กางเกงหนังสีดำสนิท รองเท้าบูทเก่าเปื้อนโคลนสีน้ำตาล ใช่แล้วเป็ใครอื่นไปไม่ได้ ชาร์ลรู้จักเ้าของเท้าข้างนี้ เท้าของโนแลนนั่นเอง
"เฮ้ ตามาร์คัสอยู่รึป่าว" เสียงลอดออกมาจากประตูอีกฝั่ง เ้าของเท้าค่อยๆดึงเท้ากลับผ่านรูประตูที่ทะลุออกมา
"ไอ้โนแลนไอ้เด็กไม่รักดี ไม่มีใครสั่งสอนแกรึไงว่าการเคาะประตูมันทำกันยังไงวันนี้ถ้าไม่ได้สั่งสอนแก ฉันคงไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษ"
ใบหน้าของมาร์คัสตอนนี้กลับมีเืฝาดสีแดงขึ้นอยู่เต็มหน้าคล้ายกับถ่านที่พึ่งติดไฟ มาร์คัสเองก็รับรู้ได้ทันทีถึงคนที่อยู่ด้านหลังประตู
สิ้นเสียงมาร์คัสโนแลนก็เปิดประตูเข้ามาพอดีในตอนนี้เขาไม่ได้สะพายม้วนหนังและไม่ได้แบกเขี้ยวของเ้าไวท์ไลออนอีกต่อไปแล้ว
"กลับมาแล้วหรอครับเซอร์โนแลน" ชาร์ลทักทาย แม้เมื่อครุ่จะใอยู่เล็กน้อยถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของชายผู้นี้ก็ตามทีแต่พอคิดว่าเป็โนแลนมันก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องใอะไรกับชายคนนี้ละนะ
"แกนะแก โนแลนฉันบอกแกตั้งกี่ครับแล้วว่า...."
"ดูท่าจะสนิทกันไวดีนะ นี่มาร์คัส ขอเข้าเื่เลยแล้วกันนะ"
"ฉันอยากจะฝากเ้าหนูนี่ไว้กับนายได้หรือป่าว" โนแลนพูดสวนมาร์คัส ในระหว่างที่มาร์คัสยังบ่นโนแลนไม่หยุด
"ห๊ะว่าไงนะ" ไม่น่าเชื่อการพูดเข้าเื่แบบโต้งๆ ด้วยคำพูดเมื่อครู่จะได้ผล ตอนนี้มาร์คัสหยุดบ่นแล้ว
"ก็อย่างที่บอกฉันเองก็มีธุระต้องทำหลายอย่างด้วยสิแกเองก็เป็ตาแก่ที่ใกล่จะลงโลงแล้วไหนๆก็รับเด็กไปอุปการะไว้สักคนก่อนจะลาจากโลกก็ดีกว่าอยู่เฉยๆไม่ใช่หรอ"
"ไอ้โนแลนแกพูดกับคนที่แกกำลังจะขอร้องให้ช่วยแบบนี้งั้นหรอใครมันสั่งมันสอนแกกันนน!!"
"ในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้าจะมีการสอบคัดเลือกทหารโดยกลุ่มภาคีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ฉันอยากจะให้เ้าหนูนี่เข้าร่วมด้วย"โนแลนยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจคำบ่นของมาร์คัส
"แต่อย่างที่นายเห็นเ้าหนูนี่ไม่ได้มีพื้นฐานการต่อสู้อะไรเลย ร่างกายที่บอบบางไหนจะทักษะการต่อสู้ก็ไม่มี ใน 2 อาทิตย์นี้ฉันอยากให้นายฝึกเ้าหนูนี่ให้พร้อมสำหรับการทดสอบหนะ"โนแลนกล่าวพร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังต่างจากตอนกล่าวทักทายพร้อมค่อยๆย่อตัวคุกเข่าข้างหนึ่งลง พร้อมผายมือไปยังมาร์คัส
"ถือซะว่าเป็คำขอร้องจากฉันคนนี้ก็แล้วกันนะ" น่าใ มาร์คัสที่เห็นท่าทางของคนหยาบกระด้างอย่างโนแลนถึงกับยอมก้มลงเพื่อขอร้องเขา
ควรเข้าใจว่าแม้มาร์คัสและโนแลนจะรู้จักกันมาหลายสิบปีแล้วก็ตามแต่การขอร้องในลักษณะดังกล่าว สำหรับมาร์คัสแล้ว นี่กลับเป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นจากโนแลนความรู้สึกโกรธแค้นเมื่อครู่กับอันตธานหายไปอย่างไม่รู้ตัว
มาร์คัสกลับหยุดชะงักไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ในใจได้แต่พยายามจัดการกับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น ความรู้สึกดังกล่าว เป็เหตุให้มาร์คัสเอ่ยปากไปโดยไม่รู้ตัว
"นี่เ้าหนูชื่อชาร์ลใช่มั้ย 2 อาทิตย์ข้างหน้าที่เจาจะได้พบเจอมันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดที่นรกยังไม่เคยมีมาเลยทีเดียวละแรงกายอย่างเดียวไม่พอแน่นอน เ้าพร้อมจะรับการเคี่ยวเข็ญจากมาร์คัสผู้นี้แล้วใช่หรือไม่"คราวนี้เป็มาร์คัสที่ทำหน้าตาจริงจัง พร้อมผายหน้าไปที่ชาร์ลแทน
ชาร์ลเข้าใจถึงคำพูดนั้นดีก่อนจะตอบกลับอย่างแน่วแน่
"ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าการฝึกฝนข้างหน้าจะหนักหนาเพียงใดแต่ไม่ว่าอุปสรรคข้างหน้าจะหนักหนาเพียงใดผมสัญญาว่าผมจะฝ่าฟันและไม่ยอมแพ้เด็ดขาดครับ"คำพูดของชาร์ลในครั้งนี้กลับสร้างความตกตะลึงให้แก่คนทั้ง 2 ที่อยู่ภายในห้อง คำพูดที่แน่วแน่และเด็ดขาด แววตาที่มุ่งมั่นของชาร์ลกลับถูกส่งออกมายังโนแลนและมาร์คัสอย่างล้นหลาม
ย้อนกลับไปในขณะที่โนแลนได้ย่อตัวลงเพื่อขอร้องต่อมาร์คัสนั้นชาร์ลที่เห็นเหตุการ์ณตรงหน้า เขารู้ดีเป็ที่สุดว่าการกระทำขอโนแลนนั้น ทำเพื่อตัวเขาเพียงใดก่อนหน้าที่ได้เห็นการต่อสู้ที่ห้าวหาญของลูกผู้ชายนามว่าโนแลนมาแล้วนั้นมันทำให้หัวใจของชาร์ลยอมรับผู้ชายคนนี้อย่างหมดใจแล้วหากแต่การคุกเข่าขอร้องเมื่อครู่กลับทำให้หัวใจของเขาที่เคารพต่อชายผู้นี้มากขึ้นทวีคูณขึ้นไปอีกการกล่าวขานรับมาร์คัสด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่นี้ไม่แปลกเลยที่โนแลนและมาร์คัสจะรู้สึกได้
"ฮ่าๆๆๆตอบได้ดีหนิเ้าหนู" มาร์คัสกล่าวพร้อมหัวเราะ(ไอ้แรงกายหนะฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าต้องเคี่ยวเข็ญขนาดไหนแต่แรงใจเนี่ยมีมาใช้ได้เลยนี่หว่า)
"งั้นเป็อันตกลงตามนี้เราจะมาเจอกันอีกครั้งก่อนวันคัดเลือกจะเริ่มขึ้นพอดีมีที่ๆต้องไปให้ได้อยู่" โนแลนพูดพลางยกมือคล้ายบอกอำลา
"ไว้เจอกันนะครับเซอร์โนแลน" ชาร์ลพูดพร้อมกับโค้งคำนับโนแลน
"เจอกันคราวหน้าหัดทักทายให้มีมารยาทมากกว่านี้หน่อยนะ"มาร์คัสโบกมืออำลา
"รอดกลับมาให้ได้นะเ้าหนูบอกเอาไว้ก่อนแผลเป็มากมายบนตัวฉันเอง ตาแก่นั่นก็มีส่วนละนะ หึหึ"โนแลนพูดพลางตบไหล่ชาร์ลก่อนเดินจากไป (เหมือนจะลืมลาใครไปรึป่าวนะช่างมันเถอะรีบไปดีกว่า) โนแลนได้แต่คิดในใจ แต่แล้วก็ไม่ได้หันกลับมา
พื้นที่ปูไปด้วยแผ่นหินอ่อนทั่วทั้งลานกว้างขนาด 10 x 10 เมตรถูกล้อมด้วยไม้พุ่มและรั้วหินปูนที่มีทางเดินเชื่อมต่อไปยังด้านหลังของบาร์ขนาดใหญ่ใช่แล้วที่แห่งนี้คือลานฝึกที่อยู่ด้านหลังของบาร์ เทราท์ ทูร่า นั่นเองภายในลานกว้างยืนด้วยคน 2 คน ผู้หนึ่งคือชายแก่ตัวสูงเรียวใส่ชุดสูท อีกฝั่งคือเด็กหนุ่มใส่ชุดหนัง ผมสีน้ำเงิน หลังจากลากับโนแลนไม่นานมาร์คัสก็พาชาร์ลเดินมายังลานกว้างแห่งนี้
"เอาล่ะเราไม่มีเวลามากมายขณะที่จะมัวโอ้เอ้พักผ่อนได้หรอกนะข้าขออธิบายถึงกฎแห่งธรรมชาติให้เ้าเข้าใจเสียก่อน"
"ในโลกแห่งนี้มนุษย์เป็ผู้ถูกสร้างจากธรรมชาติ ดังนั้น เวทย์มนตร์หรือพลังที่เราใช้จะได้มาจากการหยิบยืมจากแหล่งพลังงานของธรรมชาติ"
"ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง และความมืด พลังงานเหล่านี้เราสามารถนำมาใช้ได้หากแต่ต้องฝึกฝนจนเข้าใจในธรรมชาติอย่างถ่องแท้ การที่จะเริ่มใช้พลังได้นั้น ลำดับชั้นของการใช้เวทย์นั้น เริ่มจากลำดับ ตื่น แบ่งแยก เชี่ยวชาญ แน่วแน่ ถ่องแท้ ประสานเป็หนึ่ง และไร้พลัง โดยทั่วไปแล้วการที่จะได้พลังขึ้นตื่นมาได้นั้น ต้องใช้ระยะเวลาฝึกฝนอย่างเร็วก็ 5 ปี บางคนใช้เวลาชั่วชีวิตกลับไปได้แค่ระดับเชี่ยวชาญ แต่ก็อย่างว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนผู้ที่สามารถไปถึงระดับถ่องแท้ได้ใน 2 ปีก็มีให้เห็นมาแล้ว" กล่าวถึงตอนนี้มาร์คัสก็ยกมือข้างหนึ่งเหยีดตรงไปด้านหน้า
"้เอาละ สาธยายมาซะยืดยาว การจะเข้าถึงพลังขั้นตื่นก็ใช่ว่าจะไม่มีทางลัดละนะ มีแต่ต้องลองวิธีนี้เท่านั้น" วงแหวนแวทย์ขนาด 6 เหลี่ยมพร้อมๆกับเปลวเพลิงสีดำสนิท ค่อยๆ แพร่กระจายรอบตัวมาร์คัส
"เปลวไฟที่ส่งต่อจากเหล่าบรรพชนเอ๋ย โปรดเป็แส่งนำทางและชี้นำเหล่าผู้กล้ายุคใหม่ จงลุกโชน โชติ่ เพลิงนิรันดร์ !!"