เมื่อสองเท้าก้าวผ่านบานประตูไม้อันผุพังหล่อนหลับตาพริ้มพร้อมสูดอากาศสดชื่นเข้าปอดอย่างเต็มอิ่มดวงตากลมโตเปิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ...เมื่อแสงสว่างกระทบเปลือกตา
ซึ่งขณะที่ลืมตาขึ้นมองทิวทัศน์โดยรอบ ผิงปิงเหอจึงได้พบกับความจริงบางอย่าง
สิ่งที่เห็นในครรลองสายตานั้นทำปิงเหอเบิกตากว้างสภาพแวดล้อมด้านนอกที่เห็น...มันไม่ใช่โลกที่เจริญแล้วมันแปลกตาไปจากเดิมราวกับว่าหล่อนย้อนเวลามาอยู่ในยุคอะไรสักอย่าง
ตะลึงกับภาพตรงหน้าได้ไม่นาน...
ผิงปิงเหอก็รีบหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านหันซ้ายแลขวามองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาอะไรสักอย่างที่สามารถบ่งบอก่เวลาหรือยุคสมัยได้อย่างชัดเจนเพื่อจะได้ยืนยันว่าเื่ที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้มันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือเื่จริง!
ใช่แล้วล่ะ...นั่นไงปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็ปี 1980
O___O'
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!!!
พอได้คำตอบจากตัวเลขบนปฏิทิน จู่ ๆสายตาของหล่อนก็เกิดฝ้าฟางโดยไร้สาเหตุ แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากลายเป็เพียงภาพพร่าเบลอปิงเหอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น...เมื่อมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงหล่อนยกมือขึ้นกุมศีรษะของตน มันคล้ายกับว่ากำลังมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัดกะโหลกของหล่อนเอาไว้
หล่อนส่ายสะบัดใบหน้าไปมาเมื่อความทรงจำบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยและไม่ได้มีหล่อนในนั้นสอดแทรกเข้ามาในหัวหล่อนมากมายไม่รู้ว่าเป็ความทรงจำของใคร แต่ในทุก ๆเหตุการณ์เ่าั้...มันสะท้อน่ชีวิตั้แ่ต้นจนจบในมุมมองของตัวหล่อนแต่เป็ในนามของไป๋ชิงเยว่
ภาพความทรงจำไร้ที่มาเ่าั้มันเลือนหายไปในเวลาไม่นาน พัดพาเอาอาการปวดศีรษะให้หายไปด้วยไม่ทิ้งร่องรอยความเ็ปให้รู้สึกเจ็บชาราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
กระทั่งตอนนี้ก็ทำให้ผิงปิงเหอได้ทราบว่า...แท้จริงแล้วหล่อนย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของไป๋ชิงเยว่ที่สิ้นลมหายใจจากการะโน้ำ หวังพรากชีวิตแสนรันทดของตัวเอง
ในภาพความทรงจำของไป๋ชิงเยว่ตามที่ผิงปิงเหอเพิ่งเห็นนั้น บอกเล่าเื่ราวของชิงเยว่ได้ชัดเจนหล่อนคือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของนายพลไป๋...มีชื่อเสียงเรียงนามว่า ไป๋เหนียนอี้
แต่เล็กจนโตชิงเยว่ถูกเลี้ยงดูด้วยความทะนุถนอมของพ่อแม่พวกท่านตามใจลูกสาวสุดรัก ในแบบที่ว่าอยากได้อะไรหล่อนก็ต้องได้หรือทำผิดก็จะมีคนเป็พ่อแม่คอยฟอกขาวให้เป็เื่ถูกแม้ทำในสิ่งที่ไม่ดีก็โดนเยินยอว่าดี ไม่มีใครกล้าขัดใจ
แต่คนใกล้ตัวหล่อนก็รู้ดีว่าหล่อนเป็คนอารมณ์ร้ายถ้าหากยังรักตัวกลัวตาย ไม่นึกให้ตัวเองเดือดร้อนก็อย่าได้คิดทำให้หล่อนเกิดความไม่พอใจจะให้ดีก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงคนผู้นี้ไว้หน่อย ย่อมเป็เื่ที่ดีกว่า
เพราะเป็ลูกสาวของท่านนายพลไป๋ผู้ซึ่งมีหน้ามีตาทางสังคมพอสมควร ไป๋เหนียนอี้เลยไม่ยอมให้ลูกสาวได้เลือกผู้ชายตามใจชอบนั่นเลยเป็เพียงเื่เดียวที่เขาจะเป็คนหยิบยื่นให้ลูกสาวและให้มันเป็ไปตามใจของลูกสาวไม่ได้ ทั้งที่ทุกเื่ในชีวิตของไป๋ชิงเยว่มีไป๋เหนียนอี้คอยตามใจตลอด
ไป๋เหนียนอี้จัดการเื่คู่ครองให้ไป๋ชิงเยว่เองทั้งหมดโดยไม่ถามความเห็นของลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ไป๋เหนียนอี้ให้ไป๋ชิงเยว่หมั้นหมายกับหยางเว่ยเฉินซึ่งเป็ทหารหนุ่มอนาคตไกล หน้าตาหล่อเหลามีราศี เกิดในชาติตระกูลดีและที่เห็นเป็สำคัญนั้นคือ...สามารถพึ่งพาได้
ผู้ชายที่คนเป็พ่อเลือกให้ ไม่ใช่ผู้ชายที่ไปหยิบหามาอย่างไม่ใส่ใจหนุ่มเ้าของหน้างามนามเพราะคนนั้น เป็ถึงลูกชายของพลโทใหญ่หยางเตี้ยนฉีที่ในอนาคตอันใกล้จะต้องได้เลื่อนยศ ขึ้นมาเป็พลเอกเทียบเท่ากับไป๋เหนียนอี้
พอไป๋ชิงเยว่อายุครบ 18ปีเต็ม ก็ได้ฤกษ์หมายที่จะต้องแต่งงานกับคนที่พ่อสรรหามาให้นั่นก็คือหยางเว่ยเฉิน หากว่าตามตรง คนทั้งสองฝ่ายก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
ไม่ต้องว่าไปถึงไป๋ชิงเยว่ที่ถูกพ่อบังคับฝ่ายว่าที่เ้าบ่าวอย่างหยางเว่ยเฉินก็โดนบังคับไม่ได้ต่างกันยุคนี้การคลุมถุงชนเป็เื่ปกติ ยิ่งในครอบครัวคนใหญ่คนโต หรือคนที่มีหน้ามีตาทางสังคมอย่างนายพลทั้งสองครอบครัวนี้ เลยเป็เื่ที่เห็นได้จนชินตา
จึงไม่แปลกที่ทั้งไป๋ชิงเยว่กับหยางเว่ยเฉินจะไม่สามารถคัดค้านความคิดของคนเป็พ่อได้
แต่มีหรือ...ที่คนหัวดื้ออย่างชิงเยว่จะยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ได้อย่างเต็มใจ แค่พูดออกไปว่ายอมรับเต็มปากก็กระอักกระอ่วนจนก้อนอาเจียนตีเหียนขึ้นมา หล่อนเลยคิดว่าในเมื่อคัดค้านอะไรพ่อไม่ได้ งั้นก็เชิญคุณพ่อเตรียมงานแต่งนั้นให้เต็มที่เสียเถอะ
เพียงแค่ตัวหล่อนไม่แต่งซะอย่าง!
ใครจะทำไม!?
หากงานแต่งไม่มีเ้าสาวจะเป็งานแต่งได้ยังไงเพียงเท่านี้ก็เป็อันว่างานมงคลในฤกษ์ดีจะล่มไม่เป็ท่าไม่ใช่เหรอ...
เหตุผลที่ไป๋ชิงเยว่หนีงานแต่งในครั้งนี้เพราะหล่อนไปหลงรักในคารมของนายทหารยศต่ำชื่อเซ้าเฟิงรุ่ย เป็ทหารคนขับรถซึ่งเป็หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของไป๋เหนียนอี้ เขาทั้งคู่แอบคบหาดูใจกันลับ ๆไม่แสดงออกหวือหวาเพราะตัวชิงเยว่รู้ว่า...พ่อของหล่อนต้องไม่ยอมรับผู้ชายคนนี้แน่ เพราะเขานั้นยศต่ำเกินไป
ชิงเยว่ได้แต่รอให้เซ้าเฟิงรุ่ยถูกเลื่อนขั้นมียศสูงกว่านี้ขึ้นหน่อย หล่อนถึงจะเปิดเผยเื่นี้กับพ่อแม่ในระหว่างนี้หล่อนก็พยายามหนุนหลังให้เซ้าเฟิงรุ่ย ได้มีความดีความชอบมากขึ้นหวังเผื่อว่าจะได้เลื่อนขั้นเร็วขึ้นกว่าที่วางแผนไว้
ตัวหล่อนหวังให้เซ้าเฟิงรุ่ยซึ่งคบหากันในฐานะแฟนหนุ่ม...พาหล่อนหนีงานแต่ง เพราะแต่เดิมเขาก็เป็คนขับรถที่คุณพ่อมอบหมายให้คอยตามอำนวยความสะดวกให้หล่อนอยู่แล้วมันคงจะง่ายกว่าการที่หล่อนต้องหนีงานแต่งงานเองตามลำพัง แต่เซ้าเฟิงรุ่ยเป็ลูกน้องใต้บัญชาของไป๋เหนียนอี้เซ้าเฟิงรุ่ยเลยไม่กล้าเสี่ยง
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะสนิทชิดเชื้อกับชิงเยว่เกินกว่าหัวหน้ากับบริวารแต่เซ้าเฟิงรุ่ยไม่ใช่พวกที่บูชาในความรัก จนกล้าเสี่ยงอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังหรือทำอะไรที่เหนือจากความสามารถของตัวเอง หากพาชิงเยว่หนีไปอย่างไรแล้วท่านนายพลก็ต้องจับได้แน่และผลกระทบที่ได้รับจากการกระทำที่สุดแสนจะกล้าหาญครั้งนี้
มันย่อมไม่คุ้มค่าให้เสี่ยงแน่นอน!
นายทหารยศต่ำอย่างเขาก็ไม่โง่งมขนาดที่จะเลือกเอาอนาคตตัวเอง ไปแลกกับความเอาแต่ใจของแฟนสาวลับ ๆอย่างแน่นอน หล่อนไม่มีเขาหล่อนก็ยังอยู่ได้ แต่หากเขาพาหล่อนไปอย่างไรเสีย...เขาก็ต้องเลิกรากับหล่อนแน่นอน อนาคตก็พลอยจะจมหายไปด้วย
เซ้าเฟิงรุ่ยเลยปฏิเสธคำขอของหล่อนอย่างไม่คิดทางอื่นชิงเยว่ที่โดนขัดใจก็ฉุนเฉียวออกอาการกระฟัดกระเฟียดอย่างหนัก ถึงขนาดบอกเลิกแฟนหนุ่มที่ไม่ได้เื่ของตัวเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แล้วหนีไปตัวคนเดียวทั้งที่ยังอยู่ในชุดเ้าสาวทั้งที่งานทุกอย่างถูกเตรียมมาอย่างดีพร้อม เพียงแค่รอเวลาเริ่มพิธีก็เท่านั้นเมื่อเ้าสาวหนีไปแล้ว ก็กลายเป็ว่า...
งานวิวาห์ของหยางเว่ยเฉินพังไม่เป็ท่า!
แม้ตระกูลของฝ่ายเ้าบ่าวไม่ได้เป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เท่าตระกูลนายพลของฝ่ายหญิง แต่เื่หน้าตาทางสังคม แน่นอนว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ากันดังนั้นการที่ถูกผู้หญิงชวดงานแต่ง ทำให้ตระกูลของฝ่ายผู้ชายนั้นเสียหน้ามากพ่อเ้าบ่าวถึงขั้นหน้าเรียบตึงเมื่อรับรู้ถึงเื่ที่เกิดขึ้น
หยางเว่ยเฉินเคารพพ่อของตนเองมากเทิดทูนและนับถือว่าเป็ตัวอย่างที่ดีของลูก ถึงได้ออกปากตำหนิไป๋ชิงเยว่ว่าหล่อนเป็ใคร! ทำไมถึงได้กล้ามาทำให้ตระกูลของเขาขายหน้าและทำให้พ่อเขารู้สึกโกรธได้ขนาดนี้
แม้แต่ตัวเขาเองที่มีสถานะเป็ลูกชายแท้ๆ ยังทำเื่ขัดใจต่อผู้เป็พ่อแทบนับครั้งได้ต่อให้มีเื่ขัดใจท่านบ้างในบางครั้ง ต่างก็เป็เพียงเื่เล็กๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้จริงจังอะไรนัก เพียงเท่านี้เว่ยเฉินเองก็ยังแอบรู้สึกเกรงใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง
ตัวเขานั้นก็ไม่ได้อยากเกี่ยวดองกับฝ่ายเ้าสาวเหมือนกันแต่เขาก็ยังเลือกที่จะให้เกียรติตระกูลของอีกฝ่ายโดยการที่ไม่ถอนหมั้นทั้งที่ฝ่ายชายสามารถบอกเลิกสัญญาได้
นับั้แ่วันเกิดเื่อันไม่เป็มงคลในวันแต่งงานหยางเว่ยเฉินก็นึกชังไป๋ชิงเยว่เข้าแก่นกระดูกดำ ตลอดจนตั้งตนเป็ปรปักษ์ต่อสตรีผู้นั้นอย่างชัดเจน ถึงขนาดที่ออกปากว่า...
ต่อให้โลกใบนี้จะเหลือเพียงหล่อนเป็ผู้หญิงแค่คนเดียวเขาก็จะไม่มีทางคว้าผู้หญิงไม่รู้ความคนนี้มาเป็เมียเด็ดขาด!