บทที่ 3
การพบกันในค่ำคืน
เสียงสายลมที่เคยพัดวูบไหวแ่เบา พลันเงียบงันลงอย่างผิดปกติ
ฉือเยียนยังคงพิงแผ่นหลังแนบกับลำต้นไม้ใหญ่มือเรียวเต็มไปด้วยเืและรอยแผล แต่สายตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ยังไม่ยอมทื่อ
แม้าเ็หนักแต่สัญชาตญาณของจอมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งพรรคอัคคีโลหิตยังคงตื่นตัวเต็มที่
นางเงยหน้าขึ้น ลมหายใจแ่เบา แต่ั์ตาจับจ้องไปยังเงาร่างเล็ก ๆ
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ดังขึ้นจากทิศทางเบื้องหน้า เป็จังหวะสม่ำเสมอ
ไม่ใช่ฝีเท้าของนักฆ่าที่ลอบเร้น
ไม่ใช่เงาแห่งความตายที่ตามไล่ล่า
แต่เป็... ใครบางคนที่กำลังเดินผ่านอย่างเงียบงัน
ใต้แสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านเรือนยอดไม้
เด็กหญิงผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นในสายตาของฉือเยียน
นางสูงเพียงอกของผู้ใหญ่ ร่างบางเล็ก ผิวขาวซีดจนดูคล้ายหยกเนื้อดีผมดำยาวถักเปียสองข้าง ทอดยาวถึงบั้นเอว
ชุดที่นางสวมเป็เพียงชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ สีซีดจาง คล้ายชาวบ้านธรรมดาแต่สะอาดเรียบร้อยจนน่าประหลาดใจ
ที่หลังเล็ก ๆ ของนางแบกตะกร้าหวายใบหนึ่งในนั้นมีสมุนไพรหลากชนิดวางเรียงอย่างพิถีพิถัน
เด็กหญิงหยุดเดินทันทีที่เห็นร่างในชุดแดงฉานซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยเืกำลังพิงต้นไม้อยู่นิ่ง ๆ
ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองฉือเยียนอย่างสงบ ไม่หวาดกลัว ไม่ใ
มีเพียงแววตาใสกระจ่างที่ดูนิ่งสงบเกินวัย
"ท่านาเ็หรือ?" เสียงของเด็กหญิงเบาแต่ชัดเจน
มือเรียวของฉือเยียนแตะกระบี่คู่กายนาม ‘เข็มปักผ้า’ ที่วางแนบข้างตัว แต่พอได้สบดวงตาของเด็กหญิงนั่น นางกลับลดมือลงช้า ๆ
"ไปเสีย..." เสียงของนางพร่าแ่ไม่ได้มีแรงขู่หรือคำสั่งอย่างที่เคยใช้
"...เ้าไม่ควรอยู่ที่นี่"
คนจะตายแล้วยังจะคิดสังหารผู้ใดอีก อีกฝ่ายยังเป็แค่เด็กน้อยคนนึง
สภาพของนางในตอนนี้นางรู้ดีที่สุด นางาเ็สาหัสถ้าเกิดว่านางมีโอกาสรอด ในอกของนางคงจะไม่แค้นเคืองเช่นนี้
แต่เพราะว่านางรู้ว่านางต้องตาย ในใจนางเลยแค้นเคืองและไม่ยินยอมเช่นนี้
เด็กหญิงผู้นั้นลังเลเล็กน้อยเท้าของนางเหมือนจะหันกายจากไปตามคำสั่งแต่ก็หยุดชะงักแล้วเหมือนจะหันกลับมาหาฉือเยียน
นางทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหมือนอยากจะจากไปแต่ในใจก็คิดว่าไม่ควรปล่อยให้พี่สาวท่านนี้อยู่คนเดียว
ฉือเยียนเงยหน้าขึ้น “เหตุใดจึงไม่ไป?”
“เออ.. คือว่า .. มีสิ่งใดที่ข้าช่วยท่านได้บ้าง”
ฉือเยียนมองเด็กหญิง “เ้าคิดช่วยข้างั้นหรือ?”
นางพยักหน้า
ดวงตาของฉือเยียนเหมือนลังเลอยู่เล็กน้อย
ก่อนที่นางจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาของฉือเยียนเด็ดเดี่ยวขึ้นมา
“เ้ามีสิ่งที่อยากให้ข้าตอบแทนหรือไม่?”
เด็กหญิงยกมือขึ้นมาเกาศีรษะอย่างเซ่อซ่า ส่ายหน้าไปมาเป็คำตอบกลับ
“ข้าจะตอบแทนเ้าหนึ่งอย่าง เ้าบอกมาว่า้าอันใด?” เสียงของฉือเยียนหนักแน่นขึ้น เหมือนกับคำสั่ง
มันทำให้เด็กหญิงทำตัวไม่ทุก ที่สุดนางก็พูดออกมา “ถ้าเกิดว่าท่านหายดีแล้วช่วยปกป้องพี่สาวของข้าก็พอ”
“พี่สาวเ้า?” ฉือเยียนมองไปที่เด็กหญิง
เด็กหญิงพยักหน้านางยิ้มแล้วพูดขึ้น “พี่สาวดูแลข้ามาตลอดข้าทำอันใดไม่ได้ เลยอยากตอบแทนข้าบ้าง”
ฉือเยียนพยักหน้า “ตกลง!!”
“แล้วข้าสามารถทำอันใดได้บ้าง?” เด็กหญิงถามอีกครั้ง
“เ้าเพียงหลับตาก่อนพอ หลังจากหลับตาขึ้นมาแล้ว ถ้าเกิดว่าข้าหายไปแล้วนั้นก็ถือว่าเ้าช่วยข้าได้แล้ว” ฉือเยียนกล่าวอย่างแ่เบา
เด็กหญิงยังคงงุนงง แต่นางก็พยักหน้าแล้วหลับตา
ท่ามกลางความเงียบและความมืดในป่า
ร่างในอาภรณ์แดงของฉือเยียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งอาภรณ์สีแดงของนางเืเนื้อิั ในตอนนี้มันเกิดการเผาไหม้เป็ปราณิญญาของนางที่ปะทุออกมาจากภายในร่างกายที่เผาผลาญร่างกายเืเนื้อ
ร่างของฉือเยียนปราณของตนเองเผาผลาญจนหมด ทว่าร่างของนางที่ค่อยๆสลายหายไปมันถูกหลอมรวมเข้ากับก้อนแสงที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
นั่นคือจิติญญาของนาง ฉือเยียนเผาผลาญร่างกายแล้วก็ชีวิตเพื่อหลอมรวมเข้ากับจิติญญาของนาง
นี่คือวิชาที่ชื่อว่า ‘ผันแปรหมื่นดารา’ มันคือวิชาที่ถูกบันทึกเอาไว้ภายในม้วนตำราไม้ที่เป็ที่้าของลูกศิษย์ทรยศทั้งสาม แล้วก็พวกที่อยู่ด้านหลังพวกเขา
ในตอนนี้จิติญญาที่หลอมรวมชีวิตและร่างกายเข้าไปมันพุ่งเข้าไปบริเวณกลางหน้าผากของเด็กหญิงที่อยู่ด้านหน้า
เด็กหญิงไม่รู้สึกตัวอันใดเลยไม่มีความเ็ปไม่มีความผิดปกติ
ทว่าบริเวณกลางหน้าผากที่เรียบเนียนของนาง ในตอนนี้มีสัญลักษณ์หนึ่งปรากฏขึ้นมา
เป็สัญลักษณ์เส้นตรงสีแดงยาวเล็กที่ยาวเป็แค่ข้อนิ้วเป็เหมือนกับสัญลักษณ์เข็มปักผ้าจิ๋วที่ปรากฏขึ้นมา
เด็กหญิงคนนั้นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา นางกวาดมองไปในบริเวณรอบๆ
เห็นว่าหญิงสาวผู้นั้นหายไปแล้วนั่งยกมือขึ้นมาเกาศีรษะของตนเองอย่างสงสัย
เพราะว่านางนั้นไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเลยไม่ทราบว่าหญิงสาวผู้นั้นหายไปไหนกันแน่
แต่ว่านางเองก็จดจำคำพูดของอีกฝ่าย เพราะแบบนั้นนางจึงหันหลังแล้วก็เดินทางกลับไปหาพี่สาวเพื่อทั้งสองจะได้เดินทางกลับบ้านในเมืองที่อยู่ไม่ไกล
และเด็กหญิงวัยสิบปีผู้นี้ก็คือ ไป๋ซือเหนียง
และหลังจากวันนั้นก็มีข่าวที่ฉือเยียนนั้นโดนสังหารตายไปประกาศไปทั่วใต้หล้า หนึ่งในสี่ปราชญ์์หนึ่งในจอมยุทธที่อยู่จุดสูงสุดของยุทธภพจบชีวิตลงเช่นนั้น
โดยมีข่าวว่าการลอบสังหารในครั้งนั้นมีจอมยุทธระดับ์ถึงห้าสิบคนเข้าร่วม
แต่ที่จริงมีเพียงฉือเยียนและคนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นที่รู้
ว่าที่จริงแล้วจอมยุทธ์ระดับ์ที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ล้อมสังหารไม่ใช่ห้าสิบคนแต่จำนวนที่จะพูดตามจริงพวกมันนั้นมีทั้งหมดเกือบร้อยคนและยังมีปราชญ์์อีกหนึ่งคนที่ร่วมมือกับพวกมัน
แต่พวกมันกว่าครึ่งก็ต้องจบชีวิตลงด้วยมือของฉือเยียนทั้งฉือเยียนหนีออกมาจากวงล้อมได้ แต่ว่าคนพวกนั้นก็มั่นใจว่านางไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน
หารู้ไม่ว่าั้แ่วันนั้น หลังจากข่าวที่ฉือเยียนจากไป
ฉือเยียนจะยังไม่ตาย
ทว่าในตอนนี้นางกลายเป็เหมือนจิติญญากาฝากในร่างของเด็กหญิงผู้นึงเด็กหญิงผู้นี้คือไป๋ซือเหนียงแห่งเมืองเฟิงอวิ๋น
ฉือเยียนหลับใหลในจิติญญาของนาง เพื่อพักฟื้นจิติญญาของนางโดยที่เด็กหญิงไม่รู้เลยว่าในตัวของตนเองมีคนผู้นึงอยู่ในจิติญญา
ฉือเยียนที่อยู่ในจิติญญาของนางก็ได้มองเื่ราวมากมายผ่านไป๋ซือเหนียงเช่นกัน
ทำให้ฉือเยียนได้รู้ว่า เด็กหญิงผู้นี้คือ ไป๋ซือเหนียงเป็เด็กหญิงตระกูลไป๋แห่งเมืองหลวง ที่ตระกูลของนางเพิ่งโดนสังหารล้างตระกูลไปไม่นานนี้