ท้องฟ้าเหนืออาณาจักรแสงไม่ได้เป็สีทองอร่ามอีกต่อไป แต่มันกลายเป็สีฟ้าครามที่ใสบริสุทธิ์หลังจาก "ปรสิตมานา" ในชั้นบรรยากาศถูกระบบดูดซับของยานเดรดนอตชำระล้างออกไปจนหมดสิ้น ชัยชนะของเซนเหนือเ้าชายภาคินไม่ใช่แค่การยึดอำนาจ แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านจาก "ยุคแห่งไสยศาสตร์" สู่ "ยุคแห่งตรรกะ"
ทว่า สำหรับเซน... ชัยชนะบนโลกใบนี้เป็เพียงการทดสอบระบบพื้นฐานเท่านั้น ในขณะที่ประชาชนกำลังเฉลิมฉลองและเริ่มเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีผลิตอาหารในเมืองหลวง เซนกลับขลุกตัวอยู่ในห้องปฏิบัติการส่วนตัวที่ลึกที่สุดในมหานครใต้ดิน พร้อมกับเอรินและกริมที่ตอนนี้กลายเป็ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี" และ "หัวหน้าวิศวกรโครงสร้าง" ตามลำดับ
"ดวงจันทร์นั่น..." เซนพูดพลางชี้ไปที่ภาพจำลอง 3D ของดวงจันทร์สีเงินที่หมุนวนอยู่กลางห้อง "มันไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา เอริน ระบบเซนเซอร์ระยะไกลของข้าตรวจพบสัญญาณ 'คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า' ที่เป็จังหวะมาจากที่นั่น มันคือป้อมปราการสังเกตการณ์ของพวกสิ่งที่เรียกตัวเองว่า 'พระเ้า' ที่ส่งปรสิตมานาลงมายังโลกนี้"
เอรินเบิกตากว้าง "ท่านหมายความว่า... าของเรายังไม่จบงั้นหรือคะ?"
"มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก" เซนกล่าว "ถ้าเราไม่กำจัดต้นตอของปรสิตที่อยู่บนดวงดาว พวกมันก็จะส่งภัยพิบัติครั้งใหม่ลงมาหาเราอีก ข้าถึงต้องเริ่มโครงการนี้... โครงการอะพอลโลแห่งแอบิส (Apollo of the Abyss)"
วิศวกรรมย้อนรอย: จากแมกมาสู่ห้วงอวกาศ
[เป้าหมาย: สร้างยานขนส่งมวลสารข้ามชั้นบรรยากาศ - 'สตาร์เกเซอร์-1' (Stargazer-1)]
[เทคโนโลยีที่ใช้: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนพลาสม่าควบแน่น + ระบบป้องกันรังสีคอสมิกจากผลึกศิลา]
การสร้างจรวดในโลกที่มีกฎฟิสิกส์กึ่งมานานั้นต่างจากโลกเดิมของเซน เขาต้องใช้ความร้อนจากชั้นแมกมาของบัลร็อกอสมาเปลี่ยนให้เป็ "เชื้อเพลิงพลาสม่าเหลว" ที่มีความหนาแน่นสูงพอที่จะพาวัตถุหนักหลายพันตันหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลก
"กริม! ข้า้าแผ่นโลหะผสม 'นิกเกิล-ไทเทเนียมมานา' สำหรับทำส่วนหัวของยาน" เซนสั่งการ "มันต้องทนความร้อนจากการเสียดสีได้มากกว่า 5,000 องศาเซลเซียส!"
กริมเช็ดเหงื่อที่หน้าผากพลางหัวเราะ "ได้เลยครับท่านเซน! เตาหลอมแมกมาของเราตอนนี้กำลังเดือดปุดๆ ได้ที่พอดี ผมจะให้พวกคนแคระใช้ค้อนไฮดรอลิกตีมันขึ้นรูปให้แข็งแกร่งที่สุดในปฐีเลย!"
งานก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นกลางลานกว้างของอาณาจักรใต้ดิน จรวดขนาดั์ที่มีความสูงกว่า 120 เมตรค่อยๆ ถูกประกอบขึ้นโดยฝูงหุ่นยนต์นาโนบอทและแขนกลอัตโนมัติ มันดูแตกต่างจากยานเดรดนอตที่ดูดุดัน เพราะ 'สตาร์เกเซอร์-1' มีรูปร่างสีขาวโพลน ผิวเรียบลื่น และสลักรูนวงจรสีน้ำเงินที่ทำหน้าที่เป็ระบบนำทางผ่านดวงดาว
การฝึกฝน "นักบินอวกาศ" รุ่นแรก
ในขณะที่เครื่องจักรทำงาน เซนต้องเตรียม "คน" เอรินถูกคัดเลือกให้เป็นักบินร่วมและผู้ควบคุมระบบนิเวศจำลองบนยาน ส่วนเซนจะทำหน้าที่เป็กัปตันและผู้คำนวณวงโคจร
"นี่คือ 'ชุดอวกาศมานา-ไฮบริด' " เซนส่งชุดสีขาวที่ดูเพรียวบางแต่ทนทานให้เอริน "มันจะสร้างสนามพลังงานส่วนตัวเพื่อรักษาความดันและออกซิเจนให้กับเ้า แม้ในที่ที่ไม่มีอากาศหายใจ และมันจะเชื่อมต่อกับระบบประสาทของยานเพื่อให้เ้าสั่งการได้เพียงแค่คิด"
เอรินลูบคลำเนื้อผ้าที่ดูเหมือนโลหะเหลว "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวนักขุดเหมืองอย่างข้า จะมีโอกาสได้ไปแตะต้องดวงดาว"
"เราไม่ได้แค่ไปแตะดวงดาว เอริน... เราจะไปทวงคืนเสรีภาพของมวลมนุษย์จากพวกที่เรียกตัวเองว่าเทพเ้า"
วันปล่อยยาน: ลมหายใจของโลก
หลังจากเตรียมการนาน 3 เดือน วันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกก็มาถึง จรวดสตาร์เกเซอร์-1 ถูกย้ายขึ้นมาบนฐานปล่อยที่สร้างขึ้นบนยอดเขาที่สูงสุดของอาณาจักรแสงเดิม ประชาชนนับแสนต่างพากันมาดูเหตุการณ์นี้ด้วยความตื่นตาตื่นใจ บางคนยังคงคุกเข่าอธิษฐาน แต่ส่วนใหญ่ยืนมองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังในวิทยศาสตร์
"ระบบตรวจเช็คครั้งสุดท้าย..." เซนกล่าวในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยหน้าจอโฮโลแกรม
[พลังงานพลาสม่า: 100%]
[ระบบพยุงชีพ: ออนไลน์]
[ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง: เสถียร]
[ผู้พิทักษ์บัลร็อกอส: ประจำตำแหน่งสนับสนุน] (ัั์หมอบอยู่รอบฐานปล่อยเพื่อใช้ลมหายใจไฟช่วยอุ่นเครื่องยนต์ในจังหวะสุดท้าย)
"นับถอยหลัง... 10... 9... 8..." เสียงของ AI ดังไปทั่วบริเวณ
"7... 6... 5... กริม ฝากดูแลเมืองด้วยนะ!" เซนะโผ่านระบบสื่อสาร
"3... 2... 1... จุดะเิ!"
บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
เปลวเพลิงสีน้ำเงินขาวพุ่งออกมาจากท้ายจรวดด้วยความรุนแรงจนพื้นดินสั่นะเืยิ่งกว่าแผ่นดินไหวครั้งไหนๆ สตาร์เกเซอร์-1 ค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้าทายแรงดึงดูดที่เหนี่ยวรั้งโลกใบนี้ไว้มานานแสนนาน
ยานพุ่งผ่านชั้นเมฆหายวับไปในชั่วพริบตา ทิ้งไว้เพียงเส้นทางสีขาวที่ลากยาวสู่ความว่างเปล่า
สู่ความเวิ้งว้าง: ความลับของดวงจันทร์
ภายในยาน แรงจีมหาศาลกดทับร่างของเซนและเอรินจนแทบขยับไม่ได้ แต่ด้วยชุดเกราะที่เซนออกแบบมา ทำให้พวกเขายังคงมีสติอยู่ได้
"ความสูง 50,000 ฟุต... 100,000 ฟุต... ชั้นบรรยากาศกำลังเบาบางลง..." เอรินรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "ท่านเซน! ดูนั่นสิ! โลก... โลกมันกลมจริงๆ ด้วย!"
ผ่านหน้าต่างกระจกนิรภัยหนาพิเศษ ภาพของโลกสีครามที่มีเมฆสีขาวปกคลุมค่อยๆ ปรากฏแก่สายตา มันช่างงดงามและเปราะบางจนเอรินน้ำตาไหลออกมา
ทว่า ความซาบซึ้งก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อยานสตาร์เกเซอร์-1 เข้าสู่เขตอวกาศที่มืดมิด เซนเซอร์ของยานก็ส่งเสียงเตือนระดับสีแดงทันที
[เตือนภัย: ตรวจพบกองเรือตรวจการณ์ 'ผู้พิทักษ์ดวงดาว' (Celestial Guardians)]
[สถานะ: กำลังล้อมกรอบยานสตาร์เกเซอร์-1]
เบื้องหน้าของพวกเขา ยานอวกาศสีเงินทรงกลมเกลี้ยงเกลาจำนวนนับสิบส่องแสงเย็นเยือกปรากฏออกมาจากเงามืดของดวงจันทร์ พวกมันดูเหมือนหยดน้ำค้างสีเงินที่ลอยอยู่ในสุญญากาศ แต่เปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
"สิ่งมีชีวิตระดับต่ำเอ๋ย... เ้าบังอาจล่วงล้ำเข้าสู่เขตแดนของพระเ้า" เสียงกระแสจิตที่ทรงพลังและเ็าดังก้องในหัวของเซนและเอริน "จงกลับไปสู่หลุมดินของเ้าเสีย ไมเช่นนั้นเราจะลบโลกของเ้าให้หายไปจากจักรวาลนี้"
เซนยิ้มออกมา ั์ตาของเขาทอประกายสีฟ้าของวงจรจักรกล "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาตจากพระเ้าองค์ไหน..."
เขากดปุ่มสั่งการเปิดใช้งานอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในส่วนบรรทุกของจรวด "ข้ามาที่นี่เพื่อติดตั้ง 'เครื่องยิงอนุภาคแอนตี้-มานา' (Anti-Mana Particle Cannon) ...เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากวิทยาศาสตร์ได้เลย!"
บทส่งท้ายตอนที่ 16
มหาาครั้งใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนผืนดินอีกต่อไป แต่มันคือาระหว่าง "ผู้สร้างจากใต้ดิน" กับ "ผู้คุมกฎจากดวงดาว" เซนกำลังจะพิสูจน์ให้จักรวาลเห็นว่า เมืุ่์หยุดอ้อนวอนต่อสรวง์และเริ่มจับประแจขึ้นมาสู้ แม้แต่พระเ้าก็ต้องหลั่งเืได้!
[เลเวลเพิ่มขึ้น: 25 -> 28]
[ปลดล็อกเทคโนโลยี: 'การรบในสุญญากาศ' และ 'ระบบวาร์ปมานาขั้นต้น']