พายุโหมกระหน่ำ แผ่นดินสั่นะเื พังทลาย กินบริเวณสุดลูกหูลูกตาราวกับ ะเิคลั่งทำลายโลก แรงอัดกระชากพลิกกลับ ธรณีสูบขึ้นสูบลง ดั่งเกรียวคลื่น คนทั้งกลุ่มสำรวจ เริ่ม โดนแรงกระชากของดิน ดันแยกตัวห่างออกในพริบตา ลื่นไถล แตกออกจากกันคนละทิศคนละทางเถาวัลย์ที่ฉุดดึงกันไว้ล้วนฉีกขาดออกจากกัน
แสงแรกที่ลืมตาตื่น เมญ่า ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ร่างกาย ค่อยๆ ขยับตัวพยุงร่างขึ้นมา มองไปรอบๆ เห็น ชายวัยกลางคน ใส่ชุดหลวมๆโบราณ เหมือนบัณฑิตคงแก่เรียน ดวงตาจีบเล็ก สวมใส่แว่นตากลมโต
“เป็ยังไงบ้าง เมญ่า!
“ไม่เป็ไรแล้วค่ะร่างกายเริ่มฟื้นพลัง กลับมาแล้วหลายส่วน แต่ว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไงค่ะอาจารย์ นี่มันพื้นที่รักษาภายในอาณานิคมนี่
เ้าสลบไป ร่วม 5วันแล้ว หลังจากการตกของลูกไฟั์ก่อนกำหนดทำให้ทางอาณานิคมเตรียมการหลายๆ อย่างไม่ทัน เลยเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันกับพวกเ้า หน่วยสำรวจ ระดมคนออกตามหากลุ่มของพวกเธอ อยู่ 2วันเต็มๆ ทางหน่วย พบ คักโป ช่วยเหลือพวกเธอไว้พวกเธอติดอยู่กับซากดินที่ ห่อหุ้ม พวกเธอไว้เป็ชั้นๆ กระจายกันออกไปคนละทิศละทาง
ทางหน่วยเลยเร่งพาพวกเธอกลับเข้าเข้ามา ในอาณานิคม ทุกคนกำลังรักษาตัวอยู่
เมญ่า ก้มหน้า มองออกไปช่องหน้าต่างเห็นแสงสาดเข้ามา พยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง “แล้ว นาฟ เป็ยังไงบ้างคะ ? “พลังการฟื้นตัวของเ้าหนุ่มนั้น สูงกว่า ใครๆ จึงฟื้นตัวได้เร็วเห็นว่าปลุกพลังได้แล้ว นี่ !
่ที่ หน่วยสำรวจ กำลังเคลื่อนย้ายพวกเธอกลับ เขาก็เป็คนที่เข้ามาปฐมพยาบาลพวกเธอ“แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหนคะ อาจารย์ “เค้าแจ้งกับ คักโป ว่า จะขอแยก กลับไปที่เขตแดนนอก มีความกังวลเื่ผลกระทบว่ารุนแรงแค่ไหนในพื้นที่ของเค้า “เมญ่ามองออกไปที่ไกลๆ เหมือนคิดบางอย่าง “เธอพักเถอะ เื่อื่นไม่ต้องกังวลแล้ว อีกอย่าง พ่อเธอกำลังมา ไม่รู้จะเกิดเื่ราวอะไรอีก ฉันละปวดหัวจัง “ค่ะอาจารย์
เมื่อวันก่อน นาฟ ได้เดินทางมาถึงแดนนอกแล้ว ปรากฏว่าเกิดความเสียหายเป็วงกว้าง แคมป์ ต่างๆ เกิดความเสียหายจากผลพวงของแรงะเิ เกิดเป็ลมพายุโหมกระหน่ำอย่างแรง พัดพาทำให้เกิดความเสียหาย ที่พักพังทลาย ละอองฝนดำ กัดกร่อนไปทั่วมีผู้คนาเ็ล้มตายอย่างมาก นาฟช่วยเหลือผู้คนไปตามทาง เท่าที่จะช่วยได้ ความช่วยเหลือของชาวอาณานิคมล้วนมาไม่ถึงคนเหล่านี้ จู่ ๆ ก็ได้ยินข่าวความวุ่นวายของ แคมป์ 13 จากชายกลางคนที่ชื่อ บาสจากแคมป์ 7 ว่าเกิดเหตุนองเืขึ้น หัวหน้าแคมป์ 13 ผู้เฒ่าซูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของภัยพิบัติ คีแวน มีเื่กับเ้าหน้าที่แคมป์กลางพลั้งมือ ฆ่าเ้าหน้าที่ไป 1 คน เกิดเป็ความผิดใหญ่หลวงโดนตามล่าให้ไปรับโทษ แต่ คีแวนหลบหนีได้มีคนเห็นว่าหนีไปทางทิศตะวันตก ั้แ่เมื่อวานนี้ พอ นาฟ ได้ฟังเื่ราวดังกล่าวเร่งรีบออกตามหา คีแวน ทันที โดยคาดเดาเส้นทางว่าจะกลับไปทางเดิม วันนี้ก็เป็วันที่ 2แล้วที่ นาฟ พยายามตามรอยของ คีแวน แต่ก็ไม่เจอแถมยังเป็ไปด้วยความยากลำบาก ั้แ่เกิดการตกครั้งใหม่ของลูกไฟทำให้มีการกระจัดกระจาย ของสัตว์แปลง เต็มไปทั่วพื้นที่ แต่ละตัวล้วนอยู่ในระดับเชี่ยวชาญทั้งนั้น ขนาดเมื่อวานนี้ นาฟเองเกือบเสียทีเอาตัวไม่รอด ดันไปพบเจอ สัตว์แปลงชนิดแมวป่าตาโต “แค่เพียงเผลอสบตาก็เกิดแรงกระทำบางอย่างตรึงให้ร่างกายเกือบสิ้นสติ ยังดีที่หลังจากปลุกพลังได้แล้วพลังร่างกายเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ ประสาทััก็เฉียบคมมากยิ่งขึ้น “สะบัดหลุดจากการสะกด ได้ทันการณ์ก่อนที่แมวป่ากางเล็บกระโจนเข้ามา นาฟ นึกบางอย่างออก ยกขาเหยียบอากาศข้างหน้าเกิดเป็รอยสุญญากาศ ถีบตัวออกมาได้ไกลในจังหวะเดียวพอตั้งหลักได้ก็หลบหนีมาตลอดทางจนถึงวันนี้
ถ้าวันนี้ยังไม่เจอร่อยรอยของ ท่าน คีแวน คงต้องกลับแคมป์ไปก่อนแล้วค่อยลองหาทางขอความช่วยเหลือจาก เมญ่า ดูอีกที ผ่านไปถึง่เย็นก็ไม่มีวี่แววจะพบเจอ คีแวนได้แค่ภาวนาให้ไม่ไปพบเจอพวกสัตว์แปลง
่เวลาเดินทางกลับ นาฟพยายามนึกทบทวนเกี่ยวกับร่างกายตนเองั้แ่ปลุกพลังขึ้นมาได้ เ้าอ้วนคิม เคยเอ่ยว่าเราเป็ “สายพลัง”เนื่องจากสามารถะเิพลังหมัดออกได้อย่างรุนแรง แต่ผู้คนเ่าั้กลับไม่รู้ถึงที่มาจริงๆ ว่าเรา ลอกเลียนแบบการใช้งานมาจาก สัตว์แปลง พลังเหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้ัักับสัตว์แปลงเ่าั้ ใน่เดินทางกลับ นาฟ ได้ฝึกซ้อมการใช้พลัง อยู่ทุก่เวลาลองปล่อยพลังหมัด เริ่มควบคุมพลังหนัก เบาได้คล่องตัวขึ้น และลองเคลื่อนไหว เหยียบอากาศแบบ เ้าลิงจ่าฝูง แต่ยังเหยียบย่างได้แค่ครั้งเดียวก็หมดแรงแล้ว “การเคลื่อนตัวแบบนี้ต้องใช้พลังอย่างมาก ข้าพึ่งก้าวเข้ามาเป็ผู้ใช้พลัง ยังห่างจากการพัฒนาอีกมาก นาฟ นึกถึงเื่บางอย่างออก รีบหาที่ทดลองเดินมาสักพัก มองเห็นกระต่ายป่าตัวหนึ่งห่างออกไปราวๆ 10เมตร นาฟ หยุดตั้งสมาธิเพ่งมองไปที่กระต่ายป่า “ฟู่ !” จู่ๆกระต่ายป่านิ่งค้างไม่ขยับเขยื้อน ล้มลงทันที “ตุบ!!” นาฟ เองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ทรุดเข่าลงไปด้วย ดูแล้วเราคงสามารถใช้พลังของสัตว์แปลง ที่เคยเห็นได้ แต่พลังที่ต่างกันก็ล้วนแล้วแต่ว่าในร่างกายเรา จะรองรับความสามารถเหล่านี้ได้แค่ไหน
นาฟ เดินทาง กลับมาถึงแดนนอกระหว่างมุ่งหน้าเข้าแคมป์ที่ 13 ก็ช่วยเหลือคนเท่าที่พอช่วยได้ จู่ๆ มีเด็กหนุ่มคลุมหัวเดินผ่านมากำลังจะเดินสวน เด็กหนุ่มจับแขน “นาฟฉันเอง!
“เสี่ยวซูนายมาทำอะไรแถวนี้
“นายอย่าพึ่งไปแคมป์ 13 มีอันตราย ! เสี่ยวซู มองซ้ายขวาแล้วฉุดดึง นาฟ มาที่มุมหนึ่งของ ซากปะหลักหักพังไร้ซึ่งผู้คน
“ ท่าน มากัส ตายแล้ว พี่เสี่ยวหมานก็โดนควบคุมตัวไว้ “ใจเย็น ๆ เสี่ยวซูฉันได้ยินว่าแคมป์ 13 เกิดความวุ่นวาย มันเกิดอะไรขึ้น “เสี่ยวซู เริ่มมีน้ำตา ั้แ่ กลุ่มแคมป์ 13กลับมาก็เกิดเหตุการณ์ ที่ไม่คาดฝันหลายเื่จากเื่ดีกลายเป็เื่ร้ายได้ยังไง ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ “ฮือ”ๆ “ใจเย็นๆค่อยๆเล่าให้ข้าฟัง “หลังจากกลุ่มผู้เฒ่าชูกลับมาก็ป่าวประกาศเื่น่ายินดีให้กับทุกๆ คนในชุมชนได้รับรู้ถึงสิ่งที่พวกเราได้รับสร้างความยินดีเป็อย่างมากสำหรับพวกเรา มีเ้าหน้าที่จาก แคมป์กลางมาด้วย3 คน ล้วนเป็หน่วยคุ้มครองทรัพย์สินของพวกเรา ทุกคนดีใจ มีการเฉลิมฉลอง เล็กๆในชุมชนเรา เริ่มคัดเลือกคนที่จะเข้าไปเป็ ชาวอาณานิคม ท่านคีแวน เลือก ท่านมากัส เข้าไปด้วยกัน และจะหาลู่ทางพาเราทั้งสองพี่น้องตามเข้าไปในอนาคต จู่ๆ ในขณะ นั้นก็เกิดภัยพิบัติลูกไฟตกอีกครั้งหนึ่งทำให้ความเสียหายกระทบมาถึง แดนนอก “ผู้เฒ่าซูที่เดินลาดตระเวน ดูแลอยู่รอบๆ อยู่ในขณะนั้น โดนแรงกระแทกจากการพัดพาของพายุลูกใหญ่เสียชีวิต ทุกคนเศร้าเสียใจอย่างมากในการตายของผู้เฒ่าซู หลังจากนั้น“ซูหม่า ก็ถือสิทธิ์การเป็ลูก ขึ้นเป็ผู้นำกลุ่ม แคมป์ที่ 13 ให้ตนเองเป็คนมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินเื่ราวต่างๆ ในชุมชนเรา “ซูหม่าที่มีความในใจ บางอย่างอยู่แล้ว แอบจับตัว พี่เสี่ยวหมาน ไว้และคาดคั้นเอาความจริงเื่ของซูิ ลูกชายของมัน
พี่เสียวหมานคงโดนทรมานจนจำใจบอกความจริงไปในที่สุด “ซูหม่ารับรู้เื่ที่เกิดขึ้นโมโหเป็อย่างมาก จึงพาคนมาเอาเื่กับ ท่านคีแวน แต่ก็มีหลายคนที่สนับสนุน ท่านคีแวนอยู่ ซูหม่าเลยทำอะไรไม่ได้มาก แต่แล้ว ซูหม่า ก็เสนอบางอย่างกับ เ้าหน้าที่แคมป์กลาง
เหตุการณ์วันนั้นเป็วันที่ข้าเห็นกับตาข้าใเป็อย่างมาก เ้าที่แคมป์กลาง3 คน พยายามรุมจับตัว ท่านคีแวน จนพลั้งมือไปฆ่าเ้าหน้าที่ตายไปหนึ่งคน ด้วยว่าการฆ่าเ้าที่ของแคมป์กลางซึ่งเป็คนในความดูแลของเขตอาณานิคมเป็ความผิดที่ร้ายแรงอย่างใหญ่หลวง
ต้องโดนจับกุมไปลงโทษยังแคมป์กลาง ท่านคีแวนบอกพวกเราให้รักษาตัวให้ดี จากนั้นท่านก็หนีหายจากไป จากนั้น ท่านมากัส ออกไปทวงถามความยุติธรรมกลับโดนคนของ ซูหม่า ฆ่าตาย คนของแดนนอกจะเป็ตายร้ายดี นอนตายอยู่เต็มไปหมด ไม่เป็ไร แต่คนของอาณานิคมเป็อะไร ถือเป็ความผิดใหญ่หลวง ทำไมโลกนี้ถึงไม่ยุติธรรมเอาซะเลย เสี่ยวซูพูดทั้งน้ำตา “นาฟเดินเข้ามาตบไหล่ ก่อนหน้านี้ข้าก็ออกไปตามหาท่านคีแวนแล้ว แต่เค้าคงหนีไปไกลมากแล้ว เดี๋ยวข้าจะหาทางช่วยเหลือให้ได้ “นาฟขอบคุณสำหรับทุกอย่างแต่เ้าหนีไปเถอะ เ้าคนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก ทางแคมป์กลาง ก็ส่งเ้าหน้าที่มาตรวจสอบเพิ่มอีกรวมแล้วตอนนี้มีอยู่ 5 คนในแคมป์เรา แถมเ้า ซูหม่า ได้บอกไว้ว่าถ้านายกลับมา มันจะฆ่านายเซ่นดวงิญญาให้ลูกมัน ส่วนข้าก็หลบหนีอยู่บริเวณรอบๆ รอเ้าอยู่หลายวันแล้ว
วันนี้นายหลบอยู่แถวนี้ก่อน “เดี๋ยวฉันมา “นายจะไปไหนนาฟ จน่เวลาค่ำคืน นาฟแอบเข้าไปสำรวจภายในแคมป์ 13 เห็นในส่วนที่พักของ ซูหม่ามีชายฉกรรจ์อยู่หลายคน แต่ไม่พบเจอรองหัวหน้าสักคนเดียว จุดที่คุมขัง เสี่ยวหมานมีชายฉกรรจ์เฝ้าอยู่ 4-5 คน มองไกลๆ เห็นรองหัวหน้า กุ้มหลงนั่งอยู่ข้างๆ เสี่ยวหมานด้วย ส่วนแคมป์รับรองก็จัดไว้เป็อย่างดี สำหรับเ้าหน้าที่แคมป์ กลาง ที่มีอยู่ด้วยกัน5 คน เ้าหน้าที่เหล่านี้อาวุธครบมือ ดูรูปร่างน่าจะผ่านการฝึกฝนมาพอดู ส่วนหัวหน้ากลุ่มชายกลางคนรูปสันทัด ตัวไม่สูงมาก แต่รู้สึกคุ้นๆ อยู่