ซูเสวี่ยตอบกลับไป
ถึงแม้ว่าซูเสวี่ยและฉิงเทียนนั้นจะยังมีคำพูดอีกหลายพันคำที่อยากจะพูด แต่พวกเขายังมีงานต้องทำพรุ่งนี้ ฉิงเทียนจึงจำต้องส่งซูเสวี่ยกลับบ้านเท่านั้น
มองดูซูเสวี่ยที่กำลังกลับบ้าน หัวใจของฉิงเทียนนั้นก็รู้สึกแห้งแล้งขึ้นมา เพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในอนาคต เขาจะต้องทำงานให้หนักเพื่อหาเงินให้ได้เยอะๆ
ในตอนค่ำ
หลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จ ฉิงเทียนก็ไม่มีอะไรทำจึงนึกขึ้นได้ว่าเขาได้ลูกประคำสีแดงมา
เขาจึงเอาลูกประคำสีแดงออกมาจากกระเป๋า ฉิงเทียนจึงได้ถ่ายรูปมันลงไปจากนั้นก็เอาไปใส่ในร้านขายของของเขา ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง "พวกเซียนบน์คงจะรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรแน่"
ซึ่งเวลาผ่านไปได้ไม่นานนัก ฉิงเทียนก็พบว่ามีบางคนกำลังถามถึงร้านค้าของเขาอยู่
ฉิงเทียนจึงได้มองดูชื่อIDว่าิเหอเหล่าซือ: มีคนอยู่ที่ร้านไหม?
ฉิงเทียนจึงได้รีบตอบกลับไป: คุณลูกค้า ้าอะไรงั้นเหรอครับ!
ิเหอเหล่าซือ: ลูกประคำิญญาปีศาจเืนี่ขายเท่าไร!
ทันทีที่ฉิงเทียนเห็นข้อความนี้ การที่มีใครบางคนที่โผล่มาเพื่อขอซื้อลูกประคำสีเืในทันทีเช่นนี้ เขาจึงได้รู้ว่าลูกประคำสีเืนี้ต้องเป็ของดีมากแน่ ในฐานะที่เป็พ่อค้าเขาจำเป็ที่จะต้องตั้งราคาขายก่อน เขาจึงได้ตอบกลับไป: เนื่องจากผมยังไม่รู้ว่าเ้าสิ่งนี้มันใช้ทำอะไรได้ ผมจึงยังไม่ได้คิดที่จะขายในตอนนี้!
มีพระราชวังขนาดมหึมาอยู่ที่ปลายสายของโทรศัพท์นี้ และบนบัลลังก์ขนาดใหญ่ที่อยู่้าสุดของพระราชวังนี้มีชายชราในชุดสีแดงเืนั่งอยู่ ที่ด้านหน้ามีหน้าจอขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งในหน้าจอนั้นปรากฏข้อความที่เขาพิมคุยกับฉิงเทียนอยู่
ซึ่งชายผู้นี้ก็คือิเหอเหล่าซือนั่นเอง ิเหอเหล่าซือนั้นกำลังมองดูข้อความที่ฉิงเทียนส่งมาด้วยความสง่าผ่าเผย เขาโบกมือของเขาไปที่หน้าจอและปรากฏข้อความขึ้นมา: คุณเ้าของร้าน เ้าน่าจะเป็มนุษย์สินะ! ของสิ่งนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเ้า มันเป็ของที่มีประโยชน์สำหรับพวกข้าที่ฝึกวิชาเืเท่านั้น
ฉิงเทียนมองดูข้อความที่ถูกส่งกลับมาโดยิเหอเหล่าซือ ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเซียนนั้นเป็ไปไม่ได้ที่จะโกหกมนุษย์อย่างเขาอยู่แล้วใช่ไหม
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดเช่นนั้นอยู่ ก็ได้มีข้อความส่งเข้ามาจากิเหอเหล่าซืออีก: ลูกประคำิญญาปีศาจเืนั้น ถ้าหากเ้าเก็บไว้กับตัวเป็เวลานาน มันจะส่งผลกับบุคลิกของเ้า และมันอาจจะทำให้เ้ากลายเป็คนที่กระหายเืขึ้นมาได้ ถ้าเ้ายอมขายให้ข้า ข้าจะยอมทำตามคำขอของเ้าข้อหนึ่งและบวกเงินให้อีก 1000 หินเซียน ราคานี้น่าจะสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
"อะไรนะกลายเป็คนกระหายเื!" ฉิงเทียนรีบโยนลูกประคำสีเืลงบนพื้นทันทีด้วยความใ เขาไม่ได้อยากที่กลายเป็แวมไพร์! แต่จากที่เขาเห็นิเหอเหล่าซือนั้นกระตือรือร้นอยากได้ลูกประคำสีเืนี่ ทำให้เขารู้ว่าสิ่งนี้ต้องเป็เหมือนสมบัติแน่ๆ
พ่อค้าจำเป็ต้องต่อรอง เมื่อคิดเช่นนี้ฉิงเทียนก็ได้ลูบจมูกของเขาและพิมลงไป: คุณลูกค้าครับ ผมจะยอมขายลูกประคำสีเืนี้ให้ก็ได้ แต่ราคาคือ 2000 หินเซียนรวมถึงการทำตามคำขอ 1 ข้อด้วย
ฉิงเทียนคิดว่าเงื่อนไขนี้ของเขาน่าจะโอเคอยู่ แต่เขาไม่คิดว่าจะมีข้อความตอบกลับมาเร็วขนาดนี้: ตกลง
ยอดเงินคงเหลือในถาวเป่าของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็ 2000 ในทันที ฉิงเทียนมองดูความรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เขากลัวจะต้องมารู้สึกผิดทีหลังขึ้นมาเลย
เขาก็ได้ส่งลูกประคำเืให้กับิเหอเหล่าซือไป
ิเหอเหล่าซือถือลูกประคำเืนั้นและมองดูท้องฟ้าอย่างมีความสุขและะโขึ้นมา "มันเป็เ้าจริงๆด้วย ข้าิเหอเหล่าซือใช้เวลาตามหาเ้าตั้งนาน แต่สุดท้ายเ้าก็หนีไปที่โลกนี่เอง"
แล้วเขาก็ได้พิมตอบฉิงเทียนกลับไป: "เ้าบอกว่าเ้ามีเงื่อนไขใช่ไหม? วันนี้เหล่าซือของเ้ากำลังมีความสุข ข้ายินดีที่จะทำให้เ้าทันทีเลยก็ได้
ฉิงเทียนก็คิ้วขมวดขึ้นมาและคิดไปมาอยู่ในหัวของเขา นี่เป็เงื่อนไขที่ของิเหอเหล่าซือเลยนะ ต้องขออะไรที่ดีๆหน่อยแล้วล่ะ
้าเงิน? ไม่เอาแบบนั้นมันดูหยาบคายมากไป นอกจากนี้เขาไม่ได้มีปัญหาเื่เงินในอนาคตด้วย หรือว่าควรจะขอเขาเื่ที่เกี่ยวกับการฝึกวิชาของเราดีนะ
"จะว่าไป วิชาขุนพลเทพของเราจำเป็ต้องใช้สัตว์ 36 ตัวนี่นา แต่ถ้าเป็สัตว์บนโลกมันก็จะธรรมดาเกินไปหน่อย แต่ถ้าเราสามารถแปลงร่างเป็สัตว์เทพได้ เราจะแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดไหนหากเราสามารถฝึกได้ครบทั้ง 36 ตัวกันนะ" ฉิงเทียนจึงได้พิมตอบกลับไป: เหล่าซือครับ ผมอยากได้ศพของสัตว์เทพครับ ยิ่งเยอะยิ่งดี
ในท้องพระโรงของพระราชวังทะเลเืนั้น ิเหอเหล่าซือมองดูคำขอที่้าศพของสัตว์เทพนั้น สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยจึงได้ตอบกลับไป: เ้าหนู เ้ามีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยเลย ข้าสามารถหาให้เ้าได้แค่ศพเดียวเท่านั้นนะ
ฉิงเทียนรู้สึกยินดีขึ้นมาเมื่อได้ทราบว่าเขาจะได้ศพของสัตว์เทพ เดิมทีเขาคิดว่าเขาขอมากไปด้วยซ้ำ จึงได้รีบตอบกลับไปทันที: ได้ครับ!
ิเหอเหล่าซือจึงได้ตอบกลับไป: เ้าอยากได้ศพของสัตว์เทพแบบไหนล่ะ?
ในฐานะที่เป็ลูกหลานชาวจีน แน่นอนว่าความคิดแรกในหัวของเขาคือั ส่วนอีกศพที่เขาคิดไว้นั้น ฉิงเทียนได้อ่านนิยายมามากมายที่เกี่ยวกับยุงที่อยู่ในแม่น้ำเืมาที่สามารถกัดได้แม้กระทั่งดอกบัวทองคำทั้ง 12 ดอกของพระพุทธเ้า แต่ในท้ายที่สุดหากเทียบกันระหว่างัและยุงโลหิตแล้ว ถึงแม้ว่าันั้นจะไม่ได้มีอำนาจเท่ายุงโลหิต แต่มันก็ยังน่าหลงใหลอย่างมากสำหรับฉิงเทียนอยู่ดี
ฉิงเทียนจึงได้พิมตอบไปอย่างตื่นเต้น: ผมอยากได้ัครับ!
เมื่อเห็นคำขอของฉิงเทียน ิเหอเหล่าซือจึงแทบจะหล่นจากบัลลังก์ทันที และอดไม่ได้ที่จะว่าเขากลับไป: เ้าบ้า เ้าหนูน้อยเ้าช่างกล้ามากนะที่ขอให้ข้าไปล่าัมา แล้วมนุษย์อย่างเ้านั้น จะเอาัไปทำอะไร!
ฉิงเทียนมองดูข้อความที่ส่งมาจากิเหอเหล่าซือแล้วจึงได้ตอบกลับไป: ผมอยากที่จะได้ศพของสัตว์เทพไปใช้ฝึกวิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์ครับ
ที่แท้เ้าก็เป็ผู้ฝึกวิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์นี่เอง เ้ามั่นใจนะว่าเ้าจะใช้ัจริงๆ :ิเหอเหล่าซือพิมพ์ตอบไปพร้อมกับส่งรูปของัไปให้
ภาพของัทองตัวมหึมาปรากฏขึ้นบนจอภาพ ัตัวนั้นเหมือนกับในตำนานจีนมาก เขาเห็นเขาที่คล้ายของกวางที่โผล่ออกมาจากหัวของั และดวงตาขนาดใหญ่ของมันที่หลับอยู่ซึ่งบ่งบอกว่ามันได้ตายแล้ว และลำตัวของัตัวนั้นมีสีเหลืองทองและขา 4 ขาที่อยู่ใต้ร่างกายของมัน ถึงแม้ว่ามันจะตายไปแล้วแต่ความน่าเกรงขามของมันก็ยังอยู่ ฉิงเทียนนั้นจ้องมองไปที่ัตัวนั้น ซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงมันก็คือัในสายตาของเขา
หลังจากนั้นสักพัก ฉิงเทียนจึงได้มือสั่นและพิมพ์อย่างช้าๆด้วยความตื่นเต้น: ผมอยากได้ัตัวนี้ครับ!
"วิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์งั้นเหรอ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เคยฝึกก็ตาม แต่ตอนที่ตือโป๊ยก่ายฝึกวิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์ขั้นแรกรู้สึกว่าจะฝึกยากและใช้เวลานาน จริงๆแล้ววิชาแปลงร่าง 36 ขุนพล์นั้นไม่ใช่วิชาที่ฝึกง่ายขนาดนั้น!"
"อ๊า มีเื่แบบนั้นอยู่ด้วยสินะ!" ฉิงเทียนมองดูข้อความของิเหอเหล่าซือที่กำลังเกลี้ยกล่อมเขา จริงๆแล้วนี่คือข้อเสียของการที่ไม่มีอาจารย์! ฉิงเทียนคิดว่าในเมื่อันั้นไม่ดี ถ้าเป็ยุงโลหิตก็ไม่น่าจะเป็อะไรมั้ง ดังนั้นเขาจึงได้ส่งข้อความไปว่าเขาอยากได้ยุงโลหิตแทน
"บ้าเอ๊ย สายตาของเ้าหนูนี่ช่างอันตรายนัก!" ิเหอเหล่าซือถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อสักครู่เขานั้นพอที่จะหลอกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ัไปได้ แต่ไม่คิดว่าจะมาขอยุงโลหิตแทนซะอย่างนั้น!
ยุงโลหิตนั้นล้ำค่ายิ่งกว่าัเสียอีก
"อ๊า ใครใช้ให้ข้าพูดมากออกไปขนาดนั้นนะเนี่ย!" ิเหอเหล่าซือรู้สึกคิดผิดขึ้นมา ถาวเป่า์นั้นเกี่ยวข้องกับทาง์อยู่ และถ้าเขาอยากที่จะพูดอะไรก็คงทำได้แค่สบถออกมาเท่านั้น เพราะถ้าเกิดเขาละเมิดกฏ์ มันก็จะเป็เื่ยากที่เขาจะไต่ระดับขึ้นไปสูงได้ในอนาคต
เขาจึงได้ส่งของไปให้ฉิงเทียนแบบหดหู่
ฉิงเทียนที่อยู่บนโลก
ฉิงเทียนมองดูยุงโลหิตที่ปรากฏขึ้นมาที่โต๊ะของเขา เขาก็พูดขึ้นมาอย่างสงสัยเล็กน้อย: ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง! ไม่รู้เลยว่ามันจะทรงพลังเหมือนในนิยายรึเปล่าน้า เอาการแปลงร่างครั้งแรกเอาเป็ยุงโลหิตนี่แหละ!
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขากำลังฝึกอยู่นั้น เขาอยากที่จะขอบคุณิเหอเหล่าซือมา การค้าขายของเขาในวันนี้นั้นได้กำไรดีมาก ฉิงเทียนก็รู้สึกดีใจในใจของเขาและพิมตอบกลับไป: ขอบคุณมากครับิเหอเหล่าซือ ผมได้รับของมาแล้วครับ
หลังจากนั้นมาสักพักใหญ่ๆ ฉิงเทียนก็ไม่พบข้อความมาจากิเหอเหล่าซืออีกเลย
ในเวลานี้ ิเหอเหล่าซือมองดูที่วางของที่ว่างเปล่าของเขา! และร้องออกมาอย่างเสียใจ
ผู้คนที่อยู่นอกท้องพระโรงต่างก็สงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหล่าซือวันนี้กันแน่นะ พวกเขาคงได้ร้องออกมายิ่งกว่าแน่ หากพวกเขารู้ว่าิเหอเหล่าซือนั้นได้ขาดทุนครั้งใหญ่ไป