ตอนที่ 13 สุดท้ายก็ทุ่มเทให้ผิดคน (1)
เสิ่นซีโหลวเห็นเขาทำท่าจะไปจึงพูดเสียงดังฟังชัด “ยังไม่ขอโทษก็จะไปแล้วเหรอ”
“ปกติพ่อแม่แกสั่งสอนมายังไง” พอทุกคนเห็นกู้ซิวหรานกำลังจะผละไป ต่างพากันมาขวางทางไว้
กู้ซิวหรานหมุนตัวแผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราด “งั้นแก้าอะไร”
“เข้ามาขอโทษกู้อู๋เหยียนซะ”
กู้อู๋เหยียนมองเสิ่นซีโหลว รูม่านตาขยายขึ้นเล็กน้อย ั์ตาเบื้องลึกฉายแววตกตะลึง เป็ครั้งแรกที่มีคนปกป้องเขาอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
กู้ซิวหรานกวาดมองผู้คนรอบตัวเหมือนกำลังตัดสินใจ ถ้าเขาไม่ขอโทษ อีกฝ่ายก็จะไม่ให้เขาไป เลยจำต้องหมุนตัวเดินมาตรงหน้ากู้อู๋เหยียนแล้วพูดเสียงเบาราวกับแมลงวัน “กู้อู๋เหยียน ขอโทษนะ”
“แกยังไม่ได้กินข้าวเหรอ เสียงเบาแค่นี้ ต่อให้มีหูทิพย์ก็ไม่ได้ยินหรอกนะ
“เสียงดังหน่อยดิ พูดใหม่ด้วย”
กู้ซิวหรานปรายมองเสิ่นซีโหลวอย่างดื้อรั้น ก่อนเพิ่มเสียงขึ้นอย่างไม่เต็มใจ “กู้อู๋เหยียน ขอโทษนะ!”
พูดจบก็ถลึงตามองเสิ่นซีโหลวอย่างดุดัน พลางกล่าวอย่างเคียดแค้นชิงชังในใจ ‘รอฉันคิดบัญชีแกย้อนหลังเถอะ’
หลังจากกู้ซิวหรานไปแล้ว ผู้คนที่เมื่อครู่ล้อมวงอยู่ก็จากไปด้วยเช่นกัน
โซนพักผ่อนเหลือแค่พวกเขาสองคนยืนอยู่เงียบๆ ทั้งสองพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เสิ่นซีโหลวก้มมองพื้น เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ถ้าปลอบใจอีกฝ่าย จะเป็การทำลายความหยิ่งในศักดิ์ศรีของเ้าตัวหรือเปล่า
“เมื่อกี้ขอบคุณนะ!” เสียงเยียบเย็นของกู้อู๋เหยียนดังขึ้นด้านข้าง
“เื่เล็กน้อย ยังไงซะผมก็เป็คนให้คุณมาสวนสนุก ถึงได้เจอเื่ไม่สบอารมณ์แบบนี้” พูดจบ เสิ่นซีโหลวก็หัวเราะแหะๆ อย่างร้อนตัวเล็กน้อย
เสิ่นซีโหลวผู้ช่ำชองในการกอบกู้บรรยากาศไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่ออีก ได้แต่ถูมือน้อยๆ อยู่ที่เดิม
“คุณสงสัยใช่หรือเปล่าว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงมีท่าทีกับผมแบบนี้” กู้อู๋เหยียนเอนพิงราว พลางหลุบตาลง จึงเห็นสภาพอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่ชัดเจน สายลมอ่อนๆ พัดชายเสื้อเขาปลิวขึ้น ความรู้สึกอ้างว้างบนตัวแผ่ซ่านอย่างเข้มข้น
เสิ่นซีโหลวก้าวมาตรงราวแล้วพิงตัวใกล้ๆ ตอนแรกเขานึกอยากยื่นมือไปตบบ่าอีกฝ่าย แต่คิดๆ ดูแล้ว ล้มเลิกความตั้งใจดีกว่า
กู้อู๋เหยียนหัวเราะอย่างขมขื่น พูดพึมพำกับตัวเอง ในน้ำเสียงเรียบเฉยนั้นราวกับกำลังพูดถึงเื่คนอื่น
“ตอนที่ผมแปดขวบ แม่ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต จากนั้นผมก็ถูกส่งไปเมืองนอก ไม่กี่เดือนก่อนหน้าเพิ่งจะกลับมา พ่อไม่ชอบผมมากๆ เรียกได้ว่าเกลียดชังจนอยากให้ผมตายอยู่เมืองนอก อันที่จริงผมก็ไม่อยากกลับมาเห็นสีหน้าอันน่าขยะแขยงของคนพวกนี้ แต่ผมมีธุระที่ยังสะสางไม่เสร็จสิ้นที่เมืองหลวง เลยกลับมา
“คนเมื่อกี้ที่พูดจาโอหังอวดดีเป็น้องชายต่างแม่ของผม พ่อผมรักและเอ็นดูเขามาก ขอแค่เป็ของที่เขาอยากได้ พ่อก็จะตามใจ บางทีเขาอาจจะคิดว่าผมกลับประเทศมาเพื่อแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดบริษัทไปจากเขา เลยเห็นว่าผมขัดหูขัดตา มักพยายามทำทุกทางเพื่อดูถูกก่อเื่ให้ผม”
เมื่อฟังคำพูดที่โรยแรงของเขา หัวใจเสิ่นซีโหลวก็เหมือนถูกบางอย่างทิ่มแทง เ็ปอย่างบอกไม่ถูก
เขาจะทุกข์ใจแค่ไหนกันนะ! เด็กขนาดนั้นแม่ก็มาตายจาก ไม่คิดเลยว่าพ่อแท้ๆ กลับอยากให้เขาไปตายซะ นี่เป็เื่ที่เสิ่นซีโหลวซึ่งมีชีวิตอยู่ในครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าไม่อาจจินตนาการได้ ไม่คิดเลยว่าโลกนี้จะมีพ่อที่โเี้ ใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้อยู่จริงๆ
พูดเื่พวกนี้จบ กู้อู๋เหยียนก็ถอนใจยาว ก่อนเล่าเื่ที่อัดอั้นตันใจออกมาในคราวเดียว หลังจากนั้นจิตใจเขาก็ปลอดโปร่ง ผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าตนเองจะเล่าเื่เหลือทนที่สุดออกมาให้คนที่เพิ่งรู้จักกันแค่เดือนเดียวฟัง อาจเพราะท่าทางของอีกฝ่ายในวันนี้ทำให้เขารู้สึกไว้วางใจอย่างบอกไม่ถูก
เสิ่นซีโหลวที่เอียงคอมองอยู่ข้างๆ ขอบตามีประกายน้ำตาเอ่อท้นเหมือนท่าทางของแมวน้อยที่น่าสงสาร เห็นแบบนั้นกู้อู๋เหยียนเลยขำ ‘พรืด’ ออกมา
เสิ่นซีโหลวจมอยู่กับความแค้นเคืองกับพ่อเฮงซวยของเขาและความไม่พอใจในสิ่งที่เขาต้องเจอ คิดไม่ถึงว่าเ้าตัวจะมองตนเองแล้วหัวเราะเบิกบานใจขนาดนี้ สุดท้ายก็ทุ่มเทความเห็นใจให้ผิดคนซะแล้ว
ความรู้สึกจากใจจริงที่เป็เดือดเป็ร้อนแทนเขากำลังคุกรุ่น ไม่คิดเลยว่าเขายังจะหัวเราะตนเอง เสิ่นซีโหลวทำเสียงฮึดฮัดอย่างแง่งอน ไม่สนใจกู้อู๋เหยียนอีก ย่างเท้าเดินมุ่งหน้าไป
ตอนที่ทั้งคู่มาถึงสวนสนุกก็ปาไปสิบเอ็ดโมงแล้ว บวกกับเื่เมื่อครู่ทำให้เสียเวลาไปพักใหญ่ ตอนนี้ก็บ่ายสามโมงเข้าไปแล้ว
เสิ่นซีโหลวคำนวณเวลาอย่างแม่นยำ เลือกโปรแกรมฉายภาพที่ไม่เร้าใจสองรายการ พลางชำเลืองดูคนข้างๆ ที่กวาดตามองไปทั่ว ก่อนฮึดฮัดขึ้นในใจ ‘นี่ไม่ใช่เพราะคำนึงถึงกู้อู๋เหยียน เลยเลือกรายการที่เด็กน้อยขนาดนี้หรอกเหรอ’
ตลอดทางกู้อู๋เหยียนงัดลูกไม้ต่างๆ ออกมาชวนคุย เสิ่นซีโหลวไม่แม้แต่จะปรายตามอง ดูเหมือนเขาจะโกรธจริงๆ