“ตงปิงมานี่หน่อย”ร่างดำทะมึนของอีกคนโผล่มาจากไหน
“คารวะท่านเหยียนหลัวหวาง”
“มีรายงาน...คนตายในหนึ่งชั่วยามนี้ที่สภาพศพและร่างกายยังดีอยู่ไหม”ตงปิองขมวดคิ้วนิ่งคิด
“มีชายคนหนึ่งขอรับ”ถอนหายใจ
“ข้าหมายถึงผู้หญิง เ้านี่ยังคงพูดจากวนโมโหเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน”ตงปิง ก้มหน้าซ่อนยิ้ม
“รอนานหน่อยขอรับ ลูกสาวใต้เท้าถาง แม่นางถางเย่ย่ากำลังจะตายอีกหนึ่งชั่วยาม”
“เป็อะไรตาย”
“ไม่หายใจขอรับ หัวใจพัง”หลิวอี้นิ่งดูท่าทีของเหยียนหลัวหวาง ที่มองก็รุ้ว่าระอาใจกับคนสนิทของเขา
“ใต้เท้าถาง ผู้รักลูกดังดวงใจผู้นั้น จะเสียใจเพียงใดหากบุตรีที่รักดังดวงใจสิ้นลมว่าแต่เ้า”ชี้มือมายังหลิวอี้ ด้วยท่าทีไม่แน่ใจเท่าไหร่
“จะรับมือกับการที่ต้องเป็ถางเย่ย่าได้ดีเพียงใด”โบกพัดให้หลิวอี้ดูกิริยาของเย่ย่าที่ไม่ต่างจากไท่จือเฟย ชอบรังแกข่มเหงเหล่าสาวใช้ ใบหน้างดงามทว่าจิตใจกลับต่ำทราม รังแกผู้อื่นนิสัยหยาบกระดาก
“ข้า ไม่แน่ใจ”ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
“ต้องเป็ข้าอีกแล้ว”
“นี่คือยาวิเศษสี่เม็ด ข้ามอบให้เ้า”
“ท่านเซียนท่านมอบสิ่งล้ำค่าให้นางมนุษย์นี่ได้อย่างไร”โบกมือให้ตงปิงหุบปาก
“ยานี่ต้องใช้เวลาเคี่ยวถึงหนึ่งพันวันบน์ (1วัน์เท่ากับสิบปีโลกมนุษย์) ตอนนี้ข้ามีอยู่5เม็ด ให้เ้ากลืนกินมันลงไปหนึ่งเม็ดกลับเข้าร่างของเย่ย่า อีกสามเม็ดเก็บไว้กับตัว ในยามจำเป็ ยานี้สามารถใช้ช่วยชีวิตคนที่ตายไปแล้ว กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
“ท่านเซียนนางอาจนำมันไปใช้ ในทางที่ผิด”
“หากข้ารู้ว่าเ้านำมันไปใช้ในทางไม่ดีเมื่อไหร่ ข้าให้เ้าสิ้นอายุขัยทันที จำไว้ให้มั่นเ้าต้องใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด”หลิวอี้รับยาจากมือของเหยียนหลัวหวางมากำไว้
“กินยาเสีย ตงปิงพานางไปที่บ้านตระกูลถาง หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นฉี”
“ตามข้ามา”ตงปิง ขยับมือก่อนจะรวบเอาดวงิญญาของหลิวอี้ไว้ในกำมือ
“ดูแลนางให้ถึงกายหยาบโดยสมบูรณ์อีก45ปีจึงกลับไปรับิญญานางอีกที แล้วอย่าลืมนำิญญาของเย่ย่ามาลงทัณฑ์ด้วย”ตงปิงโค้งคำนับก่อนจะหายวับไปกับตา เหยียนหลัวหวางใช้พัดโบกไปมาร่างของหลิวอี้ก็ถูกดูดเข้ามาในพัด
“อีก45ปีเจอกันระหว่างนี้ข้าลองนำร่างนี้ไปรักษาด้วยยาทิพย์ดูก่อน อีกอย่างลืมบอกนางไปเสียสนิท หากคนที่เคยพบหน้านางก็จะเห็นเป็ใบหน้าของหลิวอี้แต่หากเป็คนที่เคยเห็นหน้าของเย่ย่าจะเห็นเป็เย่ย่า ไว้โอกาสหน้าพบกันจึงจะบอกกล่าวนาง”พึมพำเบาๆ
ตำหนักบูรพา
“สาวใช้คนที่ โดนน้ำร้อนลวกเมื่อวาน”ไท่จือเอ่ยปากกับขันทีข้างกาย
“ขอรับ นางหายออกไปจากตำหนักแล้ว”เฉินหงิถอนหายใจ
“ไท่จือเฟย”
“ไท่จือเฟยยังคง ปิดปากเงียบเช่นเดิม”
“ข้าเริ่มจะทนกับสิ่งที่นางทำไม่ไหวแล้ว นางเที่ยวเกะกะระรานเหล่าสาวใช้ ”
“ไท่จือ ไท่จือเฟยเป็องค์หญิงแคว้นหาน เป็องค์หญิงใหญ่ที่มีความสำคัญต่อแคว้นหานอย่างยิ่ง”
“ข้ารู้แล้ว”
ตระกูลถาง
หลิวอี้สะดุ้งสุดตัว สาวใช้สองสามคน ถอยห่างด้วยความใเมื่อเห็นว่าร่างแน่นิ่งของเย่ย่าที่พวกนางเฝ้าอยู่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลิวอี้เหลือบตามองสาวใช้รีบถลาเข้ามา ด้วยรู้ฤิทธิ์เดชของ เย่ย่าดี
“คุณหนู นายท่านคุณหนูฟื้นแล้ว”ใต้เท้าถางถลาเข้ามาข้างแท่นนอน
“เย่ย่าเ้าเป็อย่างไรบ้าง”แววตาตื่นเต้นดีใจทั้งๆ ที่เมื่อครู่แอบไปปาดน้ำตาที่ไหลรินเมื่อเห็นว่าเย่ย่าขาดใจ บุตรีคนเดียวสิ้นใจต่อหน้าใครกันจะหลยุดน้ำตาไว้ได้
หลิวอี้ หงายมือที่มียาอยู่ในนั้นก่อนจะกำมันไว้เหมือนเดิม แสร้งตามน้ำ
“ท่านพ่อข้าสบายดี”เสียงแหบพร่าแต่ น้ำเสียงเป็ของเย่ย่าไปเสียแล้วไม่มีสิ่งใดตอนนี้ที่เป็ของหลิวอี้นอกจากความรู้สึกนึกคิด
“ตามหมอ ตามท่านหมอเดี๋ยวนี้”สาวใช้วิ่งออกไปทันทีเพียงครู่เดียว ท่านหมอหอบหลวมยาเข้ามา จับชีพจรหลิวอี้ในร่างเย่ย่า
“เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ”
“แปลกมากคุณหนูร่างกายฟื้นตัวเร็วมาก อีกทั้งยังแข็งแรงหัวใจเต้นเป็ปกติทั้งที่ก่อนหน้านั้นนางอาการแย่”
“ไหนท่านเป็คนพูดเองว่าหัวใจของลูกสาวข้าไม่แข็งแรงมาั้แ่เกิด นางมีโอกาสตายได้ตลอด”
“ข้าไม่อาจให้คำตอบได้จริงๆ นายท่านคุณหนูตอนนี้ หากเปรียบก็ดังจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งไม่มีอาการป่วยไข้”
“โอ้นับว่า เป็เื่ดี” หยิบก้อนเงินส่งให้ท่านหมอเสียมากมาย
“เย่ย่าพ่อดีใจเสียจริง พวกเ้ารีบมาบีบนวดให้คุณหนู”
สาวใช้ถึงสามคนบางคนมาบีบนวด บางคนพัดวีให้ ตงปิงนั่งอยู่บนขื่อแต่ไม่มีใครเห็นนอกจากหลิวอี้ ยิ้มน้อยๆ โบกมือให้หลิวอี้แล้วก็หายวับไปพร้อมกับดวงิญญาของเย่ย่า
“ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่งก็ได้ เย่ย่าลูกพ่อ พ่อยินดีเข้าไปกราบทูลฝ่าาแทนเ้าเอง”หลิวอี้ทำสีหน้างุนงง
“ไท่จือความจริงก็องอาจผึ่งผาย หล่อเหลาเกินมนุษย์ แต่ทว่าไท่จือเฟยของไท่จือช่างน่ากลัวนัก ในเมื่อเย่ย่าของพ่อไม่อยากแต่งพ่อก็ยินดีตามใจ”หลิวอี้เบิกตากว้าง
“แต่งเข้าตำหนักบูรพา”ถามด้วยความไม่แน่ใจหลิวอี้จะต้องไปพบกับคนพวกนั้นอีกแล้วหรือ
“ในเมื่อเ้า ไม่ยอมแต่งกับไท่จือจนเกือบจะจากพ่อไปเช่นนี้ ไม่จำเป็ต้องทำตามบัญชา พ่อจะกราบทูลฝ่าาทว่าเ้าร่างกายพิกลพิการป่วยไข้ไม่อาจแต่งกับไท่จือได้ ใครๆ ต่างก็รู้กันทั่วว่าเย่ย่าของพ่อไม่ค่อยแข็งแรง”
สาวใช้ สองคนมองสบตากัน ความจริงที่พวกนางเห็นคือเย่ย่าดีใจที่จะได้แต่งเข้าตำหนักบูรพาจนใจเต้นแรงแล้วก็ขาดใจต่างหาก หาใช่ไม่อยากแต่งในเมื่อใครๆก็รู้ว่า ไท่จือหล่อเหลาเกินมนุษย์แล้วอีกอย่างช่างท้าทายเพียงใดสำหรับหญิงงามทั่วหล้าที่จะทำให้ไท่จือที่ถูกครหาว่าเกรงใจไท่จือเฟยที่สุด หลงไหลพวกนางมากกว่าไท่จือเฟย ใต้เท้าถางกลับคิดว่าเย่ย่า ต่างจากหญิงงามนางอื่นได้อย่างไรที่ไม่อยากแต่งเข้าตำหนักบูรพา