ครรชิตพากรชนก ที่วันนี้แต่งตัวเรียบร้อยในชุดกระโปรงมาพบกับอภิเชษฐ์ที่โรงแรม
สองพ่อลูกถูกต้อนรับที่เล้าจน์หรูโดยมีงามพรรณตามติดมาด้วย บรรยากาศการสนทนาเป็ไปอย่างสบายหญิงสาวถูกถามและชวนพูดคุยเกี่ยวกับเื่ของตัวเองเสียเป็ส่วนใหญ่เช่นว่าจบจากที่ไหน งานอดิเรกชอบทำอะไร เคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างมากกว่าจะคุยเื่งานจริงจัง ถ้าไม่เพราะบิดาที่มินิสัยขี้อวดลูกกระตือรือร้นยื่นแฟ้มให้คาดว่าแผนงานที่หญิงสาวเตรียมมาคงจะเป็หมัน
“เป็อย่างไรบ้างครับ” ครรชิตยิ้มถาม
“เยี่ยมครับ ผมชักเห็นด้วยแล้วสิ ว่ามั้ยคุณ”
“ก็ดีนะคะ” งามพรรณรับแฟ้มไปดูด้วยตัวเองอย่างละเอียดอีกทีกรชนกจึงกล่าวเสริมขึ้นมา
“นักธุรกิจต่างชาติที่มีเวลาเป็เงินเป็ทองบางทีแค่มาพักและเจรจาเสร็จก็บินกลับเลย ไม่ได้สนใจอยากจะไปตะลอนเที่ยวที่ไหนหากเล้าจน์ของโรงแรมจัดให้มีพีอาร์ที่สามารถคุยภาษาต่างชาติได้ รอบรู้เื่ธุรกิจคุยเื่เศรษฐกิจการเมืองอย่างลึกซึ้งช่วยให้เขาวิเคราะห์เื่การลงทุนในประเทศได้ คิดว่าเขาน่าจะชอบและสนใจมากกว่าเล้าจน์ธรรมดาทั่วไปค่ะ”
ครั้นหญิงสาวพูดจบบิดาก็กล่าวตาม
“ใช่ครับ หากมีการจัดงานอย่างการประชุมผู้นำนานาชาติแต่ละทีผมอาจจะช่วยแนะนำโรงแรมของคุณซึ่งคิดว่ามีความเหมาะสมและมีความพร้อมสำหรับให้การรับรองแขกผู้มีเกียรติเ่าั้ได้”
ประโยคนี้ของปลัดกระทรวงฯก่อให้เกิดแสงสว่างวาบขึ้นในหัวของนักธุรกิจใหญ่เขาคำนวณถึงผลประโยชน์ที่จะได้ตามมาหลังจากได้รู้จักคบค้าสนิทชิดเชื้อกับครรชิต
“ผมเองก็รู้สึกเป็เกียรติเหมือนกันครับที่โรงแรมจะได้ต้อนรับผู้นำและคนสำคัญชั้นสูงเอ...ถ้าอย่างนั้นให้หนูกรชนกเข้ามาเป็ผู้ดูแลรับผิดชอบพร้อมประสานงานร่วมกับเ้าวินดีไหมคุณ”
เขาแกล้งถามความเห็นภรรยาซึ่งหล่อนก็รู้ความคิดของสามีที่อยู่เคียงข้างกันมานานทั้งการทำงานกระทั่งในห้องนอนว่าอยากเปิดทางให้ลูกสาวของครรชิตกับลูกชายของทั้งคู่
“ดีค่ะ ฉันเห็นด้วย”
งามพรรณตอบยิ้มพรายครรชิตจึงแอบซ่อนยิ้มดีใจไว้ข้างใน ดูเหมือนว่าการเจรจาร่วมงานในครั้งนี้จะราบรื่นและแฮปปี้กันทุกคนยกเว้นก็แต่คน ๆ เดียวเท่านั้นคือกรชนก ที่รู้สึกแปลก ๆ ไปกับความเมตตาอย่างพิเศษจากสามีภรรยาคู่นี้
ในเวลาอาหารเย็นของครอบครัวตระกูลอภิวัฒนานนท์ที่วันนี้ดูจะพร้อมหน้าพร้อมตากัน ยกเว้นก็แต่ลูกชายฝาแฝดสองคนที่ได้แต่งงานและแยกครอบครัวออกไปอยู่ที่อื่นแล้ววราเห็นเป็โอกาสดีจึงได้พูดเกริ่นถึงเื่ของแพรวลดาไว้ก่อน
“คุณพ่อกับคุณแม่พอจะว่างวันไหนบ้างครับผมอยากจะพาเพื่อนมาแนะนำให้รู้จัก”
“ใครหรือลูก?” มารดาถาม
“แพรวลดาครับ”
“อ๋อพี่แพรวแฟนพี่วินนี่เอง เพิ่งจะพามาเปิดตัวกับครอบครัวหรือคะเห็นคบกันั้แ่ก่อนหนูไปเรียนเสียอีก” วารินพูดเธอเคยเจอกับแพรวลดาสองครั้งสมัยที่ทั้งสองเริ่มคบกันใหม่ ๆในห้างสรรพสินค้าและได้ทักทายกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง
“วันไหนดีคะคุณ?”
งามพรรณหันไปทางประมุขของบ้านที่อยากจะให้ลูกชายได้ดองกับลูกสาวของครรชิตมากกว่าเป็คนตอบคำถามเอง
“ยังไม่แน่ใจเลยเดี๋ยวดูอีกทีละกัน” อภิเชษฐ์พูดบ่ายเบี่ยงพร้อมเลี่ยงเข้าประเด็นอื่น
“ว่าแต่ตาวิน พ่อคิดอยากจะปรับปรุงเล้าจน์ของเราใหม่ลูกช่วยรับผิดชอบเนื้องานด้านนี้หน่อยนะ”
“ทำไมต้องปรับปรุงหรือครับไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน”
“มันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกแต่เราทำธุรกิจโรงแรมก็ต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่ตลอดไม่อย่างนั้นก็โดนโรงแรมอื่นๆ แย่งลูกค้าไปหมดสิ เดี๋ยวนี้ยิ่งมีบูทีคใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ”
“ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รับผิดชอบงานร่วมกันกับหนูเนตรนะเดี๋ยวพ่อจะส่งเบอร์ให้หนูเนตรเป็ผู้ดูแลสตาร์คลับที่โด่งดังและสร้างกำไรเดือนนึงเป็สิบ ๆ ล้านได้ทำงานกับคนเก่ง ๆ ถือเป็โอกาสที่ดีของเราด้วย”
“สตาร์คลับที่ย่าน...หรือครับ?”
“ใช่แล้วล่ะลูก”
ชายหนุ่มทำหน้าฉงนนึกว่าบิดาของตนจะรู้จักแต่ผู้บริหารโรงแรมประเภทเดียวกันไม่นึกว่าจะรู้จักคบค้าสมาคมกับคนทำธุรกิจแนวนี้ด้วย
“คุณพ่อคิดอย่างไรครับถึงจะเปลี่ยนเล้าจน์ไฮโซของเราให้เป็คลับโลโซธรรมดา”
“พูดอะไรอย่างนั้นอย่าพูดแบบนี้ให้หนูเนตรได้ยินเชียวนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราดูถูก”
“ก็มันจริงนี่ครับ”
ชายหนุ่มคิด เล้าจน์ของโรงแรมปัณฑามีบริการอาหารนานาชาติรวมทั้งเบเกอรี ของหวาน เครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่มีบริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกสัปดาห์จะมีนักเปียโนมาบรรเลงเพลงไพเราะเพราะพริ้งให้ฟังซึ่งจะเน้นเฉพาะเพลงแจ๊ส บัลลาด และบอสซาโนวาเท่านั้นบรรยากาศค่อนข้างจะสบายและแตกต่างจากสตาร์คลับที่เน้นโชว์สนุก มีพีอาร์คอยประกบตลอดเวลาซ้ำยังชอบคะยั้นคะยอให้ซื้อนั่นซื้อนี่ ซึ่งเขาเกรงว่าลูกค้าที่ค่อนข้างรสนิยมสูงของโรงแรมจะมองว่าน่ารำคาญเสียมากกว่า
“แต่หนูเนตรว่าพีอาร์ของเราจะปั้นมาอย่างดีให้รู้จักมารยาทสังคมชั้นสูงเก่งทุกด้านทั้งภาษา ประวัติศาสตร์ การเมืองแฟชั่นและการกีฬาเพื่อจะได้คุยกับลูกค้าได้ทุกเื่ แม่มั่นใจและไม่กังวลว่าหนูเนตรจะทำให้เล้าจน์ของเราเสียระดับ”มารดานำคำพูดของกรชนกที่ได้นำเสนอมาอธิบายให้ฟัง
“เก่งรอบด้านขนาดนั้นแล้วเราต้องจ่ายค่าตัวกันเท่าไหร่เชียวครับ”
“เื่ส่วนแบ่งและการบริหารจัดการภายในนี้ตาวินต้องเป็ฝ่ายไปคุยกับหนูเนตรเองอย่างไรแม่ก็ฝากไว้ด้วยนะจ๊ะ”
“จะให้หนูไปช่วยด้วยไหมคะ?”วารินโพล่งถามขึ้นมา เผื่อบิดามารดาอยากจะให้เธอลองไปเรียนรู้งานกิจการของโรงแรมด้วย
“แล้วแต่ลูกเลยจ๊ะ”
แหล่งท่องเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของบรรดาเทวดานางฟ้าบนดิน ถนนทั้งเส้นสว่างเรืองรองคลาคล่ำไปด้วยบรรดาร้านรวงและผู้คนหญิงชายในชุดเสื้อผ้าสวยงาม
สถานบันเทิงชื่อดังที่ชื่อว่า‘สตาร์คลับ’ บริหารงานโดยหุ้นส่วนสองคนที่เป็เพื่อนกันคือพิษณุที่ลูกน้องเรียกว่า ‘บอสใหญ่’กับกรชนกที่ถูกเรียกว่า ‘เลดี้’ซึ่งก็ย่อมาจากเลดี้บอสนั่นเอง ทุกวันทั้งคู่จะเข้ามาดูแลร้านในเวลาไล่เลี่ยกันบางครั้งก็นั่งทำงานตรงส่วนออฟฟิศชั้นบนบางครั้งก็มานั่งดูนั่งดื่มอยู่แถวเคาน์เตอร์บาร์
คอสโมโพลิแทนเครื่องดื่มระดับอ่อน ๆ สีชมพูสวยหวานที่มีส่วนผสมของวอดก้าเป็หลักตามมาด้วยน้ำแครนเบอร์รี น้ำส้มและน้ำมะนาวถูกเสิร์ฟมาวาง กรชนกยกขึ้นมาจิบแล้วขยับปลายเท้าเบาๆ ตามจังหวะเพลง
“พี่เนตรๆ รู้มั้ยคะว่าตอนบ่ายน้องมายไปชอปปิ้งมา อุตส่าห์เจอชุดสวยถูกใจแต่กลับโดนแย่งไปหน้าตาเฉยผู้หญิงคนนั้นเอาเงินฟาดหน้าพนักงานต่อหน้าต่อตาน้องมายเลย”
มายมิ้นท์พนักงานตำแหน่งพีอาร์สาวของร้านที่มีขนาดตัวเล็กแต่หุ่นทรงสะบึ้ม เธอเป็คนเดียวที่มักเรียกชื่อเล่นของกรชนกแทนคำว่าเลดี้เหมือนคนอื่นเนื่องด้วยความสนิทกันเป็พิเศษจึงชอบหลุดเรียกติดปากออกมาอย่างนั้นตรงเข้ามาฟ้องพลางคล้องแขนออดอ้อนด้วยท่าท่างประจำที่ติดเป็นิสัย
“ฟาดหน้าเลยหรือจ๊ะฮึ ฮึ” ขำในลำคอเบา ๆ กับคำพูดเกินจริงของเด็กตนเอง
“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะแต่เขาหยิบการ์ดขึ้นมาแล้วก็ทำอย่างนี้”
หญิงสาวแสดงท่าทางให้ดูโดยใช้มือกอดอกแล้วคีบบัตรตวัดขึ้นมา
“อย่างนี้แหละค่ะเค้าทำอย่างนี้เลยน่าหมั่นไส้ชะมัดไม่รู้เป็ลูกคุณหนูหรือเด็กเสี่ยที่ไหนเจ็บใจนัก”
แล้วมายมิ้นท์ก็เริ่มเล่าให้ฟังว่าหลังจากเข้าไปเลือกซื้อชุดสวยเพื่อจะใช้ใส่มาทำงานก็เจอเข้ากับชุดเกาะอกซีทรูลายเสือที่ถูกใจแต่พอเห็นป้ายราคาเธอก็วางลงอย่างชั่งใจว่าจะตัดสินใจซื้อเลยทันทีหรือรอให้เงินเดือนออกก่อน
แต่พอวินาทีที่พ้นมือไปกลับถูกคนอื่นฉกไปต่อหน้าเท่านั้นแหละความเสียดายจึงบังเกิดขึ้น เธอจึงเปิดศึกกับผู้หญิงคนนั้น ยิ่งรู้ว่าเป็ชุดเดียวที่เหลืออยู่ในร้านทั้งคู่ก็ยิ่งโต้เถียงเพื่อยื้อแย่งชุดโปรดกันสุดฤทธิ์และสุดท้ายคนที่พ่ายแพ้ก็คือคนที่กำลังมายืนโวยวายอยู่ตรงนี้นั่นเอง
“เสียดายที่สุดไปหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มันเหมาะกับน้องมายมากเลย หากน้องมายได้ใส่จะต้องมีโชคปังๆ จากลูกค้าแน่นอน”
น้ำเสียงเล็กๆ กระเง้ากระงอดอย่างกับเด็กโดนแย่งของเล่นฟังแล้วน่ารักบวกกับท่าทางที่ยื่นปากเกือบจะติดจมูกทำให้ดูน่าเอ็นดูนักในสายตาของกรชนกยกเว้นก็แต่คนที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ามาดเคร่งขรึมเข้ามาทำเสียงเอ็ดใส่
“ว่างงานหรือไงมายมิ้นท์”
“เปล่าค่ะบอสแหะ ๆ แค่มาขอกำลังใจเฉย ๆ ไปก่อนนะคะ”
คนที่ทำเป้าไม่ค่อยได้ในเดือนนี้รู้ตัวรีบโบกมือลาน้อยๆ แล้วเผ่นแนบออกไปจากตรงนั้นก่อนจะโดนะเิลงไปมากกว่านี้เพราะรู้ดีว่าเ้านายผู้ชายมีดีแค่หน้าตาแต่ขี้เหนียวชะมัดแถมยังชอบดุอีกต่างหาก
พิษณุหันไปสั่งเครื่องดื่มของเขาแล้วก็ถามถึงเื่ที่กรชนกได้ไปพบกับอภิเชษฐ์มาแน่นอนว่ามันเป็ไปตามที่คิดไว้เลยถ้าท่านครรชิตออกโรงเองเมื่อไหร่ไม่มีทางที่จะไม่ประสบความสำเร็จ และการที่เขาทำธุรกิจร่วมกันกับหญิงสาวก็ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมอยู่กลายๆ
“น่าอิจฉาจริงจริ๊งนี่พ่อแกเค้าไม่อยากจะมีลูกบุญธรรมเพิ่มสักคนหรือไง ฉันอยากขอเสนอตัวเองหน่อย”
“ถามหรือยังว่าฉันอยากจะเป็พี่น้องกับแกไหม”
“ลูกบุญธรรมไม่ได้ถ้าอย่างนั้นก็ขอสมัครเป็ลูกเขยแทนแล้วกัน”
“นี่เห็นอะไรไหม” บุ้ยใบ้ชี้ไปยังอวัยวะเบื้องล่างที่กระดกส่ายดิก ๆ
“รองเท้าใหม่หรือแบรนด์อะไรล่ะ”
ชายหนุ่มยังยียวนกวนประสาทต่อไปทั้งคู่จิกกัดกันต่อหน้าลูกน้องเสร็จก็พากันกลับเข้าไปต่อปากต่อคำกันในห้องทำงานต่อ
่นี้กรชนกกำลังจัดเตรียมเอกสารสำหรับการประเมินความสามารถลูกน้อง มันเป็ลักษณะข้อสอบมีทั้งปรนัยและอัตนัยหลายวิชาที่เป็ความรู้พื้นฐานซึ่งคิดว่าจะช่วยเสริมทักษะในการทำงานให้กับบรรดาลูกน้องจากนั้นเธอจะจัดคอร์สอบรมพิเศษแล้วประเมินผลอีกครั้งหนึ่ง ผู้ที่สอบผ่านจะได้ไปทำงานในสถานที่ใหม่คือเล้าจน์โรงแรมปัณฑาของอภิเชษฐ์หากไปได้สวยก็จะขยายไปยังโรงแรมในเครืออื่น ๆ ส่วนคนที่ไม่ผ่านก็จะอยู่ทำงานที่นี่ต่อไป
ใครว่าอาชีพนี้ทำง่ายสบายแค่นั่งแต่งตัวสวยไปวันๆ ที่เห็นมันก็แค่เบื้องหน้าเท่านั้น พีอาร์ของเธอจะต้องรอบรู้ ชวนคุยนั่นคุยนี่เก่งลูกค้าถึงจะติดใจและแม้จะมีรายได้เยอะก็ต้องเสียไปกับเครื่องประดับและประทินโฉมถ้าไม่ประโคมเข้าไปก็ไม่มีใครเรียกมานั่งด้วย ไหนจะผลกระทบต่อสุขภาพและความเสี่ยงกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอีกต้องมีเล่ห์เหลี่ยมรู้จักกลิ้งเป็มะนาวทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ชายยอมควักเงินในกระเป๋าให้โดยที่ตัวเองไม่เสียเนื้อเสียตัวเกินไป
เสียงโทรศัพท์ภายในดังเข้ามาพิษณุเป็คนรับสายจากผู้จัดการที่มีปัญหากับลูกค้าเกินจะรับมือไหวชายหนุ่มจึงออกไปดูแลความสงบเรียบร้อยของร้าน เื่แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยอยู่เหมือนกันแต่ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเพื่อนชายรับผิดชอบไปกรชนกคอยจัดการเื่ของการเงินและส่วนยิบย่อยอื่น ๆ แทน
หญิงสาวไม่ถนัดกับการพูดจาประนีประนอมค้อมหัวให้ใครโดยเฉพาะกับคนเมาไม่รู้เื่แล้วชอบตะคอกถามว่า รู้มั้ยว่ากูเป็ลูกใครถ้าเจออย่างนี้เมื่อไหร่เธอจะตบบ้องหูแล้วไล่เตะตูดให้คลานไปฟ้องพ่อมันแทบไม่ทันเลยทีเดียว.....