“สวัสดีค่ะ ผู้กองรฐนนท์ น้ำดื่มค่ะ” ดารันยื่นน้ำดื่มให้คนตรงหน้า ที่ตอนนี้เขากำลังลุกขึ้นยืนเพราะเพิ่งผูกเชือกรองเท้าให้เด็กชายคนหนึ่งเสร็จ เด็กน้อยยกมือไว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณแล้ววิ่งจากไป
“จำฉันได้ไหมคะเมื่อกี๊ ที่เราเจอกันในห้องน้ำชายน่ะค่ะ” ดารันเอ่ยถามคนตัวสูงที่กำลังเอื้อมมือมารับขวดน้ำจากเธอไป
“อ้อ...จำได้สิครับ ว่าแต่คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไงเหรอครับ” ผู้กองหนุ่มถามด้วยความสงสัย เพราะที่อกเสื้อของเขามีชื่อยู่ก็จริงแต่มันถูกทับไว้ด้วยเสื้อเกราะกันะุจนมองไม่เห็นชื่อของเขาเสียแล้ว
“ก็....มีคนบอกมาน่ะสิคะ นู่น .....คนนู้น....ค่ะ” หญิงสาวหันหน้าไปยังทิศทางที่เธอเดินมา พร้อมทำปากบุ้ยใบ้ไปทางที่ครูแก้วยืนอยู่ ทำให้รฐนนท์หันตามไป
“อ๋อ... ครูแก้ว... คุณมากับคณะของครูแก้วหรือครับ” รฐนนท์หันไปตามที่ดารันบอกแล้วพบว่าเป็ครูแล้วที่เขารู้จักมานานแล้วนั่นเอง
“ใช่ค่ะ เออ... ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่ช่วยในเื่ที่ออกจะแปลก ๆ แต่ฉันสาบานได้ว่าไม่ได้ทำเื่ไม่ดีอะไรนะคะ ก็แค่หลบพี่ชายแค่นั้นแหละค่ะ อ้อ...ฉันเพิ่งทราบจากครูแก้วเื่ความต่างของเครื่องแบบ ขอโทษที่เรียกคุณผิดนะคะ แฮ่...ไปเปลี่ยนอาชีพให้เฉยเลย ฮ่า ๆๆ " ดารันหัวเราะให้กับการหน้าแตกั้แ่ครั้งแรกที่เจอกันของเธอกับเขา
“ไม่เป็ไรครับ ผมชินแล้ว ที่จริงไม่ว่าจะเป็ทหารหรือตำรวจ เราล้วนแต่ทำเพื่อประเทศชาติเหมือนกัน ยังไงก็พี่น้องกัน แต่ถ้ามีโอกาสผมก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วพวกเราที่ใส่ชุดแบบนี้เป็ตำรวจ จะได้เข้าใจกันถูกก็แค่นั้นแหละครับ” ผู้กองหนุ่มอธิบาย
“ไม่ใช่ฉันคนเดียวสินะคะที่เข้าใจผิดเื่ชุด แต่ก็ดีค่ะที่คุณบอกตรง ๆ ฉันจะได้เข้าใจถูกต้อง” ดารันกล่าวอย่างจริงจัง
“เอ่อ... เมื่อเช้าถ้าผมพูดอะไรแรงไปก็ขอโทษด้วยนะครับ อย่าถือสาเลย ผมอาจจะพูดตรงไปบ้าง จนบางทีมีหลายคนเคยบอกว่าผมน่ะ...ปากร้าย” ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาอาจจะพูดแรงกับเธอไป แต่เขามักจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็ข้อเสียอย่างหนึ่งของเขา จนบางครั้งรุ่นน้องอย่างผู้หมวดอาทิตย์ยังเคยขอรองเขาว่า...
“พี่นนท์ช่วยพูดดีๆ หวานๆ กับสาว ๆ หน่อยเถอะ ฐานเราจะได้มีของกินเยอะ ๆ” แต่ไม่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่ที่แวะเวียนเอาของฝากมาให้ เพราะอยากจะคุยกับผู้กองหนุ่มแต่เขาก็ไม่เคยจะคุยอะไรให้มากความ ถ้าบ้างคนมาวุ่นวายมาก ๆ เข้า ถูกเขาไล่กลับไปเลยก็มี ‘รีบกลับดีกว่าที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัย’ ประโยคเด็ดที่เขามักจะใช้อยู่บ่อยๆ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แค่คุณยอมช่วยก็ดีมากแล้ว อ้อ...อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ อากาศมันร้อน... เอ่อ.. งั้น...ไม่รบกวนแล้วล่ะค่ะ ไว้เจอกันนะคะ” ดารันแอบยิ้มตอนที่หันหลังเดินออกมา ก็เธอเองนั้นแหละที่เคยคิดว่าเขาเป็ผู้ชาย ‘ปากร้าย’ หญิงสาวอดแอบคิดไม่ได้ว่าเขาน่าจะดื่มน้ำต่อหน้าเธอ จะได้เห็นว่าหน้าตาเขาเป็อย่างไร ‘เฮ้อ...เสียดายจัง’
ดารันเดินออกไปไกลแล้ว ในขณะที่คนข้างหลังยังลอบมองตามเธอไป เห็นหญิงสาวคุยทักทายคนโน้น คนนี้ ดูท่าทางเหมือนจะคุยเก่ง รฐนนท์ยังแอบสังเกตเวลาที่ดารันอยู่กับเด็ก ๆ เธอจะดูมีความสุขและเข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี ถึงแม้จะเพิ่งเจอะเจอกันก็ตาม ดูท่าแล้วเธอคงจะเป็ครูที่เด็ก ๆ ติดมากคนหนึ่งเลยทีเดียว คิดแล้วเขาก็เริ่มอยากรู้ต่อว่าเธอสอนวิชาอะไรกันนะ
บนเวทีการแสดงชุดสุดท้ายจบลงแล้ว ดารันช่วยครูแก้วจัดเตรียมของรางวัลให้กับเด็ก ๆ เมื่อจบการแสดง จนได้เวลาทานอาหารกลางวัน ซึ่งมีซุ้มอาหารอยู่หลายซุ้มด้วยกัน แต่ละซุ้มมาจากกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียน และครูช่วยกันทำ มีทั้งอาหาร ขนม และไอศกรีมที่เด็ก ๆ ชอบ วันนี้เธอได้เห็นความสุขสนุกสนานของเด็กๆ และความสุขใจของผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่ในงาน ทำให้ตัวเธอเองรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อได้เวลาทานอาหารกลางวัน ดารันแอบมองหาผู้กองรฐนนท์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เห็นเขาเลยสงสัยว่าคงจะเปลี่ยนเวรกันไปทานข้าวเพราะเห็นมีตำรวจบางส่วนยังคงทำหน้าที่อยู่ ในส่วนของงาน่บ่ายมีการเล่นเกมของเด็ก ๆ คุณครู และผู้ปกครองบางส่วน ดารันเองก็ร่วมเล่นเกมกับครูและเด็ก ๆ อย่างสนุกสนานจนรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกลับไปเป็เด็กอีกครั้งเลยทีเดียว
“แหม...ๆ ...ๆ ....พี่เรา มองไรอยู่คร๊าบ เมื่อเช้าคุยกันมุ้งมิ้ง ๆ ตอนนี้ก็แอบมองเขาอยู่แบบนี้ สงสัย ....” ผู้หมวดอาทิตย์รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ แอบจับสังเกตคนที่เป็หัวหน้าชุดและลูกพี่ของเขาได้ เพราะผู้กองหนุ่มไม่ค่อยคุยกับสาวคนไหน หรือเรียกได้ว่าไม่ค่อย ‘หลีสาว’ ว่างั้นเถอะ แต่เห็นคุยกับเธอคนนั้นตั้งนานสองนาน และยังเห็นแอบมองตามเธออยู่บ่อย ๆ หมวดอาทิตย์เลยคิดว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจของลูกพี่ของเขาแล้วเป็แน่
“สงสัยอะไร? มัวแต่พูดไปเรื่อย รีบ ๆ ไปทำงานได้แล้วไป” เมื่อถูกลูกน้องแซว รฐนนท์ก็ทำเป็ดุขึ้นมาทันทีเพราะความจริงแล้วเขาก็เป็อย่างที่ผู้หมวดอาทิตย์พูดจริงๆ ‘นี่เราแอบมองเธอจนถูกจับได้เลยเหรอเนี่ย ไม่ได้การละ เราต้องรีบดึงสติกลับมา แต่จะว่าไปเราก็ไม่เคยเป็แบบนี้เลยนะ หรือว่าเราเริ่มหวั่นไหวเข้าแล้ว ไม่ใช่... เป็ไปไม่ได้ก็เพิ่งจะเจอกัน' ชายหนุ่มรีบพยายามสลัดความคิดนี้ทิ้งไปทันที
เมื่องานใกล้เลิก ดารันไปช่วยด้านหลังเวทีเก็บของเพราะไม่มีการแสดงบนเวทีแล้ว มีแต่การแจกรางวัลที่สนามด้านล่างเท่านั้น ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าเวที แต่ก็มีบางส่วนที่เริ่มทยอยกลับบ้านกันแล้ว ดารันเห็นเด็กหญิงน่าจะอายุประมาณ 6-7 ขวบ วิ่งมาจากทางด้านในอาคารเพื่อไปด้านหน้าเวทีแต่เธอหกล้มและกำลังนั่งร้องไห้อยู่ ดารันจึงละมือจากการเก็บของและเร่งฝีเท้าเดินออกไป หวังจะไปช่วยปลอบเด็กหญิงให้หยุดร้องไห้ แต่ก่อนที่เธอจะเดินไปถึงตัวเด็กหญิงคนนั้น.....
"บึ้ม!!!......"
เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ผู้คนแตกตื่น วิ่งหนีกันใหญ่ ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน กลุ่มควัน เปลวไฟ ดารันรู้สึกกลัวมาก เธอได้แต่นั่งลงแอบอยู่ด้านข้างเวที ไม่ไกลนักตรงที่เธอคิดว่าเด็กน้อยคนนั้นนั่งอยู่ แต่เธอกลับมองไม่เห็นตัวเด็กเสียแล้ว เพราะมีกลุ่มควันเข้ามาแทนที่ เธอทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะไปทางไหนดี สมองสับสนไปหมดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รู้แต่ว่าหูของเธอตอนนี้มันอื้อไปหมดแล้วจากเสียงดังเมื่อสักครู่นี้
พลันเสียงในหัวเธอเองก็ดังขึ้นมาว่า ‘ะเิ’ เธอคิดว่ามันต้องเป็ะเิอย่างแน่นอน นี่ถ้าเธอไม่เดินออกมาหาเด็กคนนั้น ตอนนี้เธออาจจะาเ็หรือตายไปแล้วก็ได้ เพราะเสียงะเิดังมาจากทางที่เธออยู่ด้านหลังเวที เธอพยายามมองออกไปรอบ ๆ ตัวที่ค่อนข้างพล่ามัวเต็มไปด้วยกลุ่มควัน แต่ก็พอจะเห็นว่ากลุ่มควันลอยมาจากทางด้านริมรั้วที่ติดกับด้านหลังเวที ซึ่งมีประตูรั้วเล็ก ๆ สำหรับคนเข้าออกอีกทางหนึ่ง
ด้วยแรงะเิทำให้เกิดไฟไหมซุ้มไม้ด้านข้างนั่นด้วย โชคดีที่วันนี้ประตูตรงนี้ปิด เพราะเข้าออกลำบากเนื่องจากมีเวทีตั้งขวางอยู่ส่วนหนึ่ง ผู้คนที่อยู่ตรงนี้จึงมีไม่มากนัก ไม่เช่นนั้นคงเกิดความสูญเสียมากมายเป็แน่ แต่ด้วยสถานการณ์ที่โกลาหล ผู้คนวิ่งหนีกัน อลม่านเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย บางคนที่าเ็ส่งเสียงร้องโอดโอยอย่างเ็ป
ดารันเองไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่เฉียดตายเช่นนี้มาก่อนเธอจึงไม่รู้จะรับมืออย่างไร เธอเริ่มมือไม้สั่น จะลุกก็ไม่ไหวเพราะขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงพอที่จะประคองตัวได้ เธอหอบหายใจและไอออกมาเป็ระยะเนื่องจากควันไฟที่ลอยอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ
ดารันเริ่มรู้ตัวว่า โรคเก่าที่ห่างหายไปนานได้แสดงอาการขึ้นมาอีกครั้ง เธอเริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจลำบาก เธอเคยมีอาการแบบนี้แล้ว มันเป็อาการของโรคที่หมอเรียกว่าแพนิค ซึ่งเธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจมันหรอก บางทีมันก็เกิดขึ้นตอนที่เธอใกลัว ตื่นเต้น หรืออยู่เฉย ๆ ก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่แค่กินชากาแฟเข้าไปมันอาจกระตุ้นให้เกิดอาการนี้ขึ้นมาได้เช่นกัน ซึ่งโรคนี้หมอยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง วิธีการรักษาคือกินยาเป็ประจำ กับเมื่อมีอาการเกิดขึ้นก็ให้กินยาที่ช่วยระงับอาการเอาไว้แค่นั้นเอง
‘แล้วทำไมจะต้องเป็ตอนนี้ด้วยเนี่ย’ ดารันพึมพำ และรีบค้นหายาในกระเป๋าสะพายข้างที่มักติดตัวอยู่เป็ประจำ แล้วก็เหมือนโชคเริ่มเข้าข้างที่เธอยังเอายาติดมาด้วย แต่ทว่าในความโชคดีก็มีโชคร้ายปนอยู่ ขณะที่ดารันกำลังพยายามเปิดกระปุกยานั้น ด้วยมืออันสั่นเทา กระปุกยากลับหลุดออกจากมือกระเดนกระดอนออกไป เธอพยายามควานหาแต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอ ประกอบกับเศษข้าวของจากแรงะเิที่ตกระเกะระกะและควันไฟที่ยังไม่จางลงไป ทำให้การหาของชิ้นเล็ก ๆ ยากขึ้นไปอีก
อาการของดารันกำลังเพิ่มขึ้นจากเริ่มแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ก็เริ่มชาตามปลายมือเท้า ใบหน้า แขนขาเริ่มอ่อนแรงลงจนทำให้เธอต้องนั่งพักอยู่กับที่และพยายามหายใจให้เป็จังหวะ สภาพเธอตอนนี้คือคุกเขาลงกับพื้นโดยใช้มือหนึ่งยันพื้นไว้ อีกมือกุมอยู่ที่หน้าอกด้านซ้าย สูดหายใจเข้าออกให้เป็จังหวะ พยายามควบคุมการหายใจให้เป็ปกติที่สุด
“เป็อะไรไหมครับ คุณาเ็ตรงไหนไหม? .”