เดิมทีเกาะลิตเติ้ลเฮย์เป็เกาะรกร้างขนาดสามร้อยยี่สิบห้าเอเคอร์ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพื้นน้ำสีครามทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่เคยมีบันทึกการเดินเรือฉบับใดจารึกไว้ว่าเคยมีมนุษย์ย่างกรายมายังที่แห่งนี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่านับั้แ่วันแรกของการถือกำเนิด มีเพียงเหล่าสรรพสัตว์เท่านั้นที่ดำรงจนเป็ผู้ปกครอง
กระทั่งเมื่อสี่ปีก่อน หลังจากอเล็กซ์ก่อตั้งกลุ่ม Dictator Slayer ได้ไม่นาน เขา้าสถานที่สักที่เหมาะสำหรับลงหลักปักฐานสร้างเป็ฐานทัพลับ และหลังจากที่ตระเวนหาไปทั่วทุกคาบสมุทร อเล็กซ์ก็มาพบเกาะแห่งนี้โดยบังเอิญ
แล้วก็ราวกับรักแรกพบ เกาะลิตเติ้ลเฮย์มีคุณสมบัติตรงตามที่อเล็กซ์้าทุกประการ ด้วยขนาดพื้นที่สามร้อยยี่สิบห้าเอเคอร์ซึ่งใหญ่พอสำหรับการสร้างรันเวย์เครื่องบิน อีกทั้งยังห่างไกลผู้คน โดดเดี่ยวตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าต่อให้ผู้นำเผด็จการทั่วโลกร่วมมือกันเฟ้นหา ก็ยังเป็เื่ยากที่จะเจอ ทว่าก็ไม่ไกลกับแผ่นดินสหรัฐอเมริกาเกินไป ใช้เวลาเดินทางเพียงสี่ชั่วโมง
เมื่อตกลงปลงใจกับเกาะลิตเติ้ลเฮย์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการก่อสร้าง อเล็กซ์ร่วมมือกับทีมวิศวกรฝีมือดีที่ไว้ใจได้จากหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งกองทัพหุ่นยนต์ที่เขาประดิษฐ์ไว้ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานมาอำนวยความสะดวกในงานก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตาม ภารกิจยิ่งใหญ่ระดับนี้จะสำเร็จลุล่วงไม่ได้เลยถ้าขาดหนึ่งสิ่งสำคัญที่สุด…แน่นอนว่าสิ่งนั้นคือ ‘เงินทุน’
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ดูยากที่สุดทุนกลับแก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด อเล็กซ์หาเงินทุนมหาศาลสำหรับการสร้างกองทัพหุ่นยนต์รบสังหาร และเนรมิตเกาะรกร้างให้เป็ฐานทัพลับสุดไฮเทคด้วยการร่างแผนโครงการที่ชื่อว่า ‘Dictator Slayer’ ลงบนหน้ากระดาษ บอกเล่าถึงจุดประสงค์ วิธีการ และผลประโยชน์ที่จะได้รับ ทำเป็ข้อเสนอลับสุดยอด จากนั้นมอบหน้าที่ให้ลอบบี้ยิสต์คนหนึ่งนำไปเสนอกับเหล่าเศรษฐีระดับโลกทั้งสายดำสายสว่างที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่ามีแนวโน้มที่จะสนใจร่วมทุน
“ลงทุนครั้งเดียว แล้วจากนั้นครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินบรรดาผู้นำเผด็จการในแต่ละประเทศที่ Dictator Slayer ไปปราบปรามมาได้จะถูกแบ่งมาเป็เงินปันผลงาม ๆ ให้คุณครับ คุณก็รู้ว่าทรราชพวกนี้แต่ละคนซุกทรัพย์สมบัติไว้เยอะแค่ เผลอ ๆ ทำภารกิจสำเร็จแค่ครั้งสองครั้งก็คืนทุนได้แล้วนะครับ นี่คือข้อเสนอที่คุณจะนึกเสียดายภายหลังแน่หากพลาดไป ข้อเสนอที่คุ้มค่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ” ประโยคที่อเล็กซ์ฝากลอบบี้ยิสต์คู่ใจให้ไปบอกกับมหาเศรษฐีทุกคนที่นำโครงการไปเสนอขาย และถึงแม้หลายคนจะมีท่าทีสนใจในตอนแรก แต่เมื่อถึงตอนสรุปจบ พวกเขากลับพูดในทำนองเดียวกันว่า
“มันดูเพ้อฝันเกินไป”
สุดท้ายทุกครั้งก็จบลงด้วยการคว้าน้ำเหลว ทว่าในตอนที่อเล็กซ์เริ่มรู้สึกสิ้นหวัง อยู่ ๆ ก็มีข้อความจากบุคคลปริศนาปรากฏขึ้นในกล่องข้อความของเขา ด้วยประโยคสั้น ๆ ใจความว่า
“้าเงินเท่าไร?”
ในตอนแรก อเล็กซ์คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็แค่พวก้าป่วน แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง การลองพูดคุยด้วยสักหน่อยก็ไม่เสียหาย
“ไม่ต้องรู้หรอกว่าผมเป็ใคร เรียกผมว่า ‘เจย์’ ก็แล้วกัน” คำตอบที่ได้รับเมื่ออเล็กซ์ถามถึงตัวตนปริศนา
อเล็กซ์ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะ ‘เจย์’ ผู้ลึกลับพิศวงที่ไม่ว่ามุมไหนก็ดูไม่น่าไว้ใจกลับโอนบิทคอยด์จำนวนมหาศาลเข้ากระเป๋าอเล็กซ์อย่างที่เ้าตัวก็ไม่คาดฝันแม้แต่น้อย วินาที่แรกที่เห็น ชายหนุ่มยังคิดว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นกับระบบกระเป๋าเงินของเขาด้วยซ้ำ
“ยินดีที่จะได้ร่วมงานกันต่อจากนี้ ผมไว้ใจคุณ และก็หวังว่าคุณจะไว้ใจผมเช่นกัน” เจย์ทิ้งท้าย
เมื่อได้เงินทุนมหาศาลอย่างไม่คาดฝัน อเล็กซ์ก็ไม่รอช้าทุ่มมันไปกับการสร้างกองทัพหุ่นยนต์รบสังหาร ซึ่งเป็สิ่งที่เขาคิดวนเวียนในหัวมาตลอด ถึงขนาดร่างแบบแปลนไว้เรียบร้อยเสร็จสรรพ เหลือเพียงเงินทุนมาเนรมิตให้กลายเป็ความจริงเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เงินทุนอีกส่วนก็แบ่งมาใช้ในการก่อสร้างฐานทัพลับบนเกาะลิตเติ้ลเฮย์ และเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ กลุ่ม Dictator Slayer ก็เริ่มออกปฏิบัติการถล่มเหล่ากองทัพในประเทศเผด็จการต่าง ๆ ราวกับฝูงกระทิงคลั่งไล่ขวิดลูกแกะผู้น่าสงสาร ปลดแอกคืนเสรีภาพให้ผู้คนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ภายในระยะเวลาเพียงสามปี มีถึงเจ็ดประเทศที่รูปแบบการปกครองเปลี่ยนจากเผด็จการสู่ประชาธิปไตยด้วยฝีมือกลุ่ม Dictator Slayer ซึ่งนำโดยอเล็กซ์ อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์และพรรคพวกก็ไม่ใช่นักบุญผู้ขาวสะอาดเสียทีเดียว แม้จุดประสงค์จะชัดเจนว่าทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็เบี้ยล่าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาทำตัวเป็ศาลเตี้ย สังหารผู้คนไปไม่น้อย และในจำนวนดังกล่าวก็อาจมีนายทหารที่ไม่ได้เต็มใจออกรบ ทว่าไม่มีทางเลือกอื่นรวมอยู่ด้วยไม่น้อย นอกจากนั้น กลุ่ม Dictator Slayer ยังมีอีกหนึ่งด้านมืดที่สาธารณชนไม่รับรู้ เช่นการแอบยักยอกทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของเหล่าผู้นำเผด็จการส่งให้กับเจย์อย่างลับ ๆ เรียกได้ว่าทั้งดีทั้งชั่ว ทุกสิ่งดำเนินกันไปแบบคู่ขนาน
การเริ่มทำงานตอนบ่ายสามสำหรับมนุษย์ทั่วไปคงมองว่าสายแสนสาหัส แต่สำหรับเหล่าหญิงชายบนเกาะลิตเติ้ลเฮย์ เวลานี้เปรียบเสมือนเช้าตรู่ของพวกเขา ทุกคนรวมถึงอเล็กซ์ลากสังขารมารับประทานอาหารมื้อแรกของวันร่วมด้วยสภาพทรุดโทรมปานศพ บ่งบอกถึงดีกีรีความสนุกของปาร์ตี้เมื่อคืนได้โดยไม่ต้องอธิบายขยายความ
“อีกสองชั่วโมงมาประชุมสรุปแผนครั้งสุดท้ายด้วยกันที่ระเบียงชั้นสอง หวังว่าทุกคนจะสดชื่นแจ่มใสกว่านี้” อเล็กซ์กล่าวกับทุกคนขณะใช้ช้อนตักซุปเข้าปาก
“ครับ”
“ค่ะ”
เสียงตอบรับอ่อย ๆ แตกต่างจากเมื่อคืนราวฟ้ากับเหวของเหล่าผู้ร่วมโต๊ะ
สองชั่วโมงต่อมา อเล็กซ์มายังสถานที่นัดหมายซึ่งเป็ระเบียงกว้างพื้นที่ประมาณสี่สิบตารางเมตร มีโต๊ะประชุมยาววางเด่นสง่าอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยเก้าอี้ไม้ครบจำนวนคน บรรยากาศโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยทิวทัศน์ที่มอบความสดชื่นได้เป็อย่างดีด้วยสีครามของน้ำทะเล และสีเขียวของแมกไม้นานาพันธุ์ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่อเล็กซ์ชื่นชอบการประชุมงานที่นี่ที่สุด
ก่อนหน้าอเล็กซ์มีชายผิวดำสองคน ชายผิวขาวสามคน และชายชาวเอเชียอีกหนึ่งคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดกล่าวคำทักทาย ก่อนที่อเล็กซ์จะเดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะ ถึงแม้จะไม่ใช่ทำเลการนั่งที่เขาโปรดปราน แต่ด้วยฐานะที่เป็หัวหน้าของทุกคน ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือก
เมื่อบุหรี่ที่อเล็กซ์จุดระหว่างรอมอดจนเกือบหมดมวน ผู้ร่วมประชุมทุกคนก็มาถึงกันโดยพร้อมหน้า บรรยากาศที่ผ่อนคลายมาตลอดนับั้แ่เมื่อวานพลันตึงเครียดขึ้น แววตาสนุกสนานแปรเปลี่ยนเป็ความเอาจริงเอาจัง
“เอาละ งั้นเรามาเริ่มกันเลย” อเล็กซ์กล่าวพลางบี้บุหรี่กับที่เขี่ยคริสตัลตรงหน้า ก่อนกดปุ่มเล็ก ๆ บนโต๊ะ ทันใดนั้นบริเวณกลางโต๊ะก็มีโฮโลแกรมฉายขึ้นมาเป็ตัวอักษรว่า
‘ปฏิบัติการลา ฮวนโก้’
“ขอทบทวนให้ทราบอีกครั้ง เป้าหมายของปฏิบัติการลา ฮวนโก้คือการโค่นรัฐบาลเผด็จการของนายพลกุสตาโว วากัส ที่นับั้แ่เมื่อสิบปีก่อนได้ฉวยโอกาสในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจทั่วทวีปอเมริกาใต้ตกต่ำ เงินเฟ้อพุ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จนแต่ละประเทศต้องหาทางออกด้วยการลดงบประมาณด้านกลาโหมลงจนเกือบหมด ใช้เส้นสายและเงินทุนที่มียื่นข้อเสนอทหารนอกคอกจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นายพลวาร์กัสได้กองทัพทหารจำนวนหลายหมื่นนาย และยุทโธปกรณ์ครบครัน มาอยู่ใต้การปกครองของตน ก่อนที่จะแยกตัวออกมาเป็กลุ่มฏอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับประเทศใด” เหมือนนึกขึ้นได้ว่ายังต้องอธิบายอีกยาว อเล็กซ์จึงหยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ พ่นควันสีเทาลอยฟุ้งในอากาศระลอกหนึ่งแล้วเริ่มกล่าวต่อ
“จากนั้นพวกเขาก็ทำการยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่คาบเกี่ยวระหว่างประเทศอาร์เจนติน่ากับชิลีที่มีขนาดกว้างใหญ่กว่าสามพันตารางกิโลเมตร ก่อตั้งเป็เขตปกครองตัวเองลา ฮวนโก้ ใช้กำลังทหารเข้าปกครองตามแบบฉบับเผด็จการฟาสซิสต์ทั่วไป ประชาชนผู้อยู่อาศัยเดิมในพื้นที่จำนวนมากถูกกดขี่รีดไถอย่างไม่เป็ธรรม แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน เพราะวิธีแก้ปัญหาของนายพลวาร์กัสมีวิธีเดียวคือสังหารทุกคนที่คิดต่อต้านทิ้งอย่างไร้ปรานี ถึงวันนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วนับพันราย และคาดการณ์ว่ามีมากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัวที่ไม่ถูกเปิดเผยออกมา”
“แบบนี้ก็ตรงสเป็กเหยื่อของเราที่สุดเลยนี่ครับ” ชายหนุ่มชาวเอเชียร่างเล็กท่าทางสุภาพที่นั่งห่างจากอเล็กซ์ไม่ไกลโพล่งขึ้น
“ใช่เลย ‘ฮิเดโอะ’ ตรงเป๊ะทุกอย่าง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับแรงกระแทกจากสังคมมากเท่าปฏิบัติการอื่น ๆ เชื่อเถอะว่าทั้งโลกรอให้พวกเราไปจัดการคนแบบนี้อยู่แล้ว” กล่าวตอบพร้อมใช้นิ้วที่คีบบุหรี่ชี้ไปที่ชายหนุ่มชื่อฮิเดโอะเชิงเห็นด้วย
อเล็กซ์เติมควันเข้าปอดอีกระลอก ก่อนพูดต่อ
“ตอนนี้หน่วยข่าวกรองที่เรามีแจ้งมาว่านายพลวาร์กัสกบดานอยู่ในเมืองซานฮวน ป้องกันตัวเองอย่างรอบคอบรัดกุมด้วยการทำให้ทั้งเมืองกลายเป็ป้อมปราการของเขาที่มีทั้งทหารนับหมื่นนายพร้อมอาวุธรบครบมือโอบล้อมเขาไว้”
“เ้าโง่พวกนี้ยังคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดจากพวกเราไปได้ ไม่รู้จักเรียนรู้เสียจริง” เป็อีกครั้งที่อเล็กซ์โดนขัด แต่คราวนี้ต้นเสียงเป็หญิงสาวผิวดำอายุไล่เลี่ยกับเขาซึ่งนั่งอยู่มุมไกลสุดของโต๊ะ
อเล็กซ์ยิ้มรับแทนคำตอบ ถึงแม้ทุกคนจะเรียกเขาว่าหัวหน้า แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองใหญ่โตกว่าใคร ดังนั้นจึงไม่ถือสาเื่การพูดขัดในที่ประชุม ตราบที่ทุกอย่างยังอยู่ในความเหมาะสม อีกทั้งเขาก็รู้สึกชอบใจกับสิ่งที่เธอพูดไม่น้อย
“เธอก็พูดถูกนะ ‘เอริก้า’ ถึงจะน่าเบื่อแต่ก็ขอย้ำอีกครั้งว่าทุกคนอย่าประมาท”
อเล็กซ์พูดจบก่อนดับบุหรี่ จากนั้นใช้นิ้ววาดในอากาศเพื่อเปลี่ยนภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยู่ให้กลายเป็แผนที่เขตปกครองตัวเองลา ฮวนโก้
“นี่คือภาพถ่ายดาวเทียมของเมืองซานฮวน และถ้าซูมภาพไปตรงกลางเมืองก็จะพบกับคฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่ ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงเหล็กกล้าสูงสิบเมตร แน่นอนว่านี่คือแหล่งกบดานที่นายพลวาร์กัสซุกซ่อนตัวอย่างหัวหดอยู่ รอบ ๆ จัดเต็มด้วยระบบป้องกันทั้งป้อมปืนกล ป้อมยิงจรวดมิดไซล์ ป้อมปืนสอยอากาศยาน”
“ชั้นจะเป็หน่วยบุกทะลวงร่วมกับโรเบิร์ตเอง ภารกิจหลักคือตามล่าตัวนายพลวาร์กัส และจัดการป้อมปราการแห่งนี้ให้ราบคาบ ส่วนฮิเดโอะ นายกับลูกทีมหน่วยกวาดล้างอีกห้าคนภารกิจหลักคือกำจัดกองทัพที่ประจำการอยู่ในเมืองซานฮวนให้สิ้นซาก และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจให้คอยคุ้มกันพวกชั้นจากภายนอกด้วย”
“รับทราบครับ!” ฮิเดโอะตอบรับเสียงขึงขัง
“ส่วนเอริก้า เธอกับลูกทีมหน่วยสนับสนุนอีกสามคน ภารกิจหลักคือขับหุ่นยนต์ขนส่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่อันตรายโดยเร่งด่วนที่สุด ระลึกเสมอว่าความเป็ความตายของผู้คนขึ้นอยู่กับพวกเธอ เราจะไม่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเด็ดขาด เพราะฉะนั้นอย่าประมาท และรอบคอบให้มาก”
“รับทราบค่ะ!” หญิงสาวผิวดำตอบรับแข็งขันไม่แพ้กัน
“คราวนี้ถึงคิวนายแล้วริคาร์โด้ นายกับลูกทีมหน่วยรบทางอากาศอีกสามคน เมื่อได้รับสัญญาณจากหน่วยสนับสนุนว่าเคลื่อนย้ายประชาชนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เริ่มการโจมตีทางอากาศ สนับสนุนทุกหน่วยที่้ากำลังเสริม และเป้าหมายสำคัญคือการปิดกล่องจัดการกองทัพนายพลวาร์กัสให้สิ้นซาก” อเล็กซ์พูดต่อ พลางใช้สายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทน ซึ่งนั่งห่างออกไปไม่ไกลทางฝั่งซ้ายมือเขา
“ได้เลย จะจัดการให้อย่างไม่มีปัญหาครับ!”
“อีกหนึ่งหน่วยที่จะมีส่วนร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้คือหน่วยสำรวจ แน่นอนว่าเป็หน้าที่ของอลัน ภารกิจหลักของนายกับลูกทีมหน่วยสำรวจอีกสองคนคือการค้นหาทรัพย์สินมีค่าของนายพลวาร์กัส เก็บรวบรวมทั้งหมด เตรียมการสำหรับเคลื่อนย้ายขนส่ง และอย่าลืมแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับส่วนของเจย์ด้วยละ”
“รับทราบครับ!” คราวนี้คนตอบรับคือชายชาวยุโรปผมสีเงินที่นั่งอยู่มุมโต๊ะด้านขวา
“คนสุดท้ายคือนายโบเว่น ถึงคราวนี้นายจะไม่ได้ขับหุ่น แต่จงรู้ไว้ว่าหน้าที่การขับเครื่องบินของนายก็สำคัญไม่แพ้ใคร นายจะต้องปล่อยตัวพวกเราลงตามจุดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำที่สุด จากนั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น หน้าที่ของนายคือพาพวกเราออกจากสมรภูมิอย่างปลอดภัย ทำได้ใช่ไหม?”
เป้าหมายของคำถามมุ่งตรงไปที่ชายหนุ่มร่างเล็ก สวมแว่นตาหนาเตอะ ซึ่งนั่งอยู่ตรงกึ่งกลางโต๊ะประชุมพอดิบพอดี
“ได้แน่นอนครับหัวหน้า!” คนโดนถามรับคำหนักแน่น
ส่วนอเล็กซ์เมื่อได้เห็นท่าทีแข็งขันจริงจังของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาก็อดลอบยิ้มไม่ได้ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่เคยทำให้โอกาสที่เขาหยิบยื่นให้เสียเปล่า คราวเล่นก็สนุกสุดเหวี่ยง แต่เมื่อต้องเอาจริงก็สามารถทำให้ศัตรูตัวสั่นด้วยความกลัวได้เช่นกัน
“เอาละ ถ้าทุกคนเข้าใจตรงกันแล้ว วันนี้ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ อย่าลืมตรวจสอบ‘แคปซูลจักรกล’ ของตัวเองให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์ ไม่มีส่วนไหนขัดข้อง พรุ่งนี้กำหนดเวลาเดินทางคือแปดโมงเช้า หวังว่าทุกคนจะพักผ่อนกันมาอย่างเพียงพอ เพราะในสมรภูมิรบที่ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีคือความตาย สติจึงเป็สิ่งสำคัญที่สุดเสมอ”
เมื่ออเล็กซ์กล่าวจบ ทั้งโต๊ะก็ตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนพากันลุกขึ้นเดินออกจากระเบียงไป ขณะที่ชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้ายังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ สายตาสงบนิ่งทอดมองไปยังหมู่เกลียวคลื่นที่กำลังซัดกระทบชายฝั่ง ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเขากำลังครุ่นคิดสิ่งใด