"นี่รางวัลจากภารกิจ 1 เหรียญทองสำหรับค่าหัวาาก๊อปลิน กับอีก 2 เหรียญเงินสำหรับหญ้าฟื้นพลังคะ" พนักงานสาวยิ้ม พร้อมทั้งยื่นเงินรางวัลให้อัล
"ผมขอเปลี่ยน 1 เหรียญทองเป็ 10 เหรียญเงินได้ไหมครับ พอดีเราช่วยกันล่า 2 คน จะได้เอามาแบ่งกัน" อัลยื่นเหรียญทองกลับไป ในขณะที่เ้าหน้าที่สาวกำลังตั้งใจนับเหรียญเงินอยู่
ค่าเงินในโลกนี้จะแบ่งได้ 4 แบบคือ หิน ทองแดง เงิน ทอง โดย 10 หินจะเท่ากับ 1 ทองแดง และ 10 ทองแดงจะเท่ากับ 1 เงิน ส่วนค่าอาหารทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ราคา 3-5 หินต่อ 1 มื้อ ซึ่งก็ถือว่าหัวของาาก๊อปลินนั้น ราคาดีมากๆ ถึงว่าจะต้องใช้เวลาระบุตัวตนนานไปหน่อย เพราะอัลจัดการซะหน้าตาของมันเละไปหมด
"เ้าาาก๊อปลินนี่ มีค่าหัวเท่ากับผมทำงานแปรธาตุทั้งเดือนเลยนะครับ" อัลเล่าความหลังให้อดัมส์ฟัง ระหว่างนั่งกินอาหารกันในบาร์ที่อยู่ในสมาคมนักผจญภัย
"แต่งานแปรธาตุ ก็ไม่ได้อัดคุณจนสลบเหมือนาาก๊อปลินนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ" อดัมส์กล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน
"ถ้าจะให้เปรียบแล้วนักผจญภัยนี่ก็คงคล้ายๆกับ พวกฟรีแลนในโลกเก่าของเราซินะ ถ้าไม่รับภารกิจก็ไม่มีเงิน แต่ก็ยังดีที่มีร้านอาหารราคาพิเศษคอยบริการในสมาคม" อัลคิดกับตัวเองระหว่างที่กำลังจิ้มไส้กรอกใส่ปากด้วยความหิว
"พวกนั้นล้มาาก๊อปลินได้เลยเหรอ"
"เมื่อวันก่อนมีกลุ่มนักผจญภัยระดับ 6 ตั้ง 4 คนรับภารกิจปราบก๊อปลินไป เห็นว่าโดนอัดเละกลับมา แต่เ้าพวกนี้จัดการกันแค่ 2 คน" เสียงโต๊ะข้างๆกำลังพูดถึงทั้งคู่ ถึงพวกเค้าจะกระซิปกัน แต่เสียงก็ยังดังพอที่พวกอัลจะได้ยิน
"ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณอดัมส์ พอดีมีเื่ต้องตรวจสอบ" อัลโบกมือพร้อมทั้งลูกออกจากโต๊ะอาหาร
"ไม่ต้องมาเรียกผมว่าคุณก็ได้ครับ เราเป็เพื่อนร่วมรบมาด้วยกันแล้ว เรียกอดัมส์เฉยๆก็ได้อัล" อดัมส์โบกมือตอบ
"งั้นพรุ่งนี้เราไปทำภารกิจด้วยกันอีกนะ" อัลกล่าวชวนอย่างเป็มิตร
"ได้เลยยย"
หลังจากแยกกัน อัลรีบตรงกลับที่พักทันที สิ่งที่เค้าพบระหว่างสู้กับาาก๊อปลินยังคงกวนใจเขาตลอดเวลา
"หญ้าฟื้นพลังต้นละ 1 ทองแดง พอมาเป็ยาฟื้นพลังดันขวดละ 1 เหรียญเงินสงสัยเราคงต้องปรุงยาฟื้นพลังเองซะแล้ว" อัลบ่นหลังจากซื้อยาฟื้นพลังระหว่างทางกลับบ้าน สิ่งที่รบกวนจิตใจเขาตอนนี้นอกจากเื่ของพระเ้าสาว ก็ยังมีเื่ของยาฟื้นพลังนี้อีกด้วย
"ถ้ามองในมุมมองของคนต่างโลก เทคโนโลยีของที่นี่ด้อยกว่าโลกเก่ามาก รวมทั้งเื่ความรู้ด้วย แต่แปลกที่เ้ายาฟื้นพลังนี่มีผลดีกว่าการแพทย์สมัยใหม่ในโลกเก่าเราทั้งหมด มันทำงานยังไงกันนะ" อัลเริ่มพิจารณายาฟื้นพลังที่เขาซื้อมา
"มันสามารถรักษาแผลได้ทันที ถ้าปริมาณมากพอ มันก็สามารถปิดแผลใหญ่ๆได้เลยด้วย อย่างตอนที่เราโดนาาก๊อปลินโจมตี มันก็รักษากระดูกที่หักไปได้"
"เ้านี้เข้าไปแทนที่เนื้อเยื้อที่เสียหายเหรอ งั้นสารประกอบในตัวมันมีอะไรบ้างละ ลองคิดแค่เข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อ ก็ต้องมีสารประกอบกว่าร้อยชนิดแล้ว ไหนการที่สามารถซ่อมเเซมกระดูกหักได้อีก หรือว่าศิลานักปราชญ์จะอยู่ใกล้ตัวเราขนาดนี้"
ศิลาแดง จินดามณี แม้นกระทั้งชื่อศิลาoาถรรพณ์ ในนิยายพ่อมดที่เคยอ่าน ส่วนแต่กล่าวถึงสิ่งเดียวกัน สิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุของทั้งสองโลกล้วนแสวงหา ศิลานักปราชญ์ ว่ากันว่าสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนตะกั่วเป็ทอง เปลี่ยนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาให้กลับมามีชีวิต เป็ยาที่ทำให้ไม่แก่ไม่ตาย ตำนานมากมายเกี่ยวกับเ้าหินนี่ พบเห็นได้ทั่วไปในทั้งสองโลกแต่ยังไม่มีใครค้นพบมันจริงๆสักที
"งั้นเรามาเริ่มทดลองกันเลยดีกว่า" อัลเริ่มร่ายเวทย์เพื่อสร้างสารที่ไม่มีในอากาศ
หลักการง่ายๆของการใช้เวทย์มนต์ของโลกนี้ที่อัลค้นพบคือ นักเวทย์ที่นี่ ยืมพลังจากธรรมชาติมาใช้ เช่นเมื่อเขาใช้เวทย์ไฟ ก็คือการดึงเอาความร้อนรอบๆตัวออกมา อัลแน่ใจเื่นี้หลังจากอ่านเจอ ปาฏิหารแห่งเคออส ในห้องสมุด การใช้เวทย์ไฟขนาดใหญ่ ส่งผลให้เมืองทั้งเมืองเกิดหิมะตก ค่อนข้างจะตรงกับสิ่งที่อัลคิด หรือเมื่อใช้เวทย์น้ำ ถ้าสังเกตุดีๆจะพบว่าอากาศจะมีความชื้นลดลง หรือก็คือนักเวทย์ของโลกนี้ สามารถยืมพลังอะไรก็ได้จากธรรมชาติมาใช้ได้ ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเป็แค่ 6 ธาตุ อัลตั้งข้อสงสัยว่าเพราะวิทยาการของโลกใบนี้ยังไม่มีความรู้พอที่จะศึกษาถึงโมเลกุล ทำให้การดึงเอาพลังจากธาตุพื้นฐานซึ้งตนเองเข้าใจอยู่แล้วทำได้ง่ายกว่า แตกต่างกับอัลที่มีความรู้ของโลกเก่าที่มากกว่า ทำให้สิ่งที่เขาดึงมาใช้จากธรรมชาตินั้นมีมากกว่าตามไปด้วย เขารู้ได้ทันทีเลยว่าถ้าความรู้ด้านเคมีของเขาแพร่ออกไปสู่คนทั่วไป การใช้เวทย์มนต์ของโลกใบนี้จะต้องเปลี่ยนไปตลอดการแน่นอน ทำให้ตอนนี้เขายังไม่ได้บอกใครเื่นี้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ นักเวทย์ไม่สามารถ ดึงของที่ไม่มีออกมาใช้ได้ เช่นถ้าเขาอยู่ในที่หนาวจัดๆ เขาก็จะไม่สามารถใช้เวทย์ไฟได้ เช่นเดียวกับอัล ถ้าเขาไม่พกเกลือไปด้วย เขาก็ไม่สามารถสร้างโลหะโซเดียมหรือแก๊ชคลอลีนได้เช่นกัน
"งั้นเริ่มจากแก๊สง่ายๆที่หาได้ยากในอากาศก่อน" หลังจากพูดจบ ในมือซ้ายของอัลก็เกิดกลุ่มก้อนแก๊ซสีเขียวอมเหลือง เขากำลังลองสร้างแก๊ซคลอลีนอีกครั้ง
เขาใช้เวลาหลายวันหมดไปกับการสร้างสารต่างๆ โดยใช้สารตั้งต้นคือยาฟื้นพลัง แต่เขากลับพบข้อจำกัดที่ว่า เมื่อดึงสารออกมาจากยาฟื้นพลังนั้นแค่เพียง 3 ครั้ง ยาฟื้นพลังก็จะหายไปหมดทันที เขาใช้เงินเก็บสมัยเป็นักแปรธาตุจนเกือบหมดเพื่อซื้อยามาทดลองทำให้เขารู้ว่าเ้ายาฟื้นพลังนั้นสามารถสร้างสารออกมาได้มากกว่า 100 ชนิดจริงๆ
"งั้นถ้าเราทำให้มันเข้มข้นขึ้นแล้วอัดมันเป็ก้อนละ ถึงจะไม่สะดวกตอนใช้รักษา แต่ก็ทำให้ง่ายต่อการพกพา" อัลคิดกับตัวเองระหว่างที่มองไปที่ยาขวดสุดท้าย เื้ัเข้าตอนนี้เต็มไปด้วยขวดยาเปล่านับไม่ถ้วน
"แต่เราไม่มีเงินพอที่จะทดลองอีกแล้วนะ ถึงเวลาต้องออกไปรับภารกิจแล้ว" อัลทิ้งตัวลงนอน พร้อมพิจารณาถุงเงินเก็บของเขา ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงเงินหินไม่กี่เหรียญเท่านั้น
เช้าวันต่อมา อัลนั่งกินขนมปังถูกๆอยู่ภายในบาร์ของสมาคมนักผจญภัย พร้อมทั้งกระดกนำ้เปล่าประทังชีวิต
"ไงอัล สนใจไปทำภารกิจกับเราไหม" ชายหนุ่มล่ำบึกผมสั้นถือโล่ขนาดใหญ่ นักเวทย์หญิงในเสื้อผ้าน้อยชิ้นที่สวมทับโดยชุดคลุมของนักเวทย์กล่าวชวน
"คือ ผมรออดัมส์อยู่ครับ พอจะทราบไหมครับว่าเค้ามาหรือยัง" อัลกล่าวหลังจากกระดกน้ำปล่าวอึกใหญ่
"อดัมส์ เห็นมารอนายอยู่เมื่อวันก่อน เมื่อวานน่าจะรับภารกิจไปกับกลุ่มของเอ็ดก้านะ"
"ผมคงหมกตัวอยู่ในห้องนานเกินไป ถัาอดัมส์ไม่ว่างเเล้วงั้นผมขอไปด้วยครับ"
"ยินดีเลย ข้าชื่อชาลีเป็การ์เดี้ยน ส่วนแม่สาวนี่ชื่อเมย์เป็นักเวทย์ธาตุน้ำ" ชายหนุ่มแนะนำตัวพร้อมทั้งชื่อไปที่นักเวทย์สาวที่กำลังยิ้มอย่างดีใจ
"ผมชื่ออัลครับ เป็นักแปรธาตุ ใช้เวทย์เกี่ยวกับพิษได้นิดหน่อย" อัลกล่าวแนะนำตัวไปอย่างนั้นเพื่อเลี่ยงความสงสัยของเพื่อนร่วมปาร์ตี้เวลาที่เขาใช้เวทย์สร้างสารเคมีขึ้นมา
"ถ่อมตัวจริงๆนะครับ คนที่ล้มาาก๊อบลินได้ จะบอกว่าใช้เวทย์ได้นิดหน่อยก็คงเกินไป ฮ่าๆๆๆ"
"แล้วภารกิจเราคืออะไรเหรอครับ"
"จักการเ้าพวกสไลม์ั์น่ะ ภารกิจระดับ 5 เลยนะ" ชาลียื่นใบรับภารกิจออกมาให้อัลดู
พวกสไลม์ในโลกใบนนี้นั้นไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับต่ำที่ให้พวกหน้าใหม่จัดการ ด้วยความที่ตัวมันกึ่งของเหลว ทำให้การโจมตีทางกายภาพไม่ได้ผล อีกทั้งความเป็กรดในตัวมันยังสามารถทำลายอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ของนักผจญภัยได้ด้วย
"โอเค เราเริ่มออกเดินทางไปล่าสไลม์กันเลยย"