handsome is sin คนอื่นมีดีที่วิชา แต่ข้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ

    ตอนที่ 1 แนะนำศิษย์ใหม่

              “ จริงหรือท่านผู้เฒ่าเชียงผานรับลูกศิษย์น่ะ? หลายพันปีมานี้ตาแก่นั่นดื้อรั้นไม่ยอมรับใครเข้ามาเลยนะ ” เสียงพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ของคนกลุ่มหนึ่งดังออกมาจากตรงบ้านหลังหนึ่ง       ที่ตอนนั้นกลุ่มชายหนุ่มหญิงสาวหน้าตาดี กำลังดื่มชา ระหว่างสีหน้าดูมีความสงสัย และสนใจในคำพูดของคนที่กำลังกล่าวอยู่       “ แน่นอนเรื่องนั้นเป็นความจริง..........ตอบตามตรงผู้เฒ่าเชียงผาน หากเขาไม่ปฏิเสธที่จะขึ้นเป็นจ้าวนิกาย ป่านนี้เขาคงเป็นชายที่ยึดครองพื้นที่แห่งนี้ไปแล้ว และนั่นคือสิ่งที่บ่งบอกถึงพลังของผู้เฒ่าได้เป็นอย่างดี...........ดังนั้นการรับลูกศิษย์ของผู้เฒ่าครั้งนี้ ข้าว่าไม่ธรรมดา ทำไมพวกเราไม่ไปหาศิษย์คนนั้นดูบ้างเล่า? หากเขามีพรสวรรค์ชั้นเชิงดี ข้าว่าไม่เสียหลายที่พวกเราจะสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ” หญิงสาวหน้าตางดงามผู้หนึ่งยื่นข้อเสนอออกมา ระหว่างที่ใบหน้าของนางแสดงออกถึงความสนใจได้เป็นอย่างดี ต่อศิษย์น้องผู้มากปริศนาคนนั้น         และแน่นอนว่าสหายของนางทั้ง 3 คนต่างก็ดูมีสีหน้าที่พินิจไปในทางนี้เช่นเดียวกัน       “ หึ เพียงได้ยินข่าวลือ พวกเจ้าก็ตีโพยตีพาย ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปเสียแล้ว นิกายจรัสแสงของพวกเรา ไหนเลยจะขาดอัจฉริยะไป อย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เถอะ  ” และตอนนั้นเสียงทุ้มเข้มกล่าวออกมา จากมุมห้องของเรือนพัก       ที่ตอนนั้นมีชายหนุ่มผมสีแดง ที่ตอนนั้นเขากำลังใช้ผ้าไหมขาว ขัดด้ามขอบง้าวของเขาอย่างดูตั้งอกตั้งใจ       แต่ว่ามุมปากของเขาที่ยกงอขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่กล่าววาจาเยอะเย้ยสหายของตัวเองไปแล้วนั้น ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าชายคนนี้ก็กำลังสนใจเรื่องที่พวกเขากำลังกล่าวอยู่เช่นเดียวกัน       “ สงเหลา! ท่านเป็นถึงหลานของผู้อาวุโสกองลงทัณฑ์ ส่วนพวกเราเป็นเพียงลูกศิษย์ธรรมดา ไหนเลยจะขาดการสร้างสหายได้เล่า ” และตอนนั้นหญิงสาวคนที่กล่าวแนะนำทุกคนเมื่อกี้กล่าวประชดออกมาแทบจะทันที       ซึ่งตอนนั้นสงเหลาได้ยินอย่างนั้น มุมปากก็กระตุกทันที และคิดจะเถียงกลับ ทว่าหญิงสาวผู้นี้กลับลุกขึ้นก่อนนางจะมองเขาด้วยดวงตาที่เย็นชากลับ และเดินหายไปทันที แบบไม่คิดจะต่อความยาวกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย       ทำให้กลุ่มสหายอีก 3 คนที่นั่งนิ่งกันอยู่ ต่างก็มองหน้ากันเลิกลั่กทันที       “ คู่นี้อีกแล้ว.....เฮ้อ......... ไม่เคยจะได้พูดจากันดีๆซักครั้ง พวกเจ้าก็เป็นทั้งที่ 1 และที่ 2 ของศิษย์สายนอก เหตุใดเล่าถึงไม่คิดจับมือกันช่วยเหลือฝึกปรือ ” ชายหนุ่มร่างสูงสองเมตรอีกคน ที่นั่งเงียบอยู่ตอนแรก อดไม่ได้ที่จะกล่าวพูดออกมา       ซึ่งตอนนั้นหญิงสาวอีกสองคน ที่นั่งด้านข้างอดไมได้ที่จะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย นี่เป็นเรื่องที่พวกเขาก็ไม่เข้าใจ       เมื่อชายหนุ่มผมแดง กับหญิงสาวงามคนเมื่อกี้ ต่างก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือในรุ่นของลูกศิษย์คลื่นลูกใหม่นี้       ทว่าไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่บอกว่าเป็นที่หนึ่งและที่สอง ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวเลขของอันดับเลย       ในเวลานั้นสงเหลาได้ที่ได้ยินชายร่างสูงกล่าว ดวงตาของเขาก็สั่นเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบ และเลือกที่จะกลับไปนั่ง พร้อมกับขัดอาวุธของตัวเองต่อไป       ทางด้านซีเหนียง หญิงสาวที่เพิ่งออกมาจากเรือนพักของสหายนาง คิ้วจองนางก็ยังคงขมวดไม่หยุด       “ เจ้าพวกนั้น ตอนแรกบอกเจ้าบ้านั่นไม่เข้าร่วม ข้าจึงไป แต่ที่ไหนได้........หึ่ม พวกมันคิดจะเป็นพ่อสื่อแม่สื่อช่วยข้าจับคู่หรือ? บัดซบจริงๆ มีสหายอย่างนี้ตอนหลังข้าไม่อาจไปเล่นกับพวกมันได้แล้ว ” บ่นงุบงิบกับตัวเอง ก่อนที่ตอนนั้นเท้าของนางที่ยังไม่หยุดเดินก็ได้ล่วงไปถึงหุบเขาที่อยู่หลังสำนัก       ที่ตอนนั้นหากมองดีๆ บริเวณแถวนี้จะเงียบ และร้างไร้ผู้คน ซึ่งตอนนั้นก่อนที่จะไปหยุดตรงตีนเขา ทางซีเหนียงก็ได้ยกหยกอันเป็นป้ายแสดงตำแหน่งของนางขึ้นมา       ก่อนที่หยกนั้นจะเรืองแสงเบาๆ นางจึงสามารถเดินเข้าไปได้โดยสะดวกไม่ติดขัด(จบ)