วันนี้หลังจากร้องเพลงเสร็จภูผาก็ไปซ้อมร้องเพลงตามปกติ ตอนนี้ฝีมือเขาพัฒนาขึ้นมาก การร้องดีขึ้น การเล่นกีตาร์รวมถึงการฝึกเต้นก็ดีขึ้น จนครูสอนแอบชมบ่อย ๆ
“คุณผาร้องดีขึ้นเยอะเลยน่ะครับ สนใจไปอัดเสียงดูไหมครับ พอดีเพื่อนผมกำลังอยากได้นักร้องหน้าใหม่ฝีมือดี ๆ อยู่ ถ้าสนใจพรุ่งนี้เราไปลองอัดเสียงกันเลย”
ครูสอนพูดขึ้นหลังจากภูผากำลังเตรียมตัวกลับ ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งราวกับหูฟาดแต่เมื่ออีกฝ่ายพูดอีกรอบ เขาถึงกับยิ้มกว้างรีบตกลง
“ดีสิครับครู ผมอยากเป็นักร้องจะตายไป แต่ติดตรงที่ไม่มีโอกาสนี่แหละครับ”
“งั้นก็ดีเลย เดี๋ยวผมบอกคุณวาก่อน คงดีใจมากแน่ ๆ ที่คุณตกลง”
“คุณวา?? เขาเกี่ยวอะไรด้วยเหรอครับ”
“เอ่อ ก็.... ไม่รู้สิ เผื่อคุณวาอยากรู้ไง “ครูสอนดนตรีเริ่มอึกอักเพราะเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ
“นี่คงเป็ความลับนึงที่ปิดไว้อีกสินะ คนเ้าเล่ห์” ภูผานึกเข่นเขี้ยวในใจ เมื่อนึกถึงคนที่ทำให้เขาใจสั่นเมื่อต้องอยู่ใกล้ๆ
“ไม่ต้องบอกเขาหรอกครับ”
“เหรอครับ แต่ผมว่า.. แต่ช่างเถอะ ยังไงพรุ่งนี้คุณผามาเร็ว ๆ หน่อยนะ สักสี่โมงได้ไหม ผมจะได้นัดเพื่อนเอาไว้”
“ได้ครับ งั้นพรุ่งนี้เจอกันน่ะครับครู ขอบคุณครับ”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู แต่ก็ต้องชะงักเมื่อใครอีกคนผลักประตูเข้ามา ซึ่งหน้าคุ้น ๆ จนเขาต้องจ้องอีกรอบ
“ไอ้!!!” พีระอุทานเมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าเป็ใคร
“พีระ ไปไงมาไงมาถึงนี่ละเนี่ย”
ครูสอนดนตรีร้องทักเมื่อพบว่าผู้มาเยือนเป็ใคร ในขณะที่ภูผาเริ่มจะนึกออก พร้อมกับสายตาดุ ๆ ใส่ แล้วก็รีบเปิดประตูออกไปเพราะไม่อยากมีเื่
พีระมองหลังคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูออกไปอย่างนึกสงสัย
“ไอ้หมอนั่น มาทำอะไรที่นี่”
“หมอนั่น อ่อ น้องผา”
“ชื่อผาเหรอ”
“ใช่ ภูผา รู้จักกันเหรอครับ”
“เปล่า แค่เคยเจอหน้า แล้วมันมาทำอะไรที่นี่”
“มาฝึกร้องเพลงและเล่นกีตาร์ เด็กคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะพีระ พรุ่งนี้ผมจะพาไปอัดเสียงซะหน่อย คิดว่าไม่น่าพลาด”
“ฝีมือจะขนาดไหนกันครับ อยากรู้นักจะสู้ฝีปากได้หรือเปล่า” พีระงึมงำอย่างนึกไม่พอใจ สายตาแข็งขึ้นจนคู่สนทนาขมวดคิ้ว
“พูดเหมือนไปมีเื่กันมาเลยนะเนี่ย ขอไว้คนเถอะ นั่นลูกศิษย์ผม”
“คนอะไรทำหน้าทำตาได้วอนบาทาขนาดนั้น ผมไม่รับปากหรอกนะ ไอ้หมอนั่นเพิ่งด่าผมเมื่อวันก่อน แถมยังเป็ต้นเหตุให้ไอ้วาต่อยผมจนเกือบเสียโฉม ผมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอกครู”
พีระว่าอย่างเอาเื่ ในขณะที่คนฟังส่ายหน้าอย่างระอา
พีระกับครูสอนร้องเพลงคนนี้รู้จักมานาน เพราะก่อนพีระจะโด่งดังเขาก็เคยเป็ลูกศิษย์ที่นี่มาก่อน และแม้ใคร ๆ จะมองว่าพีระไม่ดียังไง แต่พีระก็ไม่เคยลืมครูสอนร้องเพลงคนนี้เลยสักที เขายังคงหมั่นมาหาบ่อย ๆ จนทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากกว่าคนรู้จักทั่วไป รวมถึงเป็คนที่พีระไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งความสัมพันธ์นี้ทั้งภูผาและวาตาไม่เคยรู้มาก่อน
หลังจากไม่ได้เจอกันนาน พีระคุยกับครูสอนร้องเพลงอยู่นานจนเกือบลืมเวลา แต่ก็ทำให้เขาได้ความรู้เพิ่มมาอย่างหนึ่ง นั่นก็คือวาตาคือคนต้นคิดให้ภูผามาฝึกร้องฝึกเต้นที่นี่นั่นเอง ซึ่งก็แปลว่า ภูผาต้องมีความสำคัญกับวาตาผู้ซึ่งเป็คนที่เขาไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุดแน่ ๆ และแน่นอนแผนการต่าง ๆ ผุดขึ้นในสมองอันหลักแหลมและแสนจะเ้าเล่ห์ของเขา อย่างน่ากังวลแทนภูผาและวาตาไม่น้อย
พีระเป็ลูกชายแท้ ๆ ของคุณรัชวิภา แต่ผู้เป็แม่แท้ ๆ กลับให้ความเอ็นดูวาตามากกว่าลูกตัวเองเสียอีก ส่งเสริมให้วาตาเข้าสู่วงการจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ในขณะที่พีระต้องขวนขวายและพยายามเองทุกอย่าง จนทำให้พีระผูกใจเจ็บวาตาไม่น้อย แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาของวาตาที่ทำให้หลายคนหลงใหลจนอยากได้มา ทำให้พีระตกหลุมรักวาตาจนหัวปักหัวปำั้แ่แรกพบแต่วาตากลับไม่เล่นด้วย ยิ่งสร้างความเคียดแค้นให้เขามากขึ้นอีก ความรักเลยกลายเป็ความชิงชังอย่างน่ากลัว จนแทบอยากจะอยู่กันคนละโลกเลยด้วยซ้ำ
และด้วยความคิดอยากเอาชนะของพีระ ในเมื่อเขาไม่อาจทำให้วาตาหันมาสนใจได้ ดังนั้น ใครก็ไม่มีสิทธิ์ได้เขาไปด้วยเช่นกัน เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดชังบวกกับความอิจฉาริษยา มันเลยทำให้มีอานุภาพยิ่งกว่าปรมาณูร้อยลูกพันลูกที่รอคอยการทำลายล้าง
และเมื่อวาตาให้ความสำคัญกับภูผามากขนาดนี้ เขาเลยคิดที่จะทำร้ายวาตาด้วยวิธีที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือ การพยายามตีสนิทกับภูผา แย่งภูผามาเป็พวกตัวเองให้ได้ แค่นี้ก็ทำให้วาตาเ็ปจนแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ แล้วเขาจะค่อย ๆ ทรมานวาตาอย่างช้า ๆ ให้สาสมกับที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกปฏิเสธ และแย่งทุกอย่างที่ควรเป็ของเขาไป รวมถึงความรักจากแม่บังเกิดเกล้าของเขาด้วย แค่คิดพีระก็ยิ้มร้ายอย่างนึกสนุกเสียแล้ว ...
วันต่อมา....
ภูผามาเข้าห้องอัดตามนัดหมาย หลังจากอัดเสียงเสร็จก็ปาไปเกือบสามทุ่ม เสียงไลน์สั่นแทบจะตลอดเวลาและเขารู้ดีว่าเกิดจากฝีมือใครที่บ้ากระหน่ำส่งมาโดยไร้ซึ่งความเกรงใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็บ้ากว่าที่นอกจากไม่สนใจแล้วยังเลือกที่จะปิดมือถือหนีเอาดื้อ ๆ
ระหว่างที่เขานั่งรอหน้าห้องอัด เสียงปรบมือก็ดังออกมาสองสามครั้งดึงความสนใจของเขาให้หันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็ใครเขาก็เบือนหน้าหนี
“เสียงดีเหมือนกันนะ นึกว่าจะดีแต่ปาก”
พีระเอ่ย เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ส่วนสองคนที่เดินตามมาเดินเข้าห้องอัดไปทันที ทิ้งให้เขาและพีระเผชิญหน้ากันตามลำพัง
“ไม่เอาน่า ไหน ๆ เราก็จะได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว เรามาเป็พันธมิตรกันไม่ดีกว่าเหรอครับ”
“ไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่ไม่เห็นหัวคนอื่นหรอก”
“พูดตรงดี อื้มมม ผมชักชอบคุณแล้วสิคุณภูผา ผมพีระนะ เรียกผมพีก็ได้”
“แต่ผมไม่ชอบขี้หน้าคุณ”
“ไม่เอาน่า เอาเป็ว่าเื่ที่โรงแรมเมื่อวันก่อน ผมผิดเองที่ใจร้อนอารมณ์ร้อนไปหน่อย ผมขอโทษก็แล้วกันถ้าจะทำให้คุณสบายใจขึ้นมาบ้าง นี่ผมขอโทษจากใจจริง ๆ เลยนะครับ ผมอยากผูกมิตรกับคุณจริง ๆ”
“.......”
ภูผาอ้ำอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ท่าทีเกรี้ยวกราดกร่างสุดโลกที่เคยเห็น กลับกลายเป็มิตรอย่างไม่น่าเชื่อ จนนึกไม่ออกว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหน จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือได้ขนาดนี้จริงเหรอ
“คุณพีระเขาเป็หุ้นส่วนที่นี่ ผูกมิตรกันไว้ก็ไม่เสียหายน่ะภูผา ไม่แน่น่ะอีกหน่อยอาจได้ร่วมงานกันบ่อย ๆ ขึ้นก็ได้ “
ครูสอนดนตรีเอ่ยขึ้น เมื่อก้าวออกจากห้องอัดด้วยหน้าตายิ้มแย้มผิดปกติ
“ทางห้องอัดชอบเสียงคุณมาก เอาไว้รอฟังข่าวดีน่ะครับ” ครูสอนดนตรีบอก ภูผาถึงกับยิ้มกว้างด้วยความยินดีจนลืมอีกคนไปเสียสนิท
“เวลายิ้มดูสบายตาดีนะครับ ทำไมไม่ยิ้มบ่อย ๆ ล่ะ ฝึก ๆ ไว้ ต่อไปอาจจะต้องแจกยิ้มให้แฟนเพลงของคุณไง”
ภูผาเหลือบมองคนพูดอย่างนึกหงุดหงิดในใจ แต่ก็เงียบไว้เพราะรู้สึกเกรงใจครูสอนดนตรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนนะครับครู”
“ดึกแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่าจะได้ไม่ต้องห่วง”
“เดี๋ยวผมไปส่งเองดีกว่า ไหนคุณว่ามีธุระต้องไปทำต่อไม่ใช่เหรอ” พีระที่ยืนฟังอยู่นานหันไปพยักเพยิดกับครูสอนดนตรี
“เอออ ตายจริง ผมลืมสนิทเลย งั้นผมฝากภูผาด้วยก็แล้วกันนะคุณพีระ ภูผากลับกับคุณพีระเถอะนะ ดึกแล้วครูเป็ห่วงอีกอย่างจะได้มีเวลาปรับความเข้าใจกันด้วย อีกหน่อยเราอาจต้องร่วมงานกัน”
“แต่...”
“ไม่ต้องต่งต้องแต่หรอกครับ ไปกันเถอะ รถผมจอดทางโน้น”
พีระรีบตัดบทก่อนที่ภูผาจะยืนกรานความตั้งใจเดิม ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะภูผายังอดเกรงใจครูสอนดนตรีไม่ได้เลยต้องยอมเดินตามพีระออกมา
ไม่นานรถหรูถูกขับมาจอดหน้าภาระตะโฮเทล เพราะภูผาไม่้าให้อีกฝ่ายรู้จักที่พักของตัวเอง แม้พีระจะพยายามขอร้องยังไงภูผาก็ไม่ฟัง จนต้องยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มาส่งที่โรงแรมเขาก็จะนั่งรถกลับเอง และเมื่อรถจอดหน้าโรงแรมภูผาก็แทบผละออกจากรถในทันที ในขณะที่พีระรีบวิ่งลงจากรถวิ่งมาดักหน้าไว้ทันทีเช่นกัน
“พรุ่งนี้ผมมารับไปซ้อมร้องเพลงนะครับ”
“ไม่ต้อง”
“น่า ถือว่าเป็การไถ่โทษที่ผมทำไม่ดีกับคุณ ผมอยากเป็เพื่อนกับคุณจริง ๆ นะ ให้โอกาสผมเถอะนะครับ”
พีระเอ่ยน้ำเสียงจริงจังจนภูผาลักเล และเริ่มจะใจอ่อน ก็ถ้าเขาเปลี่ยนตัวเองได้จริงมันก็เป็เื่ดีไม่ใช่หรือ
“ก็ได้”
“งั้นผมขอเบอร์หน่อยสิครับ จะได้ติดต่อกันง่ายหน่อย”
พีระยื่นมือถือราคาแพงมาตรงหน้า ภูผาลังเลครู่หนึ่ง เริ่มเห็นสายตาหลายคู่มองมายังเขามากขึ้น จึงตัดสินใจกดเบอร์ตัวเองให้แล้วรีบเดินเข้าโรงแรมไป ทิ้งให้พีระยืนยิ้มพอใจกับความสำเร็จขั้นต้นของตัวเอง มองตามหลังไหล่กว้างด้วยสายตายิ้มร้าย
“ไอ้วาตาได้กระอักแน่ กูไม่ได้ ใครก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน”
หลังจากแยกกับพีระ ภูผาก็ได้แต่คิดว่าตัวเองกลับมาทำอะไรที่นี่ นี่มันจะสี่ทุ่มอยู่แล้ว เขาควรจะกลับบ้านเสียมากกว่า ชายหนุ่มทำทีเดินเข้าโรงแรมเหมือนมีธุระต้องมาทำต่อ แต่เมื่อแน่ใจว่าพีระจะไม่ตามเข้ามาอีก ก็เลยเดินย้อนกลับเพื่อหาทางกลับบ้าน แต่ไม่ทันที่จะก้าวพ้นโรงแรมเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นพร้อมด้วยน้ำเสียงเ็าผิดปกติ นั่นทำให้ภูผารู้ได้ทันทีว่าวาตาคงเห็นอะไร ๆ หมดแล้วและกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่โตเสียด้วย
“อาลัยอาวรณ์กันจังเลยนะครับ ไม่ไปค้างด้วยกันเสียเลยละ"
"พูดอะไรของคุณ"
ภูผาว่า นึกอยากอธิบาย แต่เมื่อคิดได้ว่าอีกคนกำลังคิดยกเขาให้พีระอีก ก็เลยเปลี่ยนใจเป็หงุดหงิดใส่แทน
"ท่าทางสนิทกันเร็วดีจังนะครับ เมื่อวานยังทำท่าจะต่อยกันอยู่เลย วันนี้แลกเบอร์กันหน้าตาเฉย”
วาตาเอ่ยเสียงเรียบแต่เย็นจนเสียวสันหลังวาบ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังจนปิดไม่มิด
ภูผาชะงักเท้าที่จะเดินหนีแต่ยังไม่ยอมหันไปมอง เพราะกำลังคิดหาทางออกสำหรับเื่นี้อยู่ โดยหารู้ไม่ว่าท่าทีแบบนั้นมันยิ่งทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปใหญ่โต
“ไม่ตอบ ก็แปลว่ายอมรับ ใจร้ายมาเลยนะภูผา อ๋อ หรือเห็นไอ้พีระมันดีกว่าผม มันรวยกว่าผม ก็เลยเลือกที่จะสนใจมัน”
“........”
ภูผายังคงไม่ตอบแต่ตั้งใจจะเดินหนี จุกจนพูดไม่ออกกับคำดูถูกนั่น แต่เมื่อภูผาเดินหนีวาตากลับกระชากแขนเขาอย่างแรงจนเกือบเสียหลัก เขาหันกลับไปมองหน้าวาตาทันทีอย่างนึกน้อยใจ จึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
“อย่าเดินหนีผม”
“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย คนมองกันใหญ่แล้ว ไม่เห็นหรือยังไง ห๊ะ”
"ผมก็บ้าของผมแบบนี้แหละ ใครจะทำไม แค่นี้ยอมรับไม่ได้งั้นเหรอ คุณนี่แย่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะภูผา ทั้ง ๆ ที่คุณมีคุณภาอยู่แล้วทั้งคน ตกเย็นก็ยังมีหนุ่มมาตามรับส่ง กลางคืนก็นอนกับอีกคน จิตใจทำด้วยอะไรไหนบอกสิ๊”
"ถ้าจะบ้า เชิญบ้าไปคนเดียวเถอะ ผมจะกลับ แล้วก็หยุดดูถูกผมเสียที"
"ความจริงทำเป็ยอมรับไม่ได้อย่างนั้นเหรอ เสียแรงนะที่ผมไว้ใจคุณ นึกว่าคุณจะแคร์ความรู้สึกผมบ้าง แล้วดูคุณสิทำอะไร"
“ถ้าคิดว่าผมเลวขนาดนั้นก็อย่ามายุ่งกับผม หลีกไป ผมจะกลับ”
“ผิดหวัง ผิดหวังมากจริง ๆ รู้ไหมวันก่อนผมยังรู้สึกผิดจนแทบเป็บ้าเป็หลัง ที่นอนกับคนที่มีเ้าของแล้ว แต่วันนี้ผมรู้สึกผิดหวังมากกว่าที่ผมรู้สึกแบบนั้น เพราะคนที่ควรรู้สึกผิดมันน่าจะเป็คุณไม่ใช่ผม และที่แย่ที่สุดอะไรรู้ไหม ถ้าจะคบซ้อนทั้งทีทำไมไม่เลือกที่มันดีกว่าไอ้ป่าเถื่อนนั่น รู้ไหมมันเลวแค่ไหน”
“คนเลวกับคนเลวคบกันมันจะแปลกตรงไหน คนดี ๆ ก็เชิญอยู่ในที่ของคนดีไปเถอะ จะมายุ่งกับคนเลวอย่างผมทำไม”
“นี่ไม่รู้ตัวจริง ๆ เหรอว่าเพราะอะไร”
วาตาพูดอย่างผิดหวังเต็มประดาอีกรอบ แต่ภูผากลับรู้สึกผิดหวังและน้อยใจมากกว่า ที่อีกฝ่ายไม่เคยเชื่อใจเขาเลย แถมยังไม่เคยคิดที่จะถามเขาเลยสักคำ
“ไม่รู้ ไม่อยากรู้ และก็ไม่คิดจะรู้อะไรทั้งนั้น หลบไปได้หรือยัง หรือยังด่ายังว่าผมไม่พอ เอาเลย เชิญด่า เชิญว่า เชิญดูถูกผมให้พอ ด่าเสร็จผมจะได้ไปให้พ้น ๆ คิดเอง เออเอง เก่งอยู่แล้วนี่ ถือไพ่เหนือกว่าแล้วคิดว่าจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ เอาสิ ด่ามาเลย ว่ามาเลย ดูถูกมาเลย ถ้าคิดว่าผมเลวขนาดนั้น ด่าสิ !!!!!”
ภูผาตะคอกทั้งโกรธทั้งโมโห ในขณะที่วาตาได้แต่นิ่งเพราะกำลังระงับความโกรธของตัวเองเหมือนกัน แต่ลึก ๆ ดาราหนุ่มกำลังรู้สึกผิดที่พลั้งปากดูถูกภูผามากกว่า
“ไม่พูดใช่ไหม งั้นก็หลบไป”
ภูผาบอก แต่วาตาไม่ยอมหลบ
“บอกให้หลบไปไง!!!!”
ชายหนุ่มตะคอกอีกรอบพร้อม ๆ กับออกแรงผลักคนตรงหน้าอย่างแรงให้พ้นทาง แต่เพราะโกรธจนลืมตัวทำให้ลืมยั้งมือ เลยทำให้วาตาเสียหลักล้มไปกับพื้น
“โอ้ย!!”
ดาราหนุ่มร้องออกมาเบา ๆ ตอนที่ร่างกระแทกกับพื้นอย่างไม่ปราณีจากอีกคน น้ำตาคลอเบ้าเพราะความน้อยใจที่ถาโถม เขากำหมัดแน่นอย่างเจ็บลึกในใจ ในขณะที่ภูผาเหลือบมองอย่างไม่หายโกรธ ก่อนจะรีบเดินหนีไปโดยไม่คิดหันกลับมามองอีก ปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
หรือเขากับภูผาจะไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ แค่คิดวาตาก็แทบกระอักเสียให้ได้ แค่รู้ว่าภูผาคบกับคุณภาเขาก็เ็ปมากพออยู่แล้ว นี่ภูผายังจะมีใจให้กับศัตรูตัวฉกาจของเขาอย่างพีระอีกอย่างนั้นหรือ จะต้องให้เขาอดทนไปถึงไหนกัน ....
“ผากลับมาแล้วเหรอ ทำไมกลับดึกนักละ คุณวามารอั้แ่ทุ่มนึงแล้วนะลูก นี่ก็เพิ่งกลับไปเห็นว่าพรุ่งนี้ต้องบินไปไหนสักที่ แต่ยายจำไม่ได้แล้ว”
ยายร้องทักตอนที่เห็นภูผาเปิดประตูเข้ามาสีหน้าเครียดจนเธอแปลกใจ แต่สิ่งที่ได้ยินทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงัก
“เขามาที่นี่เหรอครับยาย”
“จ๊ะ มาถึงก็ถามหาแต่ผานะลูก ยายบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ยอม บอกว่าจะรอเจอก่อน ก่อนที่จะไม่ได้เจออีกหลายวัน เฮ้อ เป็ดาราต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลบ่อยขนาดนี้เลยเหรอ ยายไม่ชอบเลย เดินทางบ่อยแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปพัก นี่เห็นหน้าตาคุณวาซูบ ๆ ไปเยอะเลยนะ เหมือนคนไม่ค่อยได้พักผ่อนยังไงก็ไม่รู้ เธอคงอยากเจอผามาก มารออยู่ที่ร้านตั้งหลายชั่วโมง เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้”
ยายว่ายาวเหยียด ในขณะที่ภูผานึกอยากต่อยปากตัวเองที่เผลอประชดไปขนาดนั้น ที่แท้วาตากลับไปดักรอเจอเขาที่โรงแรมเพราะมาหาที่บ้านแล้วไม่เจออย่างนั้นหรือ แล้วนี่เขาเผลอทำอะไรลงไปอีกแล้ว ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกผิด
“ผา ผา เป็อะไรหรือเปล่าลูก”
“ปะ เปล่าครับยาย”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เห็นเงียบไป งั้นยายไปนอนก่อนน่ะง่วงแล้ว ผาก็อย่านอนดึกละพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า”
"ครับยาย"
ชายหนุ่มตอบรับ แต่ใจกลับคิดถึงอีกคนอย่างรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ อย่างหมดแรง นึกถึงสีหน้าและแววตาน้อยใจที่รื้นด้วยน้ำตาคู่นั้นตอนที่ถูกเขาเผลอผลักจนล้ม ก็ยิ่งรู้สึกผิดหนักเข้าไปอีก
ภูผาอดคิดไม่ได้ว่าวาตาคงทั้งโกรธทั้งเกลียดเขามากแน่ ๆ เพราะคิดว่าเขามีใจให้กับพีระอีกคน ถึงยอมให้มาส่งถึงหน้าโรงแรม แถมแลกเบอร์กันต่อหน้าวาตาที่เขาไม่ทันสังเกต แต่ที่เขาเป็ห่วงยิ่งกว่าก็คือ เขากลัวว่าวาตาจะรู้สึกผิดที่คิดว่าเผลอมีอะไรกับเขาเข้าแล้วจริง ๆ แล้วยังต้องมาผิดหวังที่เข้าใจว่าเขาคบซ้อนทั้ง ๆ ที่มีคุณภาอยู่แล้ว ซึ่งฟังดูมันก็เลวอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ
แต่ในเมื่อเขาเองไม่ใช่เหรอที่้าให้วาตาโกรธและเกลียดเขา เพราะมันจะทำให้วาตายกเลิกสัญญาที่ผูกมัดกันเอาไว้ได้เร็วขึ้น แล้วนี่อะไรแค่รู้ว่าอีกฝ่ายมาดักรอ มานั่งรอ เขากลับรู้สึกหมดแรงเอาดื้อ ๆ
ภูผากำมือแน่นอย่างสับสนเต็มกำลัง เขาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าตั้งใจจะไลน์ไปขอโทษวาตา แต่ทันทีที่เปิดเครื่อง เขาก็ต้องอึ้งอีกเป็ครั้งที่สอง ข้อความไลน์ที่อีกคนไลน์หาทำให้เขารู้ว่า คนที่เขาเพิ่งจะทำลายน้ำใจจนน้ำตาเอ่อคนนั้นโทรหาเขาหลายรอบมาก จนต้องไลน์ทิ้งข้อความไว้
----อยู่ไหนครับ---- 19.00 น.
---- พรุ่งนี้ผมต้องบินแต่เช้า มีงานด่วนอีกแล้ว แต่อยากเจอคุณก่อน เดี๋ยวผมไปหาที่ร้านนะ---- 19.02 น.
----ผมมาถึงแล้วนะ คุณคงกำลังยุ่ง งั้นผมนั่งรอหน้าร้านดีกว่า---20.30 น.
---- ร้านปิดแล้ว ผมกลับไปรอที่โรงแรมดีกว่า เกรงใจยายต้องมานั่งเป็เพื่อน หวังว่าจะได้เจอกันนะครับ--21.45 น.
....“ผิดหวัง ผิดหวังมากจริงๆ รู้ไหมวันก่อนผมยังรู้สึกผิดจนแทบเป็บ้าเป็หลัง ที่นอนกับคนที่มีเ้าของแล้ว แต่วันนี้ผมรู้สึกผิดหวังมากกว่าที่ผมรู้สึกแบบนั้น เพราะคนที่ควรรู้สึกผิดมันน่าจะเป็คุณมากกว่า และที่แย่ที่สุดอะไรรู้ไหม ถ้าจะคบซ้อนทั้งที ทำไมไม่เลือกที่มันดีกว่าไอ้ป่าเถื่อนนั่น รู้ไหมมันเลวแค่ไหน”...
น้ำเสียงตัดพ้อดังขึ้นในสมองเขาอีกครั้ง และก็ดังครั้งแล้วครั้งเล่าวนไปวนมา ราวกับ้าตอกย้ำให้ภูผาได้รับรูู้ ภูผาก้มหน้าซบมือตัวเองอย่างไม่มีทางออก เพราะมาถึงตอนนี้เขากำลังรู้สึกแย่ที่จงใจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดเป็ครั้งที่ 2
“นี่ไม่รู้ตัวจริง ๆ ไม่รู้จริง ๆ ใช้มั๊ย ว่าเพราะอะไร”
.
.
.
หลังจากวันนั้นวาตาก็หายหน้าหายตาไปอีก ไม่มีแม้กระทั่งไลน์บอกความเคลื่อนไหวอย่างที่เคยทำ ตอนนี้ภูผากำลังเหมือนคนบ้า ยามทำงานก็คอยแต่เอาหูฟังเสียงไลน์ ยามร้องเพลงสายตาก็เอาแต่มองไปที่ที่วาตาเคยนั่ง หลังจากซ้อมร้องเพลงเสร็จ เขาก็ยังอุตส่าห์วกกลับมาแอบรอวาตาหน้าลิฟต์ บางครั้งก็แอบขึ้นไปดักรอหน้าห้องเลยด้วยซ้ำและทุกครั้งก็เจอแต่ความว่างเปล่า
เมื่อก่อนภูผาเอาแต่หงุดหงิดรำคาญกับการตามติดของวาตา แต่ตอนนี้เขาเองต่างหากกลับกำลังทำตัวตามหาอีกฝ่ายตลอดเวลา มันเป็่เวลาที่แย่มาก ๆ สำหรับชายหนุ่มเลยทีเดียว
เกือบสามเดือนที่วาตาหายหน้าไปโดยไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ เลยสักนิด มันเป็่ที่ทรมานใจที่สุดของภูผาเลยก็ว่าได้ แต่ก็เป็่แห่งความโชคดีของเขาด้วยเหมือนกัน ที่เพลงที่เขาเคยไปอัดเสียงไว้ได้รับการตอบรับจากค่ายเพลง จนในที่สุดได้เซนต์สัญญากับค่ายเพลงใหญ่ค่ายหนึ่ง ความฝันสู่การเป็นักร้องกำลังจะเริ่มต้น แต่ความสัมพันธ์กับอีกคนกำลังจะสิ้นสุดลง
และแม้แผนการของเขาเริ่มได้ผล นั่นคือการทำให้วาตาโกรธและเกลียดจนหายไปจากชีวิตเขาจะเป็จริงขึ้นมา แต่เขากลับพบว่าเมื่ออีกฝ่ายหายไปจริง ๆ เขากลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย ยิ่งคิดถึงระยะเวลาในสัญญาที่เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือน .. สามเดือนเท่านั้น ภูผาก็ยิ่งใจหายหนักเข้าไปอีก
นอกจากงานเพลงเขาจะไปได้ด้วยดีแล้ว ยังมีอีกเื่ที่ยังทำให้ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ นั่นคือหลังจากทดลองงานได้สามเดือน ภูผาได้รับการแต่งตั้งให้เป็ผู้จัดการโรงแรมนั่นเอง แม้เขาจะทั้งงงและอึ้งจนพูดไม่ออก แม้จะพยายามทัดทานแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนความตั้งใจของคุณรัชวิภาได้
เขาเคยหาโอกาสเข้าพบคุณรัชวิภาตามลำพัง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่เดิมด้วยเหตุผลง่าย ๆ แค่อยากให้ลองดูก่อน โดยอ้างว่าการทำงานตำแหน่งนี้จะทำให้เขามีหน้ามีตาในการทำงานเพลงไปด้วยได้ แม้จะเป็แค่เด็กจบใหม่แต่คุณรัชวิภากลับเชื่อมั่นว่าภูผาจะบริหารโรงแรมใหญ่โตขนาดนี้ให้เธอได้ หนักไปกว่านั้นคุณวิทยายังเข้ามาดูแลทั้งเื่งานและเื่เพลงให้เสร็จสรรพด้วย โดยที่ภูผาเองไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย
บางทีการที่เขามีฐานะดีขึ้น มีหน้าที่การงานที่ดี มีชื่อเสียงในสังคม อาจทำให้ความรู้สึกแตกต่างระหว่างเขากับวาตาน้อยลงมาบ้างก็ได้ แม้เขาจะไม่เคยคิดจะเทียบชั้นกับวาตาเลยก็ตาม และนี่อาจเป็โอกาสที่ดีที่เขาจะได้คืนสิ่งที่วาตาเคยหยิบยื่นให้เขาได้บ้าง และนี่ก็คงเป็เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภูผาไม่อาจปฏิเสธทั้งคุณรัชวิภาและคุณวิทยาได้เลย
“แก ๆ เมื่อกี้ฉันเจอดาราด้วยแหละ หล๊อหล่ออย่างกับออกมาจากนิยาย”
“ใครวะ แกเจอดาราคนไหนก็ชมว่าหล่อหมดไม่ใช่เหรอ มีหล่อกว่าวาตาของฉันม่ะ”
“ไม่มีหรอกเพราะที่ฉันเจออ่ะ วาตาตัวเป็ ๆ เลยแก ยืนรอลิฟต์อยู่ตรงโน้น ตัวจริงหล่อกว่าที่คิดอีกน่ะ”
และแล้วเหมือน์เป็ใจ ในขณะที่ภูผาคุยงานกับลูกค้าตามปกติในสาย ๆ วันหนึ่ง เสียงสนทนาของวัยรุ่นสองคนที่นั่งถัดไป ทำเอาเขาถึงกับหูผึ่งใจเต้นแรงผิดปกติเอาเลยทีเดียว
สามเดือนเต็ม ๆ ที่แทบไม่ได้ยินข่าวคราวเขาเลยสักนิด ที่แท้เขาก็พักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้อย่างนั้นหรือ แล้วทำไมเขาซึ่งเป็ถึงผู้จัดการแท้ ๆ ถึงไม่ทราบเื่นี้เลย ชายหนุ่มเหลือบมองไปทางลิฟต์อย่างนึกสงสัย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาคุยงานกับลูกค้าต่อ แม้ใจจะวิ่งออกไปหาอีกคนแล้วก็ตาม
หลังจากคุยงานเสร็จ ภูผาก็แอบตรวจสอบการเข้าพักของแขกที่โรงแรมอย่างเงียบ ๆ รายชื่อแขกทุกห้องที่ตรวจสอบกลับไม่พบชื่อดาราหนุ่มเลย นั่นยิ่งทำให้เขากระวนกระวายเพราะไม่อยากคิดว่าวัยรุ่นสองคนนั้นตาฝาด
“กำลังดูอะไรเหรอครับคุณผา ท่าทางเครียด ๆ ” คุณวิทยาที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวเอ่ยขึ้น
ภูผาละสายตาจากจอคอมตรงหน้า ยิ้มให้ผู้มาเยือนเบา ๆ และดูเหมือนเขาจะนึกอะไรออกเมื่อพบว่าคุณวิทยามีหน้าที่ดูแลแขกที่มาพักห้องวีไอพีเพียงคนเดียว
“คุณวิทยา ผมมีเื่จะถามครับ”
“ว่ามาสิครับ ผมกำลังรอฟังอยู่”
“.... วาตายังพักที่ชั้น 20 เหมือนเดิมหรือเปล่าครับ” ภูผาถามตรง ๆ แต่ทำเอาคนรอตอบถึงกับอึ้งไป
“ผมเช็ครายชื่อแขกทั้งหมดแล้วไม่พบชื่อเขา แต่วันนี้มีคนบอกว่าเห็นเขาที่นี่”
“คนเห็นตาฝาดหรือเปล่าครับ”
“ไม่ฝาดหรอกครับ ผมขอดูรายชื่อแขกที่พักห้องวีไอพีหน่อยได้ไหม เอ่อออ ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิแต่ผมแค่อยากรู้จริง ๆ นะครับ”
“คิดถึงคุณวามากขนาดนั้นเลยหรือครับคุณผา”
“ห๊ะ!!!”
“ก็ถ้าคุณผาตอบคำถามที่ตรงกับใจคุณเวลานี้ ผมก็จะบอกให้ก็ได้ครับ ผมเองก็เบื่อที่จะต้องทำอะไรแบบนี้แล้วเหมือนกัน”
“แปลว่า เขาพักที่นี่จริง ๆ ใช่ไหมครับ แปลว่าตลอดสามเดือนมานี่ หลังจากกลับจากญี่ปุ่นคราวที่แล้วก็เขาก็ยังพักที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ”
“ตอบคำถามผมก่อนสิครับ แล้วผมจะบอกคุณทุกอย่างที่คุณอยากจะรู้เลย”
เล่นเจอคำถามจี้แบบนี้ ชายหนุ่มก็ถึงกับอึกอัก ที่จริงเขาก็รู้ดีว่าคุณวิทยากับวาตาค่อนข้างสนิทกันพอสมควร แต่เขาก็ไม่รู้เสียทีว่าทำไมถึงได้สนิทกันมากกว่าแขกวีไอพีขนาดนั้น และดูเหมือนเขาจะล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับวาตาเสียด้วย
“ครับ” ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมรับแต่เขาคงตอบสั้นไป คุณวิทยาจึงได้เอียงคอถามอีกรอบ
“ผมอยากเจอเค้า”
“อื้มมม ผมก็ว่าคุณวาก็คงอยากเจอคุณไม่น้อยเหมือนกันแหละครับ แก่ปูนนี้แล้วบางทีผมก็ตามอารมณ์คนหนุ่มไม่ค่อยทัน คิดถึงกันอยากเจอกันทำไมไม่ยอมไปหา ทำไมไม่ยอมออกไปเจอ แอบหลบ ๆ ซ่อนๆ ไปทำไมก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ดู ๆ แล้วไม่เห็นจะมีความสุขตรงไหนเลย”
คุณวิทยาเผลอบ่น ทำเอาภูผานิ่วหน้ารีบลุกจากโต๊ะ มาหาคนที่เผลอหลุดพูดออกมา
“ผมว่าเราคงต้องคุยกันนานแล้วสิครับ คุณวิทยา”
ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่ทำเอาคนฟังหน้าแหยไปเลยทีเดียวเพราะดันปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม จนภูผาจับได้
ในที่สุดภูผาก็ได้รู้ว่าหลังจากวาตากลับจากญี่ปุ่นคราวนั้น เขาก็ขอร้องคุณวิทยาให้ปิดเื่การกลับมาไทยของเขาไม่ให้ใครรู้ รวมถึงทุกคนในโรงแรมด้วย ในขณะเดียวกันตลอดเวลาที่ภูผาอัดเพลงจนได้เซนต์สัญญากับค่ายดังนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากวาตาช่วยสนับสนุนเช่นกัน และบังเอิญเป็่ที่วาตามีคิวถ่ายละครยาวและงดรับงานอีเว้นท์ด้วยเลยทำให้การไปไหนมาไหนรวมถึงการปิดข่าวเื่การปรากฏตัวของเขาทำได้ง่ายขึ้น
เช้ามาจะออกจากโรงแรมแต่เช้าด้วยชุดที่ไม่มีใครจำเขาได้ และจะกลับเข้ามาดึก ๆ ตอนที่ภูผากลับไปแล้ว เขาเฝ้าวนทำอยู่แบบนี้ตลอดเวลาที่หายไป ภูผาเลยไม่แปลกใจทุกครั้งที่เขาดักรอเจอที่หน้าลิฟต์บ้าง รอหน้าห้องบ้างแต่ไม่เคยเจอวาตาสักครั้งเพราะคุณวิทยาคอยรายงานความเคลื่อนไหวเขาทุกอย่างนี่เอง
ที่จริงเื่นี้เขาควรจะโกรธคุณวิทยาด้วย แต่เขาก็เข้าใจคุณวิทยาด้วยเหมือนกัน ที่อาจมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถบอกเขาได้ ซึ่งดูเหมือนคุณวิทยาก็อึดอัดใจไม่น้อยเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่เผลอหลุดพูดออกมาในวันนี้
ในเมื่อวาตาจงใจหลบหน้าหลบตาเขา ภูผาเลยจงใจที่ทำเป็ไม่รู้ความลับเื่นี้เหมือนกัน เขายังคงทำหน้าที่ตามปกติเพื่อให้วาตาตายใจ แต่คนอย่างวาตาถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันจริง ๆ เขาจะไม่มีทางได้เจอวาตาเด็ดขาด ดีไม่ดีดาราหนุ่มอาจหนีไปพักที่อื่นหายตัวเข้ากลีบเมฆหนักเข้าไปอีกแน่ ๆ แต่เขาจะทำให้วาตาออกมาเจอเขาด้วยตัวเขาเองให้ได้
และเื่นี้มีคนเดียวที่พอช่วยได้คือคุณภา เพราะวาตาหลงเข้าใจผิดว่าเขากับคุณภาคบกัน แถมคบซ้อนกับพีระหนักอีก แต่เขาไม่อยากขอความช่วยเหลือจากพีระ เพราะรายนั้นบางครั้งก็ทำท่าทีจริงจังจนภูผาแอบกลัวเหมือนกัน
ภูผาหวังได้แต่หวังลึก ๆ ว่าการดึงคุณภาเข้ามาช่วยในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้วาตาก้าวออกมาจากที่ซ่อนแล้ว เขาก็ได้โอกาสที่จะพิสูจน์ความรู้สึกของดาราหนุ่มด้วยเช่นกัน แม้จะอดกลัวไม่ได้หากดาราหนุ่มไม่ได้คิดไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วจริงๆ เขาจะต้องเสียใจและผิดหวังมากแค่ไหน ......