11
"ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเ้าอย่างนั้นรึ?"
"เ้าค่ะ สตรีผู้นี้คือบุตรีของฮูหยินเอกของท่านเสนาบดีฝ่ายขวา ฮูหยินที่ท่านแม่ทัพฝหญ่เอ่ยปากขอพระราชทานงานสมรสให้บุตรชายสุดรักด้วยตนเอง"
"หวานเอ๋อร์.."
คุณหนูใหญ่แสร้งเอ่ยปรามสาวใช้ แต่กระนั้นในใจนางก็พอใจมาก ที่เห็นสาวใช้ทำหน้าที่ปกป้องนางเป็อย่างดี
"ฮูหยินรองแม่ทัพ!?"
นางคณิกาได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทางใอยู่ไม่น้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าท่าทางเสียใหม่นางเอ่ยวาจาราวกับสนิทสนมกับท่านรองแม่ทัพมานาน
"ไม่ถือเป็การรบกวน ข้ารู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่เื้ัความสำเร็จของหนิงหลงเกอ..เก้อ อุ้ย.. ท่านรองแม่ทัพน่ะ"
'หนิงหลงเกอเก้อ อย่างนั้นรึ! หึ สนิทกันมาเลยสินะ'
คุณหนูใหญ่ยังคงยกยิ้ม แต่ภายในใจเดือดปุดๆ อยากจะชักสีหน้าไม่พอใจ ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาเจอกับปัญหาแบบนี้กับเขาผู้นี้ รองแม่ทัพผู้นี้เนี้ยนะ?
'ที่เ้ายังไม่มีฮูหยินเป็ตัวเป็ตนเพราะชอบกินรายทางแบบนี้อย่างนั้นรึ!'
ฮูหยินคาดโทษรองแม่ทัพในใจ มองหน้านางคณิกาผู้นั้นกลับอย่างไม่หวั่นเกรง
บรรยากาศหน้ากระโจมตึงเครียดไปหมด ทหารสองนายที่เฝ้าหน้ากระโจมอยู่แอบสบตากันเลิกลั่ก ไม่กล้าแม้กระทั้งหายใจเสียงดัง ฟังสถานการณ์ตอนนี้นายหญิงของเขาเป็รองอยู่มาก
"หากแม่นางมองว่าการเย็บผ้าเป็เกียรติ และสามารถช่วยแบ่งเบาบุรุษที่ออกศึกเช่นนี้ได้ เช่นนั้นฮูหยินอย่างข้าก็ขอบใจเ้า"
นางคณิกายิ้มออกมาอย่างพอใจที่ข่มฮูหยินอย่างนางได้ สมรสแล้วอย่างไร หากได้แต่งเป็เมียรัก ฮูหยินก็ฮูหยินเถอะ..
"ข้าต้องรบกวนเ้าแล้ว หากแต่..ยังมีบุรุษอีกมากในค่ายทหารที่มีเสื้อผ้าชำรุดต้องซ่อมแซม หากเ้ารู้สึกเป็เกียรติมากเช่นนี้ ก็ช่วยจัดการต่อให้เสร็จเถิด ยังมีทหารนายกองอีกมากที่้าความช่วยเหลืออยู่ ได้ยินแล้วใช่ไหม หากเ้าสองคนมีเสื้อผ้าขาดรุ่ย อยากให้นางซ่อมแซมก็รีบยกมาเถิด"
คุณหนูใหญ่เอ่ยใส่หน้านางคณิกา สื่อความหมายว่ามองนางเป็เพียงช่างตัดเย็บซ่อมแซมผ้า เท่านั้น และมิวายหันไปออกคำสั่งนายทหารหน้ากระโจมให้นำผ้าที่ขาดมาให้นาง ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปข้างในทันที
"ขอรับฮูหยิน"
เสียงนายทหารรับคำ ก่อนจะถามไถ่เื่ผ้าต่อ คุณหนูใหญ่ได้ยินเสียงวีนหน้ากระโจมสักพัก ก่อนนางจะล่าถอยกลับไป
'หึ สนิทสนมกันมากใช่ไหม!!?'
ฮูหยินรู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก นางหันกลับไปคว้าเอาเสื้อผ้าพวกนั้นขยำทิ้งกระจัดกระจายไปทั่ว
"คุณหนู~"
หวานเอ๋อร์เรียกสติให้นางสงบลง ก้มลงเก็บเสื้อผ้าของท่านรองแม่ทัพขึ้นมา คุณหนูใหญ่ก้าวเดินฉับๆ ไปยังเตียงนอนไม่สนใจจะรอเขาอีกต่อไป
หวานเอ๋อร์เองก้มลงเก็บเสื้อผ้าพวกนั้นมาพับและเก็บให้เป็ที่ ก่อนจะช่วยดับเทียนในกระโจมและออกไป
ตกดึกท่านรองแม่ทัพกลับมาที่กระโจม เห็นว่าเทียนได้ดับไปแล้ว เขาเอ่ยถามความเรียบร้อยจากทหารหน้ากระโจม ถึงได้รู้ว่าน้ำ และอาหารได้ยกมาแล้ว
รองแม่ทัพเดินเข้าไปในกระโจม จุดเทียนให้แสงสว่างภายในกระโจมยังฝากฝั่งหนึ่ง อากาศค่อนข้างหนาวแล้ว ฮูหยินนอนคุดคู้อยู่บนแคร่ลับตาพริ้ม เขาถอดชุดแต่งกายตนออก เดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเหลือบไปเห็นอาหารและสุรามงคลที่วางอยู่
'เหตุใดนางถึงไม่กินอะไรเลย?'
นั่นคือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองให้เขาสงสัย ก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงก้าวขามุดตัวแทรกกายไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับนาง
"อื้อ~"
เสียงหวานครางออกมาเบาๆ เมื่อถูกเบียดเสียดอยู่บนแคร่ไม้แคบๆ ความอบอุ่นจากร่างกายชาย แผ่มาถึงนางจนต้องพลิกกาย ซุกไซร้เข้าหาอกกว้าง หยุกหยิกสองสามทีก่อนเปลือกตานางจะขยับ ขนตาที่เรียงสวยกระพริบเบาๆ ไล่ความง่วงออกไป ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับท่านรองแม่ทัพที่จ้องมองใบหน้านวลอยู่
หรงลี่จูก้มหน้าลง ศีรษะซุกไซร้บริเวณซอกคอของเขา ลืมสิ้นว่าตนย้ายชีวิตมาอยู่ที่ชายแดนกับสามีหมาดๆ แล้ว นางคิดแต่ว่าััเมื่อครู่ตนเองแค่ฝันไป รองแม่ทัพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจอ่อนๆ กระทบผิวกายจนเขาเกิดความลำบากใจ ยากจะข่มตานอนหลับได้ มือหนานิ่งค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะค่อยๆ วางลงที่ต้นแขนของนาง ลูบไล้เบาๆ ให้ความอบอุ่น เมื่อฮูหยินยังคงขยับร่างกายไปมา เบียดร่างชิดเขามากขึ้น..จนความเป็ชายได้รับการกระตุ้น
ตลอดเวลาเกือบ 16 ปีที่ผ่านมา ทั้งชีวิตมีแต่การฝึกฝนวรยุทธ และศึกษาเล่าเรียนตามแบบแผนปฏิบัติของสังคม จนมีโอกาสเข้าทำงานรับใช้ราชสำนักั้แ่อายุได้เพียง 17 ปี ห่างหายจากสตรีมานาน ั้แ่ที่มารดาสิ้นใจ การปลอบประโลม เล้าโลม หรือสร้างความพอใจให้สตรีนั้นสำหรับรองแม่ทัพแล้วช่างอ่อนหัดยิ่งนัก
มือหนาจากที่ลูบไล้ต้นแขนของนางก็ค่อยๆ เลื่อนไปยังจุดอื่น ก่อนจะค่อยๆ พลิกกายขึ้นมาค่อมร่างนางไว้ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากบาง ไต่ลงมาหาลำคอขาว จูบเบาๆ แสดงความเป็เ้าของ มือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงมาแก้ปมของเสื้อผ้าที่ผูกไว้
หรงลี่จูลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ก่อนจะต้องใที่มีบุรุษนายหนึ่งนอนค่อมตัวนางไว้ นางกำลังจะส่งเสียงกรีดร้อง แต่เขาก็เอามือปิดปากเธอไว้เสียก่อน พร้อมๆ กับเอ่ยบางอย่าง
"ข้าเอง.. เ้าอย่าส่งเสียงดังประเดี๋ยวข้าจะเปิดปากเ้า"
เสียงนั้นทำให้นางรู้ว่าเขาเป็ใคร 'รองแม่ทัพ' นางพยักหน้างึกๆ เข้าใจ ในใจสับสนพฤติกรรมที่เขาทำอยู่ในตอนนี้