บทที่10
ถึงเมืองล่องนภา
หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองล่องนภาเดินทางมาต่อแถวเข้าไปภายในเมืองตามกฏแต่ในขณะที่กำลังตั้งแถวเพื่อที่จะรอเดินทางเข้าไปภายในเมือง
เสียงฝีเท้าของอาชาหลายตัวได้เคลื่อนที่มาจากด้านหลังเสียงเท้าของอาชาจำนวนมากดังขึ้นมา แต่มันเองก็ไม่ได้เป็ที่สนใจอันใด จนกระทั้งเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมา“ หลบไป!!! หลบไป!!! หลบไปซะ!!! ”
เมื่อได้ยินเสียงของคนผู้นั้นดังขึ้นมาดวงตาของเหล่าผู้คนมากมายที่กำลังตั้งแถวรออยู่บริเวณด้านหน้าเมืองก็หันหลังไปมอง
พวกเขาใช้ดวงตาของตนหันไปมาพร้อมกันเมื่อมองไปก็เห็นกลุ่มอาชาจำนวนมากที่นับดูจากสายตาน่าจะสักประมาณสิบตัวกำลังมุ่งตรงมา
พวกมันกำลังวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วโดยที่ผู้ที่กำลังนั่งอยู่บริเวณ้าหลังของอาชาพวกนั้นเป็บุรุษที่มีร่างกายกำยำทั้งหมด
โดยพวกมันเป็เป็บุรุษที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์และก็มีธนูภายในมือข้างขวาพวกมันกำลังวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วและในตอนนี้มันเองก็ยังไม่มีแววว่าจะลดความเร็วลงเลยสักนิด
ไม่เพียงไม่ลดลงแต่ว่าพวกกลุ่มอาชาเ่าั้มันกลับเพิ่มความรวดเร็วขึ้นมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำพวกมันกำลังวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วมุ่งตรงเข้าภายในกลุ่มคนมากมายที่กำลังตั้งแถวอยู่ด้านหน้าเมือง
หลี่หยุนที่ยืนอยู่แสดงใบหน้าประหลาดใจดวงตาของเขากระพริบปริบๆ แต่เมื่อพวกมันวิ่งเข้ามาจนเกือบจะโดนเขาร่างกายของหลี่หยุนก็ตอบสนองตามสัญชาตญาณ ร่างกายของเขาเอนไปทางด้านขวาหลบเส้นทางให้กับพวกอาชาเ่าั้วิ่งผ่าน
แต่ในขณะที่กลุ่มอาชาพวกนั้นวิ่งผ่านแม้เขาจะหลบได้แต่ว่ากลุ่มอาชาขนาดใหญ่พวกนั้นมันกลับวิ่งตรงผ่านชนเข้ากับคนอื่นๆที่กำลังยืนอยู่
“ โอ๊ย!!! ”
“ กรี๊ด!!! ” เหล่าผู้คนมากมายที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าประตูที่กำลังรอเข้าไปด้านในเมืองส่งเสียงร้องดังลั่น
พวกเขาโดนกลุ่มอาชากลุ่มใหญ่พวกนั้นวิ่งผ่านหน้าบางคนโดนอาชาพวกนั้นชนจนล้ม มีคนประมาณนับสิบคนที่ล้มลงไปกับพื้น
เหล่าผู้ตนที่ต่างพากันโวยวายกันเสียงยใหญ่พวกเขาบางคนเดินทางมาจากต่างเมืองในครั้งนี้มีคนพวกนั้นวิ่งมาตัดหน้าเช่นนี้พวกเขาก็ต่างโวยวายกันเป็ธรรมดา
เสียงโวยวายของเหล่าผู้คนบริเวณด้านหน้าเมืองทำการโวยวายกันเสียยกใหญ่
ท่ามกลางเสียงโวยวายของเหล่าผู้คนมากมายกำลังโวยวายกันเสียงยกใหญ่หลี่หยุนสามารถหลบพวกนั้นได้แต่เขาก็กลับมายืนแล้วใช้ดวงตาของตนมองแผ่นหลังของกลุ่มอาชาพวกนั้นที่วิ่งผ่านไป
เขาใช้ดวงตาของตนเองมองพวกมันพร้อมกับคิดบางอย่าง
“ ท่านประมุขมีอันใดงั้นรึขอรับ? ” เสี่ยวซานได้เอ่ยถามออกมาอย่างแ่เบา
หลี่หยุนหันใบหน้าของตนเองมองไปที่เสี่ยวซานก่อนจะตอบกลับ“ พวกนั้นดูเหมือนว่าจะเป็คนที่มีอิทธิพลภายในเมืองแห่งนี้ขนาดวิ่งผ่านประตูเมืองไปผู้คนยังเกรงกลัวเช่นนั้น ”
“ ข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นว่าคนพวกนั้นเป็ผู้ใด ”
หลี่หยุนหลังจากที่ตอบกลับเสร็จเรียบร้อยเขาได้หันใบหน้าของตนเองกลับไปแล้วก็เดินไปต่อแถวเช่นเดิมในขนาดที่กำลังยืนต่อแถวอยู่ หลี่หยุนก็ก้มใบหน้าของตนเองแล้วคิดในใจของตนเอง “เมืองแห่งนี้คือเมืองล่องนภาเป็เมืองขนาดใหญ่ของอาณาจักรฟ้าคราม ”
“ เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่มีขนาดกลางภายในอาณาจักรฟ้าครามแต่ว่ามันเป็เมืองที่มีทรัพยากรที่พร้อมเป็อย่างมาก”
“ ภายในโลกแห่งนิยายที่เราสร้างขึ้นมาสถานที่แห่งนี้เป็ดินแดนขนาดใหญ่โดยจะประกอบไปด้วยทั้งหมดเจ็ดอาณาจักรขนาดใหญ่ภายในทวีปแห่งนี้เป็ดินแดนที่กว้างใหญ่เป็อย่างมากอาณาจักรฟ้าครามแห่งนี้ก็เป็หนึ่งในเจ็ดอาณาจักรขนาดใหญ่ ”
“ เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์แต่ว่าส่วนประกอบภายในเมืองแห่งนี้ก็มีส่วนประกอบหลายอย่างที่เราจำเป็จะต้องคิดให้รอบคอบ”
ในขนาดที่กำลังคิดไปแถวที่กำลังต่ออยู่มันเองก็ถึงคราวที่เขาต้องเดินทางเข้าไปเมืองเดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าไปภายในเมือง
ยามที่กำลังเฝ้าอยู่บริเวณด้านหน้าทำการตรวจสอบพวกเขาเพียงแค่การตรวจสอบใบหน้าว่าคล้ายกับพวกนักโทษหรือประกาศจับหรือไม่
หลี่หยุนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นั้นเลยแม้แต่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปในตอนนี้ไม่มีผู้ใดหรอกที่จำเขาได้หลี่หยุนเดินผ่านเข้าไปภายในเมืองอย่างง่ายดาย
เมื่อเขาได้เดินทางเข้าไปภายในเมืองได้มองเห็นภาพภายในเมืองภายในเมืองแห่งนี้ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสูงใหญ่มากมาย
สิ่งก่อสร้างมากมายที่สูงใหญ่ภายในสถานที่แห่งนี้มันงดงามตระหง่านตาเป็อย่างมากสิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ภายในสถานที่แห่งนี้ดุจดั่งเมืองแห่งความคิดที่เขาเคยคิดเอาไว้มันราวกับเป็ฉากที่เขาเคยพบเห็นภายในซีรี่ย์หรือว่าหนังอย่างไรอย่างนั้น
ก่อนหน้านี่เขานั้นเคยคิดเอาไว้ภายในเมืองแห่งนี้ภาพของมันคงจะปรากฏออกมาในรูปแบบนี้อย่างแน่นอน
แล้วในตอนนี้เมื่อได้มามองเห็นกับตาของตนเองมันเองก็ปรากฏให้เห็นว่าเมืองที่กว้างใหญ่แห่งนี้ภาพที่มันปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าไม่ได้แตกต่างจากที่เขาคิดและจินตนาการเอาไว้เลยสักนิด
หลี่หยุนตกตะลึงในความงดงามตระการตาของเมืองแห่งนี้อยู่สักพักก่อนที่เขาจะเริ่มเดินไปบนถนนเส้นหนึ่งภายในเมืองต่อ
ขณะที่กำลังเดินอยู่บนถนนเส้นนั้นดวงตาของเขาก็มองไปมาบริเวณรอบๆไปด้วยในขณะที่เดิน
กำลังใช้ดวงตาของตนเองสำรวจภายในเมืองแห่งนี้เพื่อดูถึงรายละเอียดภายในเมือง
เมืองแห่งนี้เป็เมืองขนาดกลางถึงแม้ว่าจะเป็เมืองขนาดกลางกระนั้นความใหญ่โตของพื้นที่ภายในเขตเมืองแห่งนี้มีความกว้างใหญ่เป็อย่างมาก
ภาพที่มองดูด้วยสายตาถ้า้าจะสำรวจภายในสถานที่แห่งนี้ทำการเดินเพียงแค่วันเดียวคงจะไม่สามารถเดินสำรวจได้หมดในครั้งเดียว
หลี่หยุนเดินสำรวจภายในเมืองอยู่สักพักบนถนนเส้นหลักที่มีทางเส้นตรงที่ลากยาวไปบริเวณเขตใจกลางเมือง
ร่างของเขาที่กำลังเดินอยู่ก็คิดไปพลางขณะที่กำลังเดิน“ เมืองแห่งนี้ใหญ่โตเป็อย่างมากเป็อย่างที่ตัวของเราบรรยายเอาไว้เลยเมืองแห่งนี้เมืองล่องนภามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ในทุกด้าน”
“ ไม่เพียงเท่านั้นแม้ว่าเมืองแห่งนี้มันจะเป็เมืองที่จัดอยู่ว่าเป็เมืองขนาดกลางแต่ก็มีความใหญ่โตผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ก็มากหน้าหลายตาเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ”
“ แต่สิ่งที่ควรจะระวังภายในเมืองแห่งนี้มันเองก็คือผู้มีอำนาจภายในเมืองเมืองแห่งนี้ถูกปกครองโดยเ้าเมืองที่เป็ราชนิกูลของอาณาจักรฟ้าครามเรียกได้ว่าเป็เชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรนี้ ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นเมืองแห่งนี้ยังมีสำนักแห่งหนึ่งที่ถูกต้องเอาไว้อีกแม้จะเป็เบอร์ที่มีทรัพยากรในหลายๆด้านที่สมบูรณ์แบบแต่ว่าก็มีหลายๆอย่างที่ขัดใจตัวของเราอยู่เช่นเดียวกัน”
หลี่หยุนเดินไปพลางคิดไปพลางในขณะที่กำลังเดินดวงตาของเขาก็สำรวจบริเวณรอบๆไปด้วย
หลังจากที่เดินเข้ามาภายในถนนเส้นหลักสักพักเขาเองก็ได้เดินเข้ามาถึงบริเวณโรงน้ำชาแห่งนี้ในเมือง
โรงน้ำชาแห่งนี้เป็โรงน้ำชาเก่าๆแต่กระนั้นมันก็ถือว่าเป็สถานที่ที่ดูดีมากเมื่อเทียบกับเมืองทะเลทรายที่เขาจากมา
ทั้งสามเข้ามานั่งภายในโรงน้ำชาแห่งนี้เมื่อทำการเข้ามานั่งภายในนี้เป็โรงน้ำชาขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักเพราะตั้งอยู่ภายในถนนเส้นเล็กๆของเมือง
กระนั้นภายในร้านที่ดูเก่าและทรุดโทรมมันเองก็มีโต๊ะตั้งอยู่ประมาณ4-5 โต๊ะ
ในบรรดาโต๊ะทั้งห้าโต๊ะมีประมาณสองโต๊ะที่มีคนนั่งอยู่ส่วนเขาก็นั่งอยู่บริเวณโต๊ะริมสุดของร้านรวมแล้วภายในสถานที่แห่งนี้มีโต๊ะน้ำชาที่ถูกคนนั่งอยู่ประมาณ 3 กลุ่มรวมเขาด้วย
หลังจากที่เหนื่อยเน็ตเดินทางมาตลอดครึ่งวันได้นั่งพักที่โรงน้ำชาหลี่หยุนรู้สึกสบายขาของตัวเองมากขึ้น
เมื่อทำการหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้วซินซินรับหน้าที่การยกน้ำชาลิ้นให้กับนายท่านของตนเอง
ส่วนทางด้านของเสี่ยวซานเอ่ยถามออกมา“ ท่านประมุขขอรับต่อจากนี้เราจะทำอย่างไรต่อขอรับตอนนี้พวกเราเดินทางมาถึงเมืองล่องนภาแล้ว…”
ภายในหัวของคนผู้นี้คิดว่าท่านประมุขของตนเองคงจะมีความคิดดีๆในการกอบกู้พรรคมารฟ้าของตนเองกลับมา
เสี่ยวซานแสดงใบหน้าที่จริงจังในขณะที่ทำการเอ่ยถาม
แต่มันไม่ใช่เลยสักนิดตอนนี้ภายในหัวของหลี่หยุนเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่เขาเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ก็เป็เพราะว่าเขาจะหาที่ที่มีทั้งทรัพยากรในหลายด้าน
หลี่หยุนยกมือของตนเองขึ้นมาเท้าคางล้วก็แสดงท่าทางครุ่นคิดแต่มันเองก็ช่างดูเหมือนว่า่เวลาแห่งการพักผ่อนของเขามันชั่งน้อยนิด
ในขณะที่นั่งลงและกำลังจะครุ่ดคิดเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านนอกอย่างรวดเร็ว “ หลบเร็ว!!! พวกอ๋๋องน้อยมา!!!”
หลี่หยุนได้ยินเสียงนั้นดังแว่วเข้ามาด้านในคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็ทำการทอดสายตาออกไปมองบริเวณด้านนอก
เมื่อเขาทำการใช้ดวงตาของตนเองมองออกไปด้านนอกก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้บริเวณด้านนอกมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวผ่านไปบริเวณด้านหน้าโรงน้ำชา
หลี่หยุนกล่าวขึ้น“ ด้านนอกเกิดอันใดขึ้น? ”
ไม่เพียงเสียงของผู้คนที่อยู่ด้านนอกที่แตกตื่นแล้วกล่าวดังเข้ามาหลี่หยุนมองไปภายในร้านตอนนี้เหล่าผู้คนภายในร้านก็ดูแตกตื่น
ภายในโรงน้ำชาแห่งนี้เ้าของโรงน้ำชาที่กำลังนั่งอยู่ก็โดดขึ้นมาอย่างรวดเร็วไม่เพียงเท่านั้นเหล่าผู้คนภายในโรงน้ำชาต่างพากันวิ่งออกไปทำให้โรงน้ำชาอย่างนี้โล่งในพริบตา
ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดพบเจอก็ต้องแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจออกมาทั้งสิ้น
จบบท