หลังจากวันนั้นเด็กทั้งสองจึงพยายามลองใช้พลังของตัวเอง โดยที่มีพัฒน์คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังแต่พัฒน์ได้สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่ใช้พลัง ปานจะเรืองแสงออกมาทุกครั้งพัฒน์จึงพยายามหาวิธีไม่ให้ปานเรืองแสงได้เรืองแสงออกมามากมายนักจึงให้เด็กทั้งสองใส่เสื้อตามสีของปานเพื่อตบตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้
ในคืนหนึ่งพัฒน์ได้เล่าเื่ราวความรักระหว่างเขากับศิริกัลยาแบบเป็นิทานให้เด็กๆฟังก่อนนอน
‘ในคืนวันลอยกระทงคืนหนึ่งที่มีพระจันทร์กลมโต สวยงาม ส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้าผู้คนต่างๆก็ได้ออกไปลอยกระทงตามประเพณี แต่ได้มีชายคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึกอยากออกไปเที่ยวอย่างคนอื่นเขาบ้างแต่ชายคนนี้กลับเอาแต่ท่องหนังสือเพื่อเตรียมสอบอยู่นั่นเองแต่แล้วจู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บ บนหลังคาบ้านของเขาชายคนนั้นสงสัยจึงปีนขึ้นไปดูบนหลังคา จนได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาสะสวยและมีร่างกายเปล่งประกายเรืองแสงสีทอง เขาตกหลุมรักเธอั้แ่วินาทีนั้นเป็ต้นมาเขาจึงถามเธอว่าเธอมากจากไหน เธอตอบเขาว่า เธอมาจากบนดวงจันทร์เขาจึงถามต่ออีกว่าเธอมีชื่อว่าอะไร เธอตอบเขากลับอีกว่าชื่อ"ศิริกัลยา" เธอเลยเล่าเื่ราวทั้งหมดของเธอและดวงจันทร์ให้ฟังว่าเธอมาจากดวงจันทร์ที่มีชื่อว่า *โจคาสต้า หรือโลกมนุษย์เรียกว่าพระจันทร์เธอเล่าให้เขาฟังว่าที่เธอตกลงมาที่นี่และไม่สามารถที่จะกลับขึ้นไปโจคาสต้าได้ก็เพราะว่าเธอถูกทำโทษที่เธอแอบลอบมาเที่ยวบนโลกมนุษย์อยู่บ่อยๆพ่อแม่ของเธอจึงยึดมงกุฎเพชรแสงจันทร์ที่มีไว้สำหรับเ้าหญิงแห่งโจคาสต้าไว้ใช้เปิดปิดประตูโจคาสต้าทำให้เธอไม่สามารถกลับไปบนนั้นหากเธอไม่ได้รับการอภัยโทษเขาจึงอาสาที่จะดูแลผู้หญิงคนนี้ เขาและเธอจึงอยู่ด้วยกันั้แ่นั้นเป็ต้นมาจนหลายปีผ่านไปเขาและเธอได้แต่งงานกัน และมีลูกที่ฝาแฝดชายหญิงที่น่ารักด้วยกันถึงสองคนเขาและเธอหวังว่าจะได้เป็ครอบครัวที่ครบถ้วนสมบูรณ์แต่แล้วความฝันของเขาและเธอก็ได้ดับสลายลงไปเพราะเธอไม่สามารถอยู่กับเขาได้อีกเธอถูกเรียกตัวกับไปที่โจคาสต้าทำให้เธอต้องห่างจากลูกน้อยทั้งสองและตัวเขาไปตลอดกาลแต่เธอกับเขาก็ได้ให้สัญญากันว่าหากเขาภาวนาถึงเธอทุกคืนเธอจะมาหาเขาทุกคืนในความฝัน’
“จบแล้วเด็กๆ”พัฒน์บอกเพลงกับเพลิง
“ทำไมเศร้าจังคะ?”เพลงถามพัฒน์
“นั่นสิครับแต่ผมอยากเห็นโจคาสต้าบ้างจังครับ” เพลิงกล่าว
“ยังไงมันก็แค่นิทานนะลูกเอาล่ะนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้พ่อจะพาไปสมัครเรียน” หลังจากจบคำพูดของพัฒน์เด็กๆถึงกับร้องเสียงอ่อย
“โถ่วพ่อไม่เรียนไม่ได้เหรอคะ?” เพลงกล่าว
“นั่นสิยังไงทุกวันนี้ผมกับพี่เพลงก็เรียนกันที่บ้านทุกวันอยู่แล้วน้าาา” เพลิงกล่าว
“แต่พ่อก็อยากให้ลูกๆได้เรียนรู้ว่าโลกใบนี้มีคนมากมายหลายประเภทพ่ออยากให้ลูกได้เรียนรู้เื่พวกนี้ด้วย เข้าใจพ่อนะ”
“ค่ะ/ ครับ” เพลงและเพลิงตอบพร้อมกัน
“ดีมากงั้นเข้านอนกันได้แล้วฝันดีนะเด็กๆ”พัฒน์เดินไปหอมแก้มลูกทั้งสองและเดินออกจากห้องไป
เช้าวันต่อมาพัฒน์ได้พาเด็กๆไปสมัครเรียนเด็กทั้งสองนั้นก็สามารถเข้ากับเด็กคนอื่นๆได้พัฒน์ดีใจมาก ที่เห็นลูกทั้งสองของเขาสามารถเข้ากับเด็กคนอื่นได้ดีพัฒน์พาเด็กๆไปลองชุดนักเรียน เด็กทั้งสองชอบกันมากพัฒน์จึงพาเด็กไปซื้อของเตรียมไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมกันต่อหลังจากนั้นจึงพากันกลับบ้าน
“พ่อคะหนูตื่นเต้นจังค่ะ” เพลงกล่าว
“ผมด้วย”เพลิงกล่าว
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูกพ่อเชื่อว่าลูกๆเก่งอยู่แล้ว” พัฒน์จึงหอมเด็กๆแล้วพาเด็กอาบน้ำเข้านอนพัฒน์จึงรีบกลับห้องนอนของตัวเองเพื่อภาวนาถึงศิริกัลยาเพื่อเล่าเื่ราวของเพลงและเพลิงให้เธอฟัง
“นี่ศิริกัลยาลูกของเรากำลังจะเข้าโรงเรียนแล้วนะ คุณตื่นเต้นมั้ย?” พัฒน์ถามศิริกัลยา
“ตื่นเต้นสิคะชั้นอยากเป็คนที่ส่งลูกไปเรียนจังค่ะพัฒน์”
“คุณคอยมองดูพวกเขาจากบนนั้นกันนะคุณจะรู้ ว่าลูกของพวกเราเขาเก่งกันมากๆ”
“ค่ะพัฒน์พัฒน์คะ แล้วพลังของลูกๆ เป็อย่างไรมั่งคะ?”
“ตอนนี้ก็มีแค่อ่านใจนะอันอื่นผมไม่แน่ใจ”
“ฝากลูกด้วยนะพัฒน์เพราะถ้าเด็กๆ โตขึ้นเรื่อยๆ จะมี*พลังเพิ่มขึ้นมาอีก ชั้นไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร”ศิริกัลยากล่าว
“ได้ผมจะดูแลให้ดีที่สุด ศิริกัลยาผมคิดถึงคุณ”
“ชั้นก็คิดถึงคุณค่ะพัฒน์”ทั้งสองกอดกันในความฝัน
อีกหลายวันต่อมาจนถึงวันเปิดเทอมเด็กๆไปเรียนตามปกติ แต่เด็กทั้งสองจะชอบเล่นซ่อนหากับเพื่อนแล้วตัวเองเป็คนหาเพลงกับเพลิงมีเพื่อนสนิทอยู่สองคนคือฟ้าใสกับเอกทุกครั้งฟ้าใสกับเอกเพื่อนของพวกเขาจะสงสัยกันว่าทำไมเพลงกับเพลิงถึงหาพวกเขาได้ง่ายดายขนาดนี้
อยู่มาวันนึงขณะที่เด็กทั้งสองกำลังเล่นกับเพื่อนๆอยู่นั้นก็ได้มีเด็กชายนิสัยไม่ดีเกเรกลุ่มหนึ่งได้เดินมาหาเื่เพลงกับเพลิง
“นี่ได้ข่าวว่าเล่นซ่อนหาเก่งเหรอ?”เด็กชายอ้วนคนหนึ่งถามทั้งสอง เพลงจึงลุกขึ้นบอก
“ใช่”เพลงตอบอย่างมั่นใจ
“งั้นดีชั้นอยากจะมีอะไรให้พวกเธอหาหน่อย” เด็กชายอ้วนคนนั้นทำหน้าเ้าเล่ห์เพลิงกับเพลิงได้ยินความคิดของเด็กคนนั้นก็รู้แล้วว่าจะมาแกล้งทั้งสองคนเพลงจึงบอกเพลิงว่าให้หาเื่ปฏิเสธ
“เราสองคนไม่เล่นกับเธอเพราะเธอจะแกล้งพวกเรา”
“ใครบอกชั้นแค่จะมาเล่นกับพวกเธอด้วยแค่นี้เอง ทำเป็ใจเสาะไปได้” เด็กอ้วนกล่าว
“นี่เถอะหาว่าพวกเราอ่อนแอเหรอ” เพลงกำหมัดแน่น เพลิงส่งความคิดให้เพลงได้ยิน
[พี่เพลงอย่า]เพลงได้ยินดังนั้นจึงคลายหมัดออกแล้วกำลังจะเดินหนีออกมาแต่เด็กชายอ้วนก็ดึงผมของเพลง
“จะหนีไปไหน”
“โอ๊ยยยเจ็บนะ” เพลงทนเจ็บไม่ไหวจึงร้องไห้ออกมา เพลิงเห็นพี่สาวโดนแกล้งจึงเดินเข้าไปเพื่อที่จะปกป้องพี่สาวแต่เขาก็ถูกเพื่อนๆของเด็กคนนั้นผลักกระเด็นจนสลบไปฟ้าใสและเอกเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามที่จะวิ่งไปบอกครูแต่ก็ถูกเพื่อนของเด็กคนนั้นขวางเอาไว้
“ทนไม่ไหวแล้วนะ”เพลงทนไม่ได้ที่เห็นเพื่อนและน้องถูกแกล้งเพลงก็ได้ใช้แรงของตัวเองทั้งหมดที่มีจับเด็กอ้วนคนนั้นทุ่ม เพลิงฟ้าใสและเอกใเป็อย่างมากเด็กอ้วนร้องโวยวายเสียงดังจนครูประจำชั้นวิ่งกันมาดูว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
“เด็กๆเกิดอะไรขึ้นคะ?”
“เด็กผู้หญิงเขาแกล้งผมโอ๊ยยยย” เด็กชายอ้วนพยายามฟ้องครู
“ไม่จริงค่ะครูเค้ามาแกล้งเพลงก่อน” ฟ้าใสกล่าว
“ใช่ครับครูผมจะไปตามครูมาช่วย แต่ก็โดนพวกนั้นขวางไว้ครับ”เอกชี้ไปที่เด็กผู้ชายกลุ่มนั้นด้วยสีหน้าดุดัน เด็กพวกนั้นพากันก้มหน้ายอมรับผิด
“แล้วเพลิงไปไหนคะ?”คุณครูถาม เพลงใที่ไม่เห็นน้องยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกันเพลงจึงพยายามหันไปหาน้องตัวเองจนหันไปเห็นว่าเพลิงสลบอยู่ตรงลังกระดาษที่กองกันอยู่และที่ศรีษะมีเืออกเพลงใจึงวิ่งไปหาเพลิง
“เพลิงตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตื่นสิตื่น ครูคะช่วยน้องหนูด้วยนะคะ” เพลงร้องไห้อ้อนวอนครูครูรีบโทรศัพท์หารถฉุกเฉินให้มารับเพลิงไปโรงพยาบาลและโทรแจ้งไปที่พัฒน์ว่าตอนนี้เพลิงอยู่ที่โรงพยาบาลพัฒน์ได้ยินดังนั้นจึงใจหายอย่างมากรีบทิ้งงานเพื่อมาดูลูกที่โรงพยาบาลเพลงหันไปเจอพัฒน์ก็รีบวิ่งไปกอดพัฒน์ทันที
“พ่อคะน้องเืออก แงงง” เพลงร้องไห้งอแง พัฒน์ก็ได้แต่ปลอบลูก
“ไม่เป็อะไรนะน้องเพลงไปนั่งรอพ่อที่เก้าอี้กับเพื่อนๆก่อนนะ” พัฒน์กล่าวจบก็พาเพลงไปนั่งกับฟ้าใสและเอกแล้วจึงเดินไปหาครูที่ดูแล พัฒน์ได้เหลือบไปเห็นครอบครัวของเด็กอ้วนแต่พัฒน์ไม่ได้เอะใจอะไร
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกผมครับ?”พัฒน์ถามครู
“คือเด็กเล่นกันน่ะค่ะคุณพ่อแล้วเกิดอุบัติเหตุน่ะค่ะ” ครูกล่าว เพลงได้ยินดังนั้นจึงรีบไปบอกครูฟ้าใสและเอกจึงวิ่งตามไปด้วย
“พวกเราไม่ได้เล่นกับเค้าเลยนะคะอยู่ดีๆเขาก็เดินมาแกล้งพวกหนู” เพลงอธิบาย
“ใช่ครับ/ ใช่ค่ะ” ฟ้าใสและเอกตอบพร้อมกัน
“นี่เด็กพวกนี้ พูดแทรกผู้ใหญ่ได้ยังไงกันฮะ ลูกชั้นเป็เด็กดี จะไปแกล้งใครได้”แม่ของเด็กชายอ้วนพูดปกป้องลูกตัวเอง
“ครูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแล้วพวกหนูมีหลักฐานมาปรักปรำลูกของลุงเหรอจ๊ะ?” พ่อของเด็กชายอ้วนพูดขู่เด็กๆ
“นี่คุณจะเกินไปหน่อยมั้ย มาขู่ลูกเด็กแบบนี้ได้ไง เป็ผู้ใหญ่สะเปล่า รังแกเด็กชัดๆแถมลูกชายคุณผลักลูกผมจนหัวแตกแบบนี้ แถมตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นเลยคำขอโทษสักคำก็ไม่มี คุณยังมีหน้ามาขู่เด็กๆอีกเหรอ” พัฒน์ต่อว่าพ่อของเด็กชายอ้วน
“คุณก็เหมือนกันไม่มีหลักฐาน จะมาต่อว่าลูกผมไม่ได้นะครับ”พ่อของเด็กชายอ้วนท้าทายพัฒน์พัฒน์กำหมัดแน่นไม่รู้จะช่วยลูกๆยังไงทันใดนั้นเพลงก็ได้ยินเสียงความกลัวของครูที่มีต่อพ่อเด็กคนนั้น เพลงจึงพูดออกไป
“ครูกลัวอะไรคะ?”เพลงถามครู ทุกคนจึงหันไปทางเพลงพัฒน์เห็นปานของเพลงเรืองแสงจึงรู้ว่าลูกใช้พลังอยู่แต่ก็ปล่อยให้ใช้ต่อไปโดยที่พัฒน์เอาเสื้อคลุมไปคลุมให้เพลง
“ได้ยินอะไรก็พูดไปเลยนะลูกอย่าไปกลัวคนไม่ดี” พัฒน์กล่าว
“เปล่านี่จ้ะครูไม่ได้กลัวอะไรแหะๆ” ครูตอบกลับด้วยใบหน้าที่มีเหงื่อชุ่ม
“ครูกลัวว่าพ่อเด็กคนนี้จะเอาคลิปไปปล่อยคลิปคืออะไรเหรอคะพ่อ?” เพลงหันไปถามพัฒน์ด้วยความไม่รู้
“ผมเข้าใจแล้วสิ่งที่ลูกผมมาจริงหรือเปล่าครับ?” พัฒน์หันไปถามพ่อของเด็กแม่ของเด็กจึงหันไปต่อว่าสามีของเธอ
“นี่คุณคลิปอะไรคะ?” แม่ของเด็กขึ้นเสียง
“ลุงพัฒน์ครับที่โรงเรียนมีกล้องวงจรปิดครับ ใช้เป็หลักฐานได้ครับ” เอกบอกกับพัฒน์
“หนอยไอ้เด็กพวกนี้”พ่อของเด็กอ้วนจะเดินเข้ามาทำร้ายเด็ก พัฒน์จับแขนไว้ได้ก่อน
“เหอะเก่งแต่กับเด็ก” พัฒน์พูดจบก็ถีบพ่อของเด็กคนนั้นกระเด็น เพลงมองพัฒน์เป็เหมือน ฮีโร่ในการ์ตูน
“พ่อคะพ่อเท่มากเลย” เพลงมองพัฒน์ด้วยแววตาที่เป็ประกาย
“หนอยมึงกล้าถีบกูเหรอ” พ่อของเด็กคนนั้นลุกขึ้นมาจะต่อยพัฒน์ แต่ก็โดนพัฒน์ถีบไปอีก
“ลูกหลานกูใครอย่าแตะ” พัฒน์ชี้หน้าพ่อของเด็กคนนั้น
“นี่คุณมันจะเกินไปหน่อยมั้ยมาทำกับสามีชั้นแบบนี้ได้ยังไง ชั้นจะแจ้งตำรวจ” แม่ของเด็กอ้วนต่อว่าพ่อพัฒน์
“ถ้าจะแจ้งก็แจ้งเลยค่ะคุณแม่ เดี๋ยวทางโรงเรียนก็จะฟ้องกลับครอบครัวของคุณและเื่คลิปที่น้องเพลงพูดด้วยค่ะ”ครูกล่าว
“พ่อครับแม่ครับผมแกล้งเขาก่อนเองครับ ไม่ผิดเลยครับที่เขาจะทุ่มผม” เด็กอ้วนกล่าว
“ใครทุ่มลูกไอ้เด็กผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย?” แม่ของเด็กชายอ้วนชี้ไปที่เอกแต่เอกส่ายหน้า
“ไม่ใช่ผมครับแต่เป็เพลงครับ” เอกชี้ไปที่เพลง
“ฮะเพลงน่ะเหรอ” ทุกคนต่างส่งเสียงร้องใ
“เอ่อหนูเองค่ะ” เพลงตอบกลับด้วยสีหน้าเศร้า พัฒน์นึกถึงคำพูดของศิริกัลยาพัฒน์จึงได้รู้ว่าพลังที่เพิ่มขึ้นมาตามที่ศิริกัลยาบอกก็คือความแข็งแรงของเพลงนั่นเองพัฒน์จึงเดินไปกอดปลอบเพลง
“ไม่เป็อะไรนะลูกเดี๋ยวพ่อจัดการให้” พัฒน์ปลอบเพลงหมอจากห้องฉุกเฉินก็ได้ออกมาเพื่อบอกกับพัฒน์ว่าเพลิงปลอดภัยแล้วไม่เป็อะไรมากแค่ใจนหมดสติไปเท่านั้นเองแม่ของเด็กอ้วนจึงออกค่ารักษาพยาบาลให้กับพัฒน์และกล่าวขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเธอก็ได้ให้สามีของเธอยอมมอบตัวกับตำรวจโทษฐานที่ล่วงละเมิดทางเพศกับครูที่โรงเรียนของลูกชายพ่อแม่ของเอกและฟ้าใสก็มารับทั้งสองกลับบ้านไป
“ชั้นขอโทษจริงๆที่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น"แม่ของเด็กชายอ้วนกล่าวขอโทษและยกมือไหว้ขอโทษพัฒน์
“แค่ลูกผมไม่เป็อะไรก็ดีแล้วครับยังไงคุณก็ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาของลูกผมก็ถือว่าเป็คำขอโทษแล้วแหละครับ”พัฒน์กล่าวปลอบแม่ของเด็กชายอ้วน
“ขอบคุณคุณพัฒน์มากนะคะที่ทำให้ชั้นมีความกล้ากับคนชั่วแบบนั้น” ครูมากล่าวขอบคุณพัฒน์
“อย่าขอบคุณผมเลยครับลูกผมเป็คนบอกคุณ ผมไม่ได้เป็คนบอก” พัฒน์กล่าวครูจึงเดินเข้ามาเกาะแขนพัฒน์
“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณพัฒน์อยู่ดีแหละค่ะ”ครูพูดกับพัฒน์ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน เพลงได้ยินความรู้สึกของครู
“ครูชอบพ่อหนูเหรอคะ?”เพลงถามครูทำให้ครูถึงกับชะงักและปล่อยมือออกจากแขนของพัฒน์
“ครูเปล่านะจ๊ะแค่แสดงความขอบคุณให้พ่อหนูน่ะจ้ะ” ครูตอบกลับเพลงด้วยสีหน้าที่มีแต่ความโกหก
“ครูคะครูชอบพ่อหนูได้ค่ะ แต่หนูรู้อย่างเดียวว่า ยังไงพ่อหนูก็มีแต่แม่ของหนูคนเดียวแล้วก็จะรักแม่ของหนูแค่คนเดียวตลอดไปด้วยค่ะ พอคะไปดูน้องกันเถอะค่ะป่านนี้น้องอยากเห็นหน้าเราทั้งคู่แล้ว” เพลงลากพัฒน์ไปพัฒน์ขำให้กับคำพูดของลูกสาวตัวเอง ทางด้านครูก็เจ็บใจกับคำพูดของเพลงเธอรู้สึกเสียหน้าที่โดนเด็ก 5 ขวบหักหน้าเธอ
“ไปจำคำพูดแบบนี้มาจากไหนฮะลูก?”พัฒน์ถามเพลง
“จำมาจากละครที่ยายแจ่มเปิดให้ดูค่ะ”เพลงตอบกลับเสียงใส ทำให้พัฒน์หลุดขำออกมาไม่หยุด
“นี่หนูพึ่ง 5 ขวบนะลูกคำพูดแบบนี้ดูโตเกินไปรู้มั้ยคะครั้งหน้าอย่าพูดแบบนี้อีกนะลูก”
“ได้ค่ะพ่อ”พัฒน์กับเพลงจึงเดินไปหาเพลิง เพลิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็เรียกเพลงทันที
“พี่เพลง…”เพลิงเรียกเพลงด้วยเสียงแ่เบา
“พี่อยู่นี่แล้วเพลิง”เพลงจับมือเพลิง
“พี่ไม่เป็อะไรใช่มั้ย?”เพลิงถามเพลง
“พี่ไม่เป็อะไรต่อไปนี้เราสองคนสัญญากันนะว่าเราจะไม่ทิ้งกันและแยกจากกันไปไหนเราจะดูแลและปกป้องกันตลอดไปเลยนะ”เพลงบอกกับเพลิงทั้งสองจึงกอดกันเพื่อเป็สัญญาใจต่อกันพัฒน์ได้แต่มองลูกๆแล้วยิ้มอย่างมีความสุข เขาดีใจที่ได้เห็นลูกๆรักกันมากขนาดนี้
*โจคาสต้าคือเมืองที่ศิริกัลยาอยู่บนดวงจันทร์
*พลังที่พลังของเพลงและเพลิงมีมากกว่าแม่ตัวเองนั้นเพราะทั้งสองเป็ครึ่งมนุษย์กับโจคาสต้า