ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากถนนใหญ่พอสมควร ต้องเลี้ยวผ่านซอยคอนกรีตแคบ ๆ ที่พื้นแตกร้าวเป็เส้นยาวเหมือนรอยเส้นเืใต้ผิวดิน สองข้างทางมีบ้านชั้นเดียวเรียงตัวเป็ระเบียบ สีผนังแต่ละหลังซีดจางไปตามกาลเวลา แต่ยังคงสะอาดพอจะบอกได้ว่ามีคนอาศัยอยู่จริง
ยามเย็น แสงอาทิตย์จะทอดยาวเป็สีส้มหม่นบนหลังคาสังกะสี เสียงหมาเห่ารับกันเป็่ ๆ กลิ่นกับข้าวลอยปะปนกับกลิ่นดินที่เพิ่งรดน้ำต้นไม้ เสาไฟฟ้าตั้งเรียงเป็ระยะ และเมื่อฟ้ามืด แสงสีเหลืองจากหลอดไฟจะส่องลงมาเป็วงกลมเล็ก ๆ บนพื้นถนนที่เริ่มเงียบลงทีละน้อย
บ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่เกือบท้ายหมู่บ้าน รั้วเหล็กสีอ่อนมีรอยสนิมตามขอบ ประตูรั้วมักปิดไม่สนิทนักเหมือนเ้าของไม่ค่อยพิถีพิถัน ต้นไม้หน้าบ้านสูงพอจะทิ้งเงากิ่งก้านซ้อนทับกันบนผนังในยามค่ำ
หน้าต่างกระจกบานเลื่อนถูกปิดด้วยผ้าม่านบางสีอ่อน แสงไฟจากภายในลอดออกมาเป็เงาสั่นไหวตามแรงลม พัดลมเพดานหมุนช้า ๆ ส่งเสียงฮืมแ่เบาอยู่ในความเงียบ
น้ำฝน หญิงสาววัย 34 ปี นั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา ผมสั้นสีดำของเธอทิ้งตัวแนบกรอบหน้า ใบหน้าคมคายแบบคนดูแลตัวเอง ยิ่งรูปร่างนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง น้ำฝนเป็คนที่มีรูปร่างดีมาก โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่มีขนาดถึง 40 นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของตามธรรมชาติ เพราะเธอทำศัลยกรรมมานั้นเอง
ตัวน้ำฝน มีลูกเลี้ยง 1 คน เขา อายุ 17 ปี ชื่อว่าเอก
หลายปีก่อนน้ำฝนได้พบกับพ่อม่ายลูกติดคนหนึ่ง เธอคบหาดูใจกับเขาอยู่ไม่นานก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกัน ทั้งสามกลายเป็ครอบครัวที่อบอุ่น และมีความสุขครอบครัวหนึ่ง ทว่า...ความสุขก็อยู่กับพวกเขาได้ไม่นาน เมื่อพ่อของเอกจากไปด้วยอุบัติที่ไม่คาดคิด ขณะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด น้ำฝนเลยต้องกลายเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกเลี้ยงวัยหนุ่มนับั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นมา...
...
ณ ห้องรับแขก
เอกนั่งพิงผนังอีกฝั่งหนึ่งของห้อง เขาเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่สนใจเสียงบรรยายในรายการที่แม่ของตนเองดูอยู่ เสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงขาสั้นทำให้เขาดูเหมือนวัยรุ่นทั่วไป
วัยรุ่นที่เชื่อในเหตุผลมากกว่าความเชื่อ
“แม่เชื่อจริงเหรอว่าเขาเห็นผี?” เอกเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า
น้ำฝนยกรีโมตชี้ไปที่จอ “ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่น่ะลูก” เอกแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือถือต่อ ทว่า...ในเวลานั้นเองเสียงโทรศัพท์ของน้ำฝนก็ดังขึ้นชื่อบนหน้าจอคือ “รุ้งลดา” น้องสาวของน้ำฝนนั้นเอง
“ว่าไงยัยดา โทรมาหาพี่ซะดึกเลยมีอะไร”
“พี่ฝน....อีกสามวันว่างไหม ไปไหนรึเปล่า”
“อีกสามวัน..? ไม่มีนะอยู่บ้าน เธอจะชวนไปไหน”
“คือ....หนูอ่ะสมัครไปรายการ กล้าท้าผี แล้วเขาพึ่งจะติดต่อมา ตอนแรกมีหนูกับคนทางบ้านอีกสองคน แต่...เมื่อกี้ทางรายการโทรมาบอกว่า สองคนนั้นเทไม่ยอมมาซะแล้ว ถ้ามีหนูคนเดียวก็ถ่ายไม่ได้ หนูเลยคิดจะชวนพี่กับหลานมาแทนได้มั้ย”
“ออกรายการกล้าท้าผี!! ออกทีวี!! เอาสิทำไมจะไม่เอา” น้ำฝนตาโตเป็ไก่ห่าน พร้อมกับลุกขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจยาว ๆ ของลูกชายเธอ
“แม่อยากไปเอกเข้าใจ แต่แม่ถามสุขภาพเอกสักคำไหม? ว่าอยากไปรึเปล่า”
“ตาเอกกกก....กกไปเป็เพื่อนแม่หน่อยนะ ๆ ๆ แม่อยากออกทีวี อยากไปล้าท้าผี” น้ำฝนพลันกระโจนมานั่งข้างลูกชายเธอ พร้อมกับใช้สองแขนกอดแขนเขาแน่น จากนั้นจึงออดอ้อนให้เอกใจอ่อน
“อึก...! นะ...หน้าอกของแม่มัน ดะ...โดน...”
เอกชะงักนิ่งไปชั่วขณะเพราะแขนของเขากับถูกูเาไฟขนาด40นิ้วสองลูกของมารดาเบียดบี้ไปมาแต่นั่นก็เพียงทำให้เด็กหนุ่มใเท่านั้น เพราะเขาไม่เคยคิดอกุศลอัปรีย์กับมารดาคนสวยแม้แต่ครั้งเดียว
....ไอ้เราทั้งไม่เชื่อ ไม่อยากไป...แต่จะปล่อยให้น้ากับแม่ไปกันตามลำพังก็ไม่ได้ โดยเฉพาะแม่...ปรกติแม่ออกไปไหนผู้ชายก็มองกันจนตาแทบจะถลนอยู่แล้ว ยิ่งเป็ดึก ๆ ดื่น ๆ ด้วยยิ่งอันตรายกว่าเดิม
“อืม ๆ ก็ได้ ๆ เซ้าซี้จัง ไปก็ไป ที่ไปเพราะเป็ห่วงแม่กับน้าดาหรอกน่ะ”
“ว้าย! ตาเอกของแม่น่ารักที่สุดเลย” น้ำฝนดีใจจนหน้าหน้าบาน เธอโอบกอดลูกชายสุดที่รักจนหน้าอกไซซ์เบิ้มเบียดบี้จนผิดรูป พร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่ไป 1 ครั้ง จากนั้นจึงหันไปคุยสายกับน้องสาวต่อ
“ดีเลยพี่ฝนงั้นอีกสามวันเจอกัน ส่วนสถานที่เดี๋ยวหนูส่งไปในไลน์นะ”
...
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก สองแม่ลูกกับอีก1 น้าสาวมารอที่ สตูของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถตู้ของทีมงานไปไปยังสถานที่ล่าท้าผี
รถแล่นออกจากตัวเมือง ไฟถนนค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความมืดที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ สองข้างทางกลายเป็แนวต้นไม้สูงที่กิ่งก้านพันกันจนแทบไม่เห็นท้องฟ้า
และเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรัง เสียงล้อบดกับกรวดดังครืดคราดยาวคล้ายเสียงบางอย่างถูกลากผ่านพื้น
ตึกร้างสามชั้นปรากฏขึ้นท่ามกลางไฟหน้ารถ สภาพของมันคล้ายถูกลืมจากโลกภายนอกมานานหลายสิบปี
กำแพงปูนที่เคยฉาบเรียบ บัดนี้แตกร้าวเป็เส้นใยคล้ายรอยแผลเก่า สีเดิมซีดจางจนเหลือเพียงคราบเทาอมเหลือง น้ำฝนที่ไหลซึมผ่านชั้นดาดฟ้าทิ้งรอยด่างดำเป็ทางยาวเหมือนน้ำตาที่ไหลไม่หยุด หน้าต่างกระจกหลายบานแตกกระจาย เหลือเพียงเศษคม ๆ สะท้อนแสงจันทร์วูบวาบราวดวงตาที่กำลังกะพริบมองผู้มาเยือน
ประตูเหล็กชั้นล่างเอียงบิดเบี้ยว สนิมเกาะหนาจนเป็สีแดงคล้ำ โซ่ที่เคยคล้องล็อกห้อยหลวม ๆ ส่งเสียงกระทบกันเบา ๆ เมื่อสายลมพัดผ่าน เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบจนฟังคล้ายเสียงกระซิบของใครบางคน
ทันทีที่เปิดประตูรถ ทีมงานกำลังติดตั้งไฟสปอตไลต์ สายไฟสีดำพาดผ่านพื้นดินเป็เส้นยาว กล้องอินฟราเรดถูกตั้งเรียงรายราวกับดวงตาหลายคู่กำลังรอจ้องเข้าไปในความมืด
แต่ยิ่งมีแสงมากเท่าไร ตัวตึกกลับยิ่งดูมืดลึกกว่าเดิมภายในกรอบประตูที่แง้มค้าง เงาดำทอดยาวเหมือนโพรงปากของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง น้ำฝนยืนมองมันด้วยดวงตาที่เปล่งประกายทั้งตื่นเต้น และประหม่า เอกยืนข้างเธอ เงาของทั้งสองซ้อนทับบนพื้นดินที่ชื้นเย็น
คืนนี้… พวกเขาจะก้าวเข้าไปในบ้านหลังนั้นในฐานะแขกรับเชิญของรายการ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า บางอย่างในความมืดอาจไม่ได้รอเพียงแค่กล้องถ่ายทำ และมันอาจไม่พอใจที่ถูกท้าทาย....
จบตอน