บทที่ 10
การลงมือของหอทมิฬ
เฉินอวี้ขมวดคิ้ว “คนพวกนี้ซากกระดูกแปลกๆ”
“ผู้ใดเป็คนลงมือกันแน่ ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งตายมานานเลย”
เจียงเฟิงหันกลับไปมองสาวใช้ที่มีใบหน้างดงามของตนเอง ก่อนที่จะยิ้มออกมา “คนพวกนี้ตายมาไม่นาน”
“แต่ว่าที่พบเห็นว่าร่างกายเหลือแต่ซากกระดูก”
“เ้าเห็นว่ากระดูกพวกนี้แปลกๆ”
“จริงๆแล้วกระดูกไม่ได้แปลก แต่มันเป็เพราะว่ากระดูกนี้ติดหนัง”
“พวกมันเล่นดูดพลังชีวิตไปจนหมดรวมไปถึงสารอาหารของร่างกายมนุษย์ จนกระทั่งแผ่นหนังของมนุษย์นั้นติดกับกระดูกเช่นนี้”
“เล่นสังหารหมู่เป็ร้อยคนแบบนี้ แถมยังนำเอาศพมากมายมาฝังเอาไว้ด้านหลังหมู่บ้านอีก”
เฉินอวี้ยังคงไม่เข้าใจกับเื่นี้ “คุณชายบอกว่าพวกนี้ิญญาชั่วร้ายเป็คนทำอย่างนั้นหรือ”
เจียงเฟิงพยักหน้า “ิญญาเป็คนทำถูก แต่ว่าไม่ใช่ิญญาชั่วร้าย”
ิญญาชั่วร้ายพวกมันลงมือกับมนุษย์ ไม่มีทางที่จะนำเอาศพของมนุษย์มาฝังดินเพื่อปิดบังหลักฐานเช่นนี้
ใช่แล้วนี่คือความจริงที่ทำให้เฉินอวี้รู้สึกสงสัย นางเองก็เป็ผู้ฝึกปราณ แถมยังเป็คนที่มีฐานะไม่ธรรมดา
เรียกได้ว่ามีความรู้เกี่ยวกับพวกิญญาชั่วร้ายไม่น้อย ิญญาชั่วร้ายเกิดจากิญญาที่แปรสภาพไปจากิญญาธรรมดา
เรียกว่าเกิดจากการบ่มเพาะความแค้นและความเกลียดชัง มีิญญาพวกนี้ลงมือสังหารผู้คนอยู่ไม่น้อย สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่าิญญาแค้น
ทว่าเมื่อพวกมันลงมือ แน่นอนว่าไม่มีแผนการที่มากมายเช่นนี้ ถ้าเกิดว่าไม่ใช่พวกิญญาที่อยู่ในระดับสูงจนเกินไป
ไม่มีทางที่พวกมันจะมีแผนการแบบนี้อย่างแน่นอน การสังหารผู้คนเช่นนี้ และนำเอาศพมากมายไปฝัง เหมือนกับการปิดบังหลักฐาน
เป็การวางแผนราวกับว่าเป็การลงมือของมนุษย์ ทว่าร่างกายซากศพพวกนี้ กลับบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโดนดูดพลังชีวิตออกไปเป็จำนวนมาก เหมือนกับการลงมือของพวกิญญา
เจียงเฟิงยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่สงสัยของสาวใช้ทั้งสองของตน
ก่อนที่เขาจะเอ่ยอธิบายออกมา “นี่เป็การลงมือของพวกหอทมิฬ”
“หอทมิฬ?”
เจียงเฟิงพยักหน้า “ิญญาทมิฬคือสิ่งที่พวกเ้าเคยพบเจอก่อนหน้านี้”
“เ้าพวกนั้นเองก็เป็ิญญาชั่วร้ายประเภทนึง ทว่าพวกมันถือได้ว่าชั่วร้ายกว่าพวกิญญาชั่วร้ายมากนัก”
“เ้าเองก็เห็นว่าร่างกายของพวกมันส่วนใหญ่มีแต่ปราณิญญาสีดำ มีความแตกต่างจากพวกิญญาชั่วร้าย ที่เป็ิญญาหยิน”
สาวใช้ทั้งสองพบเจอิญญาร้ายก่อนหน้านี้มาแล้ว
ทำให้พวกนางทั้งสองนั้นรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง ไม่เคยพบเจอิญญาชั่วร้ายที่มีปราณิญญาสีดำเช่นนั้นมาก่อน
ในฐานะผู้ที่ไม่ใช่คนธรรมดา พวกนางย่อมรู้สึกประหลาดใจที่ไม่เคยพบเจอของแบบนี้มาก่อน
เจียงเฟิงอธิบายต่อออกมาอย่างรวดเร็ว “ส่วนหอทมิฬ มันคือพวกมนุษย์ที่ทำสัญญากับพวกิญญาทมิฬ”
ในครั้งนี้ไม่เพียงแค่เฉินอวี้ที่ขมวดคิ้ว แม้แต่คนที่มักจะแสดงใบหน้านิ่งเ็าตลอดเวลาอย่างซินอวี้ก็ต้องขมวดคิ้วเช่นกัน
พวกนางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าิญญาชั่วร้าย สามารถทำสัญญากับมนุษย์ได้
แม้ว่าจะเคยได้ยินว่ามีิญญาทำข้อตกลงบางอย่างเป็การแลกเปลี่ยนกับมนุษย์
เพราะว่าส่วนใหญ่ิญญาชั่วร้ายเป็จิตที่ยึดติด แล้วก็ถูกสร้างขึ้นมาตามความแค้น พวกมันส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจทำสัญญาอันใดกับมนุษย์
ส่วนใหญ่จะมีแต่ทำตามสัญชาตญาณของตนเองเท่านั้น ทว่าคุณชายของตนเองกับบอกว่า ิญญาชั่วร้ายที่ชื่อว่าิญญาทมิฬนั่น ทำสัญญากับมนุษย์
เื่นี้ทำให้พวกนางรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง เพราะว่าพวกนางไม่เคยได้ยินมาก่อน
เจียงเฟิงเอ่ยขึ้นมา “พวกิญญาทมิฬ เหมือนิญญาชั่วร้ายทั่วไป ที่มักจะทำตามความปรารถนาของตนเอง”
“พวกมันถือได้ว่าเป็ิญญาชั่วร้ายที่มีสติปัญญาพอสมควร”
“ยิ่งเป็พวกมันที่ถือได้ว่าเป็ิญญาทมิฬต้นกำเนิด”
“เ้าพวกนั้นย่อมมีสติปัญญามากมาย”
“แล้วก็มีพวกมันบางตัวที่ได้เข้าหามนุษย์ จากนั้นก็ลักลอบทำสัญญากับมนุษย์”
“โดยที่ให้ผลตอบแทนเป็หลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็พลังโชคลาภหรือว่าสิ่งต่างๆ”
“ของพวกนี้สามารถหลอกล่อจิตใจของมนุษย์ได้อยู่แล้ว”
“โดยส่วนใหญ่แล้วพวกมนุษย์ที่ทำสัญญากับพวกิญญาทมิฬ”
“ถูกเรียกรวมๆกันว่าเป็พวกหอทมิฬ หรือว่าพวกกลุ่มทมิฬ”
“ข้าขอพูดตรงๆเลย เ้าพวกนี้น่ารำคาญยิ่งกว่าพวกไส้ศึกที่ถูกส่งมาภายในกองทัพเสียอีก”
“แล้วดูเหมือนว่าใกล้พวกเราจะมีคนที่ทำสัญญากับิญญาทมิฬอยู่”
“หรือไม่ก็อาจจะอยู่ภายในเมืองเฟิงเฉินของพวกเรา” เจียงเฟิงยิ่งคิดเกี่ยวกับเื่นี้ใบหน้าก็ยิ่งตึงเครียด
ส่วนใหญ่แล้วพวกิญญาทมิฬ ที่สามารถทำสัญญากับมนุษย์ได้ น่าจะเป็พวกิญญาทมิฬที่มีระดับสามขึ้นไป
เรียกได้ว่าเป็ผู้ฝึกตนที่มีขอบเขตอย่างต่ำก็ขอบเขตสาม แล้วอีกฝ่ายต้องเป็ิญญาทมิฬต้นกำเนิด
ที่ที่ไม่ใช่ิญญาทมิฬทั่วไปอย่างที่เจียงเฟิงเคยพบเจอก่อนหน้านี้
ในระหว่างที่คิดเกี่ยวกับเื่นี้อยู่นั้นเอง มีเงาปริศนาพุ่งทะยานเข้ามาจากด้านหลัง แน่นอนว่าเป้าการโจมตีย่อมเป็เจียงเฟิงที่กำลังยืนอยู่
เฉินอวี้และซินอวี้แม้จะยังยืนสงบนิ่ง ทว่าในสายตาของผู้ฝึกตนที่ไม่ธรรดา ถ้าอยู่ตรงนี้จะพบเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ามีกระแสปราณิญญาไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายของพวกนาง
ราวกับว่าตอนนี้พวกนางกำลังเตรียมพร้อมลงมือ เจียงเฟิงหันไปมองพบเห็นร่างเงาสีดำสนิท ที่กำลังพุ่งเข้ามาจู่โจมตัวของเขา
มันคือิญญาทมิฬ
แต่เป็ิญญาทมิฬธรรมดาทั่วไปที่อยู่ระดับหนึ่งเท่านั้น
เจียงเฟิงไม่ได้ตื่นตระหนกในขณะที่มันกำลังเข้าใกล้มา เจียงเฟิงพบเห็นมันเข้าใกล้ระยะของเขา เจียงเฟิงตวัดท่อนไผ่ภายในมือของตนเอง
ไผ่สีเขียวมรกตส่องแสงสว่างไสว มีปราณิญญาปริศนาคมกริบปลดปล่อยออกมาจากตัวของมัน
ปราณิญญาพวกนั้นเชือดเฉือนเข้าใส่ิญญาทมิฬ มีเสียงกรีดร้องดังระงมพร้อมกับร่างกายของิญญาทมิฬที่ค่อยๆสลายหายไป
ก่อนที่มันจะเหลือเพียงแค่แกนิญญาสีขาวบริสุทธิ์ตกลงสู่พื้นเท่านั้น
เจียงเฟิงในตอนแรกได้ร่ายใช้คาถาของตนเองลงไปภายในไผ่โบราณ เป็การเบิกสติปัญญาให้กับมันบางส่วน
หลังจากนั้นก็ให้มันซึมซับแก่นิญญาบริสุทธิ์ ที่ได้มาจากิญญาทมิฬที่สังหารไปตนแรก
ท่อนไผ่ิญญาชิ้นนี้ดูดปราณิญญาบริสุทธิ์เข้าไป ทำให้มันเริ่มค่อยๆเป็อนุภาพของไผ่โบราณที่เป็ไผ่ิญญาออกมา
อานุภาพอันคมกริบที่ถูกปลดปล่อยออกมา คือผลที่ได้มาจากการค่อยๆเบิกสติปัญญาให้กับมัน
เจียงเฟิงเพียงฟาดออกไปใส่ปราณิญญาออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อนุภาพกับรุนแรงเป็อย่างยิ่ง สามารถสังหาริญญาทมิฬได้อย่างง่ายดาย
เจียงเฟิงไม่ได้แปลกใจกับการโจมตีของิญญาทมิฬ
เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าพวกหอทมิฬ หรือว่าพวกกลุ่มทมิฬส่วนใหญ่แล้ว พวกมันเมื่อลงมือเสร็จแล้วก็จะทิ้งพวกิญญาทมิฬระดับต่ำ เอาไว้เพื่อคอยดูผลหลังจากที่มันลงมือไป
อย่างน้อยก็ต้องทิ้งเอาไว้อยู่หลายเดือน นี่ถือได้ว่าเป็นิสัยของพวกมันที่เจียงเฟิงรู้ดีอยู่แล้ว
เขาจึงระวังตัวมาตลอดั้แ่เข้ามาเมื่อพบเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วพวกมันเองก็โจมตีจริงๆจึงทำให้เขานั้นลงมืออย่างก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย